jos55 instaslot88 Pusat Togel Online สัญญานธรรมชาติสอนบทเรียนโลก - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สัญญานธรรมชาติสอนบทเรียนโลก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษ อัชมฌาสัย

สัญญานธรรมชาติสอนบทเรียนโลก

คนไทยเราทั่วๆ ไปไม่เคยเจออากาศหนาวเย็นจนเยือกแข็ง เลยไม่รู้ฤทธิ์เดชว่าความหนาวที่ว่ารุนแรงแค่ไหน

เวลานี้ สหรัฐอเมริกาและยุโรปกำลังเจอหนักที่สุด จากสัญญานเตือนของธรรมชาติว่าด้วยอิทธิพลของ“ลมวนขั้วโลก”(Polar Vortex) บางแห่งในสหรัฐ อุณหภูมิลดลงต่ำสุดถึง –๑๘ องศาเซลเซียส ในรอบ ๓๐ ปี ทำให้ออกไปไหนไม่ได้ ต้องจับเจ่าอยู่กับบ้าน การเดินทางไกลๆ เสี่ยงอันตรายต่ออุบัติเหตุ

ความหนาวเย็นเช่นนี้ ผมเคยโดนมาแล้วในรอบ ๑๒ ชั่วโมง ชนิดที่น่ากลัวที่สุด ในอดีตเท่าที่ยังจำได้

เมื่อพายุหิมะกระหน่ำเข้าใส่ขณะเดินทางโดยรถยนตร์ บนทางด่วนอันเวิ้งว้าง ในรัฐโอไฮโอ หลังออกจากรัฐมินเนโซตา ลงใต้มุ่งไปยังรัฐฟลอริดา เพื่อไปดูการส่งจรวดขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศ

สภาวะที่ว่า เล่นเอาผมขวัญกระเจิงไปเลย เพราะเจอรถตกถนนสองข้างทางที่ผ่านไป หลายต่อหลายคัน ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะต่างคนต่างต้องเอาตัวรอด ขณะที่พยายามขับเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆและหิมะก็จะชักหนาขึ้นๆ ไม่ปลอดภัยต่อการขับบนถนนที่ลื่นไถล

โชคดีมากจริงๆ ที่บังเอิญเจอโมเต็ลเล็กๆเข้าข้างหน้า เลยไม่ต้องจอดรถ(สเตชันแวกอน)ล็อกประตูนอนข้างทาง ในขณะที่พายุหิมะโหมทั้งคืน

ตอนเช้าหิมะหยุดตก ลมก็สงบ มีรถ”บูลโดเซอร์”ออกมาไถหิมะที่กลบผิวจราจรเคลียร์ไปกองไว้ข้างทาง จึงออกเดินทางต่อไปได้ ด้วยความระทึกใจ ด้วยกลัวจะเจอซ้ำ

มาถึงวันนี้ สภาพอากาศในสหรัฐและยุโรปเหนือก็กำลังประสบกับภาวะเยือกเย็น แม้จะไม่เลวร้ายถึงระดับอุณหภูมิจับแข็งเช่นในหนังเรื่อง The day after tomorrow หรือ”วิกฤติวันสิ้นโลก” ที่ออกฉายเมื่อ ๑๔ ปีมาแล้ว คือแม้จะไม่รุนแรงเท่า เพราะในหนังนั้น อุณหภูมิที่มาจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก(ที่เกิดจากภาวะโลกร้อน)ทำให้ศูนย์กลางพายุหิมะสามลูกเหนือซีกโลกด้านเหนืออยู่ที่ ๑๐๑ องศาเซลเซียส ทั้งนี้จากการวัดของดาวเทียม สภาวะเช่นนี้ เชื่อว่าเมื่อพายุพัดไปถึงไหน ที่นั่นจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ในแทบจะทันที เฉกเช่นกับนักรบที่กลายเป็นหิน เพราะโดนสายตาแม่มด”เมดูชา”จับจ้องตามที่มหากาพย์โอดิสซีของ”โฮเมอร์”พรรณาไว้กระนั้น

ข่าวรายงานว่าพายุหิมะฤดูหนาวในสหรัฐโหมกระชั้นมาด้วยกลิ่นอายแห่งมรณะ ทั้งลม ทั้งน้ำแข็ง ทั้งหิมะ ล้วนถาโถมเข้าพื้นที่ต่างๆ นับเป็นสภาวะอันยากลำบาก ที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นนัก

ในรัฐเท็กซัส ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ขึ้นสูงอย่างกะทันหันเพื่อทำความอบอุ่น นำไปสู่”ไฟดับ”ในพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงเย็นวันอังคาร(๑๖กพ.)ที่ผ่านมา สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติออกคำเตือนว่าชาวอเมริกันราว ๑๕๐ ล้านคนจะต้องเตรียมตัวรับพายุฤดูหนาวที่ว่านี้

รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากพายุนี้แล้วอย่างน้อย ๑๑ รายและจะมีเพิ่ม แต่ไม่รู้ว่าเท่าไรแน่ชัด พร้อมบอกว่า การเสียชีวิตเกิดขึ้นในรัฐเทนเนสซี, เคนตักกี,เท็กซัสและหลุยเซียนา

พายุเยือกแข็งที่ว่านี้ ยังเคลื่อนตัวลงไปครอบคลุมถึงภาคเหนือและภาคกลางของรัฐนิวเม็กซิโกเลยทีเดียว

แหล่งควบคุมการใช้ไฟฟ้าของนิวเม็กซิโก จำต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน”ตัดไฟ”ให้ได้ใช้กันใน ๑๒ มลรัฐ ท่อลำเลียงก๊าซธรรมชาติล้วนจับแข็ง ทำให้ส่งเชื้อเพลิงไม่ได้

ประธาธิบดีโจ ไบเดน ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเท็กซัส หลายพื้นที่ในรัฐนี้อุณหภูมิลดลงที่ –๑๘ องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์(๑๔กพ.) ความขาดแคลนไฟฟ้าในรัฐ ทำให้จำต้องตัดไฟในพื้นที่ซึ่งมีผู้อาศัยอยู่ราว ๔.๓ ล้านคน ทั้งนี้ เพื่อสำรองไว้ใช้สำหรับโรงพยาบาล โรงพักและหน่วยดับเพลิงซึ่งมีความจำเป็นกว่า

ในรัฐหลุยเซียนา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประกาศใช้”เคอร์ฟิว”ห้ามออกจากบ้าน เป็นการป้องกันไม่ให้คนออกไปใช้ถนน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ รัฐนี้พลอยได้รับผลกระทบจากการ”ตัดไฟ”และจากความไม่สะดวกในการจราจร

รัฐโอเรกอนได้รับผลกระทบจากพายุน้ำแข็ง ชาวบ้านราว ๒๕๐,๐๐๐ คนไม่มีไฟฟ้าใช้ เช่นเดียวกันกับธุรกิจต่างๆ

รัฐอิลลินอยส์ประกาศภาวะฉุกเฉินตั้งแต่วันอังคารและขณะนี้หิมะเข้าปกคลุมท่วมทั่วไปทั้งรัฐ

เป็นที่คาดการณ์ด้วยว่า หิมะและฝนตกที่ตกจับตัวแข็ง ยังจะมีมาอีกในวันอังคาร(๑๖กพ.)และเมื่อพายุพัดผ่านไปแล้ว ทั้งในภาคกลางและตะวันออกของสหรัฐ จะยังมีอุณภูมิต่ำต่อ แต่จะนานเท่าไรนั้นไม่ปรากฏชัด

ส่วนในยุโรปนั้น มีการพยากรณ์ล่วงหน้าแล้วว่า ปีนี้จะหนาวเย็นอย่างมาก โดยจะแผ่กว้างมาจากแถบสแกนดิเนเวียในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

จากนั้นความหนาวเย็น จะขยับไปยังตะวันตกและยุโรปภาคกลาง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพายุหิมะด้วย

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนชาวยุโรปจะไม่เดือดร้อนเท่าผู้คนในสหรัฐ เพราะไม่เห็นมีใครบ่น แถมยังยังจะสนุกสนานเสียด้วยซ้ำไป อย่างเช่นในเนเธอร์แลนด์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผิวน้ำในทะเลสาบ ในบ่อ ในคลอง พาจับตัวแข็งไปทั่วประเทศ

ชาวบ้านก็เลยยกโขยง พากันลงไปเล่นสเก็ต เป็นที่สำราญบานใจ ไม่มีใครแสดงทีท่าเดือดร้อนเหมือนชาวอเมริกันเลยและปีนี้ ก็ยังไม่มีข่าวว่า มีใครทะลุน้ำแข็งลงไปตายใต้น้ำอันยะเยือก

ชาวยุโรปจะเดือดร้อนอยู่บ้าง ก็ในเรื่องความไม่ลงตัวในการฉีดวัคซีนป้องกัน”โควิด 19”นั่นแหละครับ ว่าจะเลือกคนกลุ่มไหนก่อนดี หรือจะใช้วัคซีนยี่ห้อใดดี จึงจะปลอดภัยที่สุด

ทั้งหมดนี้ คือภาพจำลองให้เห็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างกว้างๆ โดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรป ส่วนทวีปอื่นๆ โดยเฉพาะเอเชียและออสเตรเลียนั้น ก็ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของพายุและของไฟป่ามาแล้วจนเกือบจะถ้วนหน้า ในช่วงปีที่ผ่านมา

ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส”โควิด 19”ก็นับเป็นเสียงเตือนของธรรมชาติซึ่งบอกโลกทั้งใบว่า จะต้องรับผิดชอบร่วมกันในปัญหาภาวะแวดล้อม จะปล่อยให้ใครสร้างสรรค์ฝ่ายเดียว ไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่ และต้องไม่ปล่อยให้ใครทำลายภาวะแวดล้อมอย่างอิสระด้วย

ทีสำคัญไปกว่านั้น คือจำเป็นจะต้องนำความปกติกลับมาคืนสู่ภาวะแวดล้อม

ณ ที่นี้ จึงใคร่นำเสนอด้วยความจริงจัง (แม้ในฐานะ”สื่อกระจอก”) เสนอให้สหรัฐ จีน รัสเซีย อังกฤษและฝรั่งเศส ในฐานะชาติอภิมหาอำนาจ พร้อมจับมือกับกลุ่มอื่นๆรวมทั้งกลุ่มชาติอาเซียน กำหนดระเบียบวาระโลกกันใหม่ ถึงขนาดปฏิวัติโลกกันเลย จะดีไหม

คือการกำหนดระเบียบวาระโลกเพื่อใช้ทรัพยากรโลกซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนรวม อย่างเป็นระบบ เช่น หยิบยกเอาปัญหาโลกร้อน เป็นลำดับความสำคัญที่ ๑ เลย

ส่วนปัญหาอื่นๆ ก็ให้ไล่เรียงกันลงมาตามลำดับตามความจำเป็น-ก่อนหลังและจะไม่บิดพริ้วอะไรกันอีก ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือจะต้องไม่แสวงหาความเป็นใหญ่เหนือใคร                                              หากทุกชาติร่วมมือกันทำอย่างนี้ได้จริง ไม่แก่งแย่งกัน ไม่ว่าจะเป็นค่ายทุนนิยม สังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ ก็จะไม่มีการเบียดเบียนกัน แน่นอน

โลกก็จะสงบสันติ ในที่สุด (ฝันหวาน)

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *