jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ประชาธิปไตยของสหรัฐฯตายแล้ว - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประชาธิปไตยของสหรัฐฯตายแล้ว

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

www.INEWHORIZON.NET

ประชาธิปไตยของสหรัฐฯตายแล้ว

บางคนกล่าวว่าความตายของประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกานั้น มันเริ่มตั้งแต่ประธานาธิบดีเคเนดี้ ถูกลอบสังหาร เพราะมันแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่สามารถทำอะไรเพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ของประชาชนได้เลย และก็ไม่อาจขัดกับผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลในการครอบงำรัฐบาล ซึ่งบางท่านอาจเรียกว่า “รัฐบาลเงา” หรือ “มือที่มองไม่เห็น” แต่พอ ค.ศ.2016 (พ.ศ.2559) MICHAEL LOFTGREN ได้ใช้คำว่าหรือ “รัฐลึก” ซึ่งกลายเป็นศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระยะต่อมาในแวดวงรัฐศาสตร์ ซึ่งมีความหมายว่าในเบื้องลึกของรัฐบาลที่มีรูปแบบมาจากการเลือกตั้งนั้น มีกลุ่มบุคคลซึ่งสามารถบังคับทิศทางในการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยที่ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น และอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้รัฐบาลกระทำการต่างๆ เพื่อสนองประโยชน์ของกลุ่มตนเอง

นอกจาก “รัฐลึก” นี้จะมีอำนาจในการบังคับวิถีการทำงานของรัฐบาลแล้ว กลุ่มนี้ยังสามารถกำหนดตัวประธานาธิบดีที่จะเข้ามารับสนองนโยบายของตนได้ ด้วยการควบคุมกระบวนการที่จะได้มาซึ่งคะแนนเสียงที่จะสนับสนุนใครก็ได้ที่ตนเห็นสมควรให้มาเป็นผู้นำของสหรัฐฯได้

ดูๆแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลุ่ม DEEP STATE นี้มีอำนาจอิทธิพลจริง และนับวันก็กล้าแข็งขึ้นไปทุกที

ถ้าอย่างนั้นกลุ่มพวกนี้เป็นใคร ทำไมถึงมีอิทธิพลสูงจนทำให้รัฐบาลและผู้นำต้องเดินตามแนวทางของตน ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้

1.กลุ่มทุนจากอุตสาหกรรมผลิตอาวุธและอุตสาหกรรมน้ำมัน

2.กลุ่มทุนใหญ่ที่วอลล์ สตรีท

3.กลุ่มทุนใหญ่ไฮเทคจากซิลิคอนวอลเล่ย์

ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของขบวนการไซออนิสต์(ZIONIST) ซึ่งเป็นลัทธิผ่าเหล่าของยิว แต่มีอิทธิพลมากทางการเงิน ทางสื่อสำนักใหญ่ๆ แม้แต่ ฮอลลีวู้ดที่จะคอยมอมเมาประชาชน

ด้วยการผนึกกำลังของ 3 กลุ่มนี้ ซึ่งแผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปสู่วงการต่างๆที่เป็นกลไกของรัฐ อันได้แก่องค์กรฝ่ายความมั่นคง NSC องค์การสืบราชการลับ CIA กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ องค์การตำรวจสอบสวนกลาง FBI กระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR ที่มีเครือข่ายโยงใยกับบุคคลชั้นนำในประเทศต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้พิพากษา กลุ่มส.ว. และ ส.ส.บางส่วนที่เข้าร่วมกับขบวนการ DEEP STATE นี้ จึงทำให้ประชาชนมิอาจพึ่งพาหาความยุติธรรมได้จากการศึกษาของนักเขียนกล้าตาย 2 ท่าน ได้เปิดเผยว่าหลังการถล่มเวิร์ลเทรด 9/11 นั้น มีการแพร่ขยายเครือข่ายการทำงานไปสู่ภาคเอกชน ซึ่งเข้ามาร่วมขบวนการถึง 854,000 คน ทำให้ขบวนการนี้แผ่ขยายอิทธิพลไปอีกมากใดยเฉพาะภายหลังที่ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่ทำให้ประธานาธิบดีสามารถประกาศสงครามกับประเทศอื่นได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติต่อรัฐสภา ซึ่งทำให้บางคนกล่าวว่านี่ก็เป็นอีกจุดที่ตอกย้ำว่าประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาตายแล้วจริงๆ เพราะเจตนารมณ์ของประชาชนมิได้รับการเคารพ ในทางตรงข้ามประชาชนกลับถูกใช้ในการเป็นเครื่องมือในการแสวงประโยชน์ของขบวนการนี้

ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นหลังตึกเวิร์ลเทรดโดนถล่ม คือการที่สหรัฐฯโดยประธานาธิบดีบุช ส่งกำลังทหารไปถล่มอิรัก ด้วยข้อกล่าวหาที่ต่อมาได้พิสูจน์ว่าโกหก นั่นคือการกล่าวหาว่าซัดดัมมีอาวุธทำลายล้างมหาประลัย ซึ่งต่อมาการดำเนินการนี้กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์ คือ อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ และกลุ่มต่อมาเมื่อยึดครองอิรักก็ยึดบ่อน้ำมัน ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯได้รับประโยชน์ ส่วนประชาชนถูกหลอกให้ไปรบเสียชีวิต ล้มตาย หรือบาดเจ็บทุพพลภาพจำนวนมาก แถมเมื่อกลับมาก็มิได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่เคยสัญญาไว้ โดยส่วนใหญ่ไปรบเป็นคนยากจนและผู้ตกงาน เมื่อกลับมาก็กลายเป็นปัญหาสังคมต่างๆรวมทั้งผู้ติดยาที่เพิ่มขึ้น

เนื่องจากสหรัฐฯเป็นมหาอำนาจ ดังนั้นนโยบายต่างประเทศ จึงเป็นกลไกหลักที่จะทำให้กลุ่มทุนต่างๆนอกจากแสวงประโยชน์ภายในประเทศแล้ว ยังยื่นแขนออกไปทำลายประเทศอื่นๆและกอบโกยผลประโยชน์กลับมาสู่กลุ่มทุนที่นับวันจะเข้มแข็งมากขึ้น เช่น การบุกลิเบียเพื่อยึดบ่อน้ำมัน การสร้างสงครามในซีเรียเพื่อขายอาวุธ และแม้แต่การเตรียมการโจมตีอิหร่าน เพื่อสนองนโยบายของอิสราเอลก็เป็นไปเพื่อตอบสนองต่อขบวนการไซออนิสต์ที่เป็นรัฐบาลอิสราเอลในปัจจุบัน

กล่าวโดยรวมการกระทำของรัฐบาลภายใต้การควบคุมของ “รัฐลึก” DEEP STATE นั้นไม่เคยตอบสนองผลประโยชน์ของชาติ นอกจากทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้บงการรัฐบาลจากเบื้องหลังดังกล่าว

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าประชาธิปไตยในสหรัฐฯมิได้มีความหมายอีกต่อไป ภายใต้ขบวนการนี้ รัฐธรรมนูญถูกเหยียบย่ำไร้ความหมาย การเลือกตั้งเป็นเพียงข้ออ้างทางพิธีกรรม เพื่อเปลี่ยนคนทำงาน เสียงของประชาชนจึงไม่มีความหมาย และมีจำนวนไม่น้อยถูกครอบงำโดยสื่อกระแสหลักที่เป็นเครื่องมือของขบวนการรัฐลึก ประชาชนจึงเปรียบเสมือนทาสในระบอบเผด็จการฟาสซีสต์ยุคใหม่

ในห้องประชุมของประธานาธิบดีที่จะต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆทั้งหลาย ก็มักจะถูกแวดล้อมจากบุคคลในเครือข่ายของ “รัฐลึก” ดังนั้นข้อมูลต่างๆจึงถูกกำหนดมาเพื่อตีกรอบการตัดสินใจของประธานาธิบดีให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ และถ้าประธานาธิบดีคนใดผ่าเหล่าไม่ยอมทำตามก็จะถูกสังหารเหมือนประธานาธิบดีเคเนดี หรือไม่ก็จะถูกปลดออกด้วยขบวนการในรัฐสภา (IMPEACHMENT)

ด้วยขบวนการ “รัฐลึก” นี่เองจึงทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนยากจนห่างออกไปทุกที ล่าสุดองค์การ OXFAM เผยรายงานประจำปี 2017 ว่าช่องว่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนจนห่างออกไปทุกที โดยพบว่าเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดราว 1% ของประชากรโลกเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินที่คิดเป็นมูลค่า 82% ของความมั่งคั่งที่มีอยู่ทั้งหมด นอกจากนี้ OXFAME ยังรายงานว่ากลุ่มคนร่ำรวยนี้ได้สะสมความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นการบังเอิญหรือไม่ด้วยเป็นปีที่สงครามในตะวันออกกลางขยายตัวอย่างมาก ในขณะที่คนยากจนกลับไม่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเลย ทั้งนี้ปรากฏว่ามหาเศรษฐีพันล้าน 42 คนที่ร่ำรวยที่สุดมีทรัพย์สินรวมกันเท่ากับทรัพย์สินคนยากจนรวมกัน 3,700 ล้านคน คือประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลก

สิ่งเหล่านี้มันจึงสรุปได้ว่าผลพวงของ DEEP STATE ในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีเครือทั่วโลก ด้วยเขาถือคำขวัญว่า “นายทุนใหญ่ทั้งผอง พี่น้องกัน” ทำให้เกิดขบวนการภายใต้อิทธิพลของ DEEP STATE แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังจะครอบครองโลกและความมั่งคั่งไว้เฉพาะกลุ่มตน

อนึ่งขบวนการ “รัฐลึก” นี้ก็มิใช่สิ่งที่จะลอกเลียนไม่ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่หลายประเทศอาจจะลอกเลียนวิธีการเหล่านี้มาใช้ในประเทศของตน ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นประชาชนคนไทยก็คงไม่หนีสภาพการเป็นเบี้ยที่จะถูกใช้ในการแสวงประโยชน์ไปสู่ส่วนบน ไม่ว่าเราจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือมีรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเราคงจะไม่มีโอกาสได้เป็นประชาธิปไตยแน่นอน นอกจากถูกหลอกไปวันๆ หากประเทศไทยเกิดมี “รัฐลึก-DEEP STATE “ คอยกำกับดูแลรัฐบาลอีกที

ดังนั้นความหมายของประชาธิปไตยจึงมิได้เป็นเพียงการเลือกตั้ง หรือมีรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีรัฐบาลที่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศเป็นหลัก

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *