INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“บิก ทรี” ณ การประชุมยัลตา

“บิก ทรี” ณ การประชุมยัลตา

ภายในสงครามโลกครั้งที่สอง สามอำนาจพันธมิตรยิ่งใหญ่ อังกฤษ อเมริกา และรัสเซีย ได้สร้างขึ้นพันธมิตรหลักเป็นจุดสำคัญแห่งชัยชนะ
บิก ทรี เผชิญความท้าทายอย่างมากภายในการประสานความพยายาม
ของพวกเขา หลายพันไมล์แยกเมืองหลวงของพวกเขาจากกัน หมาย
ความว่าการตัดสินใจที่สำคัญมักจะทำโดยโทรศัพท์หรือโทรเลข แม้ว่า
ผู้แทนของพวกเขาได้พบกันบ่อยครั้งระหว่างสงคราม แฟรงคลิน โรสเวลต์
วินสตัน เชอร์ชิล และโจเซฟ สตาลิน ได้พบกันสองครั้งเท่านั้น
“บิก ทรี” ณ การประชุมยัลตา คาบสมุทรไครเมีย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ 1945 ของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลกสามคนคือ แฟรงคลิน โรสเวลท์ ประธานาธิบดีอเมริกา วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และโจเซฟ สตาลิน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย มันเป็นชื่อรหัส อาร์โกนอต ปกปิด
ข้อเท็จทริงที่ผู้นำยิ่งใหญ่สามคน ได้รวมกันที่จะอภิปราบการจัดระเบียบ
ใหม่ภายในยุโรป
ความมุ่งหมายของการประชุมครั้งนี้คือ การเรียกร้องร้องให้เยอรมันยอมแพ้สงครามโดยไม่มีเงื่อนไข และการจัดระเบียบยุโรปภายหลังสงคราม
ก่อนการประชุมยัลตา ผู้นำยิ่งใหญ่สามคนได้พบกันเมื่อ ค.ศ 1943 ภายในเตหะราน อิหร่าน ตรงที่พวกเขาได้ประสานระยะต่อไปของการต่อสู้สงครามกับฝ่ายอักษะ ภายในยุโรปและเเปซิฟิก ณ การประชุมเตหะราน
อเมริกาและอังกฤษ ได้ผูกพันที่จะเปิดการบุกของฝรั่งเศสทางเหนือภายใน
ค.ศ 1944 การเปิดแนวรบอีกด้านหนึ่งกับนาซี เยอรมัน
เมื่อ ค.ศ 1945 ดังที่โรสเวลท์ เชอร์ชิลล์ และสตาลิน ได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง ณ ยัลตา ชัยชนะของพันธมิตรภายในยุโรปอยู่บนขอบฟ้า ณ ยัลต้า บิก ทรี
ได้ตกลงกันว่าภายหลังการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขของเยอรมัน เยอรมันจะถูกแบ่งสี่เป็นเขตการยึดครองหลังสงคราม ควบคุมโดยกองกำลังทหาร
ของอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เบอร์ลินจะถูกแบ่งเป็นเขตการยึด
ครองอย่างเดียวกัน
นักประวัติศาสตร์ มองว่าแฟรงคลิน โรสเวลท์ เป็นประธานาธิบดียิ่งใหญ่
ที่สุดคนหนึ่ง ลำดับเขาเคียงข้างจอร์จ วอชิงตัน อับราฮัม ลินคอล์น และ
โทมัส เจฟเฟอร์สัน
แฟรงคลิน โรสเวลท์ รู้จักกันเป็นเอฟดีอาร์ เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่อย่างเเท้จริง ครอบครองคุณลักษณะกำหนดไว้ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เช่น ความฉลาด ความเชื่อมั่นตัวเอง บารมี ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตว์ และความเป็นกันเอง
แฟรงคลิน โรสเวลท์ มีจิตใจอยากรู้อยากเห็น และกระตือรือร้นเรียนรู้มากขึ้น เขาเป็นนักสื่อสารที่ดีเยี่ยม และเรียนรู้อย่างมากผ่านการพูดคุย และเกี่ยวพันกับโลกภายนอก
แฟรงคลิน โรสเวลท์เชื่อมั่นสูงมากภายในความคิดเห็นและการตัดสินใจของเขาเอง
มันเป็นคุณลักษณะนี้นำเขาไปสู่ไม่เชื่อที่ปรึกษาใกล้ชิดที่สุดของเขา
ต่อการยุ่งเกี่ยวของอเมริกาภายในสงครามโลกครั้งที่สอง ความเชื่อมั่น
ของเขาไม่ยอมรับการสนับสนุนเริ่มแรกของอังกฤษภายในสงคราม
แต่แฟรงคลิน
โรสเวลท์ ทุ่มน้ำหนักของเขาเบื้องหลังกองกำลังพันธมิตรต่ออะไร
ที่บุคคลหลายคนมองเป็นช่วงเวลาแกว่งความสมดุลของอำนาจไปจาก
ชาติอักษะ
วินสตัน เชอร์ชิล ได้ถูกมองเป็นผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ โดยไม่มีความเป็นผู้นำของเขา ผลลัพธ์ของสงครามโลกครั้ง
ที่สองอาจจะแตกต่างออกไป คุณลักษณะของความเป็นผู้นำที่ทำให้เขา
กลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่คือ การใช้การสื่อสารที่ชัดเจนและเรียบง่าย
ความกล้าตัดสินใจ เต็มใจเสี่ยงภัย และเรียนรู้จากความล้มเหลว
วินสตัน เชอร์ชิล มีความสามารถของการบันดาลใจบุคคล ไม่ว่าสถานการณ์
ดูดหมือนเป็นลางร้าย แหล่งของความบันดาลใจนี้เป็นคุณลักษณะของ
เขาเอง เชอร์ชิลล์ แสดงความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ความกระตือรือร้น และการมองในแง่่ดีตลอด เขาไร้ความกลัวและนำด้วยตัวอย่าง และระหว่าง
สงคราม เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมันบินเหนือลอนดอนเพื่อทำลาย
และแพร่ความกลัว เขาไ่มได้เข้าไปหลุมหลบภัย เเต่อยู่บนชั้นดาดฟ้า เขา
ไหลรินจิตวิญญานการต่อสู้ ความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ และความกล้าหาญ
อย่างแท้จริง และมันได้พิสูจน์โรคติดต่อภายในอังกฤษ เขาเป็นผู้นำยาม
สงครามที่ผิดธรรมดา
ระหว่างสงคราม วินสตัน เชอร์ชิล มีชื่อเสียงเป็นผู้นำที่มองเห็นได้ และการ
มองเห็นได้เป็นจุดสำคัญ เขามักจะถูกมองเห็นไปเยี่ยมโรงงาน บ้านที่ถูกทิ้ง
ระเบิด และพูดคุยกับบุคคล กลิ่นไอที่ดึงดูดใจนี้ได้รวมชาวอังกฤษเข้าด้วย
กัน
ต่อวินสตัน เชอร์ชิล เขามองความกล้าเป็นความเต็มใจที่จะตัดสินใจอย่าง
กล้าหาญ ความเสี่ยงภัยสามารถเป็นความไม่สบายใจ เพราะว่ามันมีความเป็นไปได้ของความล้มเหลว เขารู้สึกว่าความเสี่ยงภัยจำเป็นที่จะบรรลุสิ่ง
ที่ยิ่งใหญ่ และสมดุลความกล้าของเขากับความเข้าใจ ไม่ใช่ความเสี่ยงภัย
ที่กล้าหาญทุกอย่่างจะบรรลุความสำเร็จ เมื่อความล้มเหลวเกิดขึ้น เขาเรียน
รู้จากมัน
โจเซฟ สตาลิน เป็นผู้นำเผด็จการมีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่ศตวรรษ
ที่ยี่สิบ เขาปกครองรัสเซียเป็นผู้นำเผด็จการคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ ค.ศ 1924 จนกระทั่งการเสียชีวิตของเขาเมื่อ ค.ศ 1953 โจเซฟ สตาลิน ได้นำรัสเซียผ่านเหตุการณ์โลกที่สำคัญหลายครั้ง เช่น สงครามโลกครั้งที่สอง สงครามเย็น และสงครามเกาหลี
การเริ่มต้นภายในปลาย ค.ศ 1920 โจเซฟ สตาลิน ได้ปล่อยแผนห้าปีมุ่งหมายที่จะปฏิรูปรัสเซียจากสังคมการเกษตรไปสู่มหาอำนาจทางอุตสาหกรรม แผนพัฒนาของเขาศูนย์รวมอยู่การควบคุมเศรษฐกิจของรัฐบาล
โจเซฟ สตาลินปกครองด้วยความหวาดกลัว ด้วยการยึดความเป็นเผด็จการ เพื่อที่จะกำจัดใครก็ตามที่อาจจะต่อต้านเขา เขาได้ขยายอำนาจของตำรวจลับ การกระตุ้นให้ประชาชนสอดแนมระหว่างกัน
ยิ่งกว่านั้นโจเซฟ สตาลินได้สร้่างลัืทธิบูชาผู้นำรอบตัวเขาภายในรัสเซีย เมืองได้ถูกเปลี่ยนชื่อที่จะให้เกียรติเขา
โจเซฟ สตาลิน เสียชื่อต่อความโหดร้ายมาก่อน ภายใต้สตาลิน รัสเซียได้ถูกปฏิรูปจากสังคมเกษตรกรเป็นมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมและทหาร แต่กระนั้นเขาปกครองด้วยความหวาดกลัว วันนี้เขาถูกจดจำเป็นเป็นผู้นำเผด็จการโหดร้าย รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของบุคคลมากกว่า 20 ล้านคน เช่น เขาจำคุกบุคคลหลายล้านคนของเขาเองภายในค่ายเเรงงาน เขาได้ทำให้รัสเซียจากประเทศล้าหลัง ไปสู่มหาอำนาจโลกด้วยต้นทุนมนุษย์ที่คาดไม่ถึง
การยุ่งเกี่ยวของโจเซฟ สตาลินภายในสงครามโลกครั้งที่สองสำคัญมาก เขาได้พันธมิตรรัสเซียกับฝรั่งเศสและอังกฤษ ภายในการเผชิญกับการเจริญเติบ
โตชาตินิยมของเยอรมัน และการรุกรานภายในยุโรปกลาง แต่กระนั้นเพียง
แค่ก่อนการเริ่มต้นสงคราม อดอลฟ ฮิตเลอร์ และโจเซฟ สตาลิน ได้ตกลงต่อสัญญาไม่รุกราน ทำให้โจเซฟ สตาลินได้ตระเตรีมประเทศของเขาดีขึ้น เพื่อความต้องการทางอุตสาหกรรมของสงคราม ณ เวลานั้น สัญญาไม่รุกรานระหว่างสองประเทศสิ้นสุดลง ภายหลังฮิตเลอร์ได้ตัดสินใจบุกรัสเซียเมื่อ ค.ศ 1941ทำให้สตาลินเป็นศัตรูของฮิตเลอร์ทันที และรัสเซียได้เข้าร่วมพันธมิตรกับประเทศพันธมิตรอื่นต่อสู้นาซีเยอรมัน
บุคคลบางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำหรือไม่? ถ้าเราดูผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอดีต เช่น อเล็กซานเดอร์มหาราช จูเลียต ซีซาร์ นโปเลียน โบนาปาร์ดต์ ควีน
อลิเบธที่หนึ่ง หรืออับราฮัม ลินคอล์น
เราเคยได้ยินคำพูดว่า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่เป็นโดยกำเนิด ไม่ใช่สร้างขึ้นมา คำพูดนี้คือรากฐานของทฤษฎีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ทฤษฎีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นแนวทางการศึกษาความเป็นผู้นำเชิงคุณลักษณะเริ่มแรก ทฤษีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้เสนอแนะว่า ความสามารถของความเป็นผู้นำเป็นโดยกำเนิด เราคือผู้นำโดยธรรมชาติ หรือเราไม่ใช่ผู้นำโดยธรรมชาติ
คำว่า “บุคคลที่ยิ่งใหญ่” ได้ถูกใช้เพราะว่า เวลานั้นความผู้นำได้ถูกมองว่าเป็นคุณลักษณะของผู้ชาย โดยเฉพาะความเป็นผู้นำทางทหาร เรื่องราวเบื้องหลังของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราพบว่าพวกเขามีคุณลักษณะบางอย่างแตกต่างจากบุคคลธรรมดา พวกเขาได้ถูกอ้างว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่โดยธรรมชาติ และเกิดมาด้วยคุณลักษณะส่วนบุคคลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ปัจจุบันนี้เรายังคงเชื่อว่าผู้นำที่ยิ่งใหญ่เป็นโดยกำเนิด
เมื่อ ค.ศ 1910 โทมัส คาร์ไลย์ นักประวัติศาสตร์ ได้กล่าวว่า เขาเชื่อว่าความก้าวหน้าของโลกเกิดขึ้นจากความสำเร็จของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ประวัติศาสตร์ของโลกเป็นชีวประวัติของผู้นำที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ การสะท้อนความเชื่อของเขาว่า วีรบุรุษได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยคุณลักษณะส่วนบุคคลและแรงบันดาลใจ พวกเขาได้กระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แก่ชีวิตของเรา เช่น อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีอเมริกา ได้มีการยกเลิกทาส

ราล์ฟ สต็อกดิลล์ ผู้บุกเบิกคนหนึ่งของความเป็นผู้นำเชิงคุณลักษณะ ได้พิมพ์บทความเรื่อง Personal Factors Associated with Leadership ภายในวารสารจิตวิทยา เขาได้เริ่มด้วยการยอมรับการสำรวจคุณลักษณะของความเป็นผู้นำทางทหาร ภายใต้การวิจัยของราล์ฟ สต็อกดิลล์ ที่ไม่ใช่ผู้นำทางทหาร เขาได้พบว่าคุณลักษณะเป็นปัจจัยเดียวเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับความเป็นผู้นำ
ราล์ฟ สต็อกดิลล์ ได้ทบทวนการวิจัยความเป็นผู้นำเชิงคุณลักษณะตั้งแต่ ค.ศ 1948 การสำรวจครั้งแรกของเขาได้ระบุกลุ่มของคุณลักษณะความ
เป็นผู้นำที่สำคัญ สัมพันธ์กับบุคคลภายในกลุ่มแตกต่างกันกลายเป็นผู้นำ
อย่างไร ผลลัพธ์ของเขาชี้ว่าบุคคลภายในบทบาทความเป็นผู้นำแตกต่างจากสมาชิกของกลุ่มด้วยคุณลักษณะแปดอย่างต่อไปนี้ ความฉลาด ความ
ตื่นตัว ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ ความคิดริเริ่ม ความพากเพียร ความ
เชื่อมั่นตัวเอง และความเป็นกันเอง

ความเป็นผู้นำด้วยคุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่ เรามืคุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างเป็นหลักฐานภายในผู้นำที่เข้มแข็งทุกคน
ระดับที่สูงของความรอบคอบ การเปิดกว้างต่อประสบการณ์ และการเเสดงตัว เป็นท่ามกลางความโดดเด่นที่สุดของคุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่
เรามีไม่กี่อย่างที่ซับซ้อนมากกว่าบุคลิกภาพของบุคคล แต่นั่นไม่ได้หยุดนักจิตวิทยาจากความพยายามที่จะอธิบายและเเยกประเภทมัน ภายในสาขาจิตวิทยาบุคลิกภาพ ทฤษฎีหนึ่งยาวนานที่สุด ได้ระบุบุคลิกภาพตามมากน้อยแค่ไหนที่เราได้แสดงแต่ละอย่างของคุณลักษณะห้าอย่าง เรียกว่า คุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่ รู้จักกันเป็นโมเดลปัจจัยห้าอย่างด้วย เราสามารถศึกษาความเป็นผู้นำด้วยคุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่ได้
คุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นจากการมีส่วนช่วยของนัก
วิจับหลายคน
กอร์ดอน ออลพอร์ต และเฮนรี่ ออดเบิรต ได้สร้างรายการของถ้อยคำ 4500 คำเกี่ยวพันกับคุณลักษณะบุคลิกภาพเมื่ิอ ค.ศ
1936 ผลงานของพวกเขาได้ให้รากฐานแก่นักจิตวิทยาอื่นที่จะเริ่มต้นพิจารณาคุณลักษณะพื้นฐานของบุคลิกภาพ
เมื่อ ค.ศ 1940 เรย์มอนด์ แคตเทลล์ ได้ใช้การวิเคราะห์ปัจจัย – วิธีการทางสถิติ
ทำให้รายการของออลพอร์ตแคบลงเป็นคุณลักษณะ 16 อย่่าง และฮันส์
ไอแซงค์ ได้นำเสนอทฤษฎีสามปัจจัย นักวิจัยหลายคนรู้สึกว่าทฤษฎีของฝแคตเทลล์ ซับซ้อนเกินไป และของฮันส์ ไอเเซงค์ จำกัดภายในขอบเขตเกินไป ด้วยเหตุนี้ คุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น นักวิจัย
ได้พิจารณารายการของแคตเทลล์ และพบว่ามันสามารถลดลงต่อไป
เป็นคุณลักษณะห้าอย่าง คุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างเป็นทฤษฎีพัฒนาเมื่อ ค.ศ 1949 โดย ดี ดับบลิว ฟิสค์ และต่อมาได้ขยายโดยนักวิจัยคนอื่น เรามีวิถึทางที่ง่ายของการจดจำคุณลักษณะบุคลิกภาพห้าอย่างที่ยิ่งใหญ่
คือการใช้อคำย่อของโอเชียนหรือแคนนู : โอซีอีเอ็น หรือ ซีอีเอ็นโออี
1 การแสดงตัว
การแสดงตัว เป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพของบุคคลที่ชอบเข้าสังคม กันเอง อารมณ์ดี และเป็นมิตรต่อบุคคลอื่น พวกเขาต้องการทำงานที่เกี่ยวพันระหว่างกัน พวกเขารู้สึกดีต่อตนเองและโลกรอบตัวของพวกเขา
2 ความไม่มั่นคงทางอารมณ์
ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ เป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพของบุคคลที่รู้สึก
เป็นทุกข์ และมองตัวเองและโลกรอบตัวพวกเขาเป็นลบ พวกเขามีความ
เครียดและอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลา
3 ความยินยอมเห็นใจ
ความยินยอมเห็นใจ เป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพชองบุคคลที่เข้ากับบุคคล
อื่นได้ดี ความไว้วางใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก และความเมตตา
บุคคลที่มีความยินยอมเห็นใจสูงโน้มเอียงที่จะมีพฤติกรรมเอื้อสังคม หมายความว่าพวกเขาชอบช่วยเหลือบุคคลอื่น
4 ความรอบคอบ
ความรอบคอบ เป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพของบุคคลที่ระมัดระวัง พิถึพิถัน และระเบียบวินัย การแสดงความรอบคอบ การควบคุมอารมณ์ได้ดี และพฤติกรรมนำทางด้วยเป้าหมาย บุคคลที่มีความรอบคอบสูงจัดระเบียบและสนใจรายละเอียด พวกเขาวางแผนล่วงหน้าและคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของ
พวกเขากระทบต่อบุคคลอื่นอย่างไร และคำนึงถึงกำหนดเวลา
5 การเปิดรับประสบการณ์
การเปิดรับประสบการณ์เป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพของบุคคที่มีความ
สนใจกว้าง จินตนาการ ความคิดริเริ่ม และเต็มใจเสี่ยงภัย พวกเขามีความสนใจกว้าง อยากรู้เกี่ยวกับโลกและบุคคลอื่น และกระหายเรียนรู้สิ่งใหม่
และพอใจประสบการณ์ใหม่

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *