INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การปฏิวัติของประชาชน!

 

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
การปฏิวัติของประชาชน

ระบอบการปกครองประเทศนั้นมีหลายรูปแบบ มีทั้งส่วนดี ส่วนเสียด้วยกันทั้งนั้น เช่น การปกครองโดยกษัตริย์ ที่มีทศพิธราชธรรมก็จะเป็นการปกครองที่ดี ส่วนการปกครองโดยทรราชย์ก็จะนำมาสู่ความทุกข์ยากของประชาชน จนประชาชนไม่ไหวและลุกฮือขึ้นมาก่อการจลาจล เพื่อประท้วงหรือเพื่อล้มล้างจนล่มสลาย การปกครองโดยคณะบุคคลก็มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายก็มีอันเป็นไป เพราะความขัดแย้งกันเองเพื่อช่วงชิงอำนาจ หรือสาเหตุอื่นๆ และแม้แต่ระบอบประชาธิปไตยก็มีความเปราะบางที่จะถูกชักจูงไปสู่ความบ้าคลั่งหลงงมงาย ด้วยกลวิธีต่างๆ เช่น การใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อ และในที่สุดก็ถูกชนชั้นปกครองยึดกุมอำนาจโดยแอบอ้างประชาชน
ในประวัติศาสตร์ได้เกิดกรณีความขัดแย้งที่รุนแรงจากการปกครองจนกระทั่งประชาชนที่ต้องทุกข์ระทมต่อการกดขี่ของผู้ปกครองตนไม่ไหวและลุกฮือขึ้นมาก่อการกบฏล้มล้างระบอบที่ปกครองอยู่ ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบด้วยการนำของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนไม่มาก แต่เป็นนักคิด นักเขียน และบางท่านก็เป็นนักรบที่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้นำกองกำลังของตนเข้าร่วมกับการปฏิวัติของประชาชนจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกแผ่นดินในที่สุด
ผู้เขียนเคยนำเสนอเรื่องการปฏิวัติประชาธิปไตย โดยกำลังทหารของลอร์ด โอลิเวอร์ครอมเวล ที่เปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 17 หรือการปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส หรือการที่นายพลยอร์ช วอชิงตันทำการปลดแอกจากอังกฤษ และประกาศหลักการประชาธิปไตยจนทำให้สหรัฐฯอเมริกากลายเป็นต้นแบบประชาธิปไตยของโลกเสรีมากว่า 200 ปี น่าเสียดายที่การเมืองในยุคหลังของสหรัฐฯทำให้ประชาธิปไตยของตนเองเสื่อมโทรมกลายเป็นกึ่งประชาธิปไตยและอภิชนาธิปไตยมาโดยลำดับ และอาจจะถึงกาลอวสานในยุคของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์นี่เอง
แต่การปฏิวัติของประชาชนในอดีตก็มิได้มีแค่อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐฯในทางตรงข้ามเกิดขึ้นในหลายภูมิภาค แม้ผลบั้นปลายจะแตกต่างกันไป แต่ก็นับเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับผู้ปกครองทั้งหลายทั่วโลก โดยจะลำดับเหตุการณ์ปฏิวัติของประชาชนที่สำคัญๆดังต่อไปนี้
1.การปฏิวัติของประชาชนรัสเซีย ค.ศ.1917-23
พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 ทำการปกครองประเทศอย่างเข้มงวด ขูดรีดภาษีเพื่อใช้จ่ายส่วนพระองค์ และเสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่ง เหล่าขุนนางต่างก็กดขี่ขูดรีดชาวไร่ชาวนาแทบจะไม่มีอะไรเหลือ ทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังหลักคือ ทหารเรือจึงได้ก่อการกบฏ ภายใต้การขี้นำของเลนิน ผู้นำของพรรคบอลเชวิก ในตอนเริ่มต้นฝ่ายกบฏเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำและถูกปราบปรามอย่างรุนแรงจนต้องถอยร่น แต่ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากกรรมกรในเมือง และที่สำคัญได้รับการสนับสนุนจากชาวนาที่อดทนไม่ไหวต่อการขูดรีดภาษีจากผู้ปกครอง ประจวบกับปีนั้นเศรษฐกิจย่ำแย่ เพราะเกิดความแห้งแล้งจนเกิดการขาดแคลนอาหารในเมืองใหญ่ๆ จึงทำให้เกิดการลุกฮือของประชาชนเพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองที่เรียกว่า “การปฏิวัติสังคมนิยมใหญ่เดือนตุลาคม” ในที่สุดรัสเซียก็เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นระบอบสังคมนิยม โดยสถาปนาเป็นสหพันธสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ซึ่งมาเปลี่ยนเป็นสหภาพโซเวียตในระยะต่อมา สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาก็คือ การปกครองที่ล้มเหลว การคอร์รัปชั่น เศรษฐกิจตกต่ำ และการถูกขูดรีดด้วยระบบภาษีที่ไม่เป็นธรรม

2.การปฏิวัติของประชาชนจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1945)
ในช่วงนั้นเกิดสงครามระหว่างจีน-ญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นได้เข้ามายึดครองจีนและปกครองอย่างทารุญโหดร้าย กอบโกยเอาทรัพยากรไปญี่ปุ่น ดร.ซุน ยัดเซ็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตะวันตก และมีปัญญาชนชาวจีนจำนวนมากศรัทธาเคารพรักใคร่ได้เป็นผู้นำในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นในจีน ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิง ต่อมาในยุคผู้นำคือเจียงไคเชค ก็เกิดความขัดแย้งกับเหมา เจ๋อตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ เพราะมองเห็นช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่ต่างขยายตัวออกไป ภายใต้การปกครองของเจียงไคเชค การคอร์รัปชั่นระบาดไปทั่วไม่ต่างจากสมัยราชวงศ์ชิงปกครอง ในปีค.ศ.1921 เหมาเจ๋อตุงจึงได้เริ่มทำสงครามปลดปล่อย เพื่อล้มล้างรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียงไคเชค แม้ในระยะต้นกองทัพปลดแอกจะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำกองทัพของเจียงไคเชค เพราะด้วยกว่าทั้งด้านอาวุธและประสบการณ์ในการรบของทหาร แต่ต่อมาเมื่อกองทัพปลดเอกได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากชาวนาและปัญญาชนในเมือง จึงเป็นฝ่ายรุกไล่กองทัพก๊กมินตั๋ง และได้รับชัยชนะในที่สุด สาเหตุที่กองทัพปลดแอกได้รับการสนับสนุนจากชาวนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเหมาได้สร้างสงครามที่มีลักษณะพิเศษ โดยเรียกว่าสงครามของประชาชน (PEOPLE’S WAR) คือทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสงครามนี้เป็นสงครามของตนและกระจายการรบไปตามชนบทหรือท้องถิ่นต่างๆ ภายใต้คำขวัญว่า “พรุ่งนี้ท่านจะมีข้าวกิน” เพราะช่วงนั้นประชาชนชาวจีนอดอยากยากแค้นมาก จนไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรกินหรือไม่ ด้วยรัฐบาลเจียงไคเชคและขุนศึกทั้งหลายต่างก็กอบโกยเอาความมั่งคั่งมาไว้กับตน โดยการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างมโหฬาร อนึ่งภายใต้สภาวะสงครามเกิดปัญหาเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อสูงมากจนทำให้ชนชั้นกลางในเมืองกลายสภาพตกต่ำยากจนลงมาอย่างรวดเร็ว เกิดสภาพรวยกระจุกจนกระจายในประเทศ ประเทศจีนจึงมีปรากฏการณ์ที่เป็นประชาธิปไตยในช่วงสั้นๆ ภายใต้หารนำของ ดร.ซุนยัดเซ็นเท่านั้น ทำให้ไม่มีโอกาสขยายฐานหยั่งรากลึกลงในแผ่นดินจีนได้ สุดท้ายก็กลายเป็นระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

3การปฏิวัติของประชาชนปอร์ตุเกต ค.ศ.1910
แม้การปฏิวัติโดยประชาชนของปอร์ตุเกตจะเกิดขึ้นมาก่อน แต่ความโด่งดังและความตื่นตัวของชาวโลกไม่เท่าเทียมกับการปฏิวัติของประชาชนใน 2 กรณีแรก สาเหตุของการปฏิวัติของประชาชนปอร์ตุเกต ก็เหมือนกับที่อื่นๆ คือ ความล้มเหลวของระบอบกษัตริย์ การกดขี่ขูดรีด การคอร์รัปชั่นที่แพร่ระบาด การยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของต่างชาติ การที่โบสถ์เข้าแทรกแซงวิถีชีวิตของประชาชนและมีส่วนรีดภาษี การเมืองไม่มีเสถียรภาพมีการต่อสู้แข่งขันและทำลายกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ กลุ่มทหารหนุ่มจึงได้ร่วมกับประชาชนก่อกบฏ และโค่นล้มรัฐบาลในที่สุด กรณีของปอร์ตุเกตนี้มีความคล้ายกับการโค่นล้มสุลต่านแห่งตรุกีของกลุ่มทหารหนุ่มที่นำโดย เคมาล ปาชา อตาเติร์ก นั่นเอง สุดท้ายทั้งสองประเทศก็เปลี่ยนแปลงเป็นระบบสาธารณรัฐระบอบประชาธิปไตย

4การปฏิวัติของประชาชนไทย (14 ต.ค. -16 ต.ค. 2516 หรือ ค.ศ.1973)
การลุกฮือของประชาชนเพื่อโค่นล้มรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร นั้นความจริงมันได้สะสมความรู้สึกมานานพอสมควร ภายใต้การปกครองแบเผด็จการทหาร และมีการแพร่กระจายของการคอร์รัปชั่น ประกอบกับการใช้อำนาจบาดใหญ่ และสภาพของความเสื่อมโทรมในกระบวนการยุติธรรม ในตอนต้นของการก่อตัวประท้วงรัฐบาลนั้น ความจริงกลุ่มผู้เรียกร้องต้องการเพียงรัฐธรรมนูญ เพราะเข้าใจว่านั่นคือความเป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อรัฐบาลทำการจับกุม และต่อมาปราบปรามประชาชนที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่ง จึงทำให้เกิดการจลาจลไปทั่วกรุงเทพฯ จนจอมพลถนอม –ประภาส ถูกบีบจากผู้กุมอำนาจและทหารบางส่วนต้องลาออกและลี้ภัยไปต่างประเทศ แต่ประชาธิปไตยของไทยก็มิได้มีโอกาสหยั่งรากลึกไปยังประชาชนโดยทั่วไป เฉกเช่นเดียวกับการปฏิวัติ พ.ศ.2475 เพราะภายหลัง 6 ต.ค.2519 (ค.ศ.1976) ประเทศไทยก็กลับเข้าสู่ยุคเผด็จการทหาร และเผด็จการพลเรือนสลับกันไป

5การปฏิวัติของประชาชนอิหร่าน (ค.ศ.1979)
เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่การประท้วงของประชาชนต่อระบอบชาร์ ปาเลวี ของอิหร่านที่ใช้เงินฟุ่มเฟือย กอบโกยทรัพยากรของชาติโดยเฉพาะรายได้จากน้ำมันไปเป็นของตนเอง และกดขี่ประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็นด้วยการใช้ตำรวจลับจับไปกักขัง เข่นฆ่า หรือข่มขู่ ตลอดจนการคอร์รัปชั่นของข้าราชการที่มุ่งกอบโดยเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จนในที่สุดกองทัพได้ประกาศตนเป็นกลาง ภายหลังที่มีประชาชนออกมาประท้วงจำนวนหลายแสนที่กรุงเตหะราน และอีกจำนวนมากตามเมืองใหญ่ๆ ทั้งนี้เพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มต่างๆ ทั้งฝ่ายซ้าย ฝ่ายก้าวหน้า ที่สำคัญได้รับการชี้นำจากอิหม่ามโคมัยนี ที่ลี้ภัยไปอยู่ที่อิรัก ดังนั้นบรรดาผู้รู้ทางศาสนานิกายชีอะห์ จึงมีบทบาทสำคัญในการปลุกระดมประชาชนเพื่อโค่นล้มชาร์ที่ขาดความชอบธรรมในการปกครองประเทศ การปฏิวัติของประชาชนอิหร่านในระยะแรกรัฐบาลชาร์ยอมถอย โดยจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมา และลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ แต่ต่อมากองกำลังปฏิวัติอิสลามซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ทำการยึดอำนาจและเชิญอิหม่ามโคมัยนีกลับประเทศ เพื่อเป็นผู้นำสูงสุด โดยมีการสถาปนาระบอบที่น่าจะเรียกว่า “ธรรมาธิปไตย” ขึ้น เพราะระบบริหารต่างๆก็เหมือนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทั่วๆไป เพียงแต่มีสภาสูงสุดซึ่งประกอบไปด้วยผู้รู้ทางศาสนา ควบเป็นผู้กำกับดูแลไม่ให้รัฐบาลดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ส่วนประเทศอิหร่านก็เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

6การปฏิวัติของประชาชนฟิลิปปินส์ พ.ศ.2529 (ค.ศ.1986)
สาเหตุสำคัญเกิดจากการใช้อำนาจเผด็จการของประธานาธิบดีมากอส ที่กดขี่ กอบโกย คอร์รัปชั่น เมื่อมีการเลือกตั้งก็โกงการเลือกตั้งจนได้รับการต่อต้ายจากโบสถ์ที่มีอิทธิพลสูงในฟิลิปปินส์ และต่อมาก็ได้ทำการสังหาร ส.ว.อกิโน (นีนอย) ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม จนทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ในมนิลา สุดท้ายเมื่อทหารไม่ยอมสนับสนุน และสหรัฐฯก็ไม่หนุนหลังเช่นเดียวกับชาร์ของอิหร่าน มากอสก็จำเป็นต้องลดอำนาจและลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ฟิลิปปินส์จึงเดินเข้าสู่โหมดของความเป็นประชาธิปไตยโดยมีนางคอราซอน อากิโน ภริยาของนีนอย ขึ้นเป็นประธานาธิบดี

7 การปฏิวัติของประชาชนที่เรียกว่า “อาหารับสปริงค์” ค.ศ.2010 -2012 (พ.ศ.2553-2555)
เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ สาเหตุสำคัญเพราะไม่พอใจการกดขี่ของเผด็จการที่ปิดกั้นเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาคอร์รัปชั่น ประจวบกับเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ และปัญหาการว่างาน สุดท้ายก็เกิดจลาจล และเกิดการสู้รบกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ทั้งนี้เบื้องหลังส่วนหนึ่งของการประท้วงเกิดจากการยุยงสนับสนุนจากตะวันตกที่ต้องการล้มล้างรัฐบาลที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ จนถึงวันนี้หลายประเทศยังปั่นป่วนวุ่นวายมีการสู้รบบ้านเมืองเสียหายยับเยิน ประเทศที่เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้คือ ตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย เยเมน และซีเรีย ส่วนการประท้วงในซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน คูเวต เลบานอน โอมาน ซูดาน และมอริตาเนีย ยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาลหรือรบราฆ่าฟันขนาดหนัก

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *