jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ไม่เป็นหนี้ แต่ไม่มีซองขาว - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไม่เป็นหนี้ แต่ไม่มีซองขาว

ไม่เป็นหนี้ แต่ไม่มีซองขาว

เมื่อเราไปเยี่ยมโรงงานของลินคอล์น อีเลคทริค แน่ใจได้เลยว่าไม่มีคนงานใครเลยกลัวว่าพรุ่งนี้พวกเขาอาจจะถูกยื่นซองขาว เพราะว่า ลินคอล์น อีเลคทริค ใช้การจ้างงานที่รับประกันแก่บุคคลทุกคนของบริษัท ลินคอล์น อีเลคทริค ดำเนินงานอย่างภูมิใจโดยกฏทอง : ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นเหมือนที่เราต้องการให้ถูกปฏิบัติ – ของผู้ก่อตั้งมานานกว่า 125 ปีแล้ว
โดยกำเนิดลินคอล์น อีเลคทริค มีการบริหารการเงินที่อนุรักษ์นิยมมาก ด้วยการไม่สร้างภาระผูกพันของหนี้สินระยะยาว เจมส์ ลินคอล์น เชื่อมั่นว่าการเจริญเติบโตของบริษัทควรจะมาจากภายในบริษัท มาจากการลงทุนเริ่มแรกของผู้ก่อตั้ง มาจากกำไรสะสม และมาจากซื้อหุ้นของบุคคลของบริษัท ลินคอล์น อีเลคทริคใช้เงินทุนเป็นหนี้สินต่ำสุดภายในโครงสร้างของทุน การ
กู้ยืมของบริษัทไม่มีเลย แม้แต่การสร้างโรงงานใหม่ ใช้เงินทุนจากกำไรสะสมทั้งหมด
ภายในจดหมาย ค.ศ 1945 แก่ประธานาธิบดีแฮร์รี่ ทรูแมน เจมส์ ลินคอล์น ได้เขียนว่า ลำดับความสำคัญของรัฐบาลต่อเศรษฐกิจหลังสงครามควรจะมุ่งที่
การปรับปรุงความร่วมมือระหว่างธุรกิจและคนงานของพวกเขา
ตามรายงาน เจมส์ ลินคอล์น ได้ต่อต้านนิว แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ สหภาพแรงงาน และโครงการสวัสดิการ
แต่เขาเสนอแนะแฮร์รี่ ทรูแมนว่าบริษัทควรจะสัญญาการจ้างงานอย่างต่อเนื่องแก่คนงานของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เขาชักจูงว่านโยบายไม่ปลดออกจากงานเป็นไปได้ อ้างถึงความสำเร็จของการเพิ่มกำไรของบริษัทของเขาเอง การเพิ่มเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น และการให้ค่าจ้างที่สูงแก่คนงาน ไม่มีบุคคลภายใน 20 ปีที่เเล้วถูกปลดออกจากงาน เนื่องจากไม่มีงานทำ
เมื่อเดินเข้าไปภายในโรงงาน ผมถามซีอีโอ ภายในการตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เขาสามารถหลีกเลี่ยงการปลดคนงานออกจากงานอย่างไร
เขาตอบว่า เนื่องจากเราไมปลดคนงานออกจากงาน ถ้าเราสร้างความผูกพันว่าเราไม่ทำมัน จากนั้นเราจะพบวิถีทางไม่ทำมัน มันวิถีทางของการทำธุรกิจ ย้อนหลังไปการก่อตั้งบริษัทระหว่างการปฏิรูปอุตสาหกรรม ภายในปลาย ค.ศ 1800 จอห์น ลินคอล์น เริ่มต้นผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่กี่ปีต่อมาเขาได้นำน้องชายของเขา เจมส์ ลินคอล์น เข้ามาดำเนินธุรกิจ น้องชาย ลูกชายของนักบวช เชื่อภายในกฏทอง จงปฏิบัติต่อบุคคลเหมือนที่เราอยากให้ถูกปฏิบัติ
แฟรงค์ คอลเลอร์ นักข่าวชาวคานาดา ได้ยินบริษัทครั้งแรกระหว่างการ
ออกอากาศของเอ็นพีอาร์เมื่อ ค.ศ 1966 ในขณะที่ผู้เขียน วิศวกรจบเอ็มไอที
กำลังพักผ่อนภายในเมน เขากลายเป็นลุ่มหลง และเขาติดตามบริษัทระยะ
หนึ่ง ก่อนที่ซีอีโอตกลงร่วมมือกับ Spark : Spatk How Old Fashioned Values บนพื้นฐานเกือบ 15 ปีของการวิจัย เดินทาง และสัมภาษณ์หลายร้อยครั้งภายในอเมริกาและคานาดา หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของบริษัทผลิตอเมริกันข้ามชาติอายุเป็นศตวรรษ สร้างความสำเร็จบนวิถีทางที่สร้างสรรค์อย่างน่าทึ่งต่อการบริหารอย่างไร
ลินคอล์น อีเลคทริค ไม่ได้เป็นชื่อครัวเรือน แต่กระนั้นบริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องเชื่อมไฟฟ้าใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยโรงงานภายใน 20 ประเทศ ภายในอเมริกา คนงานของพวกเขาทำงานกับตารางเวลาที่ยืดหยุ่น และเเม้แต่งานที่ยืดหยุ่น ทำให้บริษัท
ทำการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเมื่ออุปสงค์เพิ่มขึ้น คนงานทำงานล่วงเวลา 15 และ 20 ชั่วโมงต่่อสัปดาห์ เมื่อสาบการผลิตลดลง กำแพงจะถูกทาสี ชั่วโมงทำงานไม่เคยต่ำกว่า 32 สหภาพแรงงานไม่มี คนงานเลือกผู้แทนของพวกเขาพบกับผู้บริหารเป็นประจำ
แฟรงค์ คอลเลอร์ รับรู้ลินคอล์น อีเลคทริค เป็นบริษัทศตวรรษที่ 19 ยึดหลักการก่อตั้ง : กฏทอง บุคคลทุกคนเดินเข้าไปภายในโรงงานผ่านประตูเดียวกัน บุคคลทุกคนยืนแถวเดียวกันภายในโรงงาน ผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่มีหน้าต่าง
หนังสือชื่อ Spark เพื่อเเสงประกาย สัญลักษณ์ของการเชื่อม ไม่ได้เป็นจดหมายรักแก่ลินคอล์น อีเลคทริค
แฟรงค์ คอลเลอร์ ได้กล่าวว่ากรณีศึกษาของคณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดขายดีที่สุดตลอดกาลไม่ใช่โคคา โคลา
เเต่เป็นลินคอล์น อีเลคทริค บริษัทได้อยู่รอดจากสงครามโลกครั้งที่สอง การตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างรุนเเรง โลกาภิว้ฒน์ และการตกต่ำของอุตสาหกรรมอเมริกัน และสร้างผลกำไรที่น่าประทับใจตลอดมา ในขณะที่โรงงานภายในตะวันตกปิดประตูของพวกเขา ลินคอล์น อีเลคทริค ยังคงเป็นเรื่องราวความสำเร็จที่หายาก
ลินคอล์น อีเลคทริค ดำเนินงานบนรากฐานที่เข้มแข็งของค่านิยมแฟชั่นเก่า
: ความจงรักภักดี ความไว้วางใจ ความคล่องตัว และค่าตอบแทนที่ยุติธรรม ณ ลินคอล์น บุคคคล 3,000 คนใครก็ตามสามารถเข้าหาซีอีโอด้วยปัญหาหรือความคิด จุดจอดรถยนต์สำรองไว้ไม่มี บุคคลทุกคนเข้าเเละออกทางประตูหน้าเดียวกัน และกินอาหารภายในโรงงานอาหารที่มัวซัวเดียวกัน บุคคลใดก็ตาม
ทำงานนานตลอดสามปี และบรรลุมาตรฐานการปฏิบัติงานของบริษัทจะเป็นส่วนหนึ่งของการจ้างงานต่อเนื่องรับประกัน คำสัญญาที่บริษัทจะทำอะไรก็ตาม – และทุกสิ่งทุกอย่าง – หลีกเลี่ยงการปลดออกจากงานเพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจ คนงานถูกมองเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่หนี้สิน ผ่านทางชั่วโมงที่ยืดหยุ่นและการมอบหมายงาน และระบบโบนัสบนพี้นฐานความสามารถ นโยบายการจ้างงานของลินคอลนได้พิสูจน์สุขภาพที่ดีต่อกำไร บุคคล และผู้ถือหุ้นของบริษัท
ภายใน Spark แฟรงค์ คอลเล่อร์ ได้เล่าเรื่องราวบริษัทข้ามชาติฟอร์จูน 1000 ผิดธรรมดา และทำกำไรท้าทายภูมิปัญญาแบบแผน สร้างมุมมองการบริหารสมัยใหม่ของสถานที่ทำงานอย่างไร อย่างน้อยที่สุด 60 ปี และบางทีมากกว่านี้
ไม่มีคนงาน ณ ลินคอล์น อีเลคทริค ด้วยการใช้การจ้างงานที่รับประกัน และบรรลุมาตรฐานการปฏิบัติงานของบริษัท ถูกปลดออกจากงาน เนื่องจากไม่มีงานทำ
ยิ่งกว่านั้น 75 ปีติดต่อกันมาเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1934 บริษัทจ่ายโบนัสแบ่งกำไรสูงกว่า 60% ของรายได้พี้นฐานของบุคคลแต่ละคน
แฟรงค์ คอลเลอร์ ได้ร่วมเรื่องราวที่มีพลังตั้งแต่ ค.ศ 1933 เมื่อลินคอล์น
อีเลคทริค ได้หลีกเลี่ยงการปลดออกจากงานภายในคลีฟแลนด์ – เมืองที่มีอัตราการว่างงาน 50% ด้วยการลดชั่วโมงและค่าจ้างลง คนงานได้มีคำถามว่า ถ้าเราผลิตมากขึ้น ทำงานหนักขึ้น และทำงานด้วยกันเป็นทีมอย่างแท้จริง บริษัทสามารถจ่ายมากขึ้นหรือไม่
ตลอด 20 – 30 ปีที่ผ่านมา เราเข้าใจการปลดออกจากงานทำลายล้างอย่างน่ากลัวแค่ไหนต่อคนงาน ต่อครอบครัวของพวกเขา และต่อชุมชนโดยส่วนรวม
ลินคอลน เชื่อว่ามันไม่ได้เป็นไปได้เท่านั้นที่จะป้องกันบุคคลและกำไร แต่ข้อเท็จจริงภายในระยะยาววิถีทางดีที่สุดที่จะป้องกันกำไรของเราคือการป้องกันบุคคล
ลินคอล์น อีเลึคทิค มองว่าเมื่อบุคคลบางคนสูญเสียงานของพวกเขา และพวกเขานั่งอยู่ที่บ้านทุกวัน พวกเขาสูญเสียส่วนที่ดีของศักดิ์ศรีของพวกเขา ภายในระบบของเรา พวกเขามาทำงานทุกวัน บางทีพวกเขากลับบ้านเร็วขึ้นเล็กน้อย หรือรายได้ต่ำลงเล็กน้อย แต่พวกเขาไม่สูญเสียศักดิ์ศรีของพวกเขา
เมื่อ ค.ศ 1895 ภายหลังจากถูกปลดออกจากงานผลิตของเขา จอห์น ลินคอล์น ได้ตัดสินใจเริ่มต้นบริษัทของเขาเอง ต่อมาเขานำน้องชายของเขาเข้ามา เจมส์ ลินคอล์น เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำเกิดขึ้น ลินคอล์น อีเลคทริค ยุ่งยากรวมไปถึงคนงาน หมดหวังที่จะรักษางานของพวกเขา คนงานไปพบเจมส์ ลินคอล์น ด้วยข้อเสนอ
ถ้าเราทุกคนสัญญาทำงานหนักขึ้น และเราสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัท คุณจะร่วมผลประโยชน์กับเราภายในวิถีทางที่ยุติธรรมหรือไม่ เจมส์ ลินคอล์น พูด การแบ่งกำไรเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1934 ได้ดำเนินการจนถึงวันนี้
พี่น้องลินคอล์นถูกกระตุ้นให้มีมาตรฐานศีลธรรมที่สูงโดยพ่อของพวกเขา เจมส์ ลินคอล์น ได้เขียนหลักการศีลธรรมของเขาบ่อยครั้ง ถ้าเราเดินตามปรัชญาของคริสต์ เราจะมีคำตอบที่เหมาะสมต่อปัญหาการปลดออกจากงาน
สตรอพกี้ ซีอีโอก่อนหน้านี้ของลินคอล์น กล่าวว่า ผมมีภาพของเจมส์ ลินคอล์น บนโตะทำงานของผม เเละเมื่อผมมองเห็นภาพนั้น เมื่อผมเดินเข้า
มาตอนเช้า ผมได้รับรู้ความรับผืดชอบที่จะยึดอุดมคติที่เขากำหนดไว้บริหารบริษัทนี้
บริษัทมีผู้มีส่วนได้เสียสามคน พวกเขามีลูกค้าของพวกเขา พวกเขามีบุคคลของพวกเขา และพวกเขามีผู้ถือหุ้นของพวกเขา ผู้มีส่วนได้เสียสามคนเหล่านี้
คนใดไม่ต้องการถูกปฏิบัติอย่างยุติธรรม จงปฏิบัติต่อบุคคลอย่างยุติธรรม
จงปฏิบัติต่อบุคคลเหมือนที่คุณอยากให้ถูกปฏิบัติ นี่คือกฏทอง
แฟรงค คอลเลอร์ กล่าวว่า การจ้างงานรับประกัน ณ ลินคอล์น ไม่ได้เป็นงาน
เพื่อชีวิต นี่เป็นการต่อรองระหว่างบริษัทและคนงานของพวกเขา ข้อตกลงชัดเจน ตราบเท่าทีืเราบรรลุมาตรฐานการปฏิบัติงานของบริษัท เราไม่เคย
ถูกปลดออกจากงานเพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจ นั่นอาจจะหมายความว่างานของเราอาจจะเปลี่ยนแปลง นั่นอาจจะหมายความว่ารายได้ของเราขึ้นและลง
แต่บรรทัดสุดท้ายต่อคนงานคือ การจำนองได้ถูกจ่าย การประกันสุขภาพได้ถูกจ่าย และครอบครัวของเราโอเคในระยะยาว
ผมอยู่ภายในห้องประชุมคณะกรรมบริษัทหลายแห่ง และการประกาศตรงที่
ซีอีโอด้วยน้ำตาจรเข้กล่าวว่า เรารู้ว่าบุคคลของเราเป็นทรัพย์สินมีคุณค่ามากที่สุดของเรา แม้ว่าพวกเขากำลังยอมให้บุคคลออกไป และจากนั้นพวกเขากล่าวถ้อยคำมีชื่อเสียงนั้น คุณรู้ว่าเราไม่มีทางเลือก แต่ผมคิดว่าเราต้องมีวิถีทางวางระบบบริษัทของเราบรรลุความสำเร็จในระยะยาว ดังนั้นเราไม่วาง
ความเสี่ยงภัยทุกอย่างบนหลังของคนงานของเรา
แฟรงค์ คอลเล่อร์ กล่าวว่า ลินคอล์น อีเลคทริค บรรลุความสำเร็จด้วยตัววัด
ใดก็ตามที่เราสามารถใช้บนวอลล์ สตรีท หุ้นทำได้ดีตลอดระยะยาว บริษัท
ทำกำไรทุกปีตั้งแต่ ค.ศ 1934 ดังนั้นเราไม่มีข้อสงสัยว่าภายในโลกธุรกิจ ลินคอล์น อีเลคทริค บรรลุความสำเร็จอย่างสูงมาก
ภายหลังอ่านกรณีศึกษาฮารวาร์ดของอาเธอร์ ชาร์ปลิน ลินคอล์น อีเลคทริค คอมพานี 1989 เราได้ความคิดที่ดีมาก ทำไมพวกเขาถูกพิจารณาเป็นบริษัทผลิตบริหารได้ดีที่สุดของโลก วัฒนธรรมของทั้งบริษัทดูเหมือนมุ่งรากฐาน
ที่บุคคลไม่ใช่กำไร วัฒนธรรมองค์การของลินคอล์น อีเลคทริค เข้มแข็งมาก วัฒนธรรมเข้มแข็งยากที่จะเปลี่ยนแปลง แต่กระนั้นเราไม่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของลินคอล์น อีเลคทริค เมื่อมันได้ทำงานมานานกว่า 125 ปีได้บรรลุความสำเร็จ และไม่แสดงการชี้ของการตกต่ำลง วัฒนธรรมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากค่านิยมของผู้ก่อตั้ง ดำเนินการนโยบายและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานของบริษัทตราบเท่าทุกวันนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลทำไมบริษัทเจริญรุ่งเรืองตลอดมา
กรณีศึกษาขายดีที่สุดตลอดกาลของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์
วาร์ด ไม่ใช่โคคา โคลา หรือไมโครซอฟท์ แต่เป็นลินคอล์น อีเล็ทริค กรณีศึกษาลินคอล์น อีเล็คทริค พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1975 ขายได้ประมาณ 300,000 ฉบับ ผู้สมัครเรียนเอ็มบีเอทุกคนของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ต้องอ่านกรณีศึกษาลินคอล์น อีเล็คทริค ต้นฉบับหรือฉบับปรุงถึงเจ็ดครั้ง รวมไปถึงนักศึกษาเอ็มบีเอทั่วโลก เพื่อที่จะศึกษาโมเดลทางธุรกิจของลินคอล์น อีเล็คทริค

ทำไมลินคอล์น อีเลคทริค อาจจะเป็นโมเดลเพื่อการช่วยชีวิตภาคการผลิตของอเมริกา “Spark” เป็นหนังสือเขียนอย่างชัดเจนและเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยเเฟรงค์ คอลเลอร์ เขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีคุณค่าของบริษัทผลิตเก่าแก่สมัยเดิมสามารถเจริญรุ่งเรืองภายในอเมริกาอย่างไร และโดยเฉพาะภายในตะวันตก เมืองรัสท์เบลท์ คลีฟแลนด์
ลินคอล์น อีเลคทริค ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1895 โดยจอห์น ลินคอล์น ดำเนินงานด้วยค่านิยมแฟชั่นเก่า : ความไว้วางใจ ความยืดหยุ่น ความจงรักภักดี และค่าจ้างที่ยุติธรรม
แฟรงค์ คอลเลอร์ ได้กล่าวว่าตั้งแต่ ค.ศ 1942 เมื่อจอห์น ลินคอล์น ได้ปรากฏตัวต่่อหน้าคณะ
กรรมการรัฐสภาต่อข้อกล่าวหาของการหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากความเข้าใจผิดของการใช้ค่าตอบแทนต่อหน่วยอย่างไร ที่นี่เป็นบางสิ่งบาง
อย่างที่ทำให้เป็นไปได้ต่อบุคคลเป็นเจ้าของบ้าน
และการคารพตัวเอง พวกเขารู้สึกอยู่ท่ามกลางหมู่คน ส่งลูกของพวกเขาไปมหาวิทยาลัย และพวกเขาเพียงแค่ดีเหมือนบุคคลอื่น และพวกเขาเป็นอะไรมากกว่านี้
ณ ลินคอล์น อีเลคทริค เราไม่นั่งรายรอบและกล่าวว่า เรามีช่องว่างทักษะ เรามีช่องว่างความสามารถ และนั่นหมายความว่าเราไม่สามารถดำเนินการกลยุทธ์ของเราได้ เพราะว่าเราไม่สามารถหาบุคคลที่เราต้องการ นั่นไม่ได้เป็นคำตอบที่ยอมรับได้ หลักการนำทางของเราคือ กฏทอง และมันได้สร้างธุรกิจของเรา และความไว้วางใจที่เราได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกคนของเรา เรามีชื่อเสียง
จากความอุตสาหะเเละความผูกพันอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของทีมของเราต่อ
ค่านิยมของเรา ได้ถูกยกย่องจากสถาบันอีธิสเพีย

ลินคอล์น อีเล็คทริค ผู้ผลิตเครื่องเชื่่อมไฟฟ้าแนวหน้าของโลก บริษัทได้รักษาส่วนแบ่งตลาด 40% ไว้ได้อย่างมั่นคง คนงานของลินคอล์นมีประสิทธิภาพการผลิตสูงกว่าคนงานภายในโรงงานอื่น 3 เท่า ผู้บริหารจากบริษัทหลายบริษัทได้ยกโขยงกันไปที่ลินคอล์น อีเลคทริค เพื่อที่จะค้นหาความลับของบริษัท ความลับของลินคอล์น อีเลคทริค ไม่ได้เป็นความลึกลับอะไรเลย ไม่ใช่การคิดค้นเทคโนโลยีขั้นสูงอะไรเลย หัวใจแห่งความสำเร็จของลินคอล์นดูแล้วธรรมดามาก บริษัทได้จูงใจคนงานให้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามแนวคิดการบริหารแบบวิทยาศาสตร์ของเฟดเดอริค เทเล่อร์ คือ การจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยแก่คนงานตั้งแต่ ค.ศ 1914 ไม่ใช่ค่าจ้างรายชั่วโมงหรือรายสัปดาห์ และไม่มีการรับประกันค่าจ้างรายชั่วโมงขั้นต่ำ
ค่าจ้างต่อหน่วยได้ถูกปรับปรุงด้วยอัตราเงินเฟ้อทุกรายไตรมาส ดังนั้นคนงานไม่ต้องกังวลต่อค่าจ่าค้างรายชิ้นที่ต่ำลง เมื่อพวกเขาได้พัฒนาวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือคนงานจะมาทำงานตีห้าทุกวัน เมื่อภายหลังจากที่คนงานทำงานครบสองปี พวกเขาจะมีส่วนร่วมภายในแผนโบนัสสิ้นปี
ลินคอล์นไม่มีขีดจำกัดรายได้ที่คนงานจะได้รับ แต่คนงานต้องไม่เร่งผลผลิตจนมีข้อบกพร่อง ถ้าลูกค้ามีการคืนสินค้าเนื่องจากข้อบกพร่อง คนงานที่รับผิดชอบผลผลิตที่มีข้อบกพร่อง ต้องซ่อมแซมและไม่ได้รับค่าจ้าง และถูกลดโบนัสสิ้นปีด้วย
ลินคอล์น อิเลคทริค ก่อตั้งเมื่อ 5 ธันวาคม ค.ศ1895 ภายในคลีฟแลนด์ โอไฮโอ เงินลงทุนเริ่มแรก 200 เหรียญ ถูกใช้พัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าเฉพาะ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม เมื่อ ค.ศ 1911 จอห์น ลินคอล์น และเจมส์
ลินคอล์น ได้คิดค้นและเปิดตัวเครื่องเชื่อมไฟฟ้าของพวกเขา นวัตกรรมที่ฝผลักดัน ลิน คอล์น อีเล็ตทริค ไปสู่เทคโนโลยีใหม่และอุตสาหกรรมขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคตของพวกเขา พี่น้องก่อตั้งแต่ละคนได้สร้างองค์การและทิ้งมรดกที่เฉพาะ ดำเนินการระบุวัฒธรรมของเราอยู่ต่อไป 125 ปีต่อมา
เมื่อ ค.ศ 1914 ความเป็นผู้นำของบริษัทได้เปลี่ยนแปลงไปสู่เจมส์ ลินคอล์น
เขาได้พัฒนาระบบสิ่งจูงใจบนพื้นฐานการปฏิบัติงานที่มีชื่อเสียง สร้างบน
ความเคารพร่วมกัน ออกแบบที่จะจูงใจบุคคล ผ่านทางรายได้ตามการปฏิบัติงาน และการแบ่งกำไรแก่บุคคล บางทีลินคอล์น อีเลคทริค รู้จักกันดีดีที่สุดต่อกลยุทธ์เฉพาะของพวกเขาสร้างแรงงานสัมพันธ์เรียกกันว่าระบบการบริหารสิ่งจูงใจของลินคอล์น โครงการนี้วิวัฒนาการระหว่างครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ และ
ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงระหว่างครึ่งที่สองของศตวรรษที่ยี่สิบ มันมุ่งที่หกสาระสำคัญที่ผสมผสานตลอดประวัติของบริษัท ; บุคคลเป็นทรัพย์สิน จริยธรรมคริสเตียน หลักการ ความเรียบง่าย การแข่งขัน และความพอใจของลูกค้า
ในฐานะที่พ่อของเขาเป็นนักบวช จอห์น ลินคอล์น ได้นำความเชื่อของคริสเตียนบางอย่างมาสู่การทำงานของเขา และสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐาน
ของปรัชญาของเขา
การอบรมของคริสต์จักรมีส่วนช่วยอย่างไม่สงสัยต่อหลักการพื้นฐานอย่างหนึ่งของระบบการบริหารสิ่งจูงใจ : จริยธรรมคริสเตียน เขาได้วางรากฐานหลักการนี้บนข้อแนะนำที่เรียบง่ายจากคำเทศนาบนภูเขา : จงทำต่อบุคคลอื่น
เหมือนเช่นคุณอยากจะให้พวกเขาทำต่อคุณ ภายในหนังสือ 1961 ของเขา
A New Appraoch to Industrial Economics เจมส์ ลินคอล์น เรียกโครงการนี้ – รู้จักกันอย่างกว้างขวางเป็นกฏทอง ” คำตอบที่สมบูรณ์ต่อปัญหาทุกอย่างที่สามารถเกิดขึ้นระหว่างบุคคล ”
ผู้ก่อตั้งของลินคอล์น อีเลคทริคไม่ได้วางเเผนภูมิองค์การใดเลย ความมุ่งหมายที่จะรับรองความคล่องตัวสูงสุด การควบคุมงานประจำวันเกือบจะไม่
มีอยู่เลย เนื่องจากคุณสมบัติและความกระตือรือร้นของคนงาน ไม่มีขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเสีย และไม่มีวัตถุดิบที่สูญเสีย ภายในลินคอล์น อีเลคทริค บริษัทรับประกันอำนาจหน้าที่ของผู้บริหาร
พวกเขากำจัดลำดับชั้นการบริหารเพื่อวิถีทางรวดเร็วที่สุดของการกระทำ
การให้โอกาสเพื่อความคล่องตัว และทำให้ปัญหาของบุคคลสามารถแก้โดยบุคคลที่สามารถมากที่สุด การจำกัดของสายการบังคับบัญชา
ดังที่เผชิญอยู่ภายในบริษัทวันนี้ ตรงที่เราต้องรายงานปัญหารไปยังผู้บริหารโดยตรงของเรา ก่อนที่มันสามารถไปถึงบุคคลบางคนสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
ณ ลินคอล์น อีเลคทริค นโยบายเปิดประตูได้ถูกปฏิบัติ และบุคคลถูกกระตุ้นให้นำปัญหาไปสู่บุคคลที่เกี่ยวพันใครก็ตาม สามารถแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มันเป็นความจริงกล่าวได้ว่าการตรวจสอบงานประจำวันไม่มีภายในลินคอล์น อีเล็คทริค เมื่อบุคคลทุกคนกระตือรือร้นเกี่ยวกับงานของพวกเขา : กฏทอง นโยบายเปิดประตูได้ถูกปฏิบัติทั่วทั้งบริษัท
ลินคอลน อีเลคทริค ไม่มีสิทธิพิเศษเพิ่มแก่ผู้บริหาร สำนักงานของพวกเขาแออัด ผู้บริหารไม่มีห้องน้ำ ห้องอาหารเที่ยง และที่จอดรถยนต์สำรองไว้ แม้แต่ประธานบริษัทของลินคอล์นต้องจ่ายค่าอาหารของเขาเอง และต้องเข้าแถวรอคอยกินอาหารภายในโรงอาหาร สำนักงานของเขาไม่ได้ปูพรม บริษัทไม่มีคลังสินค้า วัตถุดิบต้องถูกเก็บไว้ใกล้จุดทำงานมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ลินคอล์น อีเลคทริค ได้กลายเป็นผู้นำโลก และมีชื่อเสียงเป็น “The Welding Experts” ทั่วโลก เราดำเนินการนวัตกรรมที่ก้าวหน้า และให้คุณค่าที่วัดได้แก่ลูกค้าของเราและการผลิตของพวกเขา เรายังคงเป็นจริงต่อหลักการนำทางของเรา “กฏทอง” และร่วมความมุ่งหมายของการดำเนินงานโดยมาตรฐานที่สูงขึ้นสร้างโลกที่ดีขึ้น ด้วยความสอดคล้องของผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียของเรา ผ่านทางระบบการบริหารสิ่งจูงใจบนพื้นฐานการปฏิบัติงานเฉพาะของเรา เราดำเนินการสร้างคุณค่าและแสวงหาความสำเร็จในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

มรดกที่ลืมไม่ได้ของลินคอล์น อีเล็ตทริค ภายใน 125 ปีเเรกของความเป็นเลิศ จากกรณีศึกษาของฮาร์วาร์ดโดยอาร์เธอร์ ชาร์ปลิน แสดงชัดเจนว่า
ลินคอล์น อีเลคทริค เป็นผู้ผลิตเครื่องเชื่อมและลวดเชื่อมใหญ่ที่สุดของโลก
ผู้ก่อตั้งของบริษัทนี้มีจิตวิญญานของนวัตกรรม จอห์น ลินคอล์น ผู้ก่อตั้งทุกคนของบริษัทมีอิทธพลที่ต่อเนื่องอย่างมากต่อการวางตำแหน่งของบริษัทวันนี้
ตั้งแต่จอห์น ลินคอล์น ไปถึงเจมส์ ลินคอล์น จอห์น ลินคอล์นได้เริ่มต้นมันทุกอย่าง และเจมส์ ลินคอล์น น้องชาย ได้นำบริษัทไปสู่อีกระดับหนึ่ง
เมื่อ ค.ศ 2020 ลินคอล์น อีเลคทริค ได้ฉลองการครบรอบ 125 ปีของ
บริษัท นานกว่า 125 ปี ลินคอล์น อีเลคทริค เป็นผู้นำโลกภายในการออกแบบ การพัฒนา และการผลิตผลิตภัณฑ์เชี่อมไฟฟ้า ลินคอล์น อิเล็คทริค ดำเนินงานอย่างภูมิใจด้วยกฏทองสนับสนุนตลอด 125 ที่แล้วของผู้ก่อตั้ง ในขณะ
ที่บริษัทเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการลงทุนเริ่มแรก 200 เหรียญของมัน บริษัทยังคงถูกควบคุมโดยหลักการนำทางอย่างเดียวกันที่พี่น้องลินคอล์กำหนดไว้เมื่อ ค.ศ 1895 พวกเขาดำเนินงานบน “กฏทอง” และบุคคลของลินคอล์น อีเลคทริค บุคคลทุกคนร่วมความมุ่งหมายของการดำเนินงานโดยมาตรฐานที่สูงสร้างโลกที่ดีกว่า
ด้วย 125 ปีของความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม ลินคอล์น อีเลคทริค วางตำแหน่งได้ดีกว่าแต่ก่อน รู้จักกันเป็นผู้เชี่ยวชาญการเชื่อมไปทั่วโลก บริษัทยังคงอยู่ ณ แนวหน้าของเทคโนโลยีนำทางโดยกฏทอง ผู้ก่อตั้งสั่งสอนอย่างมากด้วย
คำเทศนาบนภูเขา และกฏทองของการทำต่อบุคคลอื่นเหมือนที่้ราอยากให้ถูกทำ ตลอดอาชีพของเขา เขาได้เขียนหลักการศีลธรรมบ่อยครั้ง ถ้าเราเดินตามปรัชญาของคริสต์ เราจะมีคำตอบที่เหมาะสมต่อปัญหาของการปลดออกจากงาน เมื่อเราปฏิบัติต่อคนงานเหมือนที่เราอยากให้ถูกปฏิบัติ คำตอบจะเรียบง่าย การจ้างงานอย่างต่อเนื่องถูกต้องการที่จะรักษาความร่วมมือของคนงาน มันเป็นความถูกต้องโดยพื้นฐานด้วย ภายใต้การจ้างงานรับประกัน ไม่มีใคร ณ ลินคอล์น อีเลคทริค ถูกปลดออกจากงานเพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจมานานกว่า 60 ปี
หลักการนำทางของเราเป็นกฏทอง และมันได้สร้างธุรกิจของเรา และความ
ไว้วางใจที่เราได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกคนของเรา เมื่อ ค.ศ 2021 ลินคอล์น อีเลคทริค ได้ถูกเสนอชื่อเป็นบริษัทหนึ่งที่มีจริยธรรมมากที่สุดของโลกเป็นครั้งที่สี่โดยสถาบันอีธิสเพียร์
เจมส์ ลินคอล์น กล่าวว่า เป้าหมายขององค์การต้องเป็นสิ่งนี้ สร้างผลิตภัณฑ์
ดีขึ้นและดีขึ้นที่จะขาย ณ ราคาต่ำลงและต่ำลง กำไรไม่สามารถเป็นเป็นเป้าหมาย กำไรต้องเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ บริษัทของเราจ่ายเงินปันผลอย่างเสรีตลอดการตกต่ำทางเศรษฐกิจ และไม่เคยปลดคนงานออกจากงาน การหยุดงานอาจจะนึกไม่ถึง แม้แต่หลังยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อการนัดหยุดงานโดยสหภาพแรงงานได้กลายเป็นการเกิดขึ้นทุกวัน คนงานของลินคอล์น
อีเลคทริคมีประสิทธิภาพการผลิตต่อคน และรายได้ของคนงานต่อปีสูงมากภายในอุตสาหกรรมภายหลังสงคราม
125 ปีที่ผ่านมา วิศวกรไฟฟ้าหนุ่ม จอห์น ลินคอล์น ได้ก่อตั้งลินคอล์น
อีเล็คทริค ภายในคลีฟแลนด์ ผลิตมอเตอร์อุตสาหกรรมด้วยการออกแบบของเขาเอง
“บุคคลคือ ทรัพย์สินมีค่ามากที่สุดของเรา พวกเขาต้องรู้สึกมั่นคง สำคัญ ท้าทาย ควบคุมโชคชะตาของพวกเขาเอง เชื่อมั่นต่อความเป็นผู้นำของพวกเขา ตอบสนองต่อเป้าหมายร่วม เชื่อว่าพวกเขาถูกปฏิบัติอย่างยุติธรรม เข้าหาผู้มีอำนาจได้ง่าย และมีช่องทางสื่อสารเปิดกว้างทุกทิศทาง บางที่งานสำคัญที่สุดของคนงานลินคอล์นเผชิญอยู่วันนี้คือ การสร้างตัวอย่างแก่คนงานของโรงงานลินคอล์นภายในส่วนอื่นของโลก เราต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม การรวมกันระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงและความสามารถของมนุษย์ ดังนั้นเราอยู่ที่นี่ภายในอเมริกา และบริษัทสาขาทุกบริษัทของเราอยูภายในฐานะที่จะใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ของเราได้” จอร์จ
วิลลิส อดีตซีอีโอของลินคอล์น กล่าว
ลินคอล์น อีเลคทริค มีชื่อเสียงระหว่างประเทศเป็นผู้บุกเบิกภายในการเชื่อมแบบไฟฟ้า
การจ่ายค่าจ้างรายชิ้น และการแบ่งกำไรแก่บุคคลที่สร้างสรรค์ ก่อนการเปิดโรงงานของเขาเอง จอห์น ลินคอล์นทำงานกับบุคคลมีชื่อเสียงภายในสาขาที่เจริญเติบโตของไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าภายในคลีฟแลนด์ ระหว่างเวลานี้ จอห์น ลินคอล์น ได้พัฒนามอเตอร์ ไดนาโม และเครื่อกำเนิดไฟฟ้า ทุกอย่างมีประโยชน์ต่ออุปกรณ์การเชื่อม กลายเป็นแกนของการผลิตลินคอล์น อีเลคทริค
เมื่อ ค.ศ 1906 ด้วยบุคคล 20 คน และเงินทุน 10,000 เหรียญ จอห์น ลินคอล์นได้้ก่อตั้งลินคอล์น อีเลคทริค เมื่อ ค.ศ 1914 บริษัทมีบุคคล 150 คน เขาเป็นประธานบริษัทจนกระทั่ง ค.ศ 1928
และได้ยกการบริหารบริษัทแก่น้องชายของเขา เจมส์ ลินคอล์น เมื่อ ค.ศ 1913 เจมส์ ลินคอล์น เริ่มต้นเป็นพนักงานขายคนเเรกของบริษัท และเขา
เป็นพนักงานขายคนเดียวเท่านั้น
ทำงานด้วยรายได้ 50 เหรียญต่อเดือน และค่านายหน้า 2% จากยอดขาย
จอห์น ลินคอล์น สนใจต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่าการดำเนินงานของบริษัท เจมส์ ลินคอล์น ก้าวหน้าไปสู่รองประธานบริษัทภายในสี่ปี่ และกลายเป็นประธานบริษัทเมื่อ ค.ศ 1914 ณ อายุ 31 ปี
ก้าวเเรกอย่างหนึ่งของเจมส์ ลินคอล์น เป็นหัวหน้าบริษัทสะท้อนการยอมรับของเขาว่า เขาค่อนข้างขาดประสบการณ์ แต่ในที่สุดกลายเป็นคุณลักษณะพื้นฐานอย่างหนึ่งของระบบการบริหารสิ่งจูงใจของบริษัท เขาได้สร้างคณะกรรมการที่ปรึกษาขึ้นมา
ภายใต้เจมส์ ลินคอล์น บริษัทได้เปลี่ยนแปลงจุดมุ่งของพวกเขาไปสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่ออกแบบตามข้อกำหนดของลูกค้า และมุ่งที่นวัตกรรมภายในการเชื่อมแบบไฟฟ้า เขาได้สร้างคณะกรรมการที่ปรึกษา
ช่วยบริหารความสัมพันธ์ระหว่างคนงานและผู้บริหาร และริเริ่มการจ่ายค่าจ้างต่อหน่วย ทำให้คนงานสามารถมีค่าจ้างสูงขึ้นตามการผลิต คณะกรรมการที่ปรึกษาประกอบด้วยผู้แทนเลือกตั้งจากแต่ละเเผนก และประชุมกันทุกสองสัปดาห์ มันเป็นการปฏิบัติดำเนินมาจนถึงว้นนี้ เเม้ว่าไม่มีอำนาจหน้าที่มอบหมายไปยังคณะกรรมการที่ปรึกษา กรรมการของมันสามารถนำปัญหาใดก็ตามใหญ่หรือเล็กมาสู่การอภิปรายได้ วิธีการบริหารนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นทางปฏิบัติของเป้าหมายลินคอล์น ปฏิบัติต่อบุคคลเป็นทรัพย์สินที่สมควรเคารพ
นโยบายค่าตอบแทนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของปรัชญาการบริหารสิ่งจูงใจ
ของเจมส์ ลินคอล์น ระบบค่าตอบแทนของลินคอล์น อิเลคทริค มีส่วนประกอบสามอย่าง
*ค่าจ้างอยู่บนพื้นฐานของค่าจ้างต่อหน่วยของผลผลิตเท่านั้น
* โบสิ้นสิ้นปีสามารถเท่าหรือสูงกว่ารายได้ประจำต่อปีของบุคคล
* การจ้างงานที่รับประกันต่อคนงานทุกคน
คนงานผลิตทุกคน ณ ลินคอล์น อีเลคทริค ได้รายได้บนค่าจ้างต่อหน่วย
พวกเขาไม่มีเงินเดือนหรือค่าจ้างต่อรายชั่วโมง เเต่ได้รายได้ค่าจ้างต่อหน่วยของผลผลิตที่พวกเขาผลิตได้ ที่ไหนก็ตามถ้ากระทำได้ เราใช้ค่าจัางต่อหน่วย มันยุติธรรมต่อคนงานทุกคน องค์ประกอบอย่างที่สองของระบบค่ตอบแทนเป็นโบนัสสิ้นปี
เขาได้สร้างแผนโบนัสจูงใจเมื่ิอ ค.ศ 1934 ด้วยยอดขาย 4 ล้านเหรียญภายในปีนั้น บริษัทได้จ่ายโบนัส 131,800 เหรียญ โบนัสไม่ใช่ของขวัญ แต่มันเป็นการร่วมผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานการมีส่วนช่วยของบุคคลแต่ละคนต่อความสำเร็จของบริษัทต่อปีนั้น เมื่อ ค.ศ 1974 โบนัสรวมทั้งหมด
526 ล้านเหรียญ เฉลียประมาณ 10,700 ต่อบุคคล หรือ 90% ของค่าจ้างก่อนโบนัส
เจมส์ ลินคอล์น รู้สึกว่าการคุกคามยิ่งใหญ่ที่สุดต่อระบบมาจากการกำหนดระยะสั้นของวอลล์ สตรีท นโยบายของการดำเนินอุตสาหรรมเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นไม่สมหตุผล ผู้ถือหุ้นที่ไม่มาทำงาน ไม่มีส่วนช่วยอะไรต่อประสิทธิภาพ
เขาซื้อหุ้นวันนี้และขายมันวันพรุ่งนี้ เขามักจะแม้แต่ไม่รู้ว่าบรืษัทผลิตอะไร ลินคอล์น อีเลคทริค รักษาการควบคุมหุ้นของบริษัทภายในมือผู้บริหารและ
คนงานของพวกเขา
เจมส์ ลินคอล์น มองความต้องการของลูกค้าเป็นความมุ่งหมายของธุรกิจทุกอย่าง บริษัทที่บรรลุความสำเร็จเป็นที่ดึงดูดต่อการลงทุน โดยปรกติเงินที่ต้องใช้เพื่อการขยายธุรกิจได้มาจากลูกค้า ดังนั้นผลประโยชน์ของลูกค้า ไม่ใช่
ผู้ถือหุ้นควรจะมาก่อน ลูกค้าของลินคอล์น อีเลคทริค ถูกให้ลำดับความสำคัญสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นจากนโยบายของลินคอล์น ทุกครั้งราคาอยู่ยนรากฐานของต้นทุน และทุกครั้งต้นทุนถูกลดให้ต่ำลง
เจมส์ ลินคอล์น เชื่อว่าธุรกิจเกี่ยวกับการรับใช้ลูกค้าด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุด ณ ราคาต่ำที่สุด และวิถีทางไปสู่เป้าหมายนั่นคือ การให้
บุคคลทุกคนผูกพันกับงาน เป้าหมายของลินคอล์น อีเลคทริค เป็น การสร้างผลิตภัณฑ์
ที่ดีขึ้นและดีขึ้น ณ ต้นทุนที่ต่ำลงและต่ำลง ดังนั้นมันเป็นข้อบังคับที่ความพอใจของลูกค้าเป็นเป้าหมายลำดับหนึ่ง ผลประโยชน์ของลูกค้าควรจะเป็น
เป้าหมายอย่างแรกของอุตสาหกรรม
ลำดับความสำคัญที่สองคือบุคคลของเรา บุคคลที่ทำงานเพื่อลิงคอล์น อีเลคทริค ไม่เคยจัดตั้งสหภาพแแรงงาน และอัตรา
เข้าออกจากงานต่ำมาก ระดับความพอใจของบุคคลนี้เกิดขึ้นจากลินคอล์น
อีเลคทริค ให้รายได้และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดีมาก
ด้วยการทำงานหนักและประสบการณ์ คนงาน ณ ลินคอล์น อีเลคทริค สามารถก้าวหน้าด้วยการเลื่อนตำแหน่งจากภายในทุกคน คนงานที่ว่าจ้างหนึ่งปีได้รับประกันอย่างน้อยที่สุด 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์การทำงาน
และไม่ปลดออกงานงานยกเว้นประพฤติมิชอบ นี่เป็นความมั่นคงของงานที่มองไม่เห็นภายในหลายโรงงาน

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *