INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บิลล์ แคมป์เบลล์ โค้ชล้านล้านดอลล่าห์

บิลล์ แคมป์เบลล์ โค้ชล้านล้านดอลล่าห์

หนังสือ Triilion Dollar Coach : The Leadership Playbook of Silicon Valley’s โดยอิริค ชมิดท์ โจนาธาน โรเซ็นเบิรก และอลัน อีเกีล เกี่ยวกับ
บิลล์ แคมป์เบลล์ บุคคลที่ช่วยสร้างบริษัทยิ่งใหญ่ที่สุดบางบริษัทของอเมริกา
เช่น แอปเปิ้ล และกูเกิล นักเล่นและโค้ชฟุตบอลมหาวิทยาลัยโคลัมเบียก่อนหน้านี้
บิลล์ แคมป์เบลล์ ไม่ได้เข้าสู่โลกของธุรกิจจนกระทั่งเขามีอายุสามสิบเก้าปีื การก้าวไปอย่างรวดเร็วผ่านทางบทบาทการบริหาร นานกว่าสิบห้าปี บิลล์
แคมป์เบลล์ ได่โค้ชผู้นำและผู้บริหารหลายคนที่มีทั้ง สตีฟ จ้อป แลร์รี่ เพจ และอีริค ชมิดท์ เขาจากไปเมื่อ ค.ศ 2016 ปล่อยทิ้งมรดกของบริษัทที่เจริญเติบโตไว้ บุคคลที่บรรลุความสำเร็จและได้รับความเคารพสูงมาก
เขาเชื่อมั่นว่าผู้บริหารที่วางบุคคลของพวกเขาเป็นลำดับแรก และบริหารการดำเนินงานอย่างเข้มแข็งจะถูกยึดถือเป็นผู้นำโดยบุคคลของพวกเขา ผู้บริหารเหล่านี้ไม่ต้องถือตำแหน่งความเป็นผู้นำที่พวกเขาได้มัน “ชื่อตำแหน่งทำให้เราเป็นผู้หาร บุคคลของเราทำให้เราเป็นผู้นำ”
Trillion Dollar Coach หนังสือขายดีที่สุดของนิวยอร์ค ไทม์ และวอลล์
สตรีท เจอร์นัลด์ ทีมเบื้องหลังกูเกิลบรรลุความสำเร็จอย่างไร ด้วยบทเรีบนจากผู้บริหารธุรกิจและโค้ช บิลล์ แคมป์เบลล์ ผู้ให้คำปรึกษาของผู้ประกอบการสมัยใหม่ที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดของเรา ได้ช่วยสร้างมูลค่าตลาดมากกว่าล้านล้านเหรีญ อิริค ชมิดท์ แห่งกูเกิล ได้อธิบายชีวิต คุณค่า และหลักการของบิลล์ แคมป์เบลล์ – โค้ช แก่ชั้นยอดของซิลิคอน แวลลีย์ที่มีทั้ง สตีฟ จ้อป แลร์รี่ เพจ อิริค ชมิดท์ และบุคคลอื่นหลายคน
เมื่อเราได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของซิลิคอน แวลลี่ย์ – อินเทล แอปเปิ้ล กูเกิ้ล อเมซอน เฟซบุค เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินชื่อของ
ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารที่สำคัญ – สตีฟ จ้อป แลร์รี่ เพจ เซอร์เกย์ บริน เจฟฟ์
บีซอส มาริซา เมเยอร์
ถ้าเราไม่ได้เจาะลึกลงไป เราจะไม่ได้ยินชื่อบิลล์ แคมป์เบลล์ โค้ชฟุตบอล
เมื่อเราอ่านหนังสือ เรารับรู้อย่างรวดเร็วว่าบิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นบุคคลที่ชอบเข้าหาคน ความลุ่งหลง ความรัก ความซื่อสัตย์
หนังสือได้กล่าวถึงหลักการที่บิลล์ แคมป์เบลล์ใช้กับเขา บิลล์เชื่อมั่นภายในบุคคลและทีม เป้าหมายของเขาคือการทำให้บุคคลอื่นบรรลุความสำเร็จ ทำให้บุคคลอื่นมีความสุข และได้ชัยชนะ มันเกี่ยวกับบุคคล บุคคลเป็นรากฐานของความสำเร็จของบริษัทใดก็ตาม
ความสำคัญสูงสุดของผู้บริหารใครก็ตามคือ ความเป็นอยู่ที่ดีและความสำเร็จของบุคคลของพวกเขา การสร้างความสัมพันธ์ เริ่มต้นหนึ่งต่อหนึ่ง หรือการประชุมกับบุคคล หัวข้อไม่เป็นธุรกิจ
บางทีสิ่งสำคัญที่สุดภายในความสัมพันธ์ – ความเป็นเพื่อน ความรัก ความคุ้นเคย หรือวิชาชีพ – คือ ความไว้วางใจ นี่เป็นความจริงอย่างแน่นอนต่อบิลล์
แคมป์เบลล์ ถ้าบิลล์ไม่ไว้วางใจเรา เราไม่มีความสัมพันธ์กับเขา แต่ถ้าเขาไว้วางใจเรา และกลับกัน ความไว้วางใจเป็นรากฐานต่อลักษณะอื่นทุกอย่างของความสัมพันธ์

 

บิลล์ แคมป์เบลล์ มีชื่อเสียงมายาวนานเป็นตำนาน และโค้ชที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
ตลอดกาล แต่จนกระทั่งวันนี้บุคคลที่ทำงานกับเขาด้วยเท่านั้นมีประสบการณ์และเข้าใจพลังวิถีทางของเขา นั่นคือทำไมมันยิ่งใหญ่มากที่มองเห็นว่าอิริค ชมืดท์ โจนาธาน โรเซนเบิรก และอลัน อีเกิล ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความเป็นผู้นำของบิลล์ แคมป์เบลล์ : Trillion Dollar Coach คำแนะนำที่กระทำได้จำนวนมากและตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ภายในหนังสือช่วยให้ซีอีโอและผู้ประกอบการใครก็ตามกลายเป็นผู้นำที่ดีขึ้น บุคคล ความไว้วางใจ ทีม และความรัก
สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานบางอย่างต่อผู้นำและโค้ชที่บรรลุความสำเร็จ หลักการเหล่านี้ได้ถูกปฏิบัติภายในบริษัทเหมือนเช่น กูเกิ้ล แอปเปิล และอินทุยท์ ได้กล่าวถึงภายในหนังสือเล่มนี้ บิลล์ เป็นโค้ชผู้บริหารยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมองเห็น แต่แทนที่การโค้ชผู้นำเท่านั้น เขาได้โค้ชทั้งทีมเป็นโค้ชกลุ่ม ภายในภาไฮเทคที่นวัตกรรมและความรวดเร็วสำคัญที่สุด มันเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูงนำไปสู่ความสำเร็จ
เรื่องราวเกี่ยวกับบิลล์ แคมป์เบลล์ สไตล์ของเขา และการสอนผู้บริหารของเขายังคงลอยไปรอบซิลิคอน แวลลี่ย์ สามปีภายหลังจาการเสียชีวิตของเขาจากมะเร็งเมื่อ ค.ศ 2016 เขาได้บอกแอปเปิ้ลให้ใช้การโมษณา 1984 ที่มีชื่อเสียงของเขาที่ขัดแย้งกับความต้องการของคณะกรรมการบริษัทแอปเปิ้ล เขาได้ต่อสู้กับการบังคับให้สตีฟ จ้อป ออกจากแอปเปิ้ล ในขณะที่ทั้งสองอยู่ที่นี่ และช่วยให้สตีฟ จ้อปเจริญเติบโตเป็นผู้นำ บิลล์มีชื่อเสียงกับการกอดบุคคลทุกคน รวมทั้งบิลล์ เกตส์ ที่ไม่ยอมให้กอดขึ้นชื่อโด่งดัง เมื่อ ค.ศ 2011 บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้ถามเชอร์รีล แซนเบิรก ณ กูเกิล คุณทำอะไรที่นี่ และเขาได้ปฏิเสธทุกคำตอบของเธอจนกระทั่งเธอได้อธิบายเธอมีส่วนช่วยทุกวันอย่างไร ผู้นำกูเกิลสามคน เช่น ซีฮีโอก่อนหน้านี้ อิริค ชมิดท์ ได้ตัดสินใจที่จะรวบรวมเรื่องราวและบทเรียนหลายร้อยเรื่องของบิลล์ภายในหนังสือเล่มนี้
บิลล์ แคมป์เบลล์ ชอบที่จะส่องแสงสปอร์ตไลท์แก่บุคคคลอื่น และหลบเลี่ยงความสนใจของสาธารณะ ดังนั้นการสอนของเขาไม่ได้ทำเป็นเอกสารจนกระทั่งกูเกิลได้เริ่มต้นการสอนหลักการของเขา ภายใน Trillion Dollar Coach บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้เปิดเผยว่า การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่
้เราต้องเป็นโคชที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม เรายิ่งปีนขึ้นไปสูงเท่าไร ความสำเร็จของเรา ยิ่งขึ้นอยู่กับการทำให้บุคคลอื่นบรรลุความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น โดยความหมาย นั่นคือสิ่งที่โค้ชทำ
โค้ชที่ยิ่งใหญ่นอนไม่หลับตอนกลางคืนคิดเกี่ยวกับทำให้เราดีขึ้นอย่างไร พวกเขาชอบสร้างสภาพแวดล้อมที่เราดึงออกมาจากตัวเราเองมากขึ้น โค้ชคล้ายกับนักศิลปะที่ยิ่งใหญ่
ความลุ่มหลงของเขาต่อชีวิตและรักบุคคล ความสามารถที่จะสร้างทีม และอิทธิพลในฐานะโค้ชของผู้บริหารเป็นบทเรียนที่เขียวชอุ่มตลอดปีที่ใครก็ตาม
สามารถเรียนรู้ได้ ไม่ว่าเราทำอะไร การสร้างความสัมพันธ์เป็นรากฐานต่อความสำเร็จ แม้ว่าเราไม่ได้เป็นบุคคลที่ชอบเข้าหาคน เราสามารถกลายเป็นรุ่นที่ดีขึ้นของตัวเราเองด้วยการเรียนรู้จากบิลล์ แคมป์เบล์ บุคคลที่เข้าหาคนบรรลุความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งภายในซิลิคอน แวลลี่ย์
บืลล์ แคมป์เบลล์ เพียงแค่รู้จักกันเป็น “โค้ช” ภายในส่วนหนึ่ง เพราะว่าเขาเป็นโค้ชทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยโคลีมเบียตั้งแต่ ค.ศ 1974 ถึง ค.ศ 1979
แต่ส่วนใหญ่เขาเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ บิลล์ แคมป์เบลล์ ทำงานกับบุคคล แต่เขาโค้ชทีม การโค้ชเป็นวิถีทางดีที่สุดที่จะหล่อแบบบุคคลเป็นทีมที่มีพลัง บิลล์
แคมป์เบลล์โ์ค้ชบุคคลที่จะโค้ชทีม โค้ชที่ดีต่อทีมใดก็ตามคือ ผู้บริหาร
ที่นำทีมนั้น การเป็นโค้ชที่ดีสำคัญต่อการเป็นผู้บริหาร เราต้องรับรู้อยู่เสมอว่า
“ชื่อตำแหน่งของเราทำให้เราเป็นผู้บริหาร บุคคลของเราทำให้เราผู้นำ”
เพื่อการเป็นผู้นำที่ดี เราเต้องเป็นผู้บริหารที่ดีก่อน อย่าเรียกร้องความเคารพ แต่ได้รับความเคารพ นี่เป็นถ้อยคำของบิลล์ แคมป์เบลล์ที่จะร่วมกับผู้บริหารที่พยายามนำโดยความกลัวและยุทธวิธีเผด็จการ บิลล์ได้สั่งสอนวิถีทางตรงกันข้าม “เราจะโน้มน้าวบุคคลให้เปลี่ยนความคิดและช่วบสร้างสภาพแวดล้อมที่เจริญรุ่งเรืองอย่างไร มันไม่ใช่โดยการเป็นผู้เผด็จการ มันไม่ได้เป็นโดยการบอกพวกเขาต้องทำอะไร
มันต้องทำให้มั่นใจว่าพวกเขารู้สึกมีคุณค่าโดยอยู่ภายให้ห้องกับเรา การรับฟัง การให้ความสนใจ นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารยิ่งใหญ่ทำ บิลล์ แคมป์เบลล์ ชอบที่จะกล่าวว่า “ถ้าเราเป็นผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ บุคคลของเราจะทำให้เราเป็นผู้นำ พวกเขายกย่อง ไม่ใช่เรา” มันเป็นบุคคล ความสำคัญสูงสุดของผู้บริหารใครก็ตามคือ ความเป็นอยู่ที่ดีและความสำเร็จของบุคคลของเขา
บิลล์ แคมป์เบลล์ ห่วงใยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับบุคคลที่เขานำ และนี่ได้กลาบเป็นรากฐานของความสัมพันธ์อย่างไว้วางใจที่เขาสร้างกับบุคคลอื่น บิลล์ ห่วงใยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับทีมของเขา เขาได้เขียนคำแถลงว่า “มันคือบุคคล” ในขณะที่เขาเป็นซีอีโอของอินทุยท์
บุคคลเป็นรากฐานความสำเร็จของบริษัทใดก็ตาม งานพื้นฐานของผู้บริหารแต่ละคนคือ การช่วยบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นภายในงานของพวกเขา และเจริญเติบโตและพัฒนา เรามีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ต้องการทำดี สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ บุคคลที่ยิ่งใหญ่เจริญรุ่งเรืองถายในสภาพแวดล้อมที่ปลดปล่อยและเพิ่มพลัง ผู้บริหารสร้างสภาพแวดล้อมนี้ผ่านทางการสนับสนุน ความเคารพ และความไว้วางใจ
การสนับสนุนหมายถึงการให้เครื่องมือ ข้อมูล การฝึกอบรม และคำปรึกษาแก่บุคคล พวกเขาต้องการเพื่อความสำเร็จ มันหมายถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาทักษะของบุคคล ผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ช่วยให้บุคคลเก่งขึ้นและเจริญเติบโต
การเคารพหมายถึงความเข้าใจเป้าหมายอาชีพเฉพาะของบุคคล และรู้สึกไวต่อการเลือกชีวิตของพวกเขา มันหมายถึงการช่วยเหลือบุคคลบรรลุเป้าหมายอาชีพภายในวิถีทางที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัท
ความไว้วางใจหมายถึงการให้ความเป็นอิสระแก่บุคคลที่จะทำงานของพวกเขา
และทำการตัดสินใจ มันหมายถึงการรู้ว่าบุคคลต้องการทำดีและความเชื่อว่าพวกเขาจะทำ
บทเรียนอย่างหนึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญจาก Trillion Dollar Coach คือ
ความสำคัญของความรักที่ยากลำบากจากผู้นำต่อทีมของเขา ความรักที่ทนทานภายในบริบทของการโค้ชหมายถึง
ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และตรงไปตรงมากับการป้อนกลับของเราที่จะปรับปรุงอย่างไร การเรียกร้องและการมีมาตรฐานที่สูง – ยากลำบาก ความเคารพ การสนับสนุน ความห่วงใย – ความรัก
ถ้าเราต้องการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและสร้างความไว้วางใจท่ามกลางทีมของเรา เราต้องเป็นผู้ฟังที่กระตือรือร้น ดังที่ผู้บริหารอาวุโสคนหนึ่ง ณ กูเกิล อ้างว่าเป็นวิถีทางของบิลล์ แคมป์เบลล์ “การฟังรูปแบบอิสระ” ทางวิชาการ
อาจจะเรียกว่า “การฟังอย่างกระตือรือร้น” ถ้อยคำถูกสร้างครั้งแรกภายใน
ค.ศ 1957 และภายในการปฏิบัติมัน บิลล์ ได้ทำตามคำแนะนำของโค้ชบาสเกตบอลยูซีแอลเอที่บิ่งใหญ่ จอห์น วูเดน ที่รู้สึกว่าการรับฟังที่ไม่ดีเป็นคุณลักษณะร่วมของของผู้นำกลายคน
เราทุกคนเป็นผู้ฉลาดจำนวนมาก ถ้าเราฟังมากขึ้น ไม่เพียงแค่ได้ยินถ้อยคำ แต่รับฟังและไม่คิดเกี่ยวกับอะไรที่เรากำลังจะพูด โดยปรกติการรับฟัง
ของบิลล์ ตามมาด้วยคำถามหลายอย่าง วิถีทางของโสคราตีส บทความของฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ค.ศ 2016 ได้กล่าวว่าวิถีทางของการถามคำถามนี้สำคัญต่อการเป็นผู้ฟังที่ยิ่งใหญ่ บุคคลรับรู้ผู้ฟังที่ดีที่สุดคือ บุคคลที่ถามคำถามเป็นระยะที่ส่งเสริมการค้นพบและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
บิลล์ แคมป์เบลล์ ไม่เคยบอกเราทำอะไร แต่เขาถามหลายคำถามที่จะได้ประเด็นที่แท้จริงคืออะไร บิลล์ ได้พบบทเรียนที่สำคัญภายในเทคนิคของเขา
การรับฟังบุคคลด้วยความสนใจอย่างเต็มที่และไม่แบ่งแยก อย่าคิดล่วงหน้าอะไรที่เราจะพูดต่อไป และถามคำถามที่จะได้ประเด็นที่แท้จริง เมื่อเรากำลังพูดต่อบุคคล ณ การทำงาน อย่าดูอีเมล เครื่องมือ นาฬิกาของเรา หรืออะไรกำลังเป็นอยู่นอกหน้าต่าง
การใช้วิถีทางของโสคราตรีสของการถามหลายคำถามอย่างรอบคอบที่ส่งเสริมการค้นพบและการสอบสวน แต่ภายหลังการรับฟังอย่างระมัดระวังเท่านั้น
ต่ออะไรที่แต่ละบุคคลพูด รองประธานาธีบดีก่อนหน้านี้ อัล กอร์ กล่าวว่าเขาได้เรียนรู้จากบิลล์ แคมป์เบลล์ “มันสำคัญอย่างไรที่จะให้ความสนใจอย่างระมัดระวังต่อบุคคลที่เรากำลังเกี่ยวพันอยู่….. การให้ความสนใจอย่างไม่แบ่งแยกและเต็มที่แก่พวกเขา ต่อเมื่อเราเข้าถึงประเด็นเท่านั้น เราจะมีคำสั่งต่อมัน”
ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาอย่างไม่ย่อท้อ การป้อนกลับทางลบด้วยความห่วงใย การให้การป้อนกลับรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ และถ้าการป้อนกลับเป็นลบควรจะให้ส่วนตัว การไม่บอกบุคคลทำอะไร การเสนอเรื่องราวและนำทางพวกเขาต่อการตัดสินใจที่ดีที่สุดต่อพวกเขา การเชื่อมั่นภายในบุคคลมากกว่าพวกเขาเชื่อมั่นภายในตัวพวกเขาเอง และผลักดันให้พวกเขากล้าหาญมากขึ้น
เราไม่สามารถทำอะไรก็ตามให้สำเร็จโดยไม่มีทีม ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดการมองหาบุคคลที่มีทัศนคติทีมมาก่อน ชัยชนะของทีมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเผชิญกับปัญหาหรือโอกาส ขั้นแรกต้องมั่นใจว่าเรามีทีมที่เหมาะสม และทำงานกับมัน
ภายในการเป็นที่ปรึกษาเป็นทศวรรษของเขาแก่ผู้บริหารหัวกระทิของซิลิคอน แวลลี่ย์ บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้กลายเป็นคู่คิดที่ไว้วางใจแก่ผู้นำเทค เช่น ผู้ก่อตั้งแอปเปิล สตีฟ จ้อป ซีอีโอก่อนหน้านี้ของกูเกิล อีริค ชมิดท์ และซีโอโอของเฟซบุค เชอรีล แซนด์เบิรก ตัวบิลล์ แคมป์เบลล์เองเป็นมากกว่าอาวุธลับ
อีริค ชมิดท์ ได้พบกับบิลล์ แคมป์เบลล์ทุกสัปดาห์ สิบห้าปี ได้กล่าวว่าส่วนหนึ่งของหนึ่งของความฉลาดของเขาคือ ความน่าเชื่อถือของเขา
โจนาธาน โรเซนเบิรก พบกับบิลล์ แคมป์เบลล์ ประมาณเกือบทุกสัปดาห์ ได้กล่าวว่า ประเด็นสำคัญจากบิลล์ แคมป์เบลล์ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นด้วยการสร้างเครื่องหุ้มห่อของความไว้วางใจ และเขาได้พบวิถีทางที่จะทำสิ่งนั้นอย่างอบอุ่น ด้วยความรักและความจงรักภักดี เขาได้กล่าวว่าบิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นผู้ส่งเสริมความกล้าหาญ การผลักดันที่จะทำดีขึ้น เพราะว่าเราไว้วางใจเขา เราไว้วางใจดุลยพินิจของเขา และเราไว้วางใจความซื่อสัตย์ของเขา
ความไว้วางใจได้ถูกมองเป็น อำนาจสูงสุด ของบิลล์ แคมป์เบลล์ เขายิ่งใหญ่ต่อการสร้างและการให้เกียรติ ความไว้วางใจถูกระบุเป็นการรวมกันของความซื่อสัตย์ ความสามารถ ดุลยพินิจ ความจงรักภักดี และความเต็มใจที่จะร่วมจุดอ่อน ความไว้วางใจช่วยสร้างความสามัคคี ความสบายใจ และการคุ้มครองภายในทีม – ความปลอดภัยทางจิตวิทยา – ความไว้วางใจช่วยทำให้ความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ต่ำสุดภายในสถานการณ์ความขัดแย้งของงาน มันช่วยจัดการกับข้อโต้แย้งทางวิชาชีพด้วย และเอาชนะความกลัวของการรับความเสี่ยงภัย
เพื่อความสามารถโค้ช บุคคลต้องตระหนักตัวเอง ถ่อมตัว ซื่อสัตย์ เรียนรู้ตลอดชีวิต และเต็มใจทำงานหนัก ผู้นำและโค้ชต้องเป็นผู้ฟังที่กระตือรือร้น การรับฟังทำให้บุคคลรู้สึกมีคุณค่า เคารพ เข้าใจ สนับสนุน และมองเห็น และปรับปรุงความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งภายในบริษัท การยกย่องควรจะถูกให้ภายในสาธารณะ และการวิจารณ์ทางลบสามารถถูกนำหน้าด้วย “อีกประการหนึ่ง” หรือเป็นการส่วนตัว การป้อนกลับควรจะทันทีและตรงไปตรงมา แต่ห่วงใยและสร้างสรรค์ด้วย – ความรักที่ยากลำบาก
ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดภายในความสัมพันธ์ ความไว้วางใจภายในความสัมพันธ์ของบุคคลและภายในทีมสร้างความปลอดภัยทางจิตวิทยา ความปลอดภัยทางจิตวิทยากระตุ้นการรับความเสี่ยงภัย และการทำให้บุคคลรู้สึกสบายใจภายในการเป็นตัวพวกเขาเอง บุคคลและทีมที่รู้สึกปลอดภัยมีการปฏิบัติงานที่สูง

จุดเเข็งยิ่งใหญ่ที่สุดของบิลล์ แคมป์เบล์คือ ความรู้สึกร่วมอย่างไม่น่าเชื่อที่มีต่อบุคคลที่เขาทำงานด้วย ด้วยเหตุนี้เขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งมากบนความไว้วางใจและความซื่อสัตย์ และนี่ทำให้งายขึ้นที่จะให้การป้อนกลับที่ยากเมื่อจำเป็น
บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้โค้ชเราที่จะเริ่มต้นการประชุมทีมประจำสัปดาห์ด้วยรายงานการเดินทาง ถ้าบุคคลบางคนเพิ่งจะเดินทางกลับจากการเดินทางธุรกิจ พวกเขาถูกขอที่จะให้รายงานไม่เป็นทางการต่ออะไรที่พวกเขาเรียนรู้และมองเห็น หรือพวกเขาอภิปรายหัวข้อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่ธุรกิจ แทนการกระโดดลงไปที่วาระทันที
การรายงานเดินทางเป็นวิถีทางอย่างหนึ่งที่จะให้บุคคลพูดเกี่ยวกับชีวิตและมุมมองภายนอกของบทบาทของพวกเขา ณ การทำงาน ปัจจุบันนี้เราคิดว่าเขาได้บอกเราที่จะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกร่วม
การเริ่มต้นทุกวัน ทุกคำแถลง ทุกการประชุมทีมด้วยการสะท้อนบนความรู้สึกร่วมของเรา ในขณะที่เราแต่ละคนถูกกระทบภายในวิถีทางที่แตกต่างกัน การแบ่งปันความรู้สึกร่วมของเรา ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียว แต่บ่อยครั้งต่อบุคคลทีกำลังยุ่งยาก เราอาจะโชคดีภายในสถานการณ์ของเรา แต่บุคคลบางคนอาจจะถูกกระทบอย่างรุนแรงด้วยระบบเศรษฐกิจและความไม่ยุติธรรมทางเชื้อ
ชาติ ความหลากหลายสำคัญด้วย บุคคลมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อพวกเขาสามารถนำเอกลักษณ์ของพวกเขามาทำงาน นี่จะประยุกต์ใช้กับเพศ เชื้อชาติ และสำเนียงของบุคคล และวิถีทางที่พวกเขาแต่งกาย

ครั้งหนึ่ง อิริค ชมิดท์ ไม่สบายใจจากการถูกขอโดยคณะกรรมการบริษัทลงจากประธานเมื่อกูเกิลขายหุ้นแก่ประชาชน แต่เขาได้ทำตามบนคำแนะนำ
ของบิลล์ แคมป์เบลล์ การโค้ชทีมช่วยยุติตวามตึงเครียดทางเหตุผลและอารมณ์ระหว่างการตัดสินใจที่ท้าทายความภูมิใจ ความทะเยอทะยาน และการคิดแต่ตัวเอง พวกเขามุ่งที่พลวัตรของทีมและความสำเร็จขององค์การ ไม่เพียงแค่อาชีพของผู้บริหารคนหนึ่ง แม้แต่ปัญหายากที่สุดสามารถถูกแก้ได้โดยทีมที่เหมาะสม
ผู้เล่นทีมมีคุณลักษณะที่สำคัญสี่อย่าง ความฉลาด ทำงานหนัก ความซื่อสัตย์ และความอดทน พวกเขาควรจะสามารถเรียนรู้รวดเร็ว สร้างการเชื่อมโยงข้าม
สนาม
บิลล์ แคมป์เบลล์ ซื่อสัตย์ 100% อยู่เสมอ – เขาบอกความจริง และตรงไปตรงมา – เขาไม่กลัวที่จะเสนอความคิดเห็นที่รุนแรง บิลล์ แคมป์เบลล์ โปร่งใสอยู่เสมอ เขาไม่มีวาระซ่อนเร้นใดเลย ช่องว่างระหว่างคำแถลงและข้อเท็จจริงของเขาไม่มีช่องว่าง
อาจารย์วอร์ตัน อดัม แกรนท์ ได้อธิบายวิถีทางของบิลล์ แคมป์เบลล์ เป็น
“ผู้ให้ที่ไม่ประนีประนอม”
“เราต้องสนับสนุนและเรียกร้อง การยึดมาตรฐานและความคาดหวังที่สูง แต่ให้การกระตุ้นที่จำเป็นที่จะบรรลุมัน โดยพื้นฐานมันเป็นความรักที่ยากลำบาก
ผู้ให้ที่ไม่ประนีประนอมเสียงห้าวและใจแข็งอย่างผิวเผิน แต่ข้างใต้พวกเขามีผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของบุคคลอื่นอยู่ภายในหัวใจ พวกเขาให้การป้อนกลับที่สำคัญไม่มีใครต้องการได้ยิน แต่บุคคลทุกคนต้องได้ยิน”
จอห์น ซี แมคเวลล์ กูรูความเป็นผู้นำหมายเลขหนึ่ง และผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำมากกว่า 75 เล่ม ได้สรุปคำนิยามของความเป็นผู้นำ
ว่า “ความเป็นผู้นำเป็นอิทธิพล ไม่มีอะไรมากกว่านี้”
ผู้นำตามตำแหน่ง ใช้ชื่อตำแหน่งของพวกเขาที่จะบอกบุคคลทำอะไร พวกเขาให้คุณค่าตำแหน่งของพวกเขา ไม่ใช่บุคคลของพวกเขา พวกเขามองผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นฟันเฟืองที่สับเปลี่ยนกันได้
ผู้นำการยินยอม ชอบบุคคลอย่างมาก ต้องการช่วยเหลือพวกเขา มุ่งที่การบริการบุคคลอื่น ภายในการกระทำสิ่งนี้ พวกเขาสร้างอิทธิพลผ่านทางความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เมื่อบุคคลรู้สึกชอบ ห่วงใย มีคุณค่า และไว้วางใจ
พวกเขาเริ่มต้นที่จะทำงานด้วยกันกับผู้นำของพวกเขาและระหว่างกัน
บิลล์ แคมป์เบลล์ ยืนยันว่าเราทุกคนควรจะเป็นผู้นำการยินยอม
เกือบห้าสิบปีที่แล้ว จอห์น แมคเวลล์ ได้ยินซิก ซิกลาร์ พูดบางสิ่งบางอย่าง ณ เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีทางที่จอห์น แมคเวลล์ มองความเป็นผู้นำ “ถ้าเราช่วยเหลือบุคคลได้สิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาจะช่วยเหลือเราได้สิ่งที่เราต้องการ”
วันนี้นจอห์น แมคเวลล์ ได้รับรู้ว่าหัวใจของความเป็นผู้นำคือ การรับใช้บุคคลอื่น ภายในหนังสือของจอห์น แมคเวลล์ The 21 Irrefutable Laws of Leadership เขาได้ย้ำความสำคัญของประเภทของคุณค่าที่แตกต่างกัน กฏของการเพิ่ม กฎข้อ 5 เป็นกฏของการเพิ่ม “ผู้นำเพิ่มคุณค่าโดยรับใช้บุคคลอื่น”
ผู้นำเพิ่มคุณค่าโดยการรับใช้บุคคลอื่น การเปลี่ยนแปลงชีวิตผ่านทางกฏของการเพิ่ม กฏนี้เป็นกฎข้อ 5 ภายในกฏของความเป็นผู้นำ 21 ข้อที่ปฏิเสธไม่ได้ของจอห์น แมคเวลล์ เขาได้สอนความเป็นผู้นำแบบรับใช้ภายในกฏของการบเพิ่มของเขา เขาได้เขียนว่า สถานที่ดีที่สุดแก่ผู้นำไม่ใช่ตำแหน่งสูงสุดอยู่เสมอ มันไม่ได้เป็นสถานที่โดดเด่นหรือมีอำนาจมากที่สุด มันเป็นสถานที่ตรงที่เขาสามารถรับใช้ได้ดีที่สุดและเพิ่มคุณค่ามากที่สุดแก่บุคคลอื่น จอห์น แมคเวลล์ มีวิถีทางที่สำคัญสี่อย่างที่เราเพิ่มคุณค่าแก่บุคคลอื่น
* เมื่อเราให้คุณค่าแก่พวกเขา
* เมื่อเราทำให้ตัวเรามีคุณค่ามากขึ้นต่อพวกเขา
* เมื่อเรารู้และสัมพันธ์ต่อสิ่งที่พวกเขาให้คุณค่า
* เมื่อเราทำสิ่งที่พระเจ้าให้คุณค่า
กฏการเพิ่มเพื่อความเป็นผู้นำ ได้กล่าวว่า ถ้าเราเลือกที่จะรับใช้ลูกค้าของเรา และบุคคลของเราโดยการเพิ่มคุณค่าไม่ใช่พยายามขึ้นไปบนสูงสุด หรือทำให้ตัวเราเองร่ำรวยขึ้น กำไรที่สูงขึ้นจะตามมา เรารักษาคนเก่งของเรา ใช้การตลาดน้อยลง ยอมรับการโฆษณาปากต่อปาก และบุคคลย่อมจะต้องการอะไรที่เรากำลังขาย
จอห์น แมคเวลล์ ได้กล่าวว่า เราต้องรักบุคคลของเรามากกว่าตำแหน่งของเรา นี่คือสิ่งที่เกี่ยวกับผู้รับใช้ การให้ความต้องการของบุคคลของเรามาก่อนความทะเยอทะยานของเรา
บิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมของถ้อยคำผู้นำแบบรับใชั ข่าวการเสียชีวิตของเขาได้อธิบายชายที่สร้างความไว้วางใจทั่วทั้งห้องคณะกรรมการบริษัทที่แข่งขันสูงของอุตสาหกรรมเทคยักษ์ใหญ่ ด้วยการทำสิ่งที่เรียบง่ายน่าประหลาดใจบางอย่าง เขาใช้ความเชี่ยวชาญและทักษะ แต่ได้ปลูกฝังความ
ไว้วางใจผ่านการรับฟังและสร้างความสัมพันธ์ของความจริงใจกับผู้นำเอกชนหลายคนภายในอเมริกา เขาเสียสละเวลาและพลังของเขาเพื่อที่บุคคลอื่นได้บรรลุความสำเร็จ เงินตราสำคัญที่สุดภายในความสัมพันธ์ใดก็ตามคือความไว้วางใจ การทำให้มันชัดเจนแก่บุคคลของเราของเราว่าเราไว้วางใจพวกเขา
การสร้างความไว้วางใจและบุคคลจะกลายเป็นความสามารถโค้ชได้มากขึ้นและซื่อสัตย์และถ่อมตัวมากขึ้น ทำให้มันชัดเจนว่าเราเป็นผู้นำแบบรับใช้
เคน แบลนชาร์ด เขียนหนังสือที่พิมพ์มากกว่า 60 เล่ม ขายมากกว่า 13 ล้านเล่ม และแปลเป็นภาษาต่างประเทศ 42 ภาษา หนังสือเล่มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาคือ The One Minute Manager อเมซอน ได้ระบุเคน แบลนชาร์ดเป็นหนึ่งของผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุด 25 ลำดับสูงสุดตลอดกาล เมื่ออายุ 65 ปี เขาได้พิมพ์หนังสือเล่มล่าสุด Servant Leadership in Action เป็นการรวบรวมบทความจากผู้เชี่ยวชาญและนักปฏิบัติ 44 คนของความเป็นผู้นำเเบบรีบใช้
เขาได้กล่าวว่า ภายในอดีตผู้นำเป็นนาย ปัจจุบันผู้นำต้องเป็นหุ้นส่วนกับบุคคลของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถนำโดยลำพังต่อไปอีกแล้วบนพื้นฐานอำนาจตามตำแหน่ง
เมื่อเราคิดถึงความเป็นผู้นำตามสถานการณ์ ชื่อแรกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจคือ เคน แบลนชาร์ด คำพูดเปรียบเทียบที่มีชื่อเสียงของเขาคือ เคน แบลนชาร์ด ได้กล่าวว่า “ผู้นำหลายคนเหลือเกินกระทำราวกับแกะ – บุคคลของพวกเขา อยู่ที่นี่เพื่อประโยชน์ของคนเลี้ยงแกะ ไม่ใช่คนเลี้ยงแกะต้องรับผิดชอบต่อแกะ”
เขาได้กล่าวว่าผู้นำที่รับใช้ตัวเองคิดว่าพวกเขาเป็นเจ้าของตำแหน่งของพวกเขา เวลาความเป็นผู้นำส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกใช้ป้องกันตำแหน่งของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาคิดพวกเขาเป็นเจ้าของ พวกเขาต้องการมั่นใจว่าบุคคลทุกคนรู้ว่าใครคือนาย พวกเขาบริหารระบบราชการและเชื่อว่าแกะอยู่ที่นี่…..
จอห์น ซี แมคเวลล์ เป็นผู้เชี่ยวชาญความเป็นผู้นำ นักพูด และนักเขียนที่ขายหนังสือของเขามากกว่า 20 ล้านเล่มทั่วโลก
จอห์น แมคเวลล์ ได้เสนอแนะ 5 ระดับของความผู้นำแก่ผู้บริหารทุกคน บุคคลทุกคนเริ่มต้นการเดินทางความเป็นผู้นำของพวกเขา ณ ระดับที่หนึ่ง 5 ระดับของความเป็นผู้นำให้กระบวนการที่จะเดินตามการเจริญเติบโตเป็นผู้นำ ด้วยความมุ่งหมายสูงสุดของการไปสู่ระดับที่ห้า เมื่อเราก้าวขึ้นไปตามระดับ เราสร้างบนระดับก่อนหน้านี้ เราไม่ได้ทิ้งไว้ข้างหลัง เรายิ่งขึ้นไปสูงเท่าไร มันกลายเป็นที่จะนำได้ง่ายขึ้น เราไม่มีทางลัดที่จะไปสู่ระดับต่อไป แต่ละระดับต้องการเวลาและความพยายามที่จะไปถึงมันมากกว่าระดับก่อนหน้านี้ แม้ว่าการขึ้นไปสู่ระดับใช้เวลานาน แต่การลงมาสู่หนึ่งระดับหรือมากกว่าสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การก้าวไปสู่ระดับต่อไปต้องการการเจริญเติบโตอยู่เสมอ
การไม่ไปสู่ระดับต่อไป ไม่เพียงแต่จำกัดเรา แต่มันจำกัดสมาชิกของทีมแต่ละคนของเราด้วย เราไม่สามารถปีนขึ้นไปสู่ระดับโดยลำพัง
ระดับ 1 ตำแหน่ง ระดับของสิทธิ
บุคคลเดินตามเราเพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้อง นี่คือจุดเริ่มต้นของความเป็นผู้นำ มันเป็นระดับที่ผู้นำได้บรรลุสิทธิที่จะนำภายในองค์การ ใครก็ตามสามารถถูกแต่งตั้งต่อตำแหน่งนี้ได้ ด้วยเหตุผลนี้
มันไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับคุณลักษณะความเป็นผู้นำของบุคคล อิทธิพลของผู้นำไม่ขยายเลยพ้นจากคำบรรยายลักษณะงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตาม
เพราะว่าพวกเขาต้องทำ – รักษางานของพวกเขา ได้รับรายได้ของพวกเขา
ป้องกันการถูกตำหนิ เป็นต้น ตำแหน่งเป็นระดับที่ไม่ได้กำหนดความสามารถและความพยายามที่จะบรรลุความสำเร็จ ใครก็ตามสามารถถูกแต่งตั้งได้ นี่หมายความว่าตำแหน่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ผู้นำทุกคนควรจะทะเยอทะยานที่จะเจริญเติบโตเลยพ้นระดับ 1
ระดับ 2 การยินยอม ระดับของความสัมพันธ์
บุคคลเดินตามเรา เพราะว่าพวกเขาต้องการ พวกเขาไว้วางใจเรา และพวกเขาเชื่อมั่นเรา ณ จุดนี้บุคคลจะตามเราเลยพ้นจากอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ของเรา และทำให้เป็นระดับแรกของความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งต่อไปอีกแล้ว พวกเขามีอิทธิพลต่อบุคคลผ่านทางความสัมพันธ์ การสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งสามารถทำให้บุคคลเดินตามเรา ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามคำสั่ง การนำผ่านทางความสัมพันธ์ทำลายอุปสรรคที่จะสื่อสารและทำให้ความไว้วางใจลึกขึ้นทั่วทั้งองค์การ ระดับความเป็นผู้นำนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่ผู้นำได้
สร้างรายรอบเขา มันคล้ายกับเขาถูกให้การยินยอมที่จะกระทำเป็นผู้นำ
ระดับ 3 การผลิต ระดับของผลลัพธ์
บุคคลเดินตามเรา เพราะว่าอะไรที่เราทำต่อองค์การ มันเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่วัดได้บรรลุภายใต้ความเป็นผู้นำของผู้นำ ระดับนี้แยกผู้นำที่แท้จริงจากผู้นำเพียงแค่ยึดตำแหน่ง เพื่อเป็นผู้นำระดับ 3 เราต้องมีวินัยด้วยตัวเอง จริยธรรมการทำงานที่เข้มแข็ง และทักษะของการผลิต ผู้นำระดับ 3 รู้การจูงใจบุคคลของพวกเขาทำให้บรรลุความสำเร็จอย่างไร บนระดับนี้ผู้นำที่สร้างผลลัพธ์
สร้างอิทธพลและความเชื่อถือของพวกเขา บุคคลยังคงเดินตาม บุคคลบางคน
ไม่เคยก้าวไปจากระดับ 2 ไปสู่ระดับ 3 ทำไม พวกเขาไม่สามารถดูเหมือนที่จะสร้างผลลัพธ์ เพราะว่าพวกเขาขาดวินัยด้วยตัวเอง จริยธรรมการทำงาน องค์การ หรือทักษะที่จะผลิต แต่กระนั้นถ้าเราต้องการไปสู่ระดับที่สูงขึ้นของความเป็นผู้นำ เราเพียงแค่ที่จะผลิต
ระดับ 4 การพัฒนาบุคคล ระดับของการผลิตใหม่
บุคคลเดินตามเรา เพราะว่าอะไรที่เราได้ทำต่อพวกเขา
มันเกี่ยวกับการพัฒนาและการกระตุ้น การเจริญเติบโตระยะยาวเกิดขึ้นที่นี่ เพราะว่าเรากำลังพัฒนาผู้นำในอนาคตทึ่ถือคบเพลิง บุคคลเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าที่สุดของเรา ผู้นำระดับ 4 ลงทุนเวลา พลัง เงิน และตวามคิดของพวกเขาไปที่การเจริญเติบโตของบุคคลอื่นเพื่อการเป็นผู้นำ ผู้นำบนระดับของการพัฒนาบุคคลของความเป็นผู้นำ เปลี่ยนแปลงจุดมุ่งของพวกเขาจากการผลิตบรรลุโดยบุคคลอื่น ไปสู่การพัฒนาศักยภาพของพวกเขา และพวกเขาใช้ 20% ของจุดมุ่งของพวกเขาเท่านั้นต่อประสิทธิภาพส่วนบุคคลของพวกเขา ในขณะที่ใช้้ 80% ของจุดมุ่งของพวกเขาต่อการพัฒนาและการนำบุคคลอื่น นี่สามารถเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยากต่อบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูง บุคคลที่คุ้นเคยกับการทำให้มือของพวกเขาสกปรก แต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถปฏิรูป และสร้างอนาคตที่สดใสแก่องค์การ
ระดับ 5 จุดสูงสุด ระดับของการเคารพ
บุคคลเดินตามเรา เพราะว่าเราคือใคร และเราเป็นตัวแทนอะไร เราก้าวไปสู่ระดับนี้เมื่อเราพัฒนาผู้นำใหม่ที่ตัวมันเองสามารถที่จะสร้างผู้นำ หนังสือประมาณว่าไม่ถึง 1% ของผู้นำขึ้นไปสู่ระดับนี้ได้ ผู้นำระดับ 5 จะสร้างผู้นำตลอดชีวิต และผู้นำที่พวกเขาได้พัฒนาเจริญเติบโตกลายเป็นผู้นำที่พัฒนาผู้นำอื่น ผู้นำระดับ 5 สร้างความสำเร็จที่ไหนก็ตามที่พวกเขาไป พวกเขาสร้างมรดกของความเป็นผู้นำภายในองค์การของพวกเขา พวกเขายกองค์การไปสู่จุดสูงสุดใหม่ และพวกเขาสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลทุกคน
ผู้นำที่ไปถึงระดับ 5 หายาก ไม่เพียงแต่ความเป็นผู้นำระดับนี้เป็นจุดสูงสุดของการนำอย่างดีบนสี่ระดับอื่นเท่านั้น แต่มันต้องการทั้งระดับของทักษะและความสามารถของความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติด้วย มันต้องใช้ความสามารถมากที่จะพัฒนาผู้นำอื่น เพื่อที่พวกเขาไปสู่ระดับ 4 นั่นเป็นสิ่งที่ผู้นำระดับ 5 ทำ

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *