INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อิหร่านศึกษา : การท่องเที่ยว วัฒนธรรม นวัตกรรมและการเมือง ตอนที่๕

 

อิหร่านศึกษา : การท่องเที่ยว วัฒนธรรม นวัตกรรมและการเมือง ตอนที่๕

ดร.ประเสริฐ สุขศาส์นกวิน

ศูนย์อิหร่านศึกษาและภาษาเปอร์เซีย วทส.

 

หลังจากปี ค.ศ. 1979  เป็นต้นมาประเทศอิหร่านได้มีการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทีเดียว โดยมีบางประเทศได้พยากรณ์ถึงการกำเนิดของรัฐอิสลามในอิหร่านว่าเป็นปรากฏการณ์เพียงชั่วคณะจะไม่ยั่งยืนและในที่สุดจะล้มสลายไปตามกาลและเวลา หรือบางครั้งก็มีการสมรู้ร่วมคิดของตะวันตกและชาติมหาอำนาจ ที่ไม่ปรารถนาที่จะเห็นการเติบโตของอิหร่าน  โดยกลุ่มประเทศมหาอำนาจนั้นได้ถือว่าอิหร่านคือประเทศกำเนิดใหม่ที่จะทรงพลังและมีอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้นพวกเขาพยายามหาเหตุหรือสร้างเหตุจูงใจที่จะทำลายสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจากวันนั้นจวบจนถึงปัจจุบัน

ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน คนปัจจุบัน อายาตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คามาเนอี ได้ชี้ถึงความหลากหลายของภัยคุกคามและหนึ่งของภัยคุกคามวันนี้ คือการที่ชาติมหาอำนาจมีความมุ่งร้ายต่อระบอบการปกครองอิสลามหรือเรียกว่ารัฐอิสลาม  ดังนั้นถ้าสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านไม่มีอำนาจและอิทธิพลที่แข็งแกร่งเพียงพอ  บรรดาผู้ประสงค์ร้ายต่ออิหร่านคงไม่เร่าร้อนและโกรธเป็นผืนเป็นไฟดั่งที่เป็นอยู่  ปัจจุบัน

แต่ทว่าการปฏิวัติอิสลามครั้งนั้นเป็นต้นแบบแห่งการการสร้างอิสรภาพและเสรีภาพอย่างแท้จริง และถือว่าเป็นความท้าทายแก่ประเทศอิหร่านต่อสายตานานาประเทศ และอิหร่านได้สร้างต้นแบบของการตื่นตัวขึ้นมาเพื่อเรียกร้องอิสรภาพและศักดิ์ศรี จนอิหร่านสามารถสร้างประเทศให้เจริญก้าวหน้าทั้งทางศิลธรรมและทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างไม่เคยเกิดมาก่อน

นวัตกรรม หมายถึงการทำสิ่งต่างๆด้วยวิธีใหม่ๆ และยังอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการ หรือองค์กร ไม่ว่าการเปลี่ยนนั้นจะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติ การเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคน หรือการพัฒนาต่อยอด ทั้งนี้ มักมีการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการประดิษฐ์คิดค้น ความคิดริเริ่ม และนวัตกรรม อันหมายถึงความคิดริเริ่มที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างสัมฤทธิ์ผล (Mckeown, 2008) และในหลายสาขา เชื่อกันว่าการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเป็นนวัตกรรมได้นั้น จะต้องมีความแปลกใหม่อย่างเห็นได้ชัด และไม่เป็นแค่เพียงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นต้นว่า ในด้านศิลปะ เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐ ในเชิงเศรษฐศาสตร์นั้น การเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องเพิ่มมูลค่า มูลค่าของลูกค้า หรือมูลค่าของผู้ผลิต เป้าหมายของนวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เพื่อทำให้สิ่งต่างๆเกิดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นวัตกรรมก่อให้ได้ผลิตผลเพิ่มขึ้น และเป็นที่มาสำคัญของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ(วิกีพีเดีย นวัตกรรม)

“นวัตกรรม  หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย และคำว่า “นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย

กิดานันท์  มลิทอง (2540 : 245)  ได้กล่าวไว้ว่า นวัตกรรมเป็นแนวความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย

(ที่มาhttp://benjamas22.212cafe.com/archive/2008-11-24/innovation-innovare-change-opportunity-20-joseph-schumpeter-the-theory-of-economic-development1934-t/)

 

อิหร่านกับนวัตกรรม

ตั้งแต่การปฏิวัติประสบความสำเร็จ และได้สถาปนาสาธารณรัฐอิสลามขึ้นมา ในปี 1979 หรือ พ.ศ. 2522 ประเทศอิหร่านได้ต่อสู้กับความท้าทายอันใหญ่ยิ่ง ทั้งยังประสบกับความกดดันอย่างไม่หยุดยั้งจากฝ่ายต่างๆที่ต้องการบ่อนทำลายและไม่ต้องการให้อิหร่านยืนและก้าวสู่ในเวทีโลกและนานาชาติหรือจากบางประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการปรากฏของรัฐอิสลามในนิยามใหม่ และท่ามกลางความผันผวนนั้น ประชาชน และอิหร่านหลังจากการปฏิวัติ ยังถูกรุกรานโดยอดีตรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก ด้วยการสนับสนุนทางกองกำลังทหารจากฝ่ายพันธมิตร จนก่อให้เกิดเป็นสงคราม อิรัก-อิหร่าน กินระยะเวลายาวนานกว่า 8 ปี ได้ผลาญล้างผู้คนทั้งชาวอิหร่าน และอิรักหลายพันชีวิต กรอปกับความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ประมวลค่ามิได้ หรือจากการรุกรานด้วยอาวุธเคมีของอดีตประธานาธิบดีซัดดาม ฮุสเซน ต่อชาวอิหร่านที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและผลกระทบมาจนถึงวันนี้ แต่ทว่าอิหร่านได้ผ่านวิกฤตนั้นมาได้เหมือนอย่างมีปาฎิหาริย์เลยทีเดียว((www.abnewstoday.com)

หลังจากสงครามอิรัก-อิหร่านสิ้นสุดลง อิหร่านก็ได้เริ่มกระบวนการสร้างชาติใหม่ ที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง และจากบรรดาความพยายาม ที่ต้องการส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของอิหร่าน อย่างไรก็ดี มาจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตก กลยุทธ์ที่ชัดเจนและเด็ดเดี่ยวในการกดดันทางการเมือง ดูเหมือนจะถูกนำไปใช้กับการสร้างเนื้อสร้างตัวของอิหร่านอย่างเต็มกำลัง และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ความตึงเครียด ระหว่างอิหร่าน และประเทศตะวันตกก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  และอิหร่านก็ได้เผชิญหน้ากับสงครามเศรษฐกิจที่แสนจะหนักหน่วงทำให้ประชาชนชาวอิหร่านบางกลุ่มได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องรัฐบาลของตนเองให้รีบแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศและทบทวนนโนบายต่างประเทศ โดยหันมาดูแลประชาชนในประเทศให้มากยิ่งขึ้น

อิหร่านยังถูกข้อกล่าวหาอีกว่า การปฏิวัติอิหร่านนำไปสู่การก่อการร้ายและการปฏิวัตินั้นคือเชื้อเพลงแห่งการทำลายสันติภาพโลก พวกเขากล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายในหลายๆประเทศหรือกล่าวว่ารัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายเป็นเวลาหลายสิบปี โดยผ่านตัวแทนกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ในเลบานอน   และกล่าวหาว่า การระเบิดสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเบรุต เมื่อ ปี 1983 มาจากรัฐบาลอิหร่าน  หรือการลอบวางระเบิดโคบาร์ทาวเวอร์ในซาอุดิอาระเบีย ปี1996   หรือการลอบวางระเบิดศูนย์วัฒนธรรมอิสรอเอลในกรุงบัวโนสไอเรส  ประเทศอาร์เจนตินา ปี 1994  จนทำให้สหรัฐอเมริกากล่าวว่า”อิหร่านเป็นประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายมากที่สุดในโลก”(อ้างจากหนังสือ อิลลารี คลีนตัน ชีวิตและทางเลือก หน้า 18-20)

อิหร่านได้สร้างปรากฏการณ์ช็อกโลก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้กลายเป็นประเทศที่สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและอิสรภาพของตนอย่างน่าภาคภูมิ ทั้งยังสามารถโอบอุ้มบรรยากาศทางเศรษฐกิจและสังคมให้อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ ถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาภายในอยู่บ้างก็ตาม โดยการถูกคว้ำบาตรทางเศรษฐกิจ ดังที่เกิดเหตุการณ์การประท้วงของประชาชนในหลายเมืองจากการมีสินค้าราคาแพงในปีที่ผ่านมา

สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านมีการพัฒนาการที่ก้าวกระโดด โดยนับจากปี 1980 จนถึงปี 2017 ค่าดัชนีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอิหร่าน (HDI) ซึ่งคำนึงวัดจาก 3 ด้าน ด้านสุขภาพ (วัดจาก Life Expectancy หรืออายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากร) ด้านการศึกษา (วัดจาก Adult Literacy rate หรืออัตราการอ่านออกเขียนได้ และ การเข้าชั้นเรียนโดยเฉลี่ย) และสุดท้ายด้านเศรษฐกิจ (วัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GDP) มีการเติบโตขึ้นเพิ่มกว่าร้อยละ 67 ทั้งนี้ยังเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2555  มูลค่าดัชนีการพัฒนามนุษย์ของอิหร่านอยู่ที่ 0.742 ทำให้ประเทศนี้ถูกจัดอยู่ในประเภท “ประเทศที่มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สูง” การเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาในชนบท อายุขัยโดยเฉลี่ย การเสียชีวิตของทารก และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน มีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อัตราการรู้หนังสือ ซึ่งเคยอยู่ที่ร้อยละ 36 เมื่อปี พ. ศ. 2519 โดยจากตัวเลขดังกล่าว ยังระบุว่า มีเพียงร้อยละ 25 เป็นเพศหญิง ในวันนี้ตัวเลขเปลี่ยนค่า คิดเป็นร้อยละ 99 จากประชากรเพศชายและหญิงอายุระหว่าง 15-24 ปี นอกจากนี้ การศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งปรากฏว่าไม่เคยมีการเข้าเรียนโดยนักศึกษาและประชาชนชาวอิหร่านมาก่อน มีตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จำนวนกว่า 2 ล้านคน เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย และในจำนวนนี้ มีมากกว่าร้อยละ 60 เป็นนักศึกษาเพศหญิง

ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ของอิหร่านก็ไม่น้อยหน้าชาติอื่นๆ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านที่เคยถูกนักวิชาการหลายฝ่ายสบประมาทว่าเป็นการปกครองที่ล้าหลัง ไม่ทันสมัย ในวันนี้ สามารถจะมีพลังนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ภายในประเทศ และจัดอยู่ในประเทศอันดับต้น ๆ ของ 10 ประเทศที่ทำการวิจัยด้าน Stem Cell และโคลนนิ่ง อิหร่านยังเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศชั้นนำด้านนาโนเทคโนโลยี เคมี วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ เป็นอันดับเก้าของโลก ในประเทศที่มีโครงการอวกาศเต็มรูปแบบ ซึ่งประสบความสำเร็จในการติดตั้งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร และเป็นผู้ผลิต การปลูกถ่ายอวัยวะดวงตา รายแรกของโลก สุดท้าย และ อิหร่านในวันนี้ก็มีความสามารถพอเพียง ในการสร้างเรือดำน้ำ เฮลิคอปเตอร์เครื่องบินรบ ขีปนาวุธและรถถัง ด้วยตนเอง โดยไม่ขอพึ่งพาไปยังชาติอื่นๆ

ในรายงาน Knowledge, Networks and Nations ฉบับนี้ได้สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลผลงานวิทยาศาสตร์ทั้งหมดในฐานข้อมูล Scopus ที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วารสารวิชาการรายใหญ่อย่าง Elsevier และข่าวแรกมาจาก New Scientist เน้นไปที่ผลงานตีพิมพ์ที่ผ่านมาของประเทศในเอเซียตั้งแต่ปี 1996-2008 ในเวลาสิบกว่าปีนี้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมเกิดใหม่มีความก้าวหน้าในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการสูงมาก ประเทศที่นำหน้าชาติอื่นในโลกมาเลยก็คือประเทศอิหร่าน ที่มีผลงานวิชาการเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า จาก 736 ชิ้นพุ่งไป 13,238 ชิ้น

รอยเตอร์รายงานว่า  อิหร่านเผยโฉมสิ่งที่ทางการระบุว่า อิหร่านมีระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัย 400 กิโลเมตรเวอร์ชันปรับปรุงใหม่เองภายในประเทศ ซึ่งสามารถป้องกันขีปนาวุธทั้งแบบร่อนและแบบทิ้งตัวรวมถึงโดรน และการประกาศดังกล่าวออกมาในเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯพุ่งสูง อิหร่านยิงโดรนสอดแนมทางทหารของสหรัฐฯ ตกในอ่าวอาหรับด้วยขีปนาวุธจากภาคพื้นสู่อากาศ เตหะราน ระบุว่า โดรนลำดังกล่าวอยู่เหนืออาณาเขตของตน แต่วอชิงตัน กล่าวว่า มันอยู่ในน่านฟ้าสากล

สถานีโทรทัศน์ทางการเผยให้เห็น ฟาลัก ยานพาหนะและระบบเรดาร์เคลื่อนที่ที่พวกเขาระบุว่าเป็น เวอร์ชันพัฒนาของระบบป้องกันขีปนาวุธแกมมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางทหารชี้ว่ามาจากรัสเซีย

“ระบบนี้มีขีดความสามารถสูงและสามารถตรวจจับขีปนาวุธแบบร่อนและทิ้งตัวรวมทั้งโดรนทุกประเภท” พล.จ.อลีเรซา ซาบาฮีฟาร์ด ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ กล่าว สำนักข่าวกึ่งทางการ เมะห์ร รายงาน

ซาบาฮีฟาร์ด กล่าวว่า ฟาลักเป็นเวอร์ชันยกเครื่องใหม่ภายในประเทศของระบบที่เลิกใช้งานมานานแล้ว เมะห์ร รายงาน เขาไม่ได้ระบุประเทศต้นกำเนิดของระบบนี้ (เผยแพร่: 10 ส.ค. 2562 18:22   โดย: ผู้จัดการออนไลน์)

และในทุกปี ณ กรุงเตหราน ประเทศอิหร่าน จะมีงานเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆในด้านเทคโนโลยีและด้านการแพทย์และอื่นๆอย่างน่าสนใจ และนอกจากงานจะนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคต่างๆแล้ว คณะผู้จัดงานของอิหร่านยังมีความตั้งใจเพื่อเป็นเวทีให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมการบินและอวกาศยาน ฯลฯ รวมถึงการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างกันในภูมิภาค

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *