jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ชีวิตกับการเดินทาง - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ชีวิตกับการเดินทาง

ชีวิตกับการเดินทาง

ผมมีป้าอยู่คนหนึ่ง อยู่ที่บ้านของอาใกล้ๆบ้านพ่อแม่ผมในสมัยยังเด็ก ป้าไม่เคยออกไปนอกบ้าน ตั้งแต่ผมจำความได้ จนกระทั่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อป้าอายุ ๘๐ กว่าๆ หรือเมื่อผมอายุ ๓๔ ปี ไม่เคยเห็นป้าป่วย ไปหาหมอ เห็นแต่ตอนกลางวัน เดินไปเดินมา ทำกับข้าวกิน สรุปแล้ว ชีวิตของป้าอยู่บ้านอย่างมีความสุขและสุขภาพดี

สำหรับผม เคยตรวจสอบดวงชาตาตอนเริ่มทำงานไม่กี่ปี ผู้ทำนายบอกว่าผมเดินทางมาก แต่สมัยเด็กไม่เคยได้ไปไหน นอกจากไปกับพ่อแม่ ยกเว้น แถวๆบ้าน และรอบกรุงเทพฯ ซึ่งขี่จักรยานเก่าๆ โคล้งเคล้งไปมาซะปรุเลย การเดินทางครั้งแรก เริ่มเมื่อเรียนเกษตรอยู่ปี ๒ ได้ขอเงินแม่ ๓๐๐ บาท มาเที่ยวเชียงใหม่โดยรถไฟ ที่สโมสรนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ (ชื่อสมัยนั้น)เป็นผู้จัด ตื่นตาตื่นใจมาก และเป็นการดื่มเหล้าเมาครั้งแรกในชีวิต บนรถไฟด้วย

ต่อมา ในชีวิตการทำงานได้เดินทางเสมอๆ ขึ้นเหนือลงใต้เป็นว่าเล่น เคยไปทุกจังหวัดในประเทศ จนปัจจุบัน ยังจำจังหวัด อำเภอ และเส้นทางผ่านในทุกภาคได้ แต่จะให้เป็นผู้นำเที่ยวไม่ได้ จำได้แต่เส้นทาง แต่จำสถานที่ท่องเที่ยว ประวัติ และรายละเอียดไม่ได้

จนกระทั่งเมื่อเกษียณอายุแล้ว ในปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องเดินทางมาเชียงใหม่โดยรถยนต์ ไปกลับบ่อย แทบทุกเดือน เพราะมีกิจกรรมและความจำเป็นต้องอยู่ทั้งกรุงเทพฯและเชียงใหม่ ที่เลือกการเดินทางโดยรถยนต์ เพราะเทียบค่าใช้จ่ายแล้ว ประหยัดที่สุด ในขณะที่ได้ขนสัมภาระหลายอย่าง แม้กระทั่งกล่องโฟมใส่น้ำแข็งแช่อาหารสด พอขากลับ ซื้อไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่มกลับบ้านโดยกล่องโฟมเดียวกัน นอกจากนั้น การนำรถยนต์เดินทางเอง ยังมีโอกาสใช้ให้คุ้มค่า ไม่ต้องจอดทิ้งไว้เฉยๆ

เมื่อไม่นานมานี้ ได้ขับรถเดินทางกลางคืนเนื่องจากความจำเป็นประมาณ ๓ ครั้ง ทำให้คิดถึงสมัยหนุ่มๆ ที่เดินทางกลางคืนเสมอๆ ไปแทบทุกภาค แต่ที่ประทับใจเมื่อครั้งโน้น คือเมื่อตอนที่ ขับกลับจากขอนแก่นทั้งคืน ออกประมาณ ๔ ทุ่ม ขับแบบง่วงๆเกือบประสานกับรถทัวร์ที่ออกนอกแถวมา สมัยนั้น ไป-กลับถนนเส้นเดียว ตามกันเป็นแถวเดี่ยว วันนั้นง่วงจน ต้องจอดนอนข้างทางแถวโคราช แล้วพบตำรวจที่อัธยาศัยดี มาเคาะเรียก ให้ไปนอนที่ ป้อมตำรวจ หรือชุมชนจะปลอดภัยกว่า สมัยนั้น ยังไม่มีปั๊มน้ำมันบริการคนเดินทางเหมือนในปัจจุบัน

เมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมานี้เอง ขณะที่อยู่กรุงเทพฯ ตอนบ่ายจัดๆ ได้รับข่าวจากเชียงใหม่ให้ไปทำธุระที่จำเป็นมากในวันรุ่งขึ้น เลยรีบขับรถจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ทันที ออกจากบ้านที่กรุงเทพฯ ประมาณ ๒๐.๔๐ น. และถึงเชียงใหม่ ประมาณ ๖.๐๐ น. โดยมีรถติดแถวหลักสี่ไปสะพานใหม่ประมาณครึ่งชั่วโมง

รถ ISUZU เครื่อง ๑,๙๐๐ ซีซี มีไฟสว่างพอสมควร มองไปข้างหน้าชัดเจนกว่ารถเก๋งโดยทั่วไป และตลอดเส้นทางมีไฟถนนส่องสว่างๆ แม้จะไม่ตลอดสาย แต่ก็ถือว่าส่วนใหญ่มีไฟถนน ได้พบกับเรื่องเสียวๆที่ระยะทางเกือบถึงอ่างทอง มีไฟรั้วจากกรวยกั้นถนนซีกทางขวาเป็นแถวยาว เพื่อทำการซ่อม ตรงนี้เองมีรถบรรทุกขับช้า ขวางหน้าอยู่ คิดสองจิตสองใจว่าจะแซงดีหรือไม่ ในที่สุดก็ตัดสินใจแซง เมื่อแซงแล้ว เห็นแถวกรวยกั้นรถเว้ากินทางเข้ามาเกือบทั้งเลนขวา เกือบแซงไม่พ้น เสี่ยงมาก แต่ก็ผ่านไปได้

ปั๊ม ปตท. ทุกแห่ง เงียบ จอดรถสบาย ปั๊มแรกที่จอด เลยอยุธยามา ได้แวะซื้อกาแฟ ๑ ถ้วยแก้ง่วง ร้านอเมซอนที่นั่น บอกว่าเปิดขายทั้งคืน และสิ่งที่อดเล่าไม่ได้คือ ห้องน้ำผู้ชายทุกแห่ง มีโถปัสสาวะสะอาด และไม่มีแมลงตอม ตอนที่ขับรถอยู่บนถนน ก็ไม่มีแมลงมาเล่นไฟหน้ารถเพราะอากาศหนาว ไม่เหมือนกับในฤดูอื่น ตามปั๊มทุกปั๊ม จะมีรถบรรทุก หรือรถ pickup ที่บรรทุกของจอดอยู่หลายคัน รวมทั้ง ที่ข้างถนน ตรงที่มีพื้นที่เว้าเข้าไปเป็นที่จอดพักรถ พวกเขาคงจอดนอนกัน ซึ่งเมื่อตอนที่ผมไปทางใต้ ตอนดึกๆ ก็พบรถบรรทุกจอดนอนตามปั๊มและข้างทางเหมือนกัน

เมื่อเวลาล่วงไปดึกขึ้น อากาศเริ่มเย็น โดยเฉพาะจากนครสวรรค์เป็นต้นไป ทำให้ไม่ต้องเปิดแอร์ขณะขับ แต่ต้องแง้มกระจกไว้นิดนึงให้ลมพัดเข้า เพื่อปรับอุณหภูมิภายในและภายนอกใกล้เคียงกัน ไม่เกิดฝ้าละอองน้ำที่กระจกด้านหน้า ถ้าข้างในรถอุ่นกว่า ฝ้าที่เกิด จะเกิดที่ผิวกระจกด้านภายในรถ

เมื่อประมาณ ตี ๒ ผ่านเลยตากไปแล้ว ประมาณ อ. แม่พริก เจอด่านตำรวจที่มีตำรวจ ๑ นายยืนคอยตรวจรถอยู่ นึกชมเชยเจ้าหน้าที่ที่ยังทำงานแม้จะเป็นเวลาตี ๒ ก็ตาม ทำให้คิดถึงรถตำรวจ ที่มาเคาะกระจกเรียกผม ตอนที่จอดนอนแถวโคราช เมื่อสมัยหนุ่มๆที่กล่าวมาข้างต้น พบตำรวจแล้วอบอุ่นใจครับ

ตอนที่ขับรถเลยลำพูนมา เห็นสิ่งก่อสร้างสูงๆ มืดๆตั้งทมึนขวางอยู่บนถนนข้างหน้าไม่มีไฟฟ้าเปิดไว้ เลยหลบซ้าย วิ่งตามเส้นแบ่งเลนสีขาว ออกไปเป็นสี่แยกไฟแดง ปรากฏว่าที่เห็นนั้น คือสะพานลอยที่ให้รถข้ามสี่แยก แต่ไม่มีไฟ ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอเดินหน้าต่อไป ก็พบสะพานลอยให้ข้ามอีก ซึ่งตอนนี้คุ้นเคยอยู่และมีไฟฟ้าเห็นชัด ขับรถข้ามไปสบายๆ จนถึงเชียงใหม่

การขับรถกลางคืนในฤดูหนาวนั้น ถ้าขับช้าช้าไปเรื่อยเรื่อย ไม่ง่วงนอน น่าจะปลอดภัย เพราะรถน้อย อากาศดี ประหยัดน้ำมัน แต่ถ้าเป็นฤดูฝน ต้องห้ามเดินทางกลางคืนอย่างเด็ดขาด เพราะขนาดกลางวัน เมื่อฝนตกหนักๆยังไม่เห็นทาง ถ้าเป็นกลางคืน คงขับไม่ได้แน่นอน ข้อสำคัญคือถ้าไป ๒ คน ก็เปลี่ยนขับกันได้ด้วย เขียนเล่ามาเล่นๆครับ คงจะไม่ได้เลียนแบบสมัยหนุ่มๆบ่อยนัก คิดถึงป้าผม อยู่บ้านทุกวัน อย่างน้อย ๓๔ ปี เท่าอายุผมตอนนั้น ไม่ออกไปไหนเลย ก็เป็นความสุขสงบอีกแบบหนึ่ง

บู๊ คนเคยหนุ่ม

เชียงใหม่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *