jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ถึงจะมีน้ำมันก็ล้มทั้งยืนได้ - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ถึงจะมีน้ำมันก็ล้มทั้งยืนได้

คอลัมน์ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ถึงจะมีน้ำมันก็ล้มทั้งยืนได้

 

ประเทศไทยเราในยุคสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เคยดีอกดีใจกันใหญ่ เมื่อขุดค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ความดีใจนั้นเปล่งออกมาด้วยการประกาศว่า ประเทศไทยจะถึงยุคโชติช่วงชัชวาลแล้ว แต่ผ่านมากว่า 50 ปี ประเทศไทยก็ยังไม่โชติช่วงชัชวาลเสียที ยังคงวนเวียนติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางอยู่อย่างนี้ ในขณะที่มาเลเซียก็พบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก แต่มาเลเซียกลับก้าวหน้าแซงไทยได้ในที่สุด

Credit Photo by : kapook.com

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มาเลเซียเจริญก้าวหน้าด้วยพลังน้ำมันก็คือ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพเป็นประการหนึ่ง ประการที่สองก็คือ มาเลเซียมีการปฏิวัติการศึกษา 360 องศา ประการที่สามมาเลเซียใช้รายได้จากน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องผลประโยชน์เพื่อประชาชน นั่นคือมีการกำกับดูแลมิให้มีการคอร์รัปชั่นแพร่ระบาด และสี่นโยบายต่างประเทศของมาเลเซียคือความเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซงจากต่างชาติ ด้วยการสร้างสมดุลกับนานาชาติ

อย่างไรก็ตามประเทศไทยแม้จะไม่เจริญเติบโตเหมือนมาเลเซีย แต่ก็ยังไม่ถึงกับพังพาบเหมือนหลายๆประเทศที่จะกล่าวต่อไปนี้

ประเทศอิรัก เป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองเป็นที่ 2 รองจากซาอุดิอารเบีย แต่จากการมีผู้นำเผด็จการอย่างซัดดัม ฮุสเซน ทำให้อิรักซึ่งสะสมกำลังอาวุธและมีความเข้มแข็งของกองทัพ ต้องเข้าสู่ภาวะสงครามหลายครั้ง ตั้งแต่สงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน เพราะโดนเมกายุยง และหลอกลวง จนในที่สุดอิรักก็โดนสหรัฐฯถล่มในสมัย จอร์จ บุช ผู้พ่อด้วยสงครามโล่ทะเลทรายจนบอบซ้ำ ท้ายที่สุดก็โดนเมกาถล่มอีกครั้งในสงครามพายุทะเลทรายในสมัยจอร์จ บุช ผู้ลูก ถูกยึดครองทำลายล้าง และกอบโกยทรัพยากรทั้งหลายไปมหาศาล รวมทั้งน้ำมันและทองคำสำรอง ในสุดท้ายผู้นำซัดดัม ฮุสเซน ก็ถูกฆ่าตาย ด้วยการถูกจับแขวนคอ

ประเทศอิรักต้องล่มสลายก็เพราะมีผู้นำที่บ้าอำนาจ และการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาด เพราะเชื่อการยุยงของสหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่านจนประเทศบอบซ้ำ และท้ายที่สุดก้ถูกสหรัฐฯหักหลัง เคลื่อนทัพเข้ามาทำลายจนอิรักราบเป็นหน้ากลอง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูบูรณะอีกนาน หลังจากแก้ปัญหาการรบราฆ่าฟันกันภายใน ด้วยสงครามการก่อการร้ายที่เมกานั่นแหละเป็นผู้จัดส่งมาให้ นั่นคือ ไอเอส (ดาอิซ)

ประเทศลิเบีย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของประเทศที่มั่งคั่งเต็มไปด้วยน้ำมัน มีรายได้มหาศาล มีผู้นำคือ กาดาห์ฟี ซึ่งค่อนข้างบุ่มบ่าม แต่ก็มีจิตใจนักสู้ กาดาห์ฟี พยายามผลักดันตนเองขึ้นเป็นผู้นำ และสร้างชาติลิเบียให้เข้มแข็งด้วยความพยายามรวมชาติกับอิยิปต์แต่ไม่สำเร็จ ต่อมาก็พยายามรวมชาติกับซีเรียก็ล้มเหลวอีก สุดท้ายกาดาห์ฟี ก็พยายามทำตัวเป็นผู้นำสหภาพอาฟริกา ด้วยการส่งความช่วยเหลือทั้งอาวุธ และการเงินไปช่วยประเทศที่ถูกมหาอำนาจแทรกแซง ในทวีปอาฟริกาการรวมชาติในอาฟริกานี้ ทำให้ตะวันตกไม่พอใจมาก เพราะไปขัดผลประโยชน์ของประเทศเหล่านั้น ที่เข้าไปแสวงหาทรัพยากรอันมีค่า ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เพชร โคบอลล์ และแร่ธาตุมีค่าต่างๆ ด้วยการสนับสนุนกลุ่มกบฏให้ล้มรัฐบาล เกิดสงครามภายใน บางประเทศกลายเป็นรัฐล้มเหลว นายทุนตะวันตกก็เข้าไปกอบโกยสินแร่ เอามาขายหากำไรบนกองซากศพของคนพื้นเมือง

ที่สำคัญกาห์ดาฟี พยายามจะสร้างระบบเงินตราของอาฟริกา โดยการอิงมาตรฐานทองคำ นั่นเท่ากับเป็นการสร้างความสั่นสะเทือนให้กับกลุ่มตะวันตก จนถึงขั้นสมคมคิดกันล้มล้างรัฐบาล กาห์ดาฟี ด้วยการกล่าวหาเดิมๆ คือ ผู้นำลิเบียส่งเสริมการก่อการร้าย ฝรั่งเศส และพันธมิตร จึงส่งกำลังเข้าไปโจมตีรัฐบาล และส่งเสริมกบฏ ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายให้ทำสงครามภายใน จนประเทศลิเบียล่มจม ประชาชนอดอยาก ล้มตาย ด้วยสงครามภายใน ต้องอพยพหนีไปตายเอาดาบหน้าเป็นจำนวนมาก และเช่นเดิมถูกยึดทองคำและน้ำมัน

สาเหตุความล่มสลายของลิเบียเกิดจากความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศ ในด้านภายในนั้นลิเบียมิได้ใช้งบประมาณมากเพียงพอที่จะพัฒนาคุณภาพของประชาชนให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ แต่เขามุ่งที่จะควบคุมประชาชนให้อยู่ในอำนาจ

ด้านนโยบายต่างประเทศลิเบียพยายามผลักดันตนเองให้เป็นผู้นำในการต่อต้านตะวันตกจนออกนอกหน้า ทำให้เกิดภัยมาสู่ตนเอง ในขณะที่ไม่สร้างพันธมิตรที่เข้มแข็งในการเดินงานการเมืองระหว่างประเทศ สุดท้ายกาห์ดาฟีก็ถูกสังหารอย่างน่าอนาถกลางถนน

เวนิซูเอลล่า เป็นประเทศเล็กๆ อยู่ติดกับโคลอมเบีย แต่มีการขุดค้นพบน้ำมันในประเทศ ทำให้เติบโตมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว ประเทศนี้เป็นแหล่งพลังงานสำคัญให้กับหลายประเทศในอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง รวมทั้งสหรัฐฯ ยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไปถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล และเพิ่มไปจนเป็น 100 ดอลลาร์ เวนิชูเอล่าก็ยิ่งมั่งคั่ง นักการเมืองในช่วงนั้น และในระยะต่อมา คือ ยุคผู้นำฮูโก ชาเวส ก็ใช้นโยบายประชานิยมเพื่อหาเสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลที่ยาวนาน จากนโยบายประชานิยม เมื่อทำไปนานเข้าก็กลายเป็นนโยบายประชารัฐที่เลิกไม่ได้ ประชาชนเสพติดต่อการรับสวัสดิการ และของแจก ตลอดจนการอุดหนุนด้วยเงินจากรัฐ ที่มีรายได้จากการขายน้ำมัน รายจ่ายทั้งหมดของรัฐสวัสดิการจึงมาจากรายได้หลัก คือน้ำมัน

ครั้นราคาน้ำมันตกต่ำลง ด้วยการแข่งขันกันมากขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตน้ำมัน เวเนซูเอลล่าก็ประสบปัญหาการขาดดุลอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่กล้าตัดทอนบริการของรัฐ เนื่องจากกลัวเสียคะแนนเสียง ความเรื้อรังของฐานะการเงินที่รายได้ตกต่ำ แต่รายจ่ายไม่อาจตัดทอนลงได้ ประกอบกับนโยบายที่ถูกวางไว้ในยุคฮูโกซาเลส คือ ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อในภูมินั้นที่ถือว่าประเทศในลาตินอเมริกา คือสนามหลังบ้าน ทำให้สหรัฐฯประกาศแซงซั่นการค้ากับเวนิซูเอล่า จนมาถึงสมัยปัจจุบัน คือ ยุคผู้สืบทอดจาก ชาเวซ นั่นคือ ประธานาธิบดีมาดูโร่ ก็ยิ่งเกิดวิกฤติหนัก สินค้าขาดแคลน เงินเฟ้อพุ่งสูงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสถึงพันเปอร์เซ็นต์ รัฐบาลต้องกู้เงินจากจีน และรัสเซียเพื่อมาซื้อสินค้า และบริการเข้าประเทศ ระบบอุตสาหกรรมภายใต้การบริหารของรัฐล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อุตสาหกรรมน้ำมันของรัฐก็แบกภาระต้นทุนสูงแต่รายได้ต่ำ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาต่างๆทั้งมาตรการทางการเงิน เช่น ยกเลิกเงินระบบเก่า ออกธนบัตรใหม่ แต่ก็ไม่อาจแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนได้ เกิดการจลาจล แย่งชิงสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก หลายส่วนอพยพไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านคือ โคลัมเบีย

แม้ว่าฮูโก ชาเวซ จะชิงตายเสียก่อน ไม่ถูกฆ่าตายเหมือนผู้นำที่กล่าวมาแล้ว แต่ความล่มสลายของเวเนซูเอล่าก็เป็นที่ชัดเจนทั้งๆที่มีน้ำมัน ทั้งนี้เพราะความผิดพลาดในเชิงนโยบาย นั่นคือ โครงการประชานิยมที่กลายมาเป็นโครงการประชารัฐแบบถาวร แต่รัฐบาลมิได้สร้างคุณภาพของประชากรให้มีความรู้ความสามารถในการหารายได้ด้วยตนเอง สร้างระบบการผลิตทางเลือกอื่นๆเป็นที่รองรับ แต่กลับไปพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก และอุดหนุนกิจการต่างๆ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง ค่าแรงสูง จนเมื่อราคาน้ำมันตกต่ำ แต่รัฐตัดโครงการไม่ได้ เพราะกลัวประชาชนประท้วง หนี้สินรัฐบาลจึงล้นพ้นตัว ต้องพึ่งพาการกู้ยืมจากรัสเซีย และจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักทางการเมืองขอเวเนซูเอล่า

สุดท้ายก็ถูกสหรัฐฯซ้ำเติมฐานเอาใจออกห่าง ด้วยการปิดล้อมทางการค้า แถมซีไอเอยังพยายามล้มรัฐบาลเพื่อจะได้รัฐบาลหุ่นที่เมกาจะควบคุมได้อยู่ในมือ

ยังมีอีกหลายประเทศที่อาจยังไม่เข้าข่าย แต่ก็อาจจะต้องไปนั่งคิดถึงภาษิตจีนที่ว่า “ไม่เห็นโลงไม่หลั่งน้ำตา” อย่างเช่น ประเทศเศรษฐีน้ำมันซาอุดิอารเบีย เพราะทุกวันนี้ซาอุฯมีงบประมาณที่ขาดดุลจำนวนมหาศาล แม้จะพยายามลดทอนรายจ่าย และหารายได้ทางอื่นๆนอกจากน้ำมันเพิ่มเติมก็ตาม

แต่การดำเนินนโยบายการเมืองระหว่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกับอิสราเอล และสหรัฐฯอเมริกา จะทำให้ตนเองต้องประสบกับภัยพิบัติจากศัตรูที่กล้าแข็งอย่างอิหร่าน ในขณะที่พันธมิตรก็น้อยลงไปทุกที อย่างเช่น ความขัดแย้งกับการ์ต้า เป็นต้น แถมไปเปิดสงครามเยเมนอีก

ส่วนการเมืองภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับขั้วอำนาจเก่า ความขัดแย้งกับสำนักคิดวะฮ์บี นิกายทางศาสนา สายซุนหนี่ ความขัดแย้งกับแนวคิดของกลุ่มสิทธิมนุษยชน สุดท้ายก็จะโดนเมกาและอิสราเอลหักหลังเพื่อเข้ายึดครองซาอุฯ และเป้าหมายคือ ทรัพยากรธรรมชาติ คือ น้ำมันที่รัฐยิวหมายปอง

สำหรับประเทศไทย แม้สถานการณ์จะไม่เลวร้ายเหมือนกับประเทศต่างๆที่กล่าวมาแล้ว แต่การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดก็อาจจะนำเอาหายนะมาสู่ประเทศไทยได้ ส่วนเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้น ถ้ายังทำอึมครึมในเรื่องผลประโยชน์ สักวันหนึ่งจะถูกประชาชนลุกขึ้นมาทวงถาม ถึงวันนั้นก็จะเข้าทำนอง “เดินหมากพลาดตาเดียว พังทั้งกระดาน”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *