INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แฟรงค์ หวัง แอปเปิ้ลของโลกโดรน

แฟรงค์ หวัง แอปเปิ้ลของโลกโดรน

ดีเจไอ เป็นชื่อที่เกิดขึ้นภายในใจทุกครั้งที่เราคิดถึงโดรน พวกเขาอยู่ภายในอุตสาหกรรมนานกว่า 10 ปี และยึดครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกมากกว่า 70% ของอุตสาหกรรม และดีเจไอดูเหมือนจะไม่สูญเสียมงกุฏในไม่ช้านี้ด้วย
ในขณะนี้ดีเจไอมีบุคคลประมาณ 14,000 คน และสำนักงานสาขา 17 แห่งทั่วโลก บริษัทมีกระบวนการเสาะหาที่เข้มงวด และสถานที่ทำงานของพวกเขาค่อนข้างแข่งขัน บุคคลมากกว่า 3,000 คนเป็นวิศวกร ไม่น่าประหลาดใจที่ดึเจไอ ผลิตอิเล็คโทรนิคที่ทันสมัย สำนักงานใหญ่ใหม่ของดีเจไออยู่ภายในย่าน
หนานซัน ตะวันตกเฉียงใต้ของเซินเจิ้น ซิลิคอน เเวลลี่ย์ของจีน ออกแบบโดยบริษัทที่ออกแบบสำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ลภายในแคลิฟอร์เนีย อาคารได้ถูกสร้างที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพ ด้วยหอคอยสองหอ สำนักงานวิจัยและพัฒนาอยู่ภายในหอคอยตะวันออก ในขณะที่สำนักงานหน้าที่อยู่ภายในหอคอย
ตะวันตก เนื่องจากพวกเขาป้องกันเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบไว้
เข้มแข็งมาก ทางเข้าอยู่ที่หอคอยตะวันตก อาคารได้รวมเอาสวนเซ็น โรงกีฬา สวนลอยฟ้า และสะพานแก้วไว้ด้วย
โดรนตกลงบนสนามหญ้าของทำเนียบขาวเมื่อมกราคม 2015 หนึ่งเดือนต่อมาโดรนได้จัดส่งเเหวนเพชร 15 กะรัตแก่จาง จื่ออี่ นักแสดงหญิงจีน ภายในข้อเสนอแต่งงานโดยหวัง เฟิง ดาวรุ่งเพลงร็อคของจีน ภายหลังสองเดือน โดรน ได้ส่งขวดของเสียกัมมันตภาพรังสียบนหลังคาของสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นการประท้วงต่อการใช้พลังงานนิวเคลียร์ภายในประเทศ โดรนทั้งสามตัวผลิตโดยต้าเจียง อินโนเวชั่น – ดีเจไอ ก่อตั้งโดยแฟรงค์ หวัง เทา ผู้ประกอบการชาวจีน โดรนของดีเจไอยึดครองตลาดโดรนพลเรือนของโลก 70%
บริษัทได้ถูกมองว่าเป็นผู้ผลิตโดรนรายแรกที่ประกอบชุดเบ็ดเสร็จ ผู้ใช้ทุกคนเพียงเอาโดรนออกจากกล่อง และโดรนพร้อมที่จะบินได้
ดีเจไอ ได้เริ่มต้นยานพาหนะทางอากาศไร้คนขับเป็นงานอดิเรก และในขณะนี้บุคคลทุกคนพยายามไล่ตาม
ดีเจไอ มีมูลค่ารายงาน ณ 10 พันล้านเหรียญ ทำให้บริษัทเป็น “เดคาคอร์น” ใหม่ที่สุดรายหนึ่ง หมายถึงยูนิคอร์นที่มูลค่าอย่างน้อยที่สุด 10 พันล้านเหรียญ สตาร์ทอัพยูนิคอร์นต้องมีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญ การเข้าร่วมลำดับของเสี่ยวหมี่ บริษัทเทคจีน และบริษัทเทคโลกอื่น เช่น อูเบอร์ และดรอปบอกซ์ ดีเจไอ เป็นบริษัทผลิตโดรนเป็นรากฐาน จนแฟนจำนวนมากเรียกพวกเขาเป็น
“แอปเปิ้ลแห่งโดรน”
แฟรงค์ หวัง เป็นมหาเศรษฐีโดรนคนแรก อายุ 38 ปี ชาวจีนร่ำรวยที่สุดด้วยความมั่งคั่งสุทธิ 3.6 พันล้านเหรียญ เขาเป็นคนขี้อาย ใส่แว่นวงกลม และหมวกกอล์ฟ กระจุกผมสั้นใต้คาง เขาได้ทำให้ดีเจไอเป็นตราสินค้าจีนลำดับสูงสุดเหมือนกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน เสี่ยวหมี่ และยักษ์ใหญ่อี คอมเมิรช อาลีบาบา การยึดครองอุตสาหกรรมของพวกเขาเปรียบเทียบได้กับแอปเปิ้ล
แฟรงค์ หวัง ได้กล่าวว่า เขาชื่นชมความคิดของสตีฟ จ้อป แต่ไม่มีใครเลยที่ผมชื่นชมอย่างเเท้จริง ทุกสิ่งที่เราต้องทำคือฉลาดกว่าบุคคลอื่น
เราต้องห่างไกลจากมวลชน ถ้าเราสามารถสร้างระยะห่างไกลนั้นได้ เราจะบรรลุความสำเร็จ ภายในสำนักงานของเขา ป้ายภาษาจีนบนประตูของเขาอ่านว่า “ผู้ที่มาด้วยมันสมองเท่านั้น อย่านำอารมณ์เข้ามา” เขาทำงานมากกว่า 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และวางเตียงไม้นอนคู่ใกล้โต๊ะของเขา
โดรนเป็นเครื่องบินไร้คนขับ ดำเนินการภายในขอบเขตที่กว้างของวงการ
เช่น การขนส่ง การประก้นภัย การจราจร การเกษตร เป็นต้น เทคโนโลยีลบล้างนี้ได้ทำให้บุคคลทุกคนประหลาดใจ หลายปีมาแล้วเราอาจจะคิดว่าสิ่งนี้เกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทหาร แต่กระนั้นปัจจุบันนี้มันเป็นความเกรียวกราวที่แม้แต่เรามีโดรนมือสมัครเล่นได้ถูกผลิตอยู่แล้ว การมีส่วนช่วยของโดรนต่อโลกธุรกิจคืออะไร โดรนได้ให้โอกาสหลายอย่างเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อได้ถูกรวมกับเทคโนโลยีลบล้างอื่น เช่น คลาวด์ คอมพิวติ้ง อินเตอร์เน็ตคือทุกสิ่ง ปัญญาประดิษฐ์
เรากำลังเผชิญกับเทคโนโลยีลบล้างที่สามารถเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันภายในวงการหลายอย่าง อาชีพของแฟรงค์ หวัง ชื่อจีน หวัง เทา ภายในโดรน เทคโนโลยี เริ่มต้นด้วยโครงการโรงเรียน เขาประทับใจครูหุ่นยนต์ของเขา และระบบการควบคุมทางอากาศของเฮลิคอปเตอร์ แฟรงค์ หวัง เกิดเมื่อ ค.ศ 1980 ภายในเมืองหางโจว
บ้านเดียวกับเเจ็ค หม่า เขาแตกต่างจากผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพมีชื่อเสียงหลายคน
ไมเคยเข้าศึกษามหาวิทยาลัยโด่งดังของโลก เช่น ฮาร์วาร์ด สแตนฟอร์ด หรือเอ็มไอที แม้แต่ไม่เคยไปซิลิคอน เเวลลี่ย์ ของอเมริกา
เมื่อแฟรงค์ หวัง ก่อตั้ง ดีเจไอ
ภายในหอพักนักศึกษาของเขาเมื่อ ค.ศ 2006 ตลาดเพื่อยานพาหนะไร้คนขับ รู้จักกันโดยทั่วไปว่าโดรน จำกัดอยู่ที่ผู้ชอบงานอดิเรกไม่กี่คนและสถาบันวิจัย ดีเจไอได้เริ่มต้นขายส่วนประกอบไปยังมหาวิทยาลัยวิจัยและผู้ชอบงานอดิเรกไม่กี่คนทั่วโลก เมื่อ ค.ศ 2012 ดีเจไอ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชูธง แฟนทอม และมันเป็นโดรนก่อนประกอบพร้อมบินต่อตลาดโดรนบริโภค
การใช้ง่ายช่วยให้แฟนทอมค้นพบตลาดโดรนบริโภคที่ใหญ่ขึ้น เมื่อ ค.ศ 2018 ดีเจไอสร้าง 72% ของยอดขายโดรนรวม นับตั้งแต่การเปิดตัวแฟนทอมครั้งแรกของพวกเขา ดีเจไอ ได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดการถ่ายภาพและการถ่ายวืดีโอทางอากาศ วิวัฒนาการของผลิตภัณฑ์ กระบวนการนวัตกรรม และการกำหนดราคา ได้รวมกันอย่างแน่นหนารายรอบเเนวคิดของ “กล้องถ่ายรูปบินได้”
แฟรงค์ หวัง ได้วางตำแหน่งบริษัทเป็นผู้นำโลกภายในอิทธิพลทางอากาศ
เป้าหมายของบริษัทคือ การทำให้ลูกค้าถ่ายภาพที่น่าทึ่งจากอากาศด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและใช้ง่าย เมื่อแฟรงค์ หวังได้รับรู้ศักยภาพเพื่อการถ่ายภาพทางอากาศแล้ว ปัจจุบันนี้บริษัทควบคุม 80% ของตลาดเพื่อโดรนบริโภค และผลิตภัณฑ์ได้ถูกขายภายใน 100 ประเทศ แฟรงค์ หวัง ไม่ต้องการแบ่งพื้นที่น่านฟ้าแก่ใครก็ตาม ยอดขายโดรนของดีเจไอ พุ่งทะยานปกคลุมท้องฟ้าทั่วโลก เขาไม่่ได้จบลงด้วยโดรนเพื่อการถ่ายภาพทางอากาศส่วนบุคคลเท่านั้น เขาได้รุกคืบเข้าไปสู่ธุรกิจภาพยนตร์ เช่น “Star Wars” และภาพยนตร์ชุดโด่งดัง “Game of Thrones” ได้ใช้โดรนของดีเจไอ
แฟรงค์ หวัง เป็นผู้ประกอบการจีนอายุ 38 ปี และบุคคลที่สร้างตัวเอง บริษัทของเขาไม่ได้ขายหุ้นแก่ประชาชน แต่ได้ถูกมองเป็น “ยูนิครอน” และแฟรงค์
หวังได้ถูกรู้จักกันเป็น “ลอร์ดแห่งโดรน” ภายในจีน บุคคลไม่กี่คนที่แฟรงค์ หวัง ชื่นชมอย่างแท้จริงคือ เหริน เจิงเฟ้ย ผู้ก่อตั้งหัวเหวย หัวเหวยไม่ได้ขายหุ้นแก่ประชาชนด้วย
เมื่อเขาเป็นเด็ก การผจญภัยของเฮลิคอปเตอร์สีแดงจากชุดหนังสือการ์ตูนที่
เขาหลงใหลกลายเป็นตัวเร่งไปสู่ความฝันตลอดชีวิต การศึกษาของเขาไม่ได้ดีเด่นอะไรเลย เมื่อ ค.ศ 2003 แฟรงค์ หวัง ได้ออกจากการศึกษาของเขา ณ
อีสท์ ไชนา นอร์มอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เขาเป็นนักศึกษาธรรมดา เขาได้สมัคร มหาวิทยาลัยความฝันของเขา เอ็มไอที และสแตนฟอร์ด แต่ได้ถูกปฏิเสธ ในที่สุดเขาได้ถูกรับโดยมหาวิทยาลัยไซแอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยีฮ่องกง และจบการศึกษาด้วยเกรดซี ภายหลังจากจบการศึกษา เขาได้ก่อตั้งดีเจไอด้วยเพื่อนร่วมชั้นสองคน พวกเขาได้ย้ายไปสู่อพาร์ตเม้นท์สามห้องนอนภายในศูนย์การผลิตของเซินเจิ้น ซิลิคอน แวลลี่ย์ ของจีน
เมื่อบริษัทได้เริ่มต้น เงินทุนที่พวกเขามีและอยู่รอดได้ เป็นส่วนที่เหลืออยู่ของทุนการศึกษามหาวิทยาลัยของแฟรงค์ หวังเท่านั้น ตอนเป็นเด็กเขาได้ซ่อมแซมเฮลิคอปเตอร์ชำรุดของเขา และเมื่อเป็นนักศึกษาเขาได้สร้างระบบการควบคุมทางอากาศของเฮลิคอปเตอร์ภายในหอพักของเขา เขาทำงานทุกอย่างด้วยมือของเขา การสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเขาเองโดยความช่วยเหลือของเพื่อนร่วมชั้น
ในขณะที่ผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จส่วนใหญ่ เช่น เจฟฟ์ บีซอส หรือแจ็ค หม่า ย้ำทักษะความเป็นผู้นำเเละการบริหาร แฟรงค์ หวัง มุ่งวิสัยทัศน์ของเขาเองและผลิตภัณฑ์ก่อน แม้ว่าความสัมพันธ์ที่ถูกคอของเขากับบุคคลหลายคนที่ทำงานด้วยจะน้อย แฟรงค์ หวัง นั่งอยู่บนสุดของอุตสาหกรรมลบล้างครอบงำผู้มีอิทธิพล แฟรงค์ หวัง ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปบินได้ ถูกจำกัดอยู่ที่เทคโนโลยีทหาร แต่ในขณะนี้เราสามารถทำมันให้สามารถรับภาระได้เพียงพอต่อบุคคลธรรมดา” แฟรงค์ หวัง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของโดรนเจซีไอ ผู้ผลิตโดรนทางการค้าใหญ่ที่สุดทั่วโลก
การเริ่มต้นด้วยความฝันที่จะสร้างเครื่องบินที่สามารถบินได้อย่างอิสระ ในที่สุดนำไปสู่การเริ่มต้นยุคของโดรน ปัจจุบันนี้ดีเจไอเป็นผู้นำตลาดภายในตลาดโดรนเพื่อการค้า ความคิดของแฟรงค์ หวังของการนำโดรนไปสู่มวลชน ได้บันดาลใจนวัตกรรมทั่วทั้งโลก และมันไม่ยุติธรรมเลยถ้าเขาจะถูกยกย่องด้วยนักลอกเลียนแบบของยุคโดรน เมื่อไรการลบล้วงตลาดเป็นสิ่งที่ดี เมื่อมันสร้างโอกาสเลยพ้นตลาดสมัยเดิม จัดหาข้อแก้ปัญหาที่ไม่ใช่สมัยเดิม และทำให้กระบวนการประจำวันของเราเรียบง่ายลง ภายในวืถีทางนี้ โดรนต่อเราส่ในที่สุดเป็นเทคโนโลยีลบล้าง มันสามารถจัดส่งวัสดุทางการแพทย์ที่สำคัญไปสู่พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่อันตราย ปรับปรุงกระบวนการรักษาพืชผล และเพิ่มการผลิตอาหาร และตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานหลายร้อยฟุตบนอากาศ
เมื่อตอนกลางคืนของฤดูหนาว ค.ศ 2015 หน่วยสืบราชการลับของอเมริกาได้เร่งด่วนตรวจสอบสิ่งผิดปรกติ ณ สนามหญ้าของทำเนียบขาว พวกเขาได้พบ
โดรน ระบุเป็นแฟนทอมเอฟซี 40 กระทำโดยผู้ชอบงานอดิเรก ผลิตจากบริษัทจีน ดีเจไอ พุ่งชนต้นไม้ เป็นเฮลิคอปเตอร์สี่ใบพัดควบคุมด้วยรีโมตกว้างสองฟุตที่ขายภายในร้านค้า เป็นเรื่องราวข่าวทั่วโลกและเป็นปัญหาของการตรวจสอบของหน่วยสืบราชการลับ เมื่อโดรนตัวนั้นได้ลงสู่พื้นอย่างกระทันหันบนสนามหญ้าทำเนียบขาว และเกือบสร้างเหตุการณ์ระหว่างประเทศ แฟรงค์ หวัง สร้างโดรนตัวนั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และมิแชล โอบามา อยู่ที่อินเดีย เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น
ที่จริงแล้วเขาได้คิดค้นโดรนตัวนั้น และเป็นผู้ผลิตโดรนแนวหน้าภายในโลก เขาได้สร้างโดรนเป็นผู้ประท้วง ส่งขวดของเสียกัมมันตภาพรังสีลงบนหลังคาของสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุนด้วย
ก่อนที่โดรนหามาได้ทางการค้า การถ่ายภาพทางอากาศถูกจำกัดอยู่กับทหาร โดรน แฟนทอม ทำให้เกิดการลบล้างภายในตลาดการถ่ายภาพทางอากาศ
ปัจจุบันนี้ ดีเจไอ เป็นบริษัทโดรนใหญ่ที่สุดภายในโลก ด้วยการเป็นเจ้าของเกือบ 70% ของอุตสาหกรรมโดรนเมื่อ ค.ศ 2017 แฟรงค์ หวัง กลายเป็น
มหาเศรษฐีเทคโนโลยีหนุ่มที่สุดของเอเชีย ดีเจไอมีชื่อเสียงกับยูเอวีของ
พวกเขา – ยานพาหนะทางอากาศไร้คนขับ

แฟรงค์ หวัง ไม่ได้นำธุรกิจของเขาตามวิถีทางที่ผู้ประกอบการเทคที่สำคัญอื่นทำ เขาไม่ได้พูดเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ค้นหาบุคคลที่ดีที่สุด ลำดับชั้นแบน หรือกระตุ้นการทำงานเป็นทีม แต่จุดมุ่งของเขาอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ของเขา การมีส่วนร่วมโดยตรงภายในการพัฒนาของเขา
เราต้องไม่แบ่งปันท้องฟ้ากับใครก็ตาม ถ้าบริษัทของเราดีต่ออะไรที่ทำอยู่
ขยายตัวไปสู่ด้านอื่น ต่อแฟรงค์ หวังและดีเจไอ การยึดครองตลาดโดรนบริโภค ไม่ได้เป็นเกมสุดท้ายของพวกเขา ในขณะนี้บริษัทมุ่งหมายการประยุกต์ใช้ทางการค้าของโดรน การคิดถึงการเกษตร การก่อสร้าง
และการทำแผนที่ ตรงที่การใช้โดรนสามารถให้ประโยชน์ทางวิชาชีพอย่างมาก
จุดติดขัดที่สำคัญของเราเพื่อการเจริญเติบโตในขณะนี้คือ ความรวดเร็วที่เราจะรับรู้คำตอบต่อปัญหาทางเทคนิค เราไม่สามารถพอใจกับขณะนี้ แฟรงค์ หวัง พูด เขามีความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นเจ้าของส่วนบุคคลต่อธุรกิจของเขา เขามีส่วนได้เสีย 45% สิ่งนี้ทำให้เกิดทำลายหุ้นส่วนอเมริกันของเขา โคลิน จิน ผู้บริหารดีเจไอ นอร์ธ อเมริกา แฟรงค์ หวัง ได้พบโคลิน ภายในงานแสดงสินค้า และพวกเขาสองคน ได่ก่อตั้งดีเจไอ นอร์ธอเมริกา บริษัทลูกมุ่งที่การขายโดรนตลาดมวลชน โคลินทำธุรกิจการถ่ายภาพทางอากาศที่ไม่ทำให้กล้องสั่น และต้องการใช้ยูเอวีกับงานของเขา เมื่อ ค.ศ 2011 โคลิน ได้บินไปเจราจากับแฟรงค์ หวังณ เซินเจิ้น และพวกเขาได้ก่อตั้งดีเจไอ นอร์ธ อเมริกา
เมื่อ ค.ศ 2013 ดีเจไอ ได้เปิดตัวโมเดลเเรกของโดรนแฟนทอม โดรนระดับเริ่มต้นทีใช้ง่ายกว่าโดรนอื่นตัวใดก็ตามภายในตลาด ณ เวลานั้น แฟนทอมได้บรรลุความสำเร็จทางการค้าทั่วโลก แต่ความสำเร็จนี้นำไปสู่ความขัดแย้ง
ระหว่างแฟรงค์ หวังและโคลิน ต่อมาแฟรงค์ หวังได้ยื่นข้อเสนอที่จะซื้อโคลิน
ออกไป
แต่โคลินได้ปฏิเสธ และดีเจไอ ได้ปิดประตูบุคคลทุกคนของบริษัทลูกอเมริกันออกจากบัญชีอีเมลล์ของพวกเขา และหยุดการดำเนินงานของบริษัท โคลิน ได้ฟ้องร้องแฟรงค์ หวัง และคดีได้ขึ้นสู่ศาล
มหาเศรษฐีฮ่องกงไม่กี่คนได้สร้างความร่ำรวยของพวกเขาโดยไม่มีส่วนช่วยจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรื่องราวของคนหนุ่มสาวที่ฉลาดสไตล์ซิลิคอน แวลลี่ย์ได้กลายเป็นร่ำรวยมากภายในเมืองจะหายากมาก แต่แฟรงค์ หวัง ได้กลายเป็นข้อยกเว้นที่สะดุดตา แฟรงค์ หวัง ลุ่มหลงเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์เมื่อเขาเป็นเด็ก เขามีความเป็นส่วนตัวมาก และชอบฉายแสงที่ผลิตภัณฑ์ แฟรงค์ หวัง ได้กล่าวว่า ผมรู้สึกโชคดีได้อ่านการ์ตูนเฮลิคอปเตอร์
เมื่อผมเป็นเด็ก และลุ่มหลงกับการสำรวจท้องฟ้านับแต่นั้นมา พ่อแม่ของผมได้ให้เฮลิคอปเตอร์งานอดิเรกแก่ผม เป็นรางวัลจากคะแนนที่ดีภายในการสอบมัธยม แต่ผมผิดหวังเมื่อมันได้พุ่งชน เนื่องจากพื้นที่จำกัดระหว่างการบินของมัน
ดีเจไอมักจะถูกอธิบายเป็นแอปเปิ้ลของโลกโดรน เนื่อจากการออกแบบที่เพรียวบาง ใช้ง่าย และนิยมแพร่หลาย ท่ามกลางทั้งผู้ใช้พักผ่อนและการค้า
ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้กำหนดมาตรฐานเพื่อเทคโนโลยียูเอวีภายในอุตสาหกรรมทั่วโลกรวมทั้งภาพยนตร์ การก่อสร้าง การค้นหา การช่วยชีวิต และอย่างอื่น และความสำเร็จของพวกเขาเกิดจากความพยายามที่ไม่ย่อท้อผลักดันเทคโนโลยีไปข้างหน้า ไม่เหมือนกับบริษัทใดเลยภายในอุตสาหกรรม
เทคโนโลียีโดรนของดีเจไอทำให้พวกเขาเป็นบริษัทแนวหน้าภายใน
อุตสหกรรมบนคุณลักษณะทางเทคนิค ตัวอย่างเช่น การโฉบและการเลี้ยวภายในอากาศ การหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง การป้องกันภาพมัวในขณะที่บินและถ่ายภาพ ย้ายการถ่ยภาพและวีดีโอได้ทันที และกลับโดยอัตโนมัติก่อนแบต
เตอรีหมด ทุกอย่างถูกมองเป็นปัญหาทั่วโลก แต่กระนั้นดีเจไอสามารถแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และรักษาข้อได้เปรียบทางการแข่งขันภายในคุณลักษณะทางเทคนิคไว้
ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของดีเจไอคือการมีคำขวัญว่า “อนาคตของความเป็นไปได้” และความเป็นไปได้เหล่านี้จะถูกอภิปรายจากทุกมุมโดยติดต่อทั่วทั้งบริษัท ไม่ว่าโดยตรงภายในการประชุม หรือโดยอ้อมจากการสนทนา การป้อนกลับดีเจไอได้รับ ณ เหตุการณ์ จะช่วยสร้างรูปร่างอนาคตของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา และการประยุกต์ใช้ทีผู้ใช้จินตนาการ
ดังนั้นดีเจไอ ได้ทุ่มเทตัวพวกเขาเองภายในนวัตกรรม และลงทุนอย่างมากภายในการวิจัยและพัฒนา ดีเจไอได้มุ่งนวัตกรรมบนเทคโนโลยีที่สำคัญ
ทำให้สร้างคุณภาพภาพที่ดีขึ้น : การควบคุมการบินสี่ใบพัด กิมบอลเพื่อเสถียรภาพของกล้อง และการถ่ายภาพและวีดีโอเวลาจริง ไม่เหมือนกับ
คู่แข่งขันของบริษัท ดีเจไอ ได้สร้างโรงงานผลิตของพวกเขาเองผลิตโดรน เสินเจิ้นเป็นหัวใจการผลิตของจีน ทำให้ดีเจไอสามารถเพิ่มอุปสงค์กำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ต้นทุนที่ต่ำของแรงงานช่วยให้ผู้ผลิต
โดรนรักษาการกำหนดราคาที่แข่งขัน บริษัทจัดการขายได้จำนวนมาก
และลดราคาของพวกเขาลง แม้ว่าคุณลักษณะทางสมรรถนะที่สูงเพิ่มกับโดรน
ตลาดโดรนการค้าไม่ได้เป็นตลาดการนำโดยปัจจัยราคา ลูกค้าเต็มใจจ่ายราคาที่สูงเพื่อโดรนด้วยสมรรถนะที่ดีขึ้น ดีเจไอ ได้ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างของพวกเขาอย่างไร ดีเจไอ รักษาการมุ่งที่ความไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์จากขั้นตอนการเปิดตัวของบริษัท แต่กระนั้นดีเจไอเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงด้วยกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างพวกเขา ตลาดโดรนการค้าเป็นเค้กก้อนใหญ่ และบุคคลทุกคนต้องการชิมรสชาติมัน
ตลาดของโดรนได้เจริญเติบโตเป็นทวีคูณ และตลาดเพื่อผู้บริโภคอย่างเดียวได้ถูกประมาณไว้ 2 พันล้านเหรียญ ตลาดได้กลายเป็นเจริญเติบโตเต็มที่ ส่วนใหญด้วยโดรนราคาที่ต่ำและใช้ง่าย ดีเจไอ ได้ใช้วิถีทางแตกต่างกันต่อโดรนรุ่นใหม่ของพวกเขา ในขณะที่แนวโน้มของโดรนราคาต่ำเป้าหมายที่นักบินและนักถ่ายภาพสมัครเล่น ดีเจไอได้แนะนำแฟนทอม 4 ด้วยราคาที่สูง พวกเขา
ดูเหมือนเดินตามรอยเท้าของเเอปเปิ้ล แฟนทอม 4 ราคาสูงถึง 1,399 เหรียญ บนสูงสุดของการสร้างความแตกต่างผ่านทางราคา การศึกษาแสดงว่าลูกค้าจะจ่ายราคาที่สูงเพื่อผลิตภัณฑ์ทำงานได้ดีกว่า ดังที่แฟนทอม 4 กำลังนำเสนออยู่ แอปเปิ้ลได้พิสูจน์แนวคิดนี้มาแล้วกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
กำลังการผลิตภายในบริษัทสามารถสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว เมื่อการเปลี่ยนแปลงสเปคเกิดขึ้นระหว่างการประชุมผลิตภัณฑ์ วิศวกรสามารถสร้างต้นแบบภายในชั่วโมง ดีเจไอ ทุ่มทรัพยากรของบริษัทภายในการสร้างทีมวิจัยและพัฒนาใหญ่ที่สุดของโลก และวิศวกรของพวกเขาทุ่มเทกับความพยายามอาร์ แอนด์ ดี อย่างมาก จนดีเจไอ กลายเป็นผู้นำของการจดสิทธิบัตรโดรน เทคโนโลยี
บริษัทสามารถสร้างตำแหน่งที่เข้มแข็งผ่านทางวงจรผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็ว
โดยทั่วไปการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 1 หรือ 2 อย่างทุกปี เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมล่างขึ้นบน ดีเจไอยอมให้ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์นำการริเริ่ม
ถ้าข้อเสนอของพวกเขาสามารถต้านทานการสัมภาษณ์และการตรวจสอบจากคณะกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้
เมื่อ ค.ศ 2013 ดีเจไอเปิดตัวแฟนทอม – ชื่อจีนคือ จิน หลิง พัฒนาภายใต้แนวคิด “กล้องถ่ายรูปบินได้” บริษัทได้ดึงความสนใจทั่วโลกเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมโดรน บุคคลเหมือนเช่นผู้กำกับภาพยนตร์ของฮอลลีวูด นักถ่ายภาพมืออาชีพ และผู้รักอากาศ ได้เคาะประตูของดีเจไอครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดการเปลี่ยนแปลงสามโมเดล “แฟนทอม 4” เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 2016 บรรลุคุณภาพสูงสุด คุณลักษณะที่สำคัญคือ น้ำหนักบรรทุกได้ 1,380 กรัม บินความสูง 6,000 เมตรเวลายิน 28 นาที สภาพอากาศ 0 – 40 องศา

เมื่อ ค.ศ 2016 ดีเจไอได้เข้าไปสู่ตลาดเพื่อการเกษตร ความท้าทายต่อฝผู้ผลิตโดรนทุกคนคือ เราจะปรับตัวกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันอย่างไร ภายในการเกษตร ความต้องการของเกษตรกรแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ภายในจีนเกษตรกรค่อนข้างเล็กและกระจาย และมันยากต่อเกษตรกรที่จะใช้โดรนใหญ่ ดังนั้นโดรนได้ถูกใช้ส่วนใหญ่เพื่อการพ่นยาฆ่าแมลง ภายใน
อเมริกา พื้นที่เกษตรใหญ่และโดรนเล็กไม่สามารถทำงานได้ โดรนได้ถูกใช้
ดีกว่าที่นี่เพื่อการสำรวจ การตรวจสอบ การทำแผนที่ และการรวบรวมข้อมูลเจริญเติบโต
การเกษตรได้ถูกมองเป็นพื้นที่รากฐานของศักยภาพการเจริญเติบโตภายในอุตสาหกรรมโดรน เพราะว่าความสามารถของเทคโนโลยีที่จะช่วยสำรวจพืชผลและรวบรวมข้อมูลเวลาจริงบนพื้นที่เพาะปลูก และดีเจไอสามารถกำหนดราคาสูงกว่า 1,000 เหรียญของ
โดรนแฟนทอมบริโภคของพวกเขา ดีเจไอ อกราส์ ที 20 เป็นโดรนเกษตรตัวเเรกจากดีเจไอด้วยระบบฉีดพ่นสร้างภายในตัวด้วยปริมาณ 20 ลิตร ออกแบบเพื่อการเกษตร ด้วยจำนวนของหน้าที่สร้างภายในตัวอย่างฉลาด การฉีดพ่่นดินจะง่ายกว่าและประสิทธิมากกว่า อกราส์ ที 20 เป็นโดรนเกษตรล่าสุดและใหญ่ที่สุดจากดีเจไอเมื่อ ค.ศ 2020 การออกแบบระบบเครื่องบินใหม่และปรับปรุงทำให้มันมีประสิทธิภาพและฉลาดมากกว่าแต่ก่อน

เมืองที่เจริญเติบโตรวดเร็วที่สุดของจีนต้องการจะเป็นซิลิคอน แวลลี่ย์ต่อไป เมื่อจีนพยายามจะสร้างเทคโนโลยีของพวกเขาเอง มันดูแล้วยากต่อเมื่องอื่นที่จะลอกเลียนแบบความสำเร็จของเซินเจิ้น บ้านของยักษ์ใหญ่เทคเหมือนเช่น
เทนเซ้นต์และฮัวเหวย เซินเจิ้น ได้เปรียบจากการอยู่กับฮ่องกง เมื่อแรงกดดันมากขึ้นจากอเมริกาผลักดันให้จีนสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง เบจิงได้สร้างเทคโนโลยีของพวกเขาเอง เซินเจิ้น ได้กลายเป็นศูนย์โลกเพื่อนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ ฮัวเหวยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมใหญ่ที่สุด และเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดลำดับสามของโลกตามหลังแอปเปิ้ลและซัมซุง โทรคมนาคมอีกบริษัทหนึ่ง เทนเซนต์ สื่อสังคมและแพลตฟอร์มเกมใหญ่ที่สุดของจีน ได้กลายเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดภายในเอเขีย และบริษัท 10 ลำดับสูงสุดของโลกภายในมูลค่าตลาด เซินเจิ้น ได้กลายเป็นเมืองแรกที่โฆษณา
วิถีทางนักปฏิรูปของพวกเขาด้วยสโลแกนว่า “เวลาคือเงิน ประสิทธิภาพคือชีวิต” บนป้ายประกาศใหญ่ภายในเมือง
เซินเจิ้นที่จริงแล้วกลายเป็นเเหล่งเพาะอย่างรวดเร็วเพื่อธุรกิจการร่วมลงทุน
ทั้งที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลเมืองได้เปิดตัวการร่วมลงทุน 1.5 พันล้านเหรียญ แต่ควรจะทำมากขึ้นที่จะตามทันซิลิคอน แวลลี่ย์ ของอเมริกา ดูงดูดมากกว่า 15 พันล้านเหรียญจากวีซีเมื่อ ค.ศ 2016 ในขณะนี้เซินเจิ้นเป็นเมืองของ 14 ล้านคน ความหนาแน่นของพลเมืองสูงสุดลำดับที่ห้าของโลก เซินเจิ้นเป็นเมืองร่ำรวยที่สุดของจีน
จีดีพีต่อหัวสูงที่สุด และเสินเจิ้นเป็นบ้านของผู้ผลิตโดรนและสำนักงานพัฒนาโดรนมากกว่าที่ไหนก็ตามภายในโลก ดีเจไอ ของแฟรงค์ หวัง
หอพักนักศึกษาของมาร์ค ซักเกอร์เบิรก ผู้ก่อตั้งเฟชบุค ต่อเรื่องราวของยักษ์ใหญ่โลกอาจจะเป็นความจริงต่อผู้ก่อตั้งดีเจไอ แฟรงค์ หวัง ด้วย แต่แฟรงค์ หวัง เกือบจะเป็นบุคคลเดียวเท่านั้นภายในเซินเจิ้น บรรลุความสำเร็จสิ่งนี้จากการเริ่มต้นภายในหอพักนักศึกษา ในขณะที่เรื่องราวเดียวกันได้เกิดขึ้นต่อยักษ์ใหญ่ไอทีอเมริกันอื่นหลายคนที่เริ่มต้นภายในโรงเก็บรถยนต์หรือหอพักนักศึกษา
แม้ว่าการคิดถึงการบินได้ให้เรารู้สึกความเป็นอิสระ การบินหมายความว่าเราสามารถมองโลกจากอีกมุมมองหนึ่ง แต่เราไม่สามารถบิน เทคโนโลยีได้
รับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่สามารถทำ สถานที่ตรงที่เราขาดอยู่ เราได้ใช้ความช่วยเหลือของเทคโนโลยีไปสู่ศักยภาพนั้น และดังนั้นคือเทคโนโลยีที่
ดีเจไอนำมาให้เรา มองเห็นโลกจากมุมมองที่แตกต่างกัน มุมมองของการบิน และชายเบื้องหลังฉากของดีเจไอ แฟรงค์ หวัง ได้ร่วมเรื่องราวที่จูงใจ
เรื่องราวต้นกำเนิดของดีเจไอยักษ์ใหญ่โดรน การเดินทางของพวกเขาจากความฝันหอพักนักศึกษาไปสู่บริษัทโดรนใหญ่ที่สุดของโลก
หวัง เทา ชื่อจีน เกิดเมื่อ ค.ศ 1980 รู้จักกันว่า แฟรงค์ หวัง ด้วย แฟรงค์ หวัง อายุเพียงแค่ 36 ปี เกิดที่หังโจว เซินเจิ้น บ้านเดียวกับแจ็ค หม่า พ่อของเขาเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดย่อมและวิศวกร ระหว่างวัยเด็กของเขา แฟรงค์ หวังได้สร้างความสนใจต่อวัตถุการบิน เขาได้ใช้ฝีมือสร้างเฮลิคอปเตอร์บินได้ และขอพ่ออยู่เสมอที่จะซื้อให้เขา ในที่สุดเมื่ออายุ 16 ปีเขาได้รับเฮลีคอปเตอร์บินได้เครื่องหนึ่ง แต่ความสนุกสนานจะชีวิตสั้น เพราะว่าเขาทำให้มันชนโครมได้ไม่นาน เขาได้ใช้ส่วนใหญ่ของวัยหนุ่มของเขาอ่านเกี่ยวกับโมเดลเครื่องบินและ
เฮลีคอปเตอร์ ความฝันวัยเด็กของเขาคือ การสร้างหุ่นยนต์บินได้ที่มีกล้องถ่ายรูปบนมัน และมันสามารถตามเขาไปทุกที่ที่เขาไป
แฟรงค์ หวัง ได้สร้างนวัตกรรมการค้นพบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลก ณ เสินเจิ้น การผลิตเครื่องบินบังคับ – โดรน ด้วยชื่อตราสินค้าดีเจไอ เขาได้บุกเบิกตั้งแต่ตอนที่เขาศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของฮ่องกง แฟรงค์ หวัง สนใจต่ออุปกรณ์เครื่องบินบังคับตั้งแต่เด็ก เขาได้ถูกดึงความสนใจที่อาจารย์คณิตศาสตร์ ตามมาด้วยโครงการของห้องเรียนสร้างระบบการควบคุมเฮลิคอปเตอร์ เขาได้รับเงินทุน 2,300 เหรียญโดยมหาวิทยาลัย ทำการวิจัย
และพัฒนาโดรนเฮลิคอปเตอร์ เขาได้สร้างเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของอาจารย์คนหนึ่งของเขา เขาได้กระโดดชั้นเรียน ทำงานและศึกษาวันแล้ววันเล่า และแม้แต่ไม่ได้นอน เขารู้ความสำคัญของโครงการของเขา และทำงานอย่างหนัก การสร้างเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ งานหนักของแฟรงค์ หวัง
คุ้มค่า
และโดรนได้สร้างการบินครั้งแรกของมันโดยเกือบจะไปถีงยอดสุดของเม้าท์ เอเวอร์เรสต์
แฟรวค์ หวัง ได้สร้างต้นแบบเเรกของโครงการดีเจไอภายในหอนักศึกษาของเขา การขายส่วนประกอบควบคุมอากาศยานแก่มหาวิทยาลัยและบริษัทไฟฟ้าจีน เขาได้ดำเนินการต่อไปที่ศูนย์อุตสากรรมเซินเจิ้น และว่าจ้างบุคคลไม่กี่คนเมื่อ ค.ศ 2006 บริษัทได้ต่อสู้ดิ้นรนตอนเริ่มแรก
ด้วยความปั่นป่วนท่ามกลางบุคคล เกิดจากบุคลิกภาพที่น่ารำคาญและการคาดหวังความสมบูรณ์ต่อบุคคุลของเขาของแฟรงค์ หวัง
แฟรงค์ หวัง ได้เสาะหาทีมเริ่มแรกของเขาอย่างรอบคอบ การเลือกวิศวกรหนุ่มสาวที่กระตือรือร้นเชื่อมั่นภายในความเป็นไปได้ของโดรนเทคโนโลยี
เขาได้ปิดบริษัทเล็กของเขาเอง และย้ายไปเสินเจิ้นด้วยเงิน 100 เหรียญภายในกระเป๋าเท่านั้น ในขณะที่แฟรงค์ หวังเป็นบุคคลเดียวเท่านั้นด้วยภูมิหลังของ
โดรน เมื่อ ค.ศ 2006 โดรน เทคโนโลยีไม่ได้แพร่หลายและโดรนไม่รู้จักกัน บุคคลทุกคนมีความลุ่มหลงเทคโนโลยี และตอนดึกได้จุดไฟการพัฒนาของสิ่งที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์แรกของดีเจไอ ด้วยการทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงที่จะทำให้
วิสัยทัศน์สมบูรณ์ แฟรงค หวัง เป็นบุคคลที่ไม่เคยยอมแพ้ ไม่ว่าสถานการณ์ยุ่งยากอย่างไร
เขาเป็นผู้ประกอบการมหาเศรษฐีจีน และผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีรากฐานเซินเจิ้น ดีเจไอ ผู้ผลิตโดรนทางการค้าใหญ่ที่สุดของโลก
เมื่อ ค.ศ 2020 เขามีความมั่งคั่งสุทธิ 4.8 พันล้านเหรียญ มหาเศรษฐีโดรนคนแรกของโลก ดีเจไอมียอดขายมากกว่า 2 พันล้านเหรียญ รู้จักกันดีที่สุดต่อแฟนทอม โดรน ราคาขายปลีกประมาณ 1,000 เหรียญ
การเปลี่ยนแปลงวิถีทางที่ซิลิคอน แวลลี่ย์ มองจีน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักจะถูกสรุปเป็นความแตกต่างที่เรียบง่ายจนเกินไป นักลอกเลียนแบบไปเป็นนักนวัตกรรม หรือหุ้นส่วนไปเป็นคู่แข่งขัน แต่ภายในความเป็นจริง การรับรู้จีนของซิลิคอน แวลลี่ย์มีหลายมิติและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การขึ้นอยู่กับเมื่อไรและใครภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ที่เราถาม จีนได้ถูกมองเป็น
นักเลียนแบบ คู่แข่งขัน ตลาดที่เจริญเติบโต และเเรงบันดาลใจ และสัญญานเตือนเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี จาก ค.ศ 2010 – 2013 จีนได้ถูกมองเป็นนักลอกเลียนแบบและตลาดที่มีโอกาสระหว่าง ค.ศ 2014 – 2016

สมัยก่่อนถ้าเราต้องการจะมีเทคโนโลยีล่าสุดหรือนวัตกรรม เราควรจะไปซิลิคอน แวลลี่ย์ เพื่ออิเล็คโทรนิค แต่วันนี้เรามีซิลิคอน แวลลี่ย์ของจีน
ซิลิคอน แวลลี่ย์ของจีนอาจจะอ้างถึงเซินเจิ้น โดยเฉพาะภายในย่านหนานซาน บ้านของอุทยานอุตสาหกรรมไฮเทค เสินเจิ้น
จีนมีจงกวนชุน ศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเภายในย่านไฮเดียน ปักกิ่ง จงกวนชุน ภายในปักกิ่ง สุสานยุคจักพรรดิ์ ได้ชุบชีวิตตัวเองเป็นต้นกำเนิดของเทค ยูนิคอร์น ภายในยุคใหม่ นับตั้งแต่จีนได้เปิดประตูของพวกเขาแก่โลก
40 ปีที่ผ่านมา ประเทศได้กลายเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีสูงสุดภายในโลก และจงกวนชุนจะเป็นห้องเครื่องยนต์ของพวกเขา ครั้งหนึ่งหัวถนนที่ไม่น่าสนใจของย่านไฮเดียนภายในปักกิ่ง พื้นที่ในขณะนี้จะเป็นบรรดาหน่วยบ่มเพาะของความคิดชั้นนำของโลก ระบบนิเวศน์ดิจิตอลที่มองเห็นสตาร์ทอัพ
ทุกวัน ที่เผาศพยุคจักรพรรดิ ได้คิดค้นตัวเองใหม่เป็นซิลิคอน แวลลีย์ ของจีน
ภายในศตวรรษที่ 21
เมื่อปลายศตวรรษที่ 20 พื้นที่ได้กลายดินอุดมสมบูรณ์ ของผู้ประกอบการ ปัจจุบันนี้จงกวนชุนจะเป็นบ้านของธุรกิจเทคมากกว่า 10,000 ธุรกิจ ว่าจ้าง
นักเทคนิคครึ่งล้านคน
กอด ฟาเธอร์ ของซิลิคอน แวลลี่ย ของจีนคือ เฉิน ชุนเสียน นักฟิสิกส์เสฉวน
ที่ได้ไปเยี่ยมซิลิคอน แวลลีย์ต้นกำเนิด ด้วยการเดินทางที่รัฐบาลสนับสนุนไปแคลิฟอร์เนียเมื่อ ค.ศ 1979 เขาได้กลับมาจงกวนชุนเมื่ิอ ค.ศ 1980 และได้วางรากฐานต่อการพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน เมื่อการปฏิรูปทางเศรษฐกิจของ ค.ศ 1987 ได้เขิญนักลงทุนต่างประเทศที่จะทุ่มเงินภายในจีน จงกวนชุน ได้กลายเป็นศูนย์กลางไฮเทคของประเทศอย่างรวดเร็ว รัฐบาลได้มองเห็น
ศักยภาพของมัน การออกแบบพื้นที่บริเวณทดลองการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงปักกิ่ง เมื่อ ค.ศ 1988 ชื่อเล่นที่เรียบง่ายจะเป็น ซิลิคอน
แวลลีย์ของจีน
ศูนย์กลางเทคโนโลยีทุกแห่งตัองการสายการผลิตของอัจฉริยะบุคคล จงกวนชุนจะอยู่ใกล้มหาวิทยวลัยดีที่สุดของปักกิ่ง มหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยชิงหวาจะเป็นมหาวิทยาลัยดีที่สุดสองแห่งของจีน ในขณะที่สถาบันวิทยาศาสตร์จีนจะเป็นถังความคิดระดับโลกที่โอ้อวดนักวิจัย 60,000 คนทุ่มเท
ต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
พวกเขาจะมีสถาบันการวิจัยและมหาวิทยาลัยมากกว่า 200 แห่งภายในบริเวณใกล้เคียง อุทยานเทคโนโลยีอย่างน้อยที่สุด 10 แห่ง จงกวนชุนได้สร้างชื่อเสียงจากรายชื่อที่ยาวของบริษัทที่ได้เริ่มต้นชีวิตภายในพื้นที่ระหว่างถนนวงแหวนที่สามและที่สี่ภายในย่านไฮเดียน สถาบันวิทยาศาสตร์จีนได้ให้กำเนิดบริษัทต้นกำเนิดหลายบริษัท เลอโนโวมีชื่อเสียงมากที่สุด ยักษ์ใหญ่คอมพิว
เตอรที่ซื้อธุรกิจพีซีของไอบีเอ็มเมื่อ ค.ศ 2005
จงกวนชุนเป็นบ้านของบริษัทไฮเทคเกือบ 9,000 บริษัท รวมทั้งบริษัทอินเตอร์เน็ตใหญ่ที่สุดของจีน เช่น ไป่ตู้ การรวมกันของความสามารถ แหล่งเงินทุน และการสนับสนุนของรัฐบาล ทำให้จงกวนชุนภายในจีนเทียบเท่าใกล้ที่สุดกับซิลิคอน แวลลีย์
เซินเจิ้นได้กลายเป็นศูนย์กลางโลกของการผลิตและการออกแบบ ด้วยการรวมทุกด้านของลูกโซ่อุปทาน การออกแบบ และกระบวนการผลิต ภายในที่เดียว พวกเขาจะเป็นผู้ผลิตอีเล็คโทรนิคใหญ่ที่สุดของโลก บ้านของบริษัทที่ยิ่งใหญ่เหมือนเช่น เทนเซ้นต์ ฮัวเหวย บีวายดี และแซดทีอี เซินเจิ้นเป็นบ้านของสตาร์ทอัพภายในจีน และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เมื่อไม่กี่ทศวรรษที่แล้ว เซินเจิ้นเป็นหมู่บ้านการประมง ปัจจุบันเซินเจิ้นจะเป็นบ้านของบุคคลเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่ากับพลเมืองของออสเตรเลีย เซินเจิ้นได้สร้างตราสินค้าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมหรือ”ซิลิคอน แวลลี่ย์” ของจีน
จีดีพีของพวกเขาประมาณ 280 พันล้านเหรียญ เกือบเท่าสิงคโปร์ และมากกว่าเศรษฐกิจของโปรตุเกสและไอร์แลนด์ เซินเจิ้นมีระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีชืวิตชีวาด้วยประมาณ 10,000 สตาร์ทอัพ 100 หน่วยเพาะเลี้ยง
200 แห่งพื้นที่ทำงานร่วมกัน อายุเฉลี่ยของบุคคลภายในเซินเจิ้นจะเพียงแค่มากกว่า 30 ปี บุคคลวัยหนุ่มสาวได้ถูกดึงดูดต่อวิถีชิวิตก้าวไปอย่างรวดเร็วและคุณภาพโอกาสของงาน
เซินเจ้น ได้ถูกมองเป็นซิลิคอน แวลลีย์ ของจีน และหลักไมล์ระหว่างทางไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจต่อไป ด้วยการมองดูการลงทุนอาร์ แอนด์ ดี ของเซินเจิ้น เรามองเห็นได้ชัดว่าทำไมเซินเจิ้นมีบทบาทแนวหน้าท่ามกลางเมืองจีน
เซินเจิ้น ได้กลายเป็นศูนย์กลางโลกเพื่อนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ เซินเจิ้นมีฮัวเหวยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมใหญ่ที่สุดของโลก และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดลำดับสามของโลกตามหลังแอปเปิ้ลและซัมซุง นอกจากนี้เซินเจิ้นมี
เทนเซนต์ สื่อสังคมและแพลตฟอร์มใหญ่ที่สุดของจีน ได้กลายเป็นบริษัทที่มีค่ามากที่สุดภายในเอเซีย และอยู่ท่ามกลางบริษัทสิบลำดับสูงสุดของโลกภายในการประเมินมูลค่าทางตลาด เซินเจิ้นสามารถนำหน้าซิลิคอน แวลลีย์ หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ อย่างน้อยที่สุดภายในระยะสั้น ไม่เหมือนกับซิลิคอน แวลลีย์
อุตสาหกรรมร่วมลงทุนจะเจริญเติบโตเต็มที่ครอบงำการลงทุนของ
สตาร์ทอัพ บริษัทร่วมลงทุนภายในจีนจะยังคงอยู ณ ขั้นตอนสตาร์ทอัพ
ส่วนใหญสตาร์ทอัพของเซินเจิ้นจะอาศัยการสนับสนุนของรัฐบาล หรือการ
กู้ยืมจำนวนน้อยจากธนาคาร หรือเงินลงทุนจากบริษัทร่วมลงทุน
เมื่อเราคิดถึงเกี่ยวกับเทคสตาร์ทอัพและการเป็นผู้ประกอบการ อะไรจะเกิดขึ้นภายในใจของเรา ถ้าเป็นบุคคลส่วนใหญ่แล้ว คำตอบคือ ซิลิคอน แวลลี่ย์ และรายรอบพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก ได้กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกว่าเป็นแหล่งเพาะนวัตกรรมและบริษัทที่มีมูลค่าสูง สภาพแวดล้อมการเป็นผู้ประกอบการของซิลิคอน แวลลี่ย์มองเห็นได้จากนวัตกกรรม ความร่วมมือ และความเสี่ยงภัย มันได้สร้างกรอบข่ายทางแรงจูงใจที่ต้องการแก่เทคสตาร์ทอัพ สตาร์ทอัพหลายแห่งจะถูกก่อตั้งโดยลูกจ้างและหุ้นส่วนของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี มันง่ายที่จะค้นหาและเชื่อมโยงกับพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์และสนับสนุนภายในสาขาวิชาเดียวกัน
การแสวงหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะก้าวไปข้างหน้า การเริ่มต้นสตาร์ทอัพรายรอบวอลล์สตรีทอาจจะช่วยต่อการได้ความช่วยเหลือทางการเงิน แต่การแนะนำโดยเฉพาะที่จำเป็นต่อสตาร์ทอัพ ความรู้ของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี มีมากมายภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ซิลิคอน แวลลี่ย์ ได้ปรากฏขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางของทางเลือกแก่การสร้างธุรกิจเทคโนโลยี แอปเปิ้ล
กูเกิ้ล อินเทล เอชพี อโดบี อีเบย์ และยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีหลายราย ได้สร้างสำนักงานใหญ่ขอวพวกเขาภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ สถานที่ตั้งแห่งนี้ได้ดึงดูดสตาร์ทอัพใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้แต่สตาร์ทอัพระหว่างประเทศได้หวังที่จะสร้างฐานที่มั่นภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ อะไรทำให้ซิลิคอน แวลลี่ย์เป็นจุดหมายปลางของการเลือกแก่เทคสตาร์ท อัพซิลิคอน แวลลี่ย์ ได้รักษาตำแหน่งของพวกเขาเป็นภูมิภาคแห่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดและภูมิภาคสตาร์ทอัพที่มีผลกระทบสูงภายในโลก ทั้งที่เราจะมีภูมิภาคอื่นหลายแห่งทั่วโลก
พื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกเต็มไปด้วยสตาร์ทอัพซิลิคอนแวลลี่ย์สุดยอด การแสดงถีงการพัฒนาที่มีโอกาสบนพื้นฐานของเงินลงทุนที่จะได้รับ ภูมิภาคแห่งนี้จะเป็นแม่เหล็กการลงทุนที่ดึงดูดนักลงทุนระหว่างประเทศพวกเขาต้องการจะให้เงินทุนแก่สตาร์ทอัพสุดยอดจากซิลิคอน แวลลี่ย์ที่พอใจจากผลประโยชน์หาที่เปรียบไม่ได้ ข้อได้เปรียบพื้นฐานของซิลิคอน แวลลี่ย์จะอยู่บนรากฐานที่ลึกของแหล่งการร่วมลงทุนแก่เทคสตาร์ทอัพ บริษัทเหมือนเช่นแอนเดรสเซน โฮโรวิทซ์ ได้กลายเป็นชื่อครัวเรือนต่อความสามารถของพวกเขาที่จะระดมเงินทุนเป็นพันล้านเหรียญจากตลาดทุน และรู้ว่าพวกเขาจะลงทุนภายในความคิดเทคโนโลยีใหม่ที่มีอนาคตอย่างไร
ซิลิคอน แวลลี่ย์ คือ ภูมิภาคทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโกของแคลิฟอร์เนียเหนือ การอ้างถึงหุบเขาซานต้า คลารา เป็นศูนย์กลางทั่วโลกชองไฮเทคโนโลยี นักลงทุน นวัตกรรม และสื่อทางสังคม ซาน โจเซ่ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของหุบเขา คำว่า ซิลิคอน แวลลี่ย์ เริ่มแรกอ้างอิงถึงผู้สร้างนวัตกรรมและผู้ผลิตซิลิคอน ชิป จำนวนมากภายในภูมิภาค แต่ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้คือบ้านของบริษัทไฮเทคใหญ่ที่สุดของโลกหลายบริษัท รวมทั้งสำนักงานใหญ่ของ39 ธุรกิจของวารสารฟอร์จูน 1,000 บริษัท และบริษัทสตาร์ทอัพหลายพันบริษัท
ซิลิคอน แวลลี่ย์ จะเป็นชื่อคำพ้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พื้นที้ขนาดเล็กแห่งนี้ของแคลิฟอร์เนียได้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกเทคโนโลยี การปฏิรูปของพื้นที่ได้เกิดขึ้นทีละน้อยภายในช่วงเวลานานกว่า 100 ปี เพื่อนบ้านที่มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญ ซาน โจเซ่ เป็นศูนย์กลางของซิลิคอน แวลลี่ย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชื่อเล่นนี้ได้กลายเป็นชื่อที่โด่งดังมากไปทั่วโลก แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้จะทำการเกษตรและฟาร์มปศุสัตว์ เมื่อการเฟื่องฟูทางเทคโนโลยีได้เกิดขึ่นทำให้เกิดการเรียกชื่อเล่นว่า ซิลิคอน แวลลี่ยฺ์ชื่อของซิลิคอน แวลลี่ย์ได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1970 โดยดอน โฮฟเลอร์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ เขาได้ยินถ้อยคำว่า ซิลิคอน แวลลี่ย์ ระหว่างกินข้าวกลางวันกับนักการตลาดคนหนึ่งที่ได้เรียกซานตา คลาร่า ว่าซิลิคอน แวลลี่ย์ ดอน โอฟเลอร์ได้เขียนบทความใช้ชื่อว่า “Silicon Valley USA” เขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นบุคคลแรกคนหนึ่งที่ได้เขียนเกี่ยวกับซิลิคอน แวลลี่ย์ ซิลิคอน ชิป จะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ จน ณ วันนี้ ซิลิคอน ชิป ได้ถูกใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ เครื่องเล่นเกม หรือแม้แต่เครื่องคำนวณ
ิ เฟดเดอริค เทอร์แมน นักวิชาการและผู้บริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ถูกยกย่องอย่างกว้างขวาง (ร่วมกับวิลเสี่ยม ชอคลี่ย์) ว่าเป็นบิดาแห่งซิลิคอน แวลลี่ย์ ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เขาได้กลับมาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และได้ถูกแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์
เมื่อ ค.ศ 1930 เขาได้เริ่มต้นกระตุ้นให้นักศึกษาอยู่ภายในพื้นที่แทนที่จะออกไปจากแคลลิฟอร์เนีย และพัฒนาเป็นภูมิภาคไฮเทคโนโลยี วิลเลียม ฮิวเลตต์ และเดวิด แพคการ์ด ผู้ก่อตั้งฮิวเลตต์ แพคการ์ด ได้ถูกมองว่าเป็นนักศึกษา
สแตนฟอร์ดสองคนแรกที่ได้ทำตามคำแนะนำของเฟดเดอริค เทอร์แมน สร้างบริษัทอีเล็คโทรนิคของตัวเองภายในพื้นที่แห่งนี้สวนวิจัยสแตนฟอร์ด จะเป็นสวนทางเทคโนโลยี ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาภายในใจกลางของซิลิคอน แวลลี่ย์ ความคิดริเริ่มกันระหว่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและเมืองพาโลอัลโต สวนวิจัยสแตนฟอร์ดมีบริษัทมากกว่า 150 บริษัทตั้งอยู่ที่นี่ รวมทั้งฮิวเลตต์ แพคการ์ด ด้วย
เมื่อ ค.ศ 1939 วิลเลียม ฮิวเลตต์ และเดวิด แพคการ์ด ได้ก่อตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อจากการโยนเหรียญ ณ พาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย ผลิตภันฑ์อย่างแรกของบริษัทที่ผลิตภายในโรงรถคือ ออดิโอ้ ออสซิลเลเตอร์ ปัจจุบันโรงรถของเอชพีได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน สถานที่ก่อตั้งของฮิวเลตต์ แพคการ์ด โรงรถแห่งนี้ได้ถูกพิจารณว่าเป็น “บ้านเกิดของซิลิคอน แวลลี่ย์”

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *