INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มิตซูบิชิ ผลิตตั้งแต่ตะเกียบไปจนถึงจรวด

มิตซูบิชิ ผลิตตั้งแต่ตะเกียบไปจนถึงจรวด

ภายในญี่ปุ่น ถ้าเรากำลังทำงานกับบริษัืหนึ่ง เรากำลังทำงานกับบริษทอื่น
หลายบริษัท กระทำคล้ายกับครอบครัวมาก เราเรียกมันว่าเคเรตสิ คอมกอมเมอเรตญี่ปุ่น และมันเป็นโมเดลและควบคุมศรฐกิจญี่ปุ่นดำเนินงานอย่างไร
เคเรตสึเป็นเครือข่ายการเชื่อมโยงระหว่างกันของบริษัทแสดงคุณลักษณะด้วยพันธมิตรที่เข้มแข็งและการถือหุ้นไขว้ เคเรตสึ กำเนิดภายในญี่ป่นและครอบงำเศรษฐกิจระหว่างครึ่งหลังของศตวรรษที่ยี่สิบ เคเรตสึยังคงมีอยู่ภายในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โดยเฉพาะภายหลังสวครามโลกครั้งที่สอง ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนับตั้งแต่การก่อตั้งของมัน
เคเรตสึแม่บทปรากฏระหว่างปฏิหารย์ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตามมาหลัง
สงครามโลกครั้งที่สอง ท่ามกลางพังทลาบของการผูกขาดแนวดิ่งควบคุม
โดยครอบครัวเรียกว่าไซบัตสุ ไซบัตสุอยู่ ณ หัวใจของเศรษฐกิจภายใน
อาณาจักรของญี่ปุ่น นับตั้งแต่การกลายเป็นอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่เร่ง
ระหว่างยุคเมจิ มันยึดครองอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เหนือชาติญี่ปุ่น
ภายหลังการยอมแพ้ของญี่ปุน่ เมื่ออเมริกายึดครองญี่ปุน และเขียนรัฐ
ธรรมนูญญี่ปุ่นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นายพลดักกลาส
เเมคอาร์เธอร์ ผู้ควบคุมญี่ปุ่น ได้ยกเลิกไซบัตสึของญี่ปุ่น
ด้วยการพังทลายของญี่ปุนภายหลังงสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทญี่ปุ่น
ต้องการโครงสร้่างองค์การใหม่ พวกเขาได้สร้างเคเรตสึ แปลว่า เชื่อมโยง หรือคอนกอมเมอเรต ภายในภาษาอังกฤษ

 

เคเรตสิ รู้จักกันดีที่สุด ทรงเกียรติที่สุด และใหญ่ที่สุก คือ กลุ่มบริษัท
มิตซูบิชิ บริษัทมิตซูบิชิแกน ได้ถูกลำดับเป็นผู้นำโลกภายในหลาย
อุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิตตะเกียบไปจนถึงจรวด
ที่จริงแล้ว รายได้รวมของบริษัทมิตซูบิชิสิบสองบริษัทระบุภายในโกเบิล
500 ของวารสารฟอร์จูน เปรียบเทียบได้กับจีดีพีรวมของเม็กซิโกและอเมริกากลาง หรือเนเธอร์แลนด์และนิว ซีแลนด์
เมื่อ ค.ศ 1995 มิตซูบิชิ คอรปอเรชั่น บริษัทการค้าโดยทั่วไปของกลุ่มมิตซูบิชิ หรือโซโกะ โซฉะ ได้ถูกลำดับโดยวารสารฟอร์จูนเป็นบริษัทใหญ่ที่สุด
ของโลก ด้วยรายได้ สูงสุด 175 พันล้านเหรียญ
โซโกะ โซฉะ คือ บริษัทการค้าญี่ปุ่นโดยทั่วไป ถ้าเราทำธุรกิจบางอย่างภายในญี่ปุ่น โดยเฉพาะบีทูบี เราอาจจะเคยได้ยินมาแล้วเกี่ยวกับ โซโกะ โซฉะ
หรือ บริษัทการค้าโดยทั่วไป บริษัทเหมือนเช่น มิตซูบิชิ มิตซุย ซูมิโตโม มารูเบนี่ เป็นต้น
โซโกะ โซฉะ เป็นบริษัทการค้าโดยทั่วไปภายในญี่ปุ่นที่มีอยู่ก่อนสงคราม
โลกครั้งที่สอง มันนำทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นระหว่างช่วงเวลาสร้างใหม่หลัง
สงคราม และช่วงเวลาตามมาของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
นอกเหนือจากญี่ปุ่นแล้ว เราไม่มีโมเดลธุรกิจใดเลยเหมือนโซโกะ โซฉะของ
ญี่ปุ่น แม่ว่าเรามีบริษัทการค้า มันไม่มีอะไรเหมือนบริษัทการค้าญี่ปุ่นเลย
มันถูกรู้จักกันเป็นโซโกะ โซฉะ ด้วยการใช้ถ้อยคำญี่ปุ่นอย่างเเท้จริง
เบิรกไชร์ ฮาธเวย์ ของวอร์เรน ปัฟเฟตต์ ได้สร้างส่วนได้เสีย 5% มูลค่า
7 พันล้านเหรียญภายใน
โซโกะ โซฉะใหญ่ที่สุดห้ารายของญี่ปุ่น อิโตชู มารูเบนี่ มิตซูบิชิ มิตซุย และ
ซูมิโตโม พวกเขาเป็นโซกะ โซฉะ ใหญ่ที่สุดของประเทศ การดำเนินงานของพวกเขาครอบคลุมอุตสาหกรรมหลายอย่างมีทั้ง การทำเหมือง พลังงาน อาหาร การค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ การเงิน และการขนส่ง
วอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวว่า พวกเขามุ่งหมายที่จะถือครองการลงทุนเพื่อระยะยาว
และอาจจะเพิ่มการถือครองบริษัทใดก็ตามสูงสุดถึง 9.9% ชึ้นอยู่กับราคา
บริษัทการค้าญี่ปุน เป็นคอนกอมเมอเรตที่นำเข้าทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่พลังงานเเลโลหะ ไปจนถึงอาหารและสิ่งทอเข้ามาสู่ญี่ปุ่นที่ขาดแคลนทรัพยากร
พวกเขาได้ให้บริการแก่ผู้ผลิตด้วย บ้านค้าปลีกเหล่านี้ได้ช่วยการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น และการกลายเป็นระดับโลกของธุรกิจของมัน
ผมยินดีที่จะให้เบิรกไชน์ ฮาธเวย์ มีส่วนร่วมภายในอนาคตของญี่ปุ่น และบริษัทห้าบริษัทที่เราได้เลือกเพื่อการลงทุน บัฟเฟตต์ กล่าว บ้านการค้า
มีการร่วมลงทุนหลายอย่างไปทั่วโลก ผมหวังว่าภายในอนาคต เราอาจจะ
มีโอกาสของผลประโยชน์ร่วมกัน
มิตซูบิชิ กรุ้ป ไม่ได้มีพลังและกำไรเพียงแค่จากบริษัทแต่ละบริษัทที่สร้าง
ครอบครัวของมันเท่านั้น มิตซูบิชิ กรุ้ป และเคเรตสึห้ากลุ่มที่ยิ่งใหญ่ ได้รับ
ความเข้มเเข็งเพิ่มขึ้นจากการเสริมแรงสร้างผ่านโครงการร่วมกันด้วย
ผู้บุกเบิกยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งภายในการพัฒนาอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเกิดภายในเมืองโคชิ เมื่อ ค.ศ 1835 ชื่อของเขาคือ ยาตาโร อิวาซากิ ผู้ก่อตั้ง
มิตซูบิชิ ไซบัตสึ ครั้งหนึ่งเป็นคอนกลอมเมอเรตทรงพลังอย่างมากภายในญี่ปุ่นก่อนสงคราม ยาตาโร อิวาซากิ ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นสมัยใหม่ภายในยุคเมจิของความเจริญรุ่งเรืองและการป้องกันตัว ด้วยการใช้จิตวิญญานยึดครองโดยซามูไร เขาได้ทุ่มเทชีวิตของเขาเองต่อความ
เจริญรุ่งเรืองของญี่ปุ่น
ยาตาโร อิวาซากิ เกิดภายในสภาพที่ถ่อมตัวภายในอากิ จังหวัดโทสะ
พ่อของเขาเป็นนักดื่มหนัก และเเม่ของเขา เป็นผู้หญิงที่เข้มงวด ยาทาโร
ตัวเขาเองถูกเลี้ยงดูให้มีไหวพริบ ตรงไปตรงมา และอยากรู้ยากเห็น ความ
รู้สึกทางธุรกิจของยาทาโรเป็นนักอุตสาหกรรมคือ ทักษะที่จะอ่านความรู้สึก
ที่แท้จริงของหุ้นส่วนของเขาภายในธุรกรรม และดำเนินธุรกรรมต่อไปสู่
ทิศทางที่ได้ประโยชน์แม้ว่าเล็กน้อย ในขณะที่สะสมทักษะเเละประสบ
การณ์อย่างหลากหลาย เขาเริ่มต้นเส้นทางของนักอุตสาหกรรมผ่านช่วง
เวลาการเปลี่ยนแปลงจากการปกครองของจักรพรรด์ไปสู่ยุคของเมจิ
เมื่อ ค.ศ 1870 ยาทาโร ได้ก่อตั้งบริษัทของเขาเอง ทสึคูโม โชคาอิ เปลี่ยนชื่อเป็นมิตซูบิชิ โชคาอิ เมื่อ ค.ศ 1873 ยุ่งเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าส่วนใหญ่
ยาตาโร อิวาซากิ เกิดเป็นลูกของซามูไรชนบทภายในหมู่บ้าอิกูชิ ครอบครัวของอิวาซากิเป็นสมาชิกของขุนนางนักรบซามูไร แต่ปู่ที่ยิ่งใหญ่ของเขาได้ขายสถานภาพซามูไรเนื่องจากหนี้สิน อิวาซากิได้เริ่มต้นอาชีพของเขาทำงานอยู่ที่ตระกูลโทสะ
ตอนอายุ 19 ปี เขาได้เดินทางไปโตเกียวเพื่อการศึกษาของเขา แต่การศึกษาของเขาได้ถูกขัดจังหวะปีต่อมา เมื่อพ่อของเขาบาดเจ็บอย่างรุน
แรงเนื่องจากขัดแย้งกับหัวหน้าหมู่บ้าน ยาตาโร อิวาซากิได้กล่าวหาหัวหน้าหมู่บ้านของการทุจริตและการใช้อำนาจที่ผิด หัวหน้าหมู่บ้านได้แก้แค้นเขาด้วยการ
ขังคุกเขาเจ็ดเดือน ภายหลังเขาได้ถูกไล่ออกไปจากหมู่บ้านของเขายาตาโร อิวาซากิไม่มีงาน
ทำอยู่ระยะหนึ่ง อิวาซากิกลับไปโตเกียว ตรงที่เขาได้สังคมกับนักเคลื่อน
ไหวการเมืองและศึกษาภายใต้โยชิดะ โทโย นักปฏิรูปและผู้สนับสนุน
ความทันสมัยจากจังหวัดโทสะ
โยชิดะ ได้ถูกว่าจ้างโดยยามาอูชิ โตโยชิเกะ ขุนนางของอาณาจักรโทสะ และเขามีอิทธิพลต่ออิวาซากิด้วยความคิดของการเปิดและการพัฒนาญี่ปุ่นผ่านทางอุตสหกรรมและการค้า ผ่านทางโยชิดะ อิวาซากิได้พบงานเป็นเสมียน
แก่รัฐบาลโทสะ และในที่สุดเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารการเงินของสำนักงานการค้าภายในนาซากิของตระกูลโทสะ รับผิดชอบต่อการการค้าน้ำมันการบูรและกระดาษ ซื้อเรือ อาวุธ และกระสุน
เมื่อโชกุนโทกูงาวะสามร้อยปีได้พังทลายลง และจักรพรรดิ์เมจิได้รวมอำนาจของเขา เเละเริ่มต้นโครงการทำให้ทันสมัย โอาสมากขึ้นต่อยาตาโร
อิวาซากิ ได้เข้ามา การค้าได้เข้มข้นภายในพื้นที่โอซากา ดังนั้นยาทาโรได้ย้ายจาก
นาวาซากิไปโอซากาที่จะได้แรงเหวี่ยงต่อสำนักงานการค้า เมื่อ ค.ศ 1870 โอกาสครั้งเดียวของชีวิตมาสู่ชีวิตของยาตาโร รัฐบาลเมจิได้ประกาศคำสั่ง
ห้ามตระกูลยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจหลายอย่างเจ้าของโดยตระกูล
ได้ถูกทำให้เป็นเอกชน ยาตาโรได้ใช้เงินออมของเขาและซื้อสำนักงานการค้า
โอซากาของตระกูลโทสะ สำนักงานการค้าโอซากาถูกเรียกชื่อเป็นทสึคูโม
เทรดดิ้ง คอมพานี
ตามมาหลังการฟื้นฟูเมจิเมื่อ ค.ศ 1868 บังคับการสลายผลประโยชน์ธุรกิจของ
โชกุน ยาตาโร อิวาซากิ ได้เดินทางไปโอซากา และเช่าสิทธิการค้าเพื่อทสุโคโมะ
เทรดดิ้ง คอมพานีของตระกูลโทสะ เมื่อ ค.ศ 1870 บริษัทได้ใช้ชื่อมิตซูบิชิ
โชคาอิ เมื่อยาตาโร อิชิกาวา กลายเป็นประธานบริษัท และเมื่อ ค.ศ 1873 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อของพวกเขาอย่างเป็นทางการเป็นมิตซูบิชิ ชื่อมาจากการรวมกันของตราประจำตระกูลใบไม้สามใบของวงศ์ตระกูลโทสะ และตราประจำตระกูลของครอบครัวของเขาเอง
ต้นกำเนิดของมิตซูบิชิ จะมีประวัติที่ยาวนานย้อนหลังไปศตวรรษที่สิบเก้า
ณ ระยะเวลาเมื่อพลังไอน้ำครองแผ่่นดินและทะเล การกลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของญี่ปุ่นภายในปลาย ค.ศ 1800 กระตุ้นความ
ทะเยอทะยานของผู้ประกอบการของพวกเขา กล้าหาญที่สุดของทั้ง
หมดคือ ยาตาโร อิวาซากิ กลายเป็นผู้ก่อตั้งมิตซูบิชิ เกิดภายในครอบ
ครัวซามูไร เขาได้พิสูจน์เป็นผู้บริหารที่สามารถ เเละเมื่อ ค.ศ 1870 เขาได้
ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทขนส่งสินค้าของเขาเองด้วยเรือกลไฟสามลำ
ตระกูลโทสะ เป็นครอบครัวพ่อค้ามีพลังมากที่สุดของญี่ปุ่นระหว่าง
ช่วงเวลาของโตเกียว ครอบครัวส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับสินค้าเฉพาะ
พวกเขาเป็นผู้นำเข้าของเรือรบและอาวุธด้วย รากฐานการดำเนินงานของครอบครัวโทสะอยู่ภายในนางาซากิ ณ เวลานั้นเป็นท่าเรือญี่ปุ่นที่ยอมให้
ค้าขายกับโลกเท่านั้น
ยาตาโร อิวาซากิ เป็นผู้ประกอบการที่กล้าหาญและทะเยอทะยานเริ่มต้น
มิตซิบิชิ ลูกขายของชานาบ้านนอก เขามาจากเมืองโคชิบนเกาะชิโคกุ บ้าน
ของครอบครัวโทสะที่มีพลัง เขาได้เริ่มต้นอาชีพของเขาภายในการว่าจ้างของครอบครัวโทสะ ครอบครัวโทสะยึดผลประโยชน์ภายในหลายส่วนของธุรกิจ กระตุ้นความทะเยอทะยานของบุคคลหนุ่มสาว
เมื่อ ค.ศ 1870 ยาตาโร อิวาศซากิ ได้ก่อตั้งบริษัทขนส่งสินค้าของเขาเอง ทสึคุโมะ โชคาอิ ด้วยเรืิอกลไฟสามลำ สัญญาเช่าจากครอบครัวโทสะ มันเป็นการเริ่มต้น
ของมิตซูบิชิ ชื่อของบริษัทใหม่เปลี่ยนแปลงเป็นมิทชูคาวา โชคาอิ เมื่ิอ ค.ศ
1872 และเป็นมิตซูบิชิ โชคาอิ เมื่อ ค.ศ 1874 ยาตาโรได้เลือกสัญลักษณ์บริษัท รวมกันของใบโอคสามใบของตราประจำตระกูลโทสะ และเกาลัดสามชั้นของตราประจำตระกูลครอบครัวของเขา สัญลักษณ์นั้นเป็นแหล่งที่มาของชื่อ มิตซูบิชิ หมายความ เพชรสามเม็ด การผสมคำกันระหว่างมิตซู และอิชิ มิตซูหมายถึง สาม ฮิชิ หมายถึง เกาลัด และญี่ปุ่นได้ใช้ถ้อยคำมานานที่จะแสดงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปร่างเพชร ญี่ปุ่นมักจะดัดเสียง
เอชเป็นเสียงบี เมื่อมันอยู่ตรงกลางคำ ดังนั้นพวกเขาได้ออกเสียงของมิตซู และอิชิ เป็นมิตซูบิชิ ยาตาโร อิวาซากิ ได้เลือกเครื่องหมายเพชรสามเม็ดเป็นสัญลักษณ์เพื่อบริษัทของเขา
ญี่ปุ่นกำลังแข่งขันตามให้ทันตะวันตก และธุรกิจของยาทาโร อิวาซากิ ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อน้องชาย ลูกชาย และหลานของเขาได้ขยายตัวไปสู่ธุรกิจที่หลากหลาย ก่อนที่จะกลายเป็นบริษัทที่เรารู้จักกันวันนี้
ตั้งแต่ ค.ศ 1890 ถึง 1920 ธุรกิจส่งผ่านจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่งของครอบครัวยาทาโร มิตซูบิชิ ได้กระจายธุรกิจของพวกเขา และสำรวจอุตสาหกรรมอื่น การปรับปรุงโครงสร้างที่จะรวมธุรกิจเข้ามา เช่น การทำเหมืองถ่านหิน การสร้างเรือ วิศวกรรมการบิน การธนาคาร การประกันภัย การค้า อสังหาริมทรัพย์ การผลิต และอีเลคโทรนิค การผลิตกระดาษ การ
กลั่นเบียร์ อุปกรณ์ไฟฟ้า เเละเครื่องจักร
เริ่มแรก ยาตาโร อิวาซากิ เรียกบริษัทของเขา ซูคูโม แต่ธงบนเรือของเขาแสดงสัญลักษณ์เพชรสามเม็ดที่มีชื่อเสียงในขณะนี้ และเมื่อ ค.ศ 1874 เขาได้รับเอาชื่อ มิตซูบิชิ หมายถึงเพชรสามเม็ด บ้านของมิตซูบิชิเป็นหนึ่งในสี่ของไซบัตสุร่วมกันควบคุม 76% ของทุนอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นก่อนสิ้นสุด
สงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ประกอบการซามูไรที่มักจะถูกมองเป็นตัวอย่าง
ที่ดีมาก เพื่อการเเสดงความสำคัญของจิตวิญญานซามูโรหรือชาตินิยม
ของเเรงจูงใจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นเริ่มแรก
ประวัติบริษัทของมิตซูบิชิ กรุ้ป เป็นกระจกของการกลายเป็นทันสมัยของญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยการฟื้นฟูเมจิเมื่อ ค.ศ 1868 บุคคลที่วางรากฐานของกลุ่มมิตซูบิชิภายในยุคนี้คือ ผู้ก่อตั้ง ยาตาโร อิวาซากิ มันเป็นยาตาโรที่สร้างซูคูโม โชไก บริษัทขนส่งสินค้า และลงทุนอย่างเข้มข้นภายในการทำเหมืองถ่านหินและแร่ เจริญเติบโตเป็นเสาที่สำคัญของการดำเนินงานของมิตซูบิชิ
มิตซูบิชิก่อตั้งภายใน ค.ศ 1870 สองปีภายหลังการฟื้นฟูเมจิ ด้วยการขนส่งสินค้าเป็นธุรกิจแกน เมื่อการเเข่งขันเพิ่มมากขึ้นบนทะเล มิตซูบิชิได้กระจายธุรกิจขึ้นบก การกระจายธุรกิจของพวกเขาส่วนใหญ่ไปสู่ธุรกิจที่
เกี่ยวพันกัน พวกเขาเข้าไปสู่การทำเหมืองถ่านหินที่ต้องการถ่านหินเพื่อเรือ
ซื้ออู่ต่อเรือจากรัฐบาลที่จะซ่อมแซมเรือ ก่อตั้งโรงงานเหล็กจัดหาเหล็กแก่อู่
ต่อเรือ เริ่มต้นธุรกิจประกันภัยทางทะเลรองรับธุรกิจการขนส่งสินค้า และ
อย่างอื่น
ต่อมาทรัพยากรบริหารและเทคโนโลยีได้มาจากการเดินเรือได้ถูกขยาย
ธุรกิจต่อไป บริษัทได้เข้าไปสู่การผลิตเครื่องบินและอุปกรณ์ ประสบการณ์
ของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นำทางบริษัทไปสู่ธุรกิจการค้าโดยทั่วไป
ยาตาโร อิวาซากิ ได้แสดงสาธารณะของความรักชาติเมื่อ ค.ศ 1874 เนื่องจากรัฐบาลกำลังยุ่งยากค้นหาบุคคลบางคนส่งกองกำลังและวัสดุไปไต้หวัน และในที่สุดได้เลือกมิตซูบิชิเพื่องานนี้ มิตซูบิชิยอมรับงาน พวกเขาให้เรือนำกองทัพญื่ปุ่นไปไต้หวัน การปฏิบัตืการบรรลุความสำเร็จ ระหว่างเวลานั้น มิตซูบิชิเป็นเจ้าของเรือ 61 ลำ หรือประมาณ 73% ของฝูงเรือกลไฟของญี่ปุ่น บริษัทได้รับความเมตตาจากรัฐบาลให้รางวัลเขาด้วยเรือ 30 ลำ การเป็นหุ้นส่วนกับรัญบาลนี้ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของบริษัท
ภายในปีต่อมา

เมื่อ ค.ศ 1885 นักอุตสาหกรรมยิ่งใหญ่คนแรกนำญี่ปุ่นจากประเทศโลกที่สามไปสู่ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ได้เสียชีวิตจากมะเร็งกระเพาะอาหารเมื่ออายุ 50 ปี ณ โตเกียว ญี่ปุ่น ชื่อมิตซูบิชิประกอบด้วยมิตซู – สาม และฮิชิ – เกาลัด มักจะถูกใช้ภายในญี่ปุ่นหมายความว่าเพชรหรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน สัญลักษณ์ของมันเป็นการรวมกันของตราประจำตระกูลของครอบครัวอิวาซากิ และตราประจำตระกูลใบโอคของครอบครัวยามาโนอูชิ ผู้นำของตระกูลโทสะ ควบคุมส่วนหนึ่งของชิโคคุตรงที่ยาตาโร อิวาซากิ กำเนิด
ยาตาโร อิวาซากิ ได้ปล่อยบริษัทไว้ภายในมือของน้องชายของเขา ยาตาโร ได้ใช้วันสุดท้ายของเขาด้วยความเจ็บปวดอย่างมากก่อนเสียชีวิต ณ
เวลานั้น มิตซูบิชิ ได้พัวพันการต่อสู้อย่่างรุนแรงกับคู่เเข่งขัน และมันอยู่
ณ จุดสูงสุดของการต่อสู้เพื่อความเหนือกว่าภายในอุตสาหกรรมขนส่ง
สินค้า มิตซูบิชืได้สูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเขา
ณ ข้างเตียงของยาตาโร อิวาซากิเป็นลูกชายคนโตสุดของเขา ฮิสายะ น้องชายของเขา ยาโนสุเกะ และสมาชิกครอบครอบครัวอื่น พร้อมด้วยผู้บริหารจากมิตซูบิชิ การหายใจของยาตาโรไม่ปรกติ เขาได้ลืมตาของเขาทันที และเริ่มต้นพูดด้วยเสียงที่เครียด ผมได้บรรลุความสำเร็จหนึ่งหรือสองของสิบสิ่งที่ผมหวังจะบรรลุ
การหายใจของเขาสะดุด แต่เขาได้พูดต่อไปว่า ฮิสายะ เป็นผู้สืบ
ทอดโดยตรงของผม ยาโนสุเกะ คุณต้องนำทางฮิสายะ ดูแลเขา ดูเเล
ธุรกิจอย่างดี อยู่กับความจริงต่อวิสัยทัศน์ของผม ยาโนสุเกะ ตอบอย่าง
ไม่รีรอ พี่ครับ มั่นใจได้เลยผมจะใช้ความพยายามทุกอย่างซื่อสัตย์ต่อ
ความปราถนาของพี่ตราบเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่ ยาตาโรพยักหน้า และ
กล่าวอย่่างแผ่วเบา ผมจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว มันรู้สึกเหมือนกับท้องของ
ผมจะแยกเปิดออก เขาหน้่าตาบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด และหลับตา
ของเขาลง ไม่นานเขาได้ลืมตาของเขา ค่อยยกมือขวาของเขาขึ้นเหมือน
กับกล่าวว่าลาก่อน และหายใจครั้งสุดท้ายของเขา
หมอคนหนึ่งมองเห็นช่วงเวลาสุดท้ายของยาตาโร อิวาซากิ ได้กล่าวด้วยความชื่นชมว่า ยาตาโรแสดงความเข้มแข็งที่ยิ่งใหญ่เมื่อเขาได้กล่าวความปราถนาสุดท้ายของเขา ผมไม่เคยเห็นบุคคลบางคนใจเย็นและทบทวนตัวเอง ณ เวลาของการเสียชีวิตของเขาเลย
ซามูไรยุคเมจิเสียสละต่ออุดมการณ์ของความซื่อสัตย์และการรับใช้ประเทศ ยาตาโร อิวาซากิ แสดงให้เห็นจิตวิญญานนี้ตลอดชีวิตของเขา ด้วยความผูกพันที่ไม่เปลี่ยน
แปลงที่จะมีส่วนช่วยสังคม จิตวิญญานนี้ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปรุ่นหนึ่งผ่าน
ทางหลักการบริษัทสามข้อคือ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อสังคม ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม และความเข้าใจโลกผ่านธุรกิจ ได้ถูกใช้เป็นปรัชญาแกนของมิตซูบิชิตั้งแต่การก่อตั้งของบริษัท บันดาลใจเราที่จะปรับ
ปรุงอย่างต่อเนื่องวิถีทางที่เราจัดการเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบทางสังคมทั่วโลกของเรา
ในขณะที่ฮิสายะอายุเพียงแค่ 19 ปี เมื่อยาตาโร อิวาซากิ เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ 1885 ยาโนสุเกะ ได้บริหารมิตซูบิชิ เป็นประธานบริษัทคนที่สอง จนกระทั่งฮิสายะพร้อม
ที่จะดำรงตำแหน่ง ฮิสายะได้กลายเป็นประธานบริษัทตอนอายุ 28 ปี เมื่อ
ยาโนสุเกะได้ก้าวลงเมื่อ ค.ศ 1893 ยาโนสูเกะ อิวาซากิ ได้สืบทอดพี่ชายของเขาเมื่อ ค.ศ 1885 ภายใต้ความ เป็นผู้นำแบบเผด็จการของเขา มิตซูบิชิ ได้เจริญเติบโตอยู่ต่อไป
เมื่อ ค.ศ 1893 อิวาซากิ ฮิสายะ ลูกชายของยาตาโร อิวาซากิ ได้เป็นประธานบริษัท เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
ได้ปรับปรุงโครงสร้างมิตซูบิชิที่จะสนับสนุนการดำเนิน
ธุรกิจที่หลากหลายเพิ่มขึ้น การลงทุนของฮิสายะบางอย่างเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทมิทซูบิชิวันนี้ เขาได้ซื้อโกบี เปเปอร์ มิลล์ เป็นมิตซูบิชิ เปเปอร์ มิลล์ ของวันนี้ และเขาได้สนับสนุนการก่อตั้งคิริน บริวเวอรี่
โคยาตะ อิวาซากิ ลูกชายของอิวาซากิ ยาโนสุเกะ ได้เป็นประธานบริษัทของมิตซูบิชิ เมื่อ ค.ศ 1916 เขาได้ศึกษาต่างประเทศด้วย และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตลอดเกือบ 30 ปี เขาแสดงบทบาทที่สำคัญต่อการสร้างอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ภายใต้ความเป็นผู้นำของเขา ดิวิชั่นที่แตกต่างกันได้ถูกก่อตั้งเป็นบริษัท รถยนต์ เครื่องบิน รถถัง และรถโดยสาร ได้ถูกพัฒนาโดยบริษัทที่ต่อมากลายเป็นมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีย์ มิตซูบิชิ
อีเลคทริค ได้เจริญเติบโตเป็นผู้นำอุตสาหกรรมภายในเครื่องจักรไฟฟ้า
และเครื่องใช้ภายในบ้าน
ยาตาโร อิวาซากิ แสดงความรักชาติอย่างเข้มแข็งโดยการรับใช้รัฐบาล เมื่อรัฐบาลมองการขยายพื้นที่ เพื่อที่จะได้ทรัพยากรต้องการเพื่อ
การเป็นอุตสาหกรรม บรรดาพื้นที่ที่มองโดยญี่ปุ่นคือ เกาะตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ไต้หวัน เมื่อราชวงค์ชิงของจีนอ่อนแอลงอย่างมากภายในศตวรรษที่ 19 ยาทาโรเป็นเจ้าของเรือหลายลำเพื่อการค้าและการขนส่ง
ดังนั้นเขาได้ให้เรือขนส่งกองกำลังญื่ปุนไปไต้หวัน
บริษัทกลุ่มมิตซูบิชิที่หลากหลายแตกต่างกันอย่างน่าทึ่งและยุ่งเกี่ยวภายในขอบเขตของธุรกิจที่กว้างขวาง แต่กระนั้นทั้งที่มีความหลากหลาย
ที่ยิ่งใหญ่ บริษัททุกบริษัทรักษาปรัชญาอย่างหนึ่งร่วมกันเป็นรากฐานการดำเนิน
กิจกรรมของพวกเขา แม้ว่านานกว่า 150 ปีมาแล้ว ปรัชญานี้ได้ถูกถ่ายทอด
โดยประธานบริษัทคนที่สี่ของมิตซูบิชิ โคยาตะ อิวาซากิ วันนี้ปรัชญานี้ถูกอ้างอิงเป็น “หลักการสามข้อ” เรียกว่า ซานคอรโยะ เป็นภาษาญี่ปุ่น
จิตวิญญาณิของหลักการสามข้อยังคงมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ภายในบริษัทกลุ่มมิตซูบิชิ
หลักการบริษัทสามข้อได้ถูกกำหนดเป็นแนวทางการกระทำ
ของมิตซูบิชิ เทรดดิ้ง คอมพานี บนพื้นฐานการสอนของโคยาตะ อิวาซากิ
แม้ว่ามิตซูบิชิ เทรดดิ้ง คอมพานี ได้เลิกไปตั้งแต่ ค.ศ 1974 หลักการสามข้อได้
ถูกรับเอาไว้เป็นปรัชญาบริษัทของมิตซูบิชิ และจิตวิญญานนี้มีชีวิตอยู่ภาย
ในการกระทำของการบริหารวันนี้ หลักการสามข้อเป็นรากของความเชื่อของการบริหารของบริษัทกลุ่มมิตซูบิชิ ทรงพลังภายในธุรกิจที่หลากหลาย
และรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยประวัติและปรัชญาร่วมกัน มิตซูบิชิ ได้เจริญ
เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านจิตวิญญานที่เข้มแข็งของการเเข่งขันอย่างเป็นมิตร
มิตซูบิชิ คอนกอมเมอเรตข้ามชาติ อ้างถึงตัวมันเองอย่างถ่อมตัวเป็น
ชุมชนของบริษัทอิสระ บริษัทอิสระถูกผูกเข้าด้วยกันโดยการยอมรับ
อย่างสุดหัวใจชองหลักการสามข้อ มิตซูบิชิ ฟาวเดชั่น ก่อตั้งภายใน ค.ศ
1960 แสดงครบร้อยปีขององค์การ และทุกบริํษัทอิสระเป็นผู้สืบทอด
ของบริษัทขนส่งสินค้าก่อตั้งภายในญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ 1870
วันนี้ มิตซูบิชี กรุ้ป ประกอบด้วยบริษัทข้ามชาติอิสระจำนวนหนึ่ง บริษัท
สำคัญที่สุดสี่บริษัทคือ เอ็มยูเอฟจี แบงค์ ธนาคารใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มิตซูบิชิ คอรปปอเรชั่น บริษัทการค้าโดยทั่วไป มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสตรีย์ ทั้งสองเป็นบริษัทการผลิตที่หลากหลาย

บริษัทมิตซูบิชิอิสระวันนี้ดำเนินงานแยกจากกันตามกลยุทธ์การบริหารแตกต่างกัน แต่กระนั้นพวกเขาร่วมมรดกอย่างเดียวกัน และส่วนใหญ่
ของพวกเขา ชื่อมิตซูบิชิและโลโกเพชรสามเม็ดที่มีชื่อเสียง พวกเขาถูก
ผูกพันด้วยหลักการสามข้อ หริอปรัชญาการบริหารสร้างโดยประธาน
บริษัทคนที่สี่ของมิตซูบิชิ โคยาตะ อิวาซากิ มองเป็น ” ดีเอ็นเอมิตซูบิชิ”
พวกเขาได้มรดกเหมือนเป็นเส้นด้ายที่ไม่ขาดของประเพณี
1 ความรับผิดชอบของบริษัทต่อสังคม
มุ่งมั่นยกระดับสังคมทั้งทางวัตถุและจิตวิญญาน มีส่วนช่วยต่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนทั่วโลก บนพื้นฐานของความตระหนักของความรับผิดชอบ
ต่อสังคมของเรา ส่วนใหญ่ภายในสิ่งแวดล้อมโลก สวัสดิการสาธารณะ การศึกษา วัฒนธรรมและศิลป การค้าเป็นการดำเนินการทางสาธารณะ และเราต้องการให้บริษัทมีความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์หลายอย่างกระทบต่อ
ประเทศ ปรัชญานี้เป็นรากของการบริหารมิตซูบิชิตั้งแต่การเริ่มต้นของพวกเขา เพื่อที่บริษัทที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน
2 ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม
รักษาหลักการของความโปร่งใสและความเปิดเผย ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และความยุติธรรม โคยาตะ อิวาซากิ ประธานบริษัท ได้เตือนซ้ำผู้บริหาร
ผู้บริหารมิตซูบิชะ ค้ดค้านการมุ่งกำไรอย่างตาบอด และสูญเสียการมอง
เห็นการยึดมั่นมาตรฐานพฤติกรรมที่สูง ท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่เคยมีมา
ก่อน กระตุ้นพวกเขาตอบสนองต่อการปฏิบัติทางธุรกิจของคู่แข่งขันที่ไร้
ยางอายด้วยความซื่อสัตย์และความอดทน เขาได้เตือนพวกเขาบ่อยครั้ง
ความสำคัญของการบรรลุความคาดหวังของลูกค้าของพวกเขา และแสดง
พฤติกรรมจริยธรรมที่สูงภายในธุรกรรมของพวกเขา เขามีชื่อเสียงต่อการปฏิบัติตามความแตกต่างของวัฒนธรรมทั่วโลก และลูกค้าท้องที่ของชุมชน
ที่มิตซูบิชิดำเนินธุรกิจอยู่
3 ความเข้าใจโลกผ่านธุรกิจ
ขยายธุรกิจบนพื้นฐานมุมมองโลกครอบคลุมทุกอย่าง ณ การระเบิดขึ้น
ของสงครามแปซิฟิค โคยาตะ อิวาซากิ ประธานบริษัท ได้สร้างถ้อยแถลงที่กล้าหาญเกี่ยวกับความเป็นเพื่อนระหว่างหุ้นส่วนธุรกิจระหว่างประเทศแยกจากกันด้วยสงคราม เราถือว่าชาวอังกฤษและชาวอเมริกันหลายคนเป็นบรรดา หุ้นส่วนของเรา พวกเขาดำเนินการโครงการหลายอย่างกับเรา และเมื่อสันติภาพเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีและซื่อสัตย์
อีกครั้งหนึ่ง
มิตซูิบิชิ เอ6เอ็ม ซีโร รู้จักกันดีว่าเป็นเครื่องบินรบซีโรต่อฝ่ายพันธมิตร
เครื่องบินตำนานของสงครามโลกครั้งที่สอง ซีโร เป็นเครื่องบินรบระยะไกล ที่นั่งเดียว ปีกเดียวต่ำ ถูกใช้ด้วยผลกระทบที่ยิ่งใหญ่โดยญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ออกแบบโดย โฮริโคชิ จิโร เครื่องบินรบ ซีโร นี้ ผลิตโดยมิตซูบิชื แอร์คราฟท์ คอมพานี เป็นส่วนหนึ่งของมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดรัสตรีย์ และปฏิบัติการโดยกองทัพเรือญี่ปุ่นตั้งแต่ ค.ศ 1940 ถึง 1945 เมื่อถูกเเนะนำภายใน ค.ศ 1940 มิตซูบิชิ เอ6เอ็ม ผู้เชี่ยวชาญการบินหลายคนพิจารณาเป็นเครื่องบินรบดีที่สุดภายในโลกภายใน ค.ศ 1941 เอ หมายถึง
เครื่องบินรบบนเรือบรรทุก 6 หมายถึง โมเดลที่หกสร้างเพื่อกองทัพเรือ
จักรวรรดิ์ และ เอ็ม หมายถึงมิตซูบิชิเป็นผู้ผลิต
ซีโร เป็นสัญลักษณ์มีชื่อเสียงมากที่สุดของกำลังทางอากาศของญี่ปุ่น
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซีโรเป็นผู้สืบทอดต่อเอ5เอ็ม มิตซูบิชิได้
ออกแบบเอ6เอ็มจากข้แกำหนดของกองทัพเรือ เพื่อเครื่องบินรบที่รวดเร็ว
คล่องแคล่ว และระยะทางไกล
มันเป็นตอนเช้าวันอาทิตย์ที่เบิกบาน 7 ธันวาคม 1941 กองกำลังอากาศ
จักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ปล่อยเครื่องบินรบจากเรือบรรทุกเครื่องบนหกลำ เป้าหมาย
คือ การทำลายกองเรือแปซิฟิคอเมริกาให้มากเท่าที่เป็นไปได้ ณ เพิรล ฮาเบอร์ ใกล้โฮโนลูลู ฮาวาย
การโจมตีเพิรล ฮาร์เบอร์ เป็นการโจมตีทางทหารที่น่าประหลาดใจโดย
กองทัพเรือจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นต่อฐานทัพเรืออเมริกา ณ เพริล ฮาร์เบอร์
โฮโนลูลู พื้นที่เกาะฮาวาย ก่อนแปดโมงเช้า วันอาทิตย์ 7 ธันวาคม 1941
อเมริกาเป็นประเทศที่เป็นกลาง ณ เวลานั้น การโจมตีนำไปสู่การเข้าสู่
สวครามโลกครั้งที่สองของอเมริกาวันต่อไป
ฐานทัพเรือยูเอส ณ เพิรล ฮาร์เบอร์ ได้ถูกโจมตีโดยเครื่องบินรบญี่ปุ่น
353 ลำรวมทั้งเครื่องบินรบเอ6เอ็ม ปล่อยจากเรือบรรทุกเครื่องบินหกลำ
230 ไมล์ทางเหนือของโอวาฮู ภายในสองระลอก การเริ่มต้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนแปดโมงเข้า และยาวนานเกือบสองชั่วโมง กองกำลังญี่ปุ่นได้ทำลาย
เรือของกองทัพเรือยูเอสสิบแปดลำจมหรือเสียหายรวมทั้งเรือรบแปดลำ
และทำลายเครื่องบินมากกว่า 300 ลำบนสนามบินของเกาะ ชาวอเมริกัน 2,403 คนรวมทั้งพลเรือน 68 คน ตายภายในการโจมตี และบุคคลอีก 1,000
คนบาดเจ็บ ญี่ปุ่นบาดเจ็บและตายค่อนข้างน้อบ พวกเขาสูญเสียเครื่องบิน 28 ลำ และเรือดำน้ำเล็กไม่กี่ลำ
ชาวอเมริกันตกตะลึง สับสน ประหลาดใจ และโกรธต่อการโจมตีของ
ญี่ปุ่น ประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี โรสเวลต์ ได้ประชุมรัฐสภา คำพูดของเขาได้ออกอากาศทางวิทยุต่อประเทศ
“เมื่อวาน 7 ธันวาคม 1941 วันที่จะมีชีวิตอยู่ภายในความอับอาย ยูไนเต็ด
สเตรท ออฟ อเมริกา ได้ถูกโจมตีอย่างทันทีและจงใจโดยกองกำลังทางเรือ
และอากาศของจักรวรรดิ์ญี่ปุ่น” ภายในการปราศัย โรสเวล์ ได้ขอรัฐสภาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น การประกาศสงครามได้เกิดขึ้นวันนั้น
แผนของญี่ปุ่นที่จะโจมตีเพิรล ฮาร์เบอร์ ได้ถูกวางโดยพลเรือเอก อิโซโรกุ
ยามาโมโต นักศึกษาก่อนหน้านี้ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเป็นผู้ช่วยฑูต
กองทัพเรือภายในวอชิงตัน ยามาโมโตคัดค้านอย่างเข้มแข็งต่อการเข้าไป
สู่สงครามของญี่ปุ่น เขากลัวกำลังของอเมริกา แต่เมื่อเป็นคำสั่งแล้ว เขา
ควรจะทำให้ดีที่สุด ในฐานะของผู้บัญชาการกองเรือ เขาได้ประเมินที่จะชนะอเมริกา มันจำเป็นต้องโจมตีก่อน
อิโซโรกุ ยามาโมโต รู้ว่าอเมริกามีทรัพยากรมากกว่าญี่ปุ่นมาก ประเทศของเขาไม่สามารถชนะสงครามที่ยืดเยื้อได้ ยามาโมโต เชื่อว่าโอกาสเดียเท่านั้นเพื่อชนะคือ การโจมตีอย่างประหลาดใจ ทำบายกองทัพเรืออเมริกาไม่สามารถใช้งานได้ภายในหนึ่งปีหรือมากกว่า

ภายหลังการเสียชีวิตของประธานาธิบดี แฟรงกลินโรสเวลต์เมื่อ ค.ศ 1945 ประธานาธิบดีคนต่อมาคือ แฮรี ทรูแมน เขาต้องทำการตัดสินใจจบสงครามกับญี่ปุ่นอย่่างไร
ความคิดของการบุกญี่ปุ่นทำให้ทรูแมนและที่ปรึกษาของเขาหยุดและพิจารณา สงครามได้แสดงว่าชาวญี่ปุ่นต่อสู้เพื่อจักรพรรดิ์ ชักจูงพวกเขา
เสียชีวิตดีกว่ายอมแพ้ ผู้หญิงและเด็กถูกสอนให้ฆ่าด้วยอาวุธพื้นฐานอย่างไร นักบินกามิกาเซ่ญี่ปุ่นพลิกผันให้เครื่องบินเป็นจรวด ต้นทุนของ
การบุกสูงมาก การรบที่สำคัญครั้งสุดท้าย การต่อสู้เพื่อโอกินาวา ยาวนานเกือบสามเดือน ชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกันเสียชีวตมากกว่า 100,000 คน
แฮรี ทรูแมนได้เรียนรู้โครงการเเมนฮัตตัน ความลับของความพยายาม
ทางวิทยาศาสตร์สร้างระเบิดปรามาณู ภายหลังการทดสอบอาวุธได้บรรลุ
ความเร็จ
แฮรี ทรูแมน ต้องทำการตัดสินใจสำคัญที่สุดภายในประว้ติศาสตร์ เมื่อสงครามกับญี่ปุ่นมาถึงระยะเวลาสุดท้าย ทรูแมนได้ออกประกาศแห่งพอต
สแดม เรียกร้องการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขของรัฐบาลญี่ปุ่น การเตือน
ถึงการทำลายอย่างทันทีและเด็ดขาด สิบเอ็ดวันต่อมา วันที่ 6 สิงหาคม
1945 ไม่ได้รับการตอบ เครื่องบินทิ้งระเบิดอเมริกันชื่อ อีโนลา เกย์ บิน
จากเกาะทิเนียน บนเส้นทางมุ่งหน้าไปญี่ปุ่น ภายในท้องของเครื่องบิน
ทิ้งระเบิดเป็น “ลิตเติ้ล บอย” ระเบิดปรามาณู ณ ตอนเช้า 8.15 เวลาฮิโรชิมา ลิตเติ้ล บอย ถูกทิ้งลงมา ผลลัพธ์ชาวญี่ปุนประมาณ 80,000 คนเสียชีวิต
ภายในไม่กี่วินาทีแรก ชาวญี่ปุนหลายพันคนเสียชีวิตต่อมาจากความ
เจ็บป่วยด้วยรังสี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1945 เครื่องบินทิ้งระเบิดอีกลำหนึ่ง
บนเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่นางาซากิด้วย “แฟท แมน” ระเบิดปรมาณูอีกลูกหนึ่ง
ภายหลังนาทีแรกของการทิ้งแฟท แมน ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก 39,000 เสีย
ชีวิต 25,000 คนบาดเจ็บ ทั้งสองเมืองพังทลายจากระเบิดปรามา บังคับให้ญี่ปุ่นต้องยอมแพ้สงครามแก่อเมริกา สงครามโลกครั้งที่สองได้สิ้นสุดลงในที่สุด
ญี่ปุนได้ยอมแพ้สงครามอย่างไม่มีเงื่อนไข และลงนามสัญญายอมแพ้บนเรือรบมิตซูรี นายพลดักกลาส แมคอาเธอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้น
แปซิฟิค ได้กลายเป็นผู้ยึดครองญี่ปุ่นนับแต่นั้นมา
ญี่ปุ่นต้องยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่สองต่ออเมริกาในที่สุด ภายหลังจากที่อเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรามาณู ณ ฮิโรชิมา และนางาซากิ ญี่ปุนได้ถูกทำลายล้างจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ภายหลังจากนั้นญี่ปุนได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของอเมริกา ระหว่าง ค.ศ 1946 และ ค.ศ 1952 นายพลดักกลาส
แมคอาเธอร์ เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของการกองกำลังยึดครองญี่ปุ่น ญี่ปุ่นสามารถฟื้นตัวจากความบาดเจ็บจากสงครามโลก และกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดลำดับสองของโลกตามหลังอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1960 จนถูกเรียกกันว่า ความอัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หมายถึงการเจริญเติบโตอย่างสำคัญภายในเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ระหว่างเวลาสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองและสิ้นสุดสงครามเย็น
แฮร์รี่ ทรูแมน ภายในสี่เดือนของการเป็นประธานาธิบดี เขาได้มีการตัดสินใจยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์ได้เคยกระทำมาคือ การสั่งการให้ ทิ้งระเบิดปรมาณูทีี่ฮิโรชิมา และนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะยุติสงครามโลกครั้งที่สอง ตามบันทึก เขาได้เขียนว่า ขณะนั้นเขากลัวว่าเขาอาจจะทำให้เกิดการสิ้นสุดของโลกใบนี้ ภายหลังจากนั้นไม่นานญี่ปุนได้ยอมแพ้สงคราม แฮร์รี่ ทรูแมน ได้กล่าวด้วยคำพูดตัวเองว่า ผมได้ค้นพบว่าการเป็นประธานาธิบดีคือ การขี่หลังเสือ บุคคลที่เลิกขี่ย่อมจะถูกเสือกลืน
แฮร์รี่ ทรูแมน ได้กล่าวว่า ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร เมื่อผมได้ยุติสงครามด้วยระเบิดปรมาณู ผมไม่มีความเสียใจ และภายในสถานการณ์อย่างเดียวกัน ผมจะทำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถทนความร้อนได้ ออกไป
จากจากห้องครัวเลย

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *