INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สบาย สบาย สไตล์เกษม: ประสบการณ์ดูงาน”ซีเอ็นเอ็น”

APRIL10
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ประสบการณ์ดูงาน”ซีเอ็นเอ็น”
ระหว่างที่ทำงานอยู่”ช่อง ๗ สี ทีวีเพื่อคุณ”นั้น ผมเข้าไปทำงานที่นั่น ในวัยกว่า ๕๐ กว่า ใกล้ๆ จะ ๖๐ แล้วเลยต้องเรียนรู้วิธีทำงานกับน้องๆ ด้วยความเจียมตัวเจียมใจยิ่ง
แม้จะมีหลายคนเรียกว่าอาจารย์ ด้วยความที่”คุณแดง”(สุรางค์ เปรมปรีดิ์)กรรมการผู้จัดการ”ช่อง๗ สี”ขณะนั้นมักจะเรียกหาผม ตามที่ลูกศิษย์บางคนและเพื่อนร่วมงานในอดีต ที่เข้าไปทำงานก่อนเรียกผมด้วยความคุ้นเคยฐานที่เคยไปสอนในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นครั้งคราวและก่อนหน้านั้นไม่นาน “แคน สังคีต”(พิมล แจ่มจรัส)ซึ่งไปเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ก็ชักชวนให้ไปเป็นอาจารย์ประจำ หลังจากได้รับเชิญเป็น”ผู้บรรยายพิเศษ”อยู่สองสามเทอมและมีการประเมินผลการสอนเป็นที่ยอมรับของนักศึกษาที่นั่นว่ามี”คุณสมบัติ”(คงจะไร้โทษสมบัติ)มีความสามารถสอนหนังสือได้ แต่ผมปฏิเสธไปครับ เพราะพอดีที่ทาง”ช่อง ๗ สี”เรียกตัว ไปสัมภาษณ์
โดย”พิศณุ นิลกลัด”(เคยทำงานในตำแหน่งบรรณาธิการข่าวกีฬาที่”สยามรัฐ”)ได้เสนอชื่อต่อคุณ”สุรางค์เปรมปรีด์”ให้ไปทำงานในสายข่าวต่างประเทศผ่านการแนะนำของ”อัศศิริ ธรรมโชติ”(นักเขียน”ซีไรต์)และ”ทองแถม นาถจำนง”(นักแปลวรรณกรรมจีน)ซึ่งแอบลงความเห็นกันสองคนว่า การทำอาชีพนักข่าวของผมในยุคที่ต้องลดเงินเดือนจาก ๔๐,๐๐๐บาทลงเหลือ ๑๕,๐๐๐นั้นไม่พอกินแน่ๆ สำหรับครบครัวใหญ่ของผม
ชั่งใจเรียบร้อยแล้ว ถามตัวเองว่า จะไปเป็นอาจารย์ดี หรือเป็นนักข่าวดี
ใจตอบว่า “เป็นนักข่าวต่อไปเถอะ” ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพราะชอบและรักอาชีพนี้มากด้วยเห็นว่ายังคงน่าตื่นเต้นน่าสนใจมากกว่า การเป็นอาจารย์ที่มีชีวิตเรียบๆ ร้อย ๆมากนัก
แถมยังจะได้เรียนรู้การทำงานโทรทัศน์ซึ่งผมไม่เคยชอบด้วย แต่เมื่อเป็นการบังคับ ก็จะต้องทำให้ได้ เป็นการ”เปิดขอบฟ้าใหม่แห่งความรอบรู้”ให้แก่ตนเอง ด้วยความพยายามท่องในใจเตือนสติตนเองว่า”ไม่มีใครแก่เกินเรียน”
แม้จะฝึกฝนมางานโทรทัศน์มาบ้างจาก”เครือ เนชั่น”แต่ผมก็ไม่ได้เอาจริงที่นั่น จน”สุทธิชัย หยุ่น”ต่อว่า ว่า“แล้วคุณจะเอายังไงกับชีวิตวะเกษม”
ในที่สุดโอกาสก็มาถึงเมื่อทำงานให้”ช่อง ๗ สี”มาพักหนึ่ง และถูกทดสอบการปรับตัวเอง เริ่มจากการที่”ซีเอ็นเอ็น ซึ่ง”ช่อง ๗ สี”เป็นลูกค้าส่งเจ้าหน้าที่ด้านข่าวและ”โปรดิวเซอร์”กลุ่มหนึ่งมาอบรมพนักงานของเรา ถึงรูปแบบการทำงานอย่างทันสมัย เป็นการเฉพาะต่อเนื่องสามวัน
ผมได้รับมอบหมายจาก”คุณแดง”ให้ดูแลและทำหน้าที่เป็นตัวแทน”ช่อง ๗ สี”ในการฝึกอบรมโดยตรง
แถมยังจะต้องทำหน้าที่”ล่าม”แปลคำบรรยายสดๆ ให้พนักงานของเรา ซึ่งมาจากแผนกต่างๆ (ไม่เฉพาะแต่เพียงฝ่ายข่าว)ให้รับฟังและเข้าใจด้วย หากมีท่านใด สงสัยในประเด็นใด ก็จะตั้งคำถามผ่านผม
เผลอ”คุณแดง”ก็ดอดมาฟัง โดยผมเองไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่เคยออกปากตำหนิว่าอะไร
จนกระทั่งการฝึกอบรมจบด้วยการทำ”เวิร์ก ชอป”ร่วมกัน และผมเป็นผู้กล่าวขอบคุณ”พนักงานซีเอ็นเอ็น ที่มาช่วยฝึกให้ ตามสัญญาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ทำกันไว้
แต่ที่ผมตื่นเต้นและประทับใจมากก็คือ การทำสัมมนาพนักงานของโทรทัศน์ลูกค้าที่ศูนย์ซีเอ็นเอ็นแห่งเอเชียที่ฮ่องกงในปี ๒๕๔๕ ที่โดยมีโทรทัศน์จากทวีปเอเชียส่งตัวแทนผู้ปฏิบัติงานเข้าร่วมราว ๔๐ คน ในหัวข้อ”เบื้องหลังการทำข่าวด่วน”(Behind the Breaking News)
สำหรับจากไทยนั้น นอกจากผมแล้ว ก็มี”กิตติ สิงหาปัด จาก”ไอทีวี” เข้าร่วมด้วย นอกจากนั้น ก็เป็นตัวแทนโทรทัศน์ลูกค้า(ซีเอ็นเอ็น)จากชาติต่างๆ รวมทั้ง จากมองโกเลียและศรีลังลังกา ฯลฯ
ซีเอ็นเอ็น จัดหานักข่าวสนามตัวจริงคือผู้ประกาศ(anchor) โดยเฉพาะผู้ประกาศข่าวที่ผมชอบมากที่สุด”เวรอนิกา เปรโดซา”เข้าทำหน้าที่ในการนำสัมมนาในทุก หัวข้อย่อย ๆ เล่าให้ฟัง ถึงวิธีเตรียมการทำข่าว เทคนิคในการหลบเลี่ยงการเอาผิดของชาติที่เป็นเจ้าของพื้นที่ซึ่งตามปกติแล้วมักจะพยายามปกปิดหรือก่อปัญหาอุปสรรค มิให้ทำข่าวได้อย่างสะดวกและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอย่างทันด่วน โดยการยกตัวอย่างจริง เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่ผมมาก เพราะไม่เคยพบว่าโทรทัศน์ไทย
จะกล้าลงทุนทำข่าวเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถึงขนาดนั้น
ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวด้วยในเวลานั้น เล่าให้ฟังถึงการเข้าไปทำข่าวสงครามโคโซโวว่า ได้เข้าไปทำงานขณะที่ไปรายงานสดข่าวการสู้รบที่แนวหน้าในฝั่งของฝ่ายกองทัพปลดแอกโคโซโว(Kosovo Liberation Army)ที่แนวหน้า ถูกกองทัพรัฐบาลสหพันธรัฐแห่งยูโกสลาเวีย(ประกอบไปด้วยกองทัพสาธารณรัฐมอนเตเนโกรและเซอร์เบีย)ถล่มอย่างหนัก
ช่างภาพพยายามจะเอาภาพการโจมตีนำมาเสนอเป็นข่าวให้ได้สมบูรณ์ที่สุด ขณะที่ฝ่ายกองทัพปลดแอก เพลี่ยงพล้ำถอยกรูด ก็ยังพยายามเสี่ยงออกจากที่กำบัง เพื่อถ่ายภาพให้สมบูรณ์ให้ได้
เขาเองต้องเตือนหลายครั้ง บอกว่า ภาพอย่างนี้ไว้โอกาสหน้าค่อยถ่ายก็ได้ หากพวกเรายังไม่ตาย หากวันนี้ถ่ายแล้วต้องตายก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ช่างภาพถึงได้ยอมถอย
จึงมีการตรากฎกันเอาไว้ว่า หากมีภัยมาให้หลบหนีเอาตัวรอดไปก่อน จะได้มีชีวิตรอด กลับมาทำงานได้ภายหลัง เพราะชีวิตคนทำข่าวนั้นถือว่าสำคัญมากที่สุด
จากนั้น ผู้สื่อข่าวก็อธิบายว่า ในการทำข่าวสงคราม สมควรจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างไรบ้าง อาทิ เสื้อเกราะกันกระสุน หมวกกันกระทบ
“ถ้ามีใครสนใจสั่ง ซีเอ็นเอ็น ก็สามารถผลิตขายให้”เขาสรุปพร้อมกับงัดเอาเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกกันกระทบที่ใช้ใยการทำข่าวสงครามโคโซโว ออกมาแสดง
ผมได้แต่นึกในใจว่า “อ้อ…นี่คืออีกกลเม็ดหนึ่ง ในการเสนอขายสินค้าและบริการของซีเอ็นเอ็น”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *