INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เที่ยววัด ชมเวียง เยือนวัง ชุด”รักบ้านเกิด”แลหลังวัยเด็ก#6ตอนจบ”วัดใหม่พิเรนทร์”

เมื่อตอนที่แล้ว เล่าเรื่องชีวิตที่ รร.ทวีธาฯ ครั้งนี้ขอย้อนอดีตช่วงยังเด็กชั้นประถม
แม่ผมลูกจีน”แซ่แต้” ช่วยค้าขายของชำแถวตรอกจันทร์ อ.ยานนาวา พ่อเป็นนักเรียนพาณิชย์ วัดแก้วฟ้า ซึ่งอยู่ในละแวกนั้น เมื่อแต่งงานพ่อทำงานรถไฟ เป็นนายสถานีย้ายไปตามจังหวัดต่างๆ แม่เล่าว่าได้ไปอยู่หลายที่เช่น ภาชี หนองแซง ศาลายา เขาทะโมน
ในช่วงนั้นแม่ทำการค้าเล็กๆน้อยๆที่สถานี สถานีรถไฟจะมีที่ว่างเปล่าริมทางรถไฟ แม่จะขอแรงชาวบ้านมาช่วยลงแขกทำนา เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง



ต่อมาพ่อลาออกกลับมาอยู่บ้านเดิมที่ถ.วังเดิม เปลี่ยนมาทำอาชีพชิปปิ้ง จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยวัยเพียง40กว่าปี
วันหนึ่งตอนผมโต ดูทีวีช่อง4กับแม่ เรื่องคู่กรรม โดย มีชัย วีระไวทยะ เป็น โกโบริ และ บุศรา นฤมิตร เป็น อังศุมาลิน ฉากสถานีรถไฟบางกอกน้อย โดนเครื่องบินถล่ม
แม่ย้อนอดีตเล่าว่า สงครามโลกครั้งที่2 ช่วงญี่ปุ่นบุกไทย แม่มีพี่สาวของผม2คนแล้ว และได้ไปขอลูกชายกับ”คุณย่าโม” โคราช ตั้งท้องผมช่วงสงครามและคลอดมาช่วงต้นปี2488ก่อนสงครามสงบ

สงครามโลกครั้งที่2เริ่มปี2484ที่ยุโรปก่อนและขยายทั่วภูมิภาคและเอเซีย โดยฝ่ายหนึ่งคือสัมพันธมิตรมีผู้นำ5ประเทศคือ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศษ รัสเซีย และจีน อีกฝายคืออักษะ มีผู้นำคือ         เยรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น
รัฐบาลไทยสมัยนั้น จอมพล.ป.ได้เข้ากับญี่ปุ่นเปิดทางให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทยไปตีพม่า”ทางรถไฟสายมรณะ” ทำให้ฝายสัมพันธมิตรต้องใช้เครื่องบินเข้าถล่มไทย
บ้านผม ถ.วังเดิมอยู่ใกล้จุดยุทธศาสตร์ คือ สถานีรถไฟบางกอกน้อย กรมอู่ทหารเรือ และที่ตั้งกองทัพเรือ เมื่อเครื่องบินมาทิ้งระเบิด กรมอู่ทหารเรือจะเปิดหวอเตือนภัย ชาวบ้านจะอุ้มลูกจูงหลานหลบภัยเข้าไปอยู่ในสวนที่ไกลขึ้นเช่น ในสวนตรอกโพธิ์สามต้น สวนแถบวัดดีดวด ความเป็นอยู่ตอนนั้นลำบากมากข้าวของหยูกยาหายาก
จึงทำให้ครอบครัวผมตัดสินใจหลบภัยสงคราม ไปอยู่ในสวน คลองบางประแก้ว เขตบางขุนเทียนและผมก็ถือกำเนิดที่นั่น โดยหมอตำแย ในช่วงต้นปี2488ใกล้สงครามสงบ
แม่เล่าว่าสมัยนั้นใช้กระโด้ง ใส่เด็กที่เกิดใหม่และคุณย่าผมเป็นคนมอญจะเรียกผมว่า”ต๊ะเทิ่ง”เป็นภาษามอญ
ครอบครัวเราย้ายกลับมาถ.วังเดิม เมื่อสงครามสงบ โดยเดือนส.ค.2488ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามจากผลของระเบิดนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิม่า และนางาซากิ
สำหรับในไทย จอมพล.ป.ลาออกและถือเป็นอาชญากรสงคราม ต่อมา ก.ย.2488 ม.ร.ว.เสนีย์ฯหัวหน้าเสรีไทยสายสหรัฐฯเป็นเอกอัคราชฑูตไทยในสหรัฐ กลับมาเป็นนายกและร่วมกับกลุ่มเสรีไทย อาทิเช่น ท่านปรีดี ดร.ดิเรก อ.ป๋วย เจรจาแก้ไขมิให้ไทยต้องตกเป็นเมืองขึ้นของฝ่ายสัมพันธมิตร


หลังจากอพยพกลับมาถ.วังเดิม อีก2ปีต่อมาแม่ก็ให้กำเนิดน้องชายผม และอีก6ปีต่อมาก็เกิดน้องชายคนเล็ก พี่น้องผมจึงมี5คนพี่สาว2คน ผม และน้องชาย2คน
ชีวิตวัยเด็ก บ้านเป็นสวนมีต้นไม้ใหญ่ๆ พ่อชอบซื้อกล้วยไม้ป่าจากสนามหลวงมาเกาะบนต้นไม้ช่วงเดือนพ.ย.-ก.พ.จะส่งกลิ่นหอมอบอวล
พ่อชอบเลี้ยงสัตว์ ไก่แจ้ ไก่ต๊อก ไก่งวง เลี้ยงกล้วยไม้ บอนสี กล้วยไม้ดินและที่สำคัญชอบตกปลา พ่อเคยร่วมกับขุนชวนฯสั่งเนื้อเยื่อกล้วยไม้จากต่างประเทศมาเลี้ยง วันเสาว์ -อาทิตย์พวกเราเคยช่วยพ่อขนกล้วยไม้ไปขายที่สนามหลวง
หลังบ้านเราเป็นคลอง ช่วงนั้นธรรมชาติยังงดงามในคลองมีปลาตีน กุ้งดีดขัน หอยทราย          ปลาบู่ ครั้งหนึ่งพี่ๆอ่านหนังสือขุมทรัพย์ใต้น้ำ ชวนน้องๆงมในคลองเจอแผ่นไม้ฝังอยู่ในคลองนึกว่าหีบสมบัติ ช่วยกันเอาขึ้นหนาวสั่นโคลนติดหน้าตา แม่กลับมาโดนดุใหญ่เลย
สมัยนั้นข้างๆถนนวังเดิมเป็นท้องร่อง พวกเราชอบไปช้อนปลากัดป่าช่วงที่มันก่อหวอด ปลาเข็ม ปลาหัวตะกั่ว เอามาเลี้ยง
ช่วงปี2494-2498 ผมเข้าเรียนชั้น ป.1-ป.4พร้อมน้องชายคนรอง ที่ร.ร.สุโรจน์วิทยา ถ.อิสรภาพ ตรงข้ามวัดใหม่พิเรนทร์ เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น
คุณครู ภคินี สุวรรณชฏ เป็นครูใหญ่ ท่านเป็นพี่สาวของ คุณ พินิต สุวรรณชฏ อดีต เลขาธิการ ส.ป.ก. มีคุณครู นิภา ครูนารี ครูจีระพันธ์ เป็นครูโรงเรียน อาคารเรียนหลังใหม่ของโรงเรียนเมื่อน้องผมจบสถาปัตฯก็ได้มาออกแบบให้ ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว เดี๋ยวนี้เป็นโรงเรียนอินเตอร์แคร์การบริบาล  ผลิตผู้ช่วยพยาบาล



เพื่อนร่วมชั้นเรียนและไปเรียนต่อที่ทวีธาฯด้วยกัน เช่น พล.อ.เรืองโรจน์ ฯ “สมบัติ”คนนี้เป็นนายช่างกรมทางหลวง คุมสร้างทางและไปตั้งรกรากที่จ.อำนาจเจริญ “ไกรวุฒิ”จบพาณิชย์ธนฯไปตั้งรกรากอยู่สหรัฐ
สมัยนั้นจากบ้านไปโรงเรียนไปได้2ทางคือถนนใหญ่เดินจากถ.วังเดิมไปถ.อิสรภาพ เข้าหน้าร.ร. อีกทางเดินตามสวนเลาะไปออกหลังร.ร. พวกเราชอบเดินตามสวน เดินไปเล่นไป การเดินตามสวนในฤดูรัอนนำ้ในท้องร่องจะแห้งลง ปลาจะจมอยู่ในโคลนและพ่นฟองอากาศขึ้นมา
น้องชายผมชอบจับปลาตามสายเลือดพ่อ          ขากลับจากโรงเรียนจะลงจับปลาสมัยนั้นเจ้าของสวนเขาไม่หวงและพอเห็นหน้ากัน ได้ปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอตัวใหญ่ๆ ตอนเด็กๆฝนฟ้าตกตามฤดูกาล จำได้ว่า วันเปิดเทอม 17พ.ค.ของทุกปี ฝนจะตกหนักโรงเรียนเลิกต้องติดฝน
ชีวิตครอบครัวเราอยู่กันอย่างสงบ ราบรื่น แม้ว่าพ่อกับแม่จะมีรสนิยมบางอย่างไม่เหมือนกันแต่มีศีลปในการใช้ชีวิตร่วมกัน
พ่อชอบชีวิต”ชิวๆ” เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้          ตกปลา แม่ชอบเป็นระเบียบ สะอาด จำได้ว่าเช้าก่อนพ่อจะออกไปทำงาน แม่จะเตรียมเสื้อผ้า         กางเกง”ผ้าดิ้นหนังกลับ” เสื้อขาวแขนสั้น ลงแป้งและลงคราม รีดเรียบกลีบโง้ง เสื้อกล้ามตราลูกไก่ เข็มขัดหนังจรเข้หัวทอง รองเท้าขัดมัน กระเป๋าสตางค์ซึ่งต้องมีเงินครบทุกขนาดเรียงเป็นระเบียบ
ผมชอบศีลปการใช้ชีวิตคู่ของพ่อ เช่น แม่ชอบสวนไม่รก พ่อก็พยายามผ่อนปรน พ่อชอบออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งตกปลาตามแม่น้ำลำคลอง ขี่มอเตอร์ไซด์ พร้อมคันเป็ดและข้องใส่ปลาซึ่งแม่ไม่ค่อยชอบ ผมเคยไปกับพ่อขากลับพ่อต้องแวะตลาดซื้อปลาตัวงามๆใส่ข้องมาฝากแม่ทุกครั้ง นับเป็นกลยุทธสำคัญ
พ่อชอบเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงเป็ดพื้นจะสกปรก พ่อจะแอบไปซื้อไข่เป็ดจากตลาดมาวางเรียงกัน คล้ายเป็ดออกไข่ เช้าขึ้นมาแม่เห็นตะโกนว่า”พี่ เป็ดออกไข่” เรื่องการเลี้ยงสัตว์สายเลือดผ่านมายังน้องชายผม ครั้งหนึ่งเขาเลี้ยงเป็ดและเป็ดไปกินชมพู่ เมล็ดชมพู่ติดคอตาย เขาร้องไห้ลั่นบ้าน ซึ่งสายเลือดนี้ตกทอดมายังลูกสาว ชอบเก็บหมาแมวข้างถนนที่เจ็บป่วยมาเลี้ยงจนตอนนี้เป็น”หมอหมา”เปิดคลีนิครักษาสัตว์
เสียดายที่พ่อตายตั้งแต่อายุยังน้อย40กว่าๆ ก่อนพ่อตายจำได้ว่าเป็นหน้านำ้เดือนพ.ย.2505 พวกเราลูก5คนร่วมกินข้าวที่นอกชานบ้าน ติดริมคลอง คุยกันเรื่องงูใหญ่ ผมมองไปที่โอ่งมังกรใส่ข้าวสารดูรูปมังกรนึกถึงงูใหญ่ ทันใดนั้นสายตาเหลือบเห็นกอไผ่ฝั่งตรงข้ามโอนมาชานบ้านเรา มีงูเหลือมตัวใหญ่เลื้อยพันอยู่ พวกเราตกใจมาก แต่งูก็ค่อยๆเลื้อยลงไปในกอไผ่
วันรุ่งขึ้นน้ำท่วมเรือนกล้วยไม้ พ่อมายืนรดน้ำกล้วยไม้โดยเท้าแช่น้ำ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองแตกส่งรพ.ศิริราช ไม่รู้สึกตัวและถึงแก่กรรมในที่สุดด้วยวัย46ปี
วันที่พ่อตาย พวกเราลูกๆยังเรียนไม่สำเร็จ พี่สาวอยู่วิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ ผมอยู่ม.7น้องอีก2คนอยู่ม.5และอีกคนยังเล็ก ช่วงนั้นพวกเราเสียขวัญ แม่เข้ามาปลอบพวกเราให้เข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวแม่ที่จะปกป้องคุ้มครองพวกเราและแม่ก็ได้ทำตามที่สัญญา “บุตร ถือ เสมือนดวงตาดวงใจของแม่”
อัฐิของพ่อเก็บไว้ที่วัดใหม่พิเรนทร์ ถ.อิสรภาพ  บรรพบุษเราจะเก็บอัฐิไว้ที่วัดนี้ เป็นวัดเก่าแก่ พระพิเรนทรเทพ(ขำ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา)ซึ่งเป็นหลานพระเจ้าตาก สมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่ง กรมพระตำรวจในสมัยร.3 ได้เดินทางมาสักการะพระราชวังเดิม เห็นว่าวัดทรุดโทรมจึงสร้างขึ้นใหม่ประมาณปี2384 ท่านผู้นี้เป็นบุตรของ พระยานครราชสีมา(ทองอินทร์)โอรสพระเจ้าตาก ต้นตระกูล”อินทรกำแหง”
ที่วัดใหม่ฯมีเจดีย์ บรรพบุรุษผม ที่เกี่ยวข้องกัน2เจดีย์ โดยคุณทวด ขุนพิสนฑ์สังฆกิจ ตำแหน่งราชเสวก และราชบัณฑิต สมัยร.4 มีบุตรชาย2คน บุตรสาวคนเล็ก1คน
เจดีย์แรกเป็นของบุตรชาย2คน คุณปู่ผมต้นตระกูลนิยมทัศน์ และตระกูล บุญเกษม
บุตรสาว หม่อมศิลา อรรณพ ณ อยุธยา(สมรสกับ มจ. อมรอำนวยวงษ์)มีธิดาคนเดียว ม.ร.ว. เลื่อน  ได้สมรสกับพระยานิพนธ์พจนาตถ์(ต้นตระกูล วิจิตรานนท์) เจดีย์ที่2บนซุ้มเจดีย์มีพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ประดิษฐานอยู่ บรรจุอัฐิพระยานิพนธ์ และอัฐิพระยามหาสมบัติซึ่งเป็นบิดาของพระยานิพนธ์





เมื่องานศพพ่อที่วัดใหม่เสร็จสิ้น เราเอารูปพ่อจากวัดกลับบ้าน คำพูดเบาๆที่ได้ยินจากแม่ “กลับ    บ้านนะพี่ มาช่วยกันเลี้ยงลูก” แม่ขณะนั้นอายุเพียง42ปีเป็นช่วงที่แม่ทุกข์หนัก เพราะไม่มีรายได้อะไรกับต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงดูให้การศึกษาแก่บุตร5คน
แม่รวบรวมเงินมาทำทุนการค้าโดยมีพี่น้องแม่ช่วยเหลือบางส่วน และได้ครองโสดตลอดมา พยายามประหยัด อดออม ส่งเสียให้ลูกเรียนตามปรกติ
เมื่อพวกเราเรียนสูงขึ้น แม่ยิ่งมุมานะหารายได้ แม่บอกพวกเราว่า “ขอให้ลูกทุกคนมีความประพฤติดี มีความพยายามเล่าเรียน” สิ่งนี้เป็นความภูมิใจของแม่จะทำให้แม่มีแรงฟันฝ่าอุปสรรค    ต่างๆได้
แม่ค้าขายหลายอย่าง เสื้อผ้า เครื่องประดับทอง เพชรนิลจินดามาขายเงินผ่อน รับเหมาปลูกบ้าน ปลูกบ้านให้เช่า แม่ระดมทุนโดยตั้งแชร์10-20วง ในแต่ละเดือนต้องใช้สมองในเรื่องการค้า เงินทุน จนสามารถก่อร่างสร้างตัวได้เป็นปึกแผ่น
ในด้านสังคมแม่เป็นรองประธานลูกเสือชาวบ้าน เขตบางกอกใหญ่ แม่ตั้งกองทุนไว้ที่ รพ.ศิริราช รพ.สงฆ์ รพ.สถาบันมะเร็ง ร่วมสร้างตึกคนไข้ รพ.ตากสิน
ด้านศาสนาจำได้ว่าแม่สร้างพระประธานและพระปางลีลาไปไว้ที่วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ ช่วงนั้นปี2517 ยุคคอมมูนิสต์ขยายตัว เราเดินทางจาก กทม.โดยรถบัส3คัน แต่หลงทาง มืดค่ำกว่าจะถึงวัดทุกคนใจคอไม่ดี
ในช่วงนั้นหลวงปู่หมุน พระอริยสงฆ์5แผ่นดิน(พ.ศ.2437-2546)อยู่กุฏิเล็กๆในวัดนี้ แม่ไปกราบท่าน ท่านให้”ลูกหมากถักหุ้มด้วยเชือก”มาบูชา
สำหรับวัดใหม่ฯแม่ทำบุญมาตลอด ผมจำได้ว่าบุญกุศลแม่ก็สามารถทำเป็น ตรรกะ ได้ เรื่องสร้างศาลาเอนกประสงค์
พระครูประวิตร:     โยมคุณนายสงวนศรี อาจารย์
                              อ๊อดนี่ได้บุญมากนะ ออกแบบ                                      ศาลานี่นะ
แม่                      :    ดิฉันได้บุญมากกว่า เพราะส่ง                                   อาจารย์อ๊อดเรียน ถึงได้มาออก                                   แบบให้ได้
เมื่อลูกๆทุกคนสำเร็จการศึกษา แม่ยังห่วงใย ให้คำปรึกษาในการดำเนินชีวิต การก่อร่างสร้างตัว แม้ลูกจะแยกครอบครัวไปแล้ว หากใครไม่สบายแม่เห็นว่าต้องดูแลเป็นพิเศษ แม่จะรับมาอยู่บ้านแม่และดูแลด้วยความห่วงใย
       แม่ปฏิบัติตนในการสงเคราะห์บุตรหลานตามหลักพระพุทธศาสนาโดยสมบูรณ์แบบ”บุตรถือเสมือนดวงตาดวงใจของแม่”
       สิ่งที่แม่เน้น แม่พูดว่า “ทุกคนมีหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ไม่มีอะไรเกินใจ สำเร็จได้ด้วยใจ อย่าลืมคนมีพระคุณถึงเราไม่มีก็ต้องหามาช่วยให้ได้”
       แม่จากไปเมื่อปีพ.ศ.2540 รวมสิริอายุได้78ปี   “พระคุณแม่สูงสุดฟ้ากว่ากล่าวได้”
                              

      ขอจบ”แลหลังชีวิตวัยเด็ก”

จเนศ นิยมทัศน์

ที่มา: https://janesnote.wordpress.com/2016/06/24/เที่ยววัด-ชมเวียง-เยือน-8/

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *