jos55 instaslot88 Pusat Togel Online สงครามหรือสันติภาพก็แค่เส้นบางๆกั้น - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สงครามหรือสันติภาพก็แค่เส้นบางๆกั้น

สงครามหรือสันติภาพก็แค่เส้นบางๆกั้น

ศ.พล.ท.ดร. สมชาย วิรุฬหผล

            การประชุมสุดยอดระหว่างโจไบเดนกับ วลาดิเมียร์ ปูติน 2 ผู้นำจากสหรัฐและรัสเซีย เมื่อวันพุธ 16 มิถุนายนผ่านไปเรียบร้อยที่เจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งการประชุมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่สรุปสำคัญได้ว่าทั้ง 2 ชาติมหาอำนาจตกลงร่วมกันที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อการตกลงในการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์และการโจมตีทางไซเบอร์

นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงที่จะส่งทูตของตนกลับไปยังประเทศคู่เจรจาภายหลังที่ต่างฝ่ายต่างถอนทูตกลับ จนทำให้โลกเกิดความตึงเครียด

อย่างไรก็ตามผู้เขียนมองว่ามันไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันหรือควรค่าต่อการที่ผู้นำ 2 มหาอำนาจอุตสาห์นัดมาประชุมกันตั้ง 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้เพราะการเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนตั้งแต่ยูเครนไปจนถึงทะเลบอลติค ระหว่างกองกำลังนาโต้และกองกำลังรัสเซียก็ยังคงดำรงอยู่

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ในการประชุม G7 กลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจโลกที่มีแต่ชาติตะวันตกก็ได้มีการพูดคุยกันที่จะเชิญรัสเซียเข้ามาร่วม G8 เหมือนเดิมก็เป็นเพียงคำพูดลอยๆไม่มีอะไรคืบหน้า

            ที่สำคัญในการประชุม G7 และนาโต้ในวันถัดมาต่างโจมตีจีนและกล่าวประนามว่าจีนคือภัยคุกคาม ถึงขนาดจะขยายขอบเขตของนาโต้ให้มาเผชิญหน้าในภาคพื้นเอเชียด้วย

ส่วนปัญหาสำคัญที่ใช้โจมตีจีนก็มีเรื่องไต้หวันที่จีนคุกคามด้วยเครื่องบินมาหลายครั้งจนสหรัฐต้องคุยกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ออกมาปรามๆกันบ้างแต่ก็คงไม่ได้ผลอะไรนัก นอกจากนี้ญี่ปุ่นและเกาหลีก็ไม่กินเกาเหลากันอยู่ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว เพราะญี่ปุ่นได้ไปปู้ยี่ปู้ยำเกาหลีและจีนในช่วงสงครามอย่างมาก

เรื่องต่อมาที่โจมตีจีนคือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ซินเจียงด้วยการบังคับใช้งานชาวอุ๋ยกู่

ส่วนเรื่องที่ 3 ก็คือปัญหาที่จีนประกาศควบรวมเอาทะเลจีนใต้เข้ามาอยู่ในเขตของตน ซึ่งก็มีการพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน

ในเรื่องนี้ญี่ปุ่นและเกาหลีก็กังวลต่ออุปสรรคในเส้นทางเดินเรือสากลที่ตนต้องอาศัยนำสินค้าเข้า-ออก

ดังนั้นก็อาจมองได้ว่าการที่สหรัฐและพันธมิตรตะวันตกพยายามผ่อนคลายความตึงเครียดกับรัสเซีย รวมทั้งปัญหาการเดินท่อก๊าซจากรัสเซียมายุโรปเพื่อเป็นทางเลือกด้านพลังงานของยุโรป ที่เดิมสหรัฐขวางลำก็ได้รับการยกเลิกการขัดขวางไปแล้วนั้น อาจเป็นแผนที่จะแยกรัสเซียจากจีนก็ได้

ในขณะที่เบื้องหน้าจับมือเจรจากัน เรามาดูกันว่าเบื้องหลังเขาทำอะไรกันบ้าง โดยเฉพาะการสะสมอาวุธนิวเคลียร์

            ตั้งแต่ปีที่แล้วคือ 2020 ต่อปีนี้ 2021 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโจไบเดน ซึ่งเคยปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของทรัมป์ ครั้นมารับตำแหน่งกลับสั่งเดินเครื่องพัฒนาและสะสมอาวุธนิวเคลียร์เต็มสตรีม โดยใช้งบ 43 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐทั้งนี้จากรายงานขององค์การที่ได้รับ NOBEL PRIZE ที่รณรงค์ให้ขจัดอาวุธนิวเคลียร์ (ICAN) พบว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19นี้หลายประเทศใช้จ่ายเงินในการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ 72.6 พันล้านดอลล่าร์เฉพาะสหรัฐใช้จ่ายในปี 2020 37 พันล้านดอลล่าร์

นอกจากนี้องค์กรนี้ยังรายงานว่างบประมาณการสร้างสมอาวุธนิวเคลียร์ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มมาตลอด

ถ้าอย่างนั้นการที่ 2 มหาอำนาจมาคุยกันเพื่อมาหาทางควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ก็น่าจะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ถ่วงเวลาใช่หรือไม่ เป็นเหตุการณ์ที่น่าติดตาม

            ส่วนจีนก็ไม่ยอมน้อยหน้าใช้จ่ายกับอาวุธนิวเคลียร์ในปี 2020 10พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ  ตามด้วยรัสเซีย 8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐส่วนที่เหลือตามลำดับก็มี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อินเดีย อิสราเอล ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ แต่ละรายไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลล่าร์

ด้วยข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแม้ในช่วงที่มีการระบาดโควิด-19ซึ่งรัฐบาลทั้งหลายต้องการเงิน งบประมาณมาจัดซื้อวัคซีนและใช้จ่ายในการจัดหายารักษาผู้ป่วยโควิด พร้อมอุปกรณ์อื่นๆ กลับนำเงินภาษีของประชาชนมาสะสมอาวุธโดยเฉพาะอาวุธมหาประลัยนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าการสะสมอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะมันยังมีสงครามในรูปแบบต่างๆเช่น สงครามเชื้อโรค สงครามเคมี สงครามไซเบอร์ ที่ล้วนแล้วจะเป็นชนวนให้เกิดการประจันหน้าจนถึงขนาดนำอาวุธนิวเคลียร์ใช้ได้

จุดล่อแหลมที่อาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ก็คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ทั้งนี้ต่างก็มีประเทศหนุนหลังอยู่พอสมควร แต่ที่น่ากลัวคืออิสราเอลมีระเบิดนิวเคลียร์ประมาณ 200 ลูก โดยที่ไม่ได้ยอมรับข้อตกลงการควบคุมการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ของนานาชาติ

            และหากอิหร่านถูกบีบให้จำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง ความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ก็จะพุ่งสูงมาก

จุดล่อแหลมสำคัญอีกแห่งคือไต้หวันเพราะยิ่งสหรัฐสนับสนุนไต้หวันและพยายามยุยงให้ไต้หวันประกาศตนชัดเจนท้าทายอำนาจของจีน จนเป็นเหตุให้จีนต้องส่งฝูงบินไปข่มขู่หลายครั้งในประเด็นนี้หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจกลายเป็นสงครามใหญ่ และสงครามนิวเคลียร์ได้ เพราะกองเรือสหรัฐที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ก็อยู่ในระแวกใกล้เคียงพร้อมปฏิบัติการณ์อยู่แล้ว ตรงนี้ก็ขออธิบายเพิ่มเติมว่าที่มีข่าวลือกันว่าสหรัฐต้องการแผ่นดินไทยเป็นฐานจรวดนั้น ขอบอกว่าสหรัฐไม่จำเป็นเลย เพราะมีฐานยิงในทะเลพร้อมทุกเมื่อ และขณะนี้ได้พัฒนาเรือดำน้ำที่ยิงจรวดนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอีก โดยพร้อมปล่อยเรือภายในเวลา 2-3 ปี

จุดที่สามคือทะเลจีนใต้ที่จีนไปสร้างเกาะเทียมในหมู่เกาะสแปรตลีย์ซึ่งเป็นเขตพิพาทกับประเทศโดยรอบ ตรงนี้จีนได้สร้างสนามบินและฐานทัพเสริมเขี้ยวเล็บ เพื่อตอบโต้กองเรือสหรัฐด้วยการสนับสนุนจากพื้นแผ่นดินจีน

จุดที่สี่คือแนวชายแดนรัสเซีย-ยูเครน โดยเฉพาะปัญหาไครเมียโดยนาโต้ได้เคลื่อนกำลังไปประจันหน้ากับกองทัพรัสเซียซึ่งต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์ พิสัยใกล้ที่เป็นอาวุธยุทธวิธี อันนี้อันตรายเพราะมันมีขั้นตอนในการสั่งการที่ไม่ซับซ้อน เหมือนจรวดนิวเคลียร์ข้ามทวีปหรือพิสัยกลาง นอกจากนี้รัสเซียยังมีกองเรือในทะเลดำที่พร้อมสนับสนุนกองกำลังทางบกของตน และอาจติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ได้

จุดที่ห้าแถบทะเลบอลติก รัสเซียมีกองเรือตัดน้ำแข็งที่เข้มแข็งที่สุดในย่านนั้น และยังมีกองทหารไม่ห่างจากประเทศเล็กๆอย่าง ลิธัวเนีย  เอสธัวเนีย และแลทเวีย ซึ่งนาโต้ก็ได้ส่งกำลังไปคอยเฝ้าระวังอยู่

กล่าวโดยสรุปผู้เขียนมองว่าแม้จะมีการเจรจาสุดยอดระหว่างสหรัฐ-รัสเซีย แล้วก็ตามแต่สถานการณ์โลกที่ท้าทายต่อการปรับดุลแห่งอำนาจใหม่ แทนการเป็นผู้นำเดี่ยวของสหรัฐ จะเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยสหรัฐ จะเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยสหรัฐต้องพยายามกดฝ่ายตรงข้ามให้ตนมีอำนาจเหนือกว่า เพราะนั้นคือผลประโยชน์มหาศาล

แต่จีน-รัสเซียจะยอมกลับไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าสหรัฐเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้วหรือ ย่อมเป็นไปไม่ได้ และถ้ามีการแข่งขันกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐที่กำลังมีปัญหาเศรษฐกิจที่เปราะบางจะเกิดปัญหาภายใน อันจะมีผลทำให้สูญเสียพลังอำนาจในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้ซึ่งก็อาจเป็นเหตุจูงใจให้สหรัฐรีบลงมือก่อนที่จะหมดแรงก็ได้

แน่นอนถ้าเป็นอย่างนั้นสหรัฐจะต้องจ่ายแพงแน่ๆเพราะฝ่ายตรงข้ามย่อมจะตอบโต้อย่างรุนแรงเช่นกัน

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *