INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

‘พระไพศาล วิสาโล’:ความเป็นมนุษย์แท้จริง เริ่มต้นจากความรักของแม่

นับเป็นโอกาสดีที่มูลนิธิสานแสงอรุณและกลุ่มบริษัทแปลนมีแนวคิดสร้าง ‘พิพิธภัณฑ์แม่’ เพื่อหวังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งและมุ่งเน้นเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกของคนเราให้หันมาใฝ่ดีมีคุณธรรมมากขึ้น โดยเชื่อมโยงจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ ‘แม่’

ปัจจุบันปรากฏชัดแล้วว่าโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมโทรมขึ้นทุกขณะ อันเนื่องจากความไม่สมดุลในการใช้ทรัพยากร ส่งผลให้มนุษย์ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงบ่อยครั้ง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิวัติความคิดและจิตสำนึกใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อความสันติสุขและหลุดพ้นจากลัทธิวัตถุนิยม หากแต่หนุนเสริมให้เกิดคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามต่อไป

ในการนี้โครงการ ‘อุทยานการเรียนรู้แห่งความรักและสันติภาพ:พิพิธภัณฑ์แม่’ จึงเกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของมูลนิธิสานแสงอรุณ และกลุ่มบริษัทแปลน เพื่อเป็นแหล่งเน้นให้การศึกษาที่เชื่อมโยงจากสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ทว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ ‘แม่’ ซึ่งจะทำสวนประติมากรรมทางจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยได้แนวคิดมาจาก Vigeland Park ในนอร์เวย์ รวมไปถึงส่วนของอุทยานและอาคารพิพิธภัณฑ์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะสร้างในพื้นที่สีลม หากทำสำเร็จจะเป็น ‘พิพิธภัณฑ์แม่’ แห่งแรกของโลกที่ตั้งในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังต้องการการสนับสนุนอีกมาก อาทิ การระดมความคิดเห็นจากฝ่ายวิชาการต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดทำเเผนเเม่บท ตลอดจนการสนับสนุนทางด้านทุนทรัพย์ด้วย

ในกิจกรรมเปิดตัวโครงการ ซึ่งจัดขึ้น ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนโมกข์กรุงเทพฯ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้ปาฐกถา หัวข้อ‘ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง บนวิถีแห่งความรัก’ ใจความว่า…

คนเรานั้นไม่ได้อยู่ด้วยข้าวปลาอาหาร ยังต้องอาศัยสิ่งอื่นด้วย และหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตในความเป็นมนุษย์ของเรา คือ ‘ความรัก’ ซึ่งที่จริงแล้วหากปราศจากความรัก แม้แต่ข้าวปลาอาหารเพื่อความอยู่รอดก็คงจะมีได้ยาก เพราะมนุษย์เรามิได้ต้องการเฉพาะความอยู่รอดในการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังต้องการ ‘ความสุข’ และ ‘ความเจริญงอกงาม’

“ความรักนั้นทำให้ความเป็นมนุษย์เกิดขึ้นได้ เป็นไปได้ และเจริญงอกงาม ถ้าปราศจากความรักแล้ว ความเป็นมนุษย์ก็มิอาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำ” พระอาจารย์ไพศาล เน้นย้ำ

อนุภาพของความรักจะเห็นได้ชัดก็ต่อเมื่อเราปราศจากความรักของแม่ แม้เราจะสามารถเกิดขึ้นมาได้ในโลกนี้ แต่ก็ไม่สามารถจะอยู่รอดได้ หลายชีวิตเกิดมาอาจจะไม่ใช่เพราะความรักของพ่อแม่ แต่เมื่อปฏิสนธิมาดูโลกแล้ว ความรักของแม่กลับเป็นพลังสำคัญที่ทำให้อยู่รอดได้ เพราะเมื่อเราได้ลืมตาดูโลก เราไม่สามารถจะรับอาหารจากไหนได้เลย นอกจากน้ำนมแม่ ถ้าปราศจากน้ำนมแม่ แม้จะมีชีวิตอยู่รอดก็เป็นไปได้ยาก

พระอาจารย์ไพศาล กล่าวต่อว่า ธรรมชาติเหมือนกับต้องการให้เราพึ่งพาความรักของแม่ เพราะว่าจิตใจไม่สามารถจะเลี้ยงดูร่างกายอันบอบบางของเราได้ นอกจาก ‘น้ำนม’ ของแม่ อีกทั้งความรักของแม่มิได้เพียงช่วยให้เรามีชีวิตอยู่รอดและเติบโตเท่านั้น หากแต่จิตใจของเรายังงอกงามได้

‘ความรักของแม่’ แรงกระตุ้นพลังบวกในจิตใจ

พระอาจารย์ไพศาล กล่าวว่า ความรักของแม่ยังปลุกพลังบวกในใจเรา คนเราทุกคนนั้นล้วนแต่มีพลังบวกในจิตใจ เช่น คุณธรรม ความใฝ่ดี อาตมาจึงเชื่อว่าคุณสมบัติดังกล่าวเกิดขึ้นมาพร้อมกับความเป็นมนุษย์ แต่ว่าคุณสมบัตินี้ไม่สามารถจะปิดบังได้ หากปราศจากการปลุกกระตุ้นด้วยความรัก และความรักของคนที่สามารถจะกระตุ้นพลังบวกในใจเราให้มีอานุภาพได้นั้น คือ ‘ความรักของแม่’

“เมื่อใดก็ตามที่เราขาดความรัก ใจเราย่อมโหยหาและเป็นทุกข์ มีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับโอกาสอย่างที่พวกเราหลายคนได้รับ คือ ได้รับความรักจากแม่ หลายคนกำพร้าพ่อแม่ และหากไม่ได้รับความรักจากแม่แล้ว ก็เชื่อได้เลยว่า ความโหยหาสืบเนื่องมาทั้งชีวิต” พระอาจารย์ไพศาล ระบุ และเล่าต่อว่าการจะเรียกร้องความรักอย่างไม่มีวันได้ คนเหล่านั้นหากเราสืบสาวกันก็จะพบว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากการไม่ได้รับความรักของแม่ ทำให้เกิดบาดแผลทำร้ายจิตใจที่ต้องการเยียวยา และหากไม่มีบุคคลใดมาเป็นผู้แทนของแม่แล้วก็จะทำไปสู่ความโหยหาอย่างไม่สิ้นสุด

พระอาจารย์ไพศาล กล่าวอีกว่า เมื่อเราขาดความรัก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากแม่ คนเรามักเป็นทุกข์ “เป็นทุกข์เพราะความโหยหา” เป็นทุกข์เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะได้รับความรักจากแม่ก็จะซ้ำเติมตนเอง หลายคนพบว่าแม่ทิ้งเขาไป ซึ่งเด็กที่ปราศจากความรักของแม่จะรู้สึกเสมอว่าเขาไม่มีคุณค่าเพียงพอจึงทำให้แม่ไม่รัก “ดังนั้นคนที่รู้สึกเช่นนี้ย่อมมีความทุกข์อย่างยิ่ง และใช้เวลานานกว่าจะก้าวข้าม และกลับมามองเห็นคุณค่าของตนเองอีกครั้ง”

เมื่อเราขาด ‘ความรัก’ ก็จะขาดพลังแห่งการทำ ‘ความดี’ ทำให้ ‘ความใฝ่ต่ำ’ ย่อมเข้ามาง่าย คนเราเมื่อเกิดมาแล้วจะมีพลังแห่งความดีติดตัวมาแต่กำเนิด แต่พลังลบก็จะติดมาด้วยเหมือนกัน ใครก็ตามที่ได้รับความรักจากแม่เป็นจุดเริ่มต้น พลังบวกก็จะได้รับการปลุกเร้า จนสามารถได้รับการมีชัย

แต่หากปราศจากความรักของแม่แล้วก็จะจัดการยากที่พลังงานแห่งความดีจะได้รับการปลุกเร้าและมีพลัง ให้สามารถต้านทานพลังใฝ่ต่ำได้ นั่นหมายความว่า ในที่สุดพลังแห่งความใฝ่ต่ำก็จะครอบงำจิตใจ โดยใครที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน คนที่เป็นฆาตกร หรือผู้ที่ล่วงละเมิดเยาวชนที่อ่อนแอกว่า คนเหล่านั้นหากสาวประวัติไปก็จะพบว่าเป็นเพราะ ‘ขาดความรักจากแม่’

“ความรักของแม่ทำให้ความดีในใจของเรางอกงามและเบ่งบาน ประดุจดอกบัวที่เบ่งบานยามรับแสงอรุณ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเมื่อแม่ได้มอบความรักกับเรา ใจเราก็จะสัมผัสได้ถึงความเมตตา เราย่อมรู้รสชาติความเมตตาว่าซาบซึ้งใจเพียงไร และความซาบซึ้งนี้ที่จะปลุกเร้าได้” พระอาจารย์ไพศาล ขยายความ และว่าแม่เป็นผู้ที่สอนให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี เพราะแม่อยากให้เราเป็นคนดี คำสอนของแม่ย่อมทำให้เราเกิดความรู้ผิดรู้ชอบ และจะนำเราไปสู่ความเห็นชอบที่มีพลังขับเคลื่อนให้เกิดการทำความดี

ความรักของแม่ทำให้ใจของเราได้รับความเติมเต็ม และเมื่อได้รับการเติมเต็มก็จะมีความสุข ซึ่งความสุขนั้นคือสิ่งที่ชโลมจิตใจและหล่อเลี้ยงความดีให้เจริญงอกงาม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะแม่ได้อยู่กับเรา ใกล้ชิดเรา แต่ถึงแม่จะจากไปแต่แบบอย่างที่เคยสอนไว้ยังอยู่ สามารถจะเตือนใจให้เราอยากทำความดีและมีกำลังที่จะเอาชนะความชั่วได้

ครูที่ดีที่สุดต้องให้แรงบันดาลใจ

พระอาจารย์ไพศาล บอกอีกว่า หากเรานึกถึงความเสียสละและความดีของแม่ มโนธรรมในใจของเราจะสามารถหักห้ามใจของเราไม่ให้ทำความชั่ว แต่ทำไมต้องรอให้แม่จากไปเสียก่อนถึงจะมีท่าทีเครื่องเตือนใจทำความดี ในตอนที่ท่านอยู่กับเรา หากเราสนใจใคร่ครวญ เราก็จะมีแรงบันดาลใจในการเอาชนะความชั่วและนำพาชีวิตไปสู่ความดีได้ ซึ่งมีคนเป็นจำนวนมากที่ได้อาศัยแม่เป็นพลังในการทำสิ่งดีงาม

ถ้าเรานึกถึงความสำเร็จของเรา เบื้องหลังของสิ่งนั้นคือความรักของแม่ ถ้าเราระลึกเช่นนี้ก็จะซาบซึ้งในอิทธิพลของแม่ และทำให้เราอยากทำความดีเพื่อแม่หรือเพื่อระลึกถึงท่านมากขึ้น ความรักของแม่ทำให้เรารู้จักโลกและมีพัฒนาการทางสติปัญญา ไม่ต้องอธิบายมากก็เห็นชัดแล้วว่าแม่เป็นครูคนแรกของเรา ซึ่งการจะเติบโตได้ต้องมีความงอกงามทางอารมณ์และสติปัญญา

ความงอกงามทางอารมณ์ ทำให้เราใฝ่ดีและมีความสุข ขณะเดียวกัน ความงอกงามทางสติปัญญา ทำให้เราเข้าถึงความจริงของชีวิตและโลก ซึ่งทำให้เราสามารถเกี่ยวข้องกับโลกได้อย่างมีคุณค่าแห่งความหมายและผาสุก เพราะความรักไม่ใช่เพียงสะเทือนอารมณ์เท่านั้น แต่ต้องสามารถจะทำให้มีสติปัญญาเจริญงอกงามได้ด้วย

พระอาจารย์ไพศาล เล่าอีกว่า ความรักของแม่ทำให้ลูกเกิดความรู้และการพัฒนาตน ที่จริงไม่ใช่เฉพาะความรักของแม่เท่านั้น แต่ยังมีความรักของครูที่ทำให้เราเกิดความใฝ่รู้ มีฉันทะในการเรียนรู้ และกล้าสู้ได้ด้วยความลำบาก อย่างไรก็ตาม ถือว่าความรักของแม่หรือครูทำให้เราเกิดความสนุกในการเรียนรู้

“ เด็กที่ถามพ่อแม่และได้รับคำอธิบาย แม้จะดูเป็นเรื่องโง่เขลาที่สุด แต่นั่นหมายถึงความใฝ่รู้ และกล้าที่จะสืบค้นและตั้งคำถาม” พระอาจารย์ไพศาล ยกตัวอย่าง

ความรักของแม่ในฐานะความเป็นครูไม่เพียงแต่ให้การสั่งสอน แต่ยังให้แรงบันดาลใจ มีคำกล่าวว่า “ครูธรรมดาแค่สอน ส่วนครูที่ดีต้องสาธิต แต่สำหรับครูที่ดีที่สุดต้องให้แรงบันดาลใจ” ซึ่งหลายคนได้พบแรงบันดาลใจในการจะเรียนรู้จากแม่และครู

พระอาจารย์ไพศาล กล่าวต่อว่า หลายคนประทับใจในครูที่มีความรักต่อศิษย์ มีความรักต่อวิชาที่เคยสอนและทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการใฝ่รู้ ฉะนั้นความรักและความรู้จึงเป็นสิ่งที่คู่กัน ความรักมิใช่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ทำความดีเท่านั้น แต่ความรักยังนำมาซึ่งความใฝ่รู้และการมีสติปัญญา

“ความรัก ความเมตตา และความมีน้ำใจ ของผู้คนสามารถฉุดพลังแห่งความดีและทำให้มีสติปัญญางอกงาม เด็กที่หิวโหยหากได้รับน้ำใจและอาหารจากคนแปลกหน้า ย่อมซาบซึ้งในคุณค่าความเมตตา ตรงข้ามกับคนที่ไม่ได้รับความเมตตาจากใครก็ยากที่เขาจะมีความรักความเมตตาแก่ผู้อื่น ในเวลาเดียวกันก็สามารถทำให้เขาเข้าใจในเรื่องชีวิต ว่ามนุษย์ทุกคนนั้นย่อมมีความสุขเมื่อได้รับความเมตตา เพราะถ้าเราไม่ประสบความสุขอันเนื่องจากความรักเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความเมตตาของเรานั้นจะสามารถก่อความสุขได้” พระอาจารย์ไพศาล ฝากแง่คิดทิ้งท้าย

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *