INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อิคบอล มาซี วีรบุรุษเด็ก “ผมอยากจะทำสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์นทำ…..ผมอยากจะทำมันภายในปากีสถาน”


อิคบอล มาซี วีรบุรุษเด็ก “ผมอยากจะทำสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์นทำ…..ผมอยากจะทำมันภายในปากีสถาน”

อิงวาร์ แคมพราด ผู้ก่อตั้งอิเกีย ได้กล่าวว่าการออกแบบโต๊ะที่อาจจะมีต้นทุน 1,000 เหรียญจะง่ายต่อนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ แต่จะออกแบบโตะที่ใช้งานได้และดีที่มีต้นทุน 50 เหรียญ เราจะต้องใช้ความสามารถทำอย่างดีที่สุดเท่านั้น คำตอบที่แพงของปัญหาทุกอย่างมักจะเป็นสัญญานของความเป็นธรรมดา อิเกีย ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก จะมีชื่อเสียงทางการขายเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณค่าสูงในแง่ของการออกแบบที่สร้างสรรค์ การใช้งานได้หลายอย่าง และคุณภาพสูง ณ ราคาที่ต่ำ
อิเกียจะมุ่งการออกแบบที่สร้างสรรค์ด้วยการแข่งขันภายในท่ามกลางเครือข่ายที่ใหญ่โตของผู้รับจ้างอิสระและนักออกแบบของบริษัท การออกแบบด้วยผู้รับจ้างอิสระจะให้ความคล่องตัวอย่างมากและเป็นแหล่งที่มาที่มีคุณค่าของความคิดสร้างสรรค์ เครือข่ายของนักออกแบบรับจ้างอิสระจะสร้างความคิดสร้างสรรค์ของการออกแบบที่สำคัญที่สุด การแสดงให้เห็นจากเฟอร์นิเจอร์ของพวกเขา อิเกียจะมุงการใช้วัตถุดิบให้มีประสิทธภาพเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยไม่สูญเสียความแข็งแรงและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
เริ่มแรกอิเกียจะละเลยหลักการค้าปลีกระหว่างประเทศที่ต้องการผลิตภัณฑ์สอดคล้องกัยรสนิยมของประเทศ แต่อิเกียจะผูกอยู่กับวิสัยทัศนของอิงวาร์ แคมพราด ด้วยการขายผลิตภ้ณฑ์พื้นฐานแบบฉบับของสวีเดน ทุกแห่งภายในโลก โดยพื้นฐานอิเกียจะมุ่งการผลิต นั่นคือผู้บริหารและทีมนักออกแบบสวีเดนจะตัดสินใจสิ่งพวกเขาจะขาย และนำเสนอต่อประชาชนทั่วโลก ยิ่งกว่านั้นบริษัทจะมุ่งที่รากฐานของสวีเดนภายในการโฆษณาระหว่างประเทศ แม้ว่าจะไปไกลแค่ไหน อิเกียจะยืนยันสีน้ำเงินและเหลือง “สวีเดน”กับร้านค้าของพวกเขาอยู่เสมอ
ลูกค้าเป้าหมายของอีเกียส่วนใหญ่จะต้องการคุณค่า ณ ราคาที่ต่ำ แต่เต็มใจจะช่วยตัวเองเล็กน้อย บริษัทสามารถขายเฟอรนิเจอร์คุณภาพ ณ ราคาที่ต่ำแก่ลูกค้าด้วยการแลกกันเล็กน้อย แทนการมีพนักงานขายไปหาลูกค้า
อิเกียจะใช้โมเดลบริการตัวเองบนความชัดเจนภายในการแสดงของร้านค้า แทนการอาศัยผู้ผลิตฝ่ายที่สาม อิเกียจะออกแบบเฟอรนิเจอร์ต้นทุนต่ำ แยกส่วนพร้อมประกอบของพวกเขาเอง
อิเกียจะใช้การถอดประกอบขายแก่ลูกค้าที่จะลดต้นทุนการขนส่ง การเก็บรักษา และการประกอบ การเพิ่มพื้นที่การขนส่งและคลังสินค้ามากขึ้น อิเกียได้พัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลก
บริษัทสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์แก่ร้านค้าปลีกได้ตรงเวลาทั่วโลก ด้วยการใช้จุดควบคุมภายในวงจรของการจัดจำหน่าย บริษัทจะมีซัพพลายเออร์มากกว่า 1,800 รายอยู่ภายในมากกว่า 50 ประเทศใกล้แหล่งวัตถุดิบและช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทจะครอบครองเครือข่ายที่ใหญ่โตของซัพพลายเออร์ พวกเขาจะถูกดึงดูดด้วยกระบวนการลูกโซ่อุปทานที่ได้ให้ความรู้ทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และ
และการเอื้ออำนวยการไหลเวียนของข้อมูลและประสิทธิภาพทางการผลิต ซัพพลายเออร์เหล่านี้จะจัดหาผลิตภัณฑ์มาตรฐานสูงแก่ตลาดโลก แต่กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์มาตรฐานไม่ได้หมายความว่าการขาดความรู้สึกไวทางวัฒนธรรม บริษัทจะตอบสนองต่อรสนิยมและความชอบของลูกค้าที่
เกิดขึ้นทั่วโลก การมุ่งสายผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดความชอบของลูกค้าท้องที่ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์พื้น ฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
อิงวาร์ แคมพราด เกิดเมื่อ ค.ศ 1926 ภายในไร่เอลทราด สมอลันด์ สวีเดน เขาได้เริ่มต้นอาชีพของเขาเมื่ออายุหกปีด้วยการยืมเงิน 1 โครน่าจากป้า ไปซื้อ
ไม้ขีดไฟแพค 100 กล่อง มาแบ่งขาย
เมื่อเพียงอายุสิบปี เขาได้ขี่รถจักรยานสลับไปมาขายเมล็ดพันธ์ดอกไม้
การ์ดอวยพร เครื่องตกแต่งต้นคริสต์มาส ไปจนถึงปลาและดินสอแก่เพื่อนบ้าน เมื่อ ค.ศ 1943 พ่อได้ให้รางวัลแก่เขาด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยจากการเรียนหนังสือดี ด้วยเงินจำนวนนี้ อิงวาร์ แคมพราด เมื่ออายุ 17 ปี ได้สร้างบริษัทชื่ออิเกีย ชื่อและนามสกุลย่อของเขา อิงคาร์ แคมพราด ชื่อไร่ เอลทราด ชื่อหมู่บ้าน อาร์กันยาด ของเขา สีเหลืองและสีน้ำเงินจะเป็นสีธงชาติของสวีเดน
การมีบริษัทได้ช่วยให้อิงวาร์ แคมพราดสามารถประมูลสัญญาขายดินสอ
และในไม่ช้าเขาได้ส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกนม เขาได้ค้นพบว่าด้วยการซื้อสินค้าจำนวนมากเขาสามารถขายแก่ลูกค้า ณ ราคาที่ต่ำและยังคงทำกำไรอยู่ อิงวาร์ แคมพราด ได้ซื้อโรงงานร้างและเริ่มต้นผลิตเฟอร์นิเจอร์ ราคาที่ต่ำของเขาได้ตัดราคาผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายอื่
สองปีภายหลังจากการเริ่มต้นอิเกีย อิงวาร์ แคมพราด ได้เริ่มต้นใช้รถบรรทุกนมจัดส่งสินค้าของเขา เมี่อ ค.ศ 1947 เขาได้เริ่มต้นขายเฟอร์นิเจอรผลิตโดยผู้ผลิตท้องที่ เมื่อ ค.ศ 1955 ผู้ผลิตได้คว่ำบาตรอิเกีย การประท้วงราคาถูก
ของอิเกีย การบังคับให้เขาต้องออกแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน อิงวาร์ แคมพราด จะอยู่เบื้องหลังนวัตกรรมที่เรียบง่ายแต่ปฏิรูปนั่นคือ การถอดประกอบ เขาได้เริ่มต้นขายเฟอร์นิเจอร์ถอดประกอบของอิเกียจากคลังสินค้าของเขาเอง
อิงวาร์ แคมพราดได้เริ่มต้นจากมือเปล่าสองมือ จนกลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งภายในโลก
ความคิดที่ขับเคลื่อนเบื้องหลังอิเกียคือ ใครก็ตามสามารถรซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์และทันสมัยได้ อิงวาร์ แคมพราดรู้สึกว่าเขาไม่เพียงแต่ลดต้นทุนและทำเงิน แต่จะบริการบุคคลด้วย เมื่อธุรกิจของเขาได้เจริญเติบโต อืเกียได้ขยายไปทั่วสวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ค ผ่านเยอรมันไปยังทวีปยุโรป และในที่สุดไปทั่วโลก เมื่ออิเกียได้เปิดภายในเซี่ยงไฮ้ บุคคล 80,000 คน ได้มาเยี่ยมร้านค้า ณ เวลาหนึ่ง อิเกียจะมีร้านค้ามากกว่า 300 แห่งภายในโลก – 38 ประเทศ ตลอดเวลานี้ เขาไม่เคยกู้ยืมเงินหรือออกหุ้นเลย
บางทีการนำด้วยตัวอย่างอาจจะแสดงคุณลักษณะของความเป็นผู้นำของอิงวาร์ แคมพราดได้ดีที่สุด ณ อิเกีย ดังถ้อยคำที่มีชื่อเสียงของอิงวาร์ แคมพราด คือ ถ้าเรามีสิ่งหนึ่งเช่นความเป็นผู้นำที่ดีแลัว มันคือการให้ตัวอย่างที่ดี จะเป็นการแสดงอย่างชัดเจนของค่านิยมความเป็นผู้นำของเขา
ณ อิเกีย อิงวาร์ แคมพราด ได้เป็นที่รู้จักว่าเป็นบุคคลที่ประหยัดมาก เขาจะขับรถยนต์วอลโว่เก่า นั่งเครื่องบินชั้นประหยัด แม้ว่าจะเป็นระยะทางที่ไกล และใช้รถใต้ดินและรถโดยสารสาธารณะของสต็อคโฮลม เราจะมองเห็นได้ว่าความประหยัดของอิงวาร์ แคมพราด ไม่ได้เกิดจากความปราถนาจะสร้างเงินพันล้านเหรียญของเขา แต่ต้องการจะนำเสนอตัวอย่างนำทางแก่บุคคลทุกคนของอิเกีย อิงวาร์ แคมพราด ได้ใช้เครื่องมือการจูงใจปรับปรุงการปฏิบัติงานของบุคคล ด้วยการนำของขวัญคริสต์มาสไปให้แก่บุคคล 2,500 คน ณ สำนักงานใหญ่ อัมฮุล์ท ด้วยตัวเองทุกปี การได้รับความชื่นชมและความจงรักภักดี โครงสร้างบริษัทจะมีระดับการบริหารน้อย คำนำหน้าชื่อและสิทธิ
พิเศษจะเป็นข้อห้าม เมื่ออิงวาร์ แคมพราดได้สารภาพว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนนาซีตอนวัยหนุ่ม เขาได้เขียนไปยังบุคคลทุกคน อธิบายว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิตของผม บุคคลหลายร้อยคนได้ลงนามจดหมายสนับสนุน
ความประหยัดของอิงวาร์ แคมพราด จะแทรกซึมภายในอิเกีย แม้แต่ผู้บริหารอาวุโสจะเดินทางไปยุโรปด้วยการนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดและยืนยีนที่จะพักโรงแรมลดราคาอยู่เสมอ และพวกเขาได้ฟังข่าวลือว่าอิงวาร์ แคมพราด ไม่เคยดื่มน้ำอัดลมจากมินิบาร์ของโรงแรมเลย เขาจะหาซื้อน้ำอัดลมราคาถูกทดแทนอยู่เสมอ
อิงวาร์ แคมพราด ได้แสดงทั้งความเป็นผู้นำเชิงบารมีและความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป เขาได้ใช้ความเป็นผู้นำเชิงบารมีด้วยคุณลักษณะทางความเป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง การกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ และต้องการควบคุมทุกด้านของธุรกิจ อิงวาร์ แคมพราดได้ใช้ความเป็นผู้นำบนพื้นฐานของการสร้างตัวอย่าง ด้วยการกระตุ้นการทำงานหนักและจริยธรรมทางธุรกิจที่เข้มงวด เขาได้ใช้ความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปด้วยการทำให้บุคคลมองเลยพ้นไปจากความต้องการของพวกเขาเอง การทำให้บุคคลรู้สึกว่าพวกเขาจะเป็นส่วนที่สำคัญขององค์การ และการช่วยให้บุคคลมองเห็นว่างานของพวกเขาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์การอย่างไร
การวิจัยจำนวนมากจะบรรลุความสำเร็จน้อยต่อการระบุบุคลิกภาพร่วม
กันของผู้นำที่แตกต่างกัน แต่กระนั้นเราอาจจะมีคุุณลักษณะบางอย่างร่วมกันระหว่างผู้นำ ดันนั้นมันเป็นไปได้ที่จะระบุคุณลักษณะของผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ เหมือนเช่น ความคิดริเริ่ม ความเชื่อมั่นตนเอง และความฉลาด อิงวาร์ แคมพราดจะมีคุณลักษณะเหล่านี้ เขาจะยอมรับการทำผิดพลาด อิงวาร์ แคมพราด ได้กล่าวว่าบุคคลที่นอนหลับเท่านั้นจะไม่ทำผิดพลาด ดังนั้นเขาจะเป็นผู้นำที่มีความเชื่อมั่นตนเอง ตอนเริ่มแรกที่เขาได้สร้างธุรกิจ ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ภายในสวีเดนได้ผลักดันให้ซัพซลายเออร์ไม่ขายวัตถุดิบแก่เขา แต่อิงวาร์ แคมพราด ได้้ตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการซื้อวัตถุดิบจากโปแลนด์ เพื่อที่จะรักษาชีวิตธุรกิจใหม่ของเขาไว้ การแสดงให้เห็นว่าเขามีความคิดริเริ่ม
เมื่ออีเกียได้เข้าไปสู่ตลาดอเมริกา บริษัทได้เปิดร้านค้าหกแห่งภายในอเมริกา แต่กระนั้นไม่เหมือนกับร้านค้าของอีเกียภายในยุโรป การดำเนินธุรกิจของอีเกียจะยุ่งยากภายในอเมริกา เฟอร์นิเจอร์สไตลสวีเดนของอิเกียที่ขายดีภายในยุโรปจะขัดแย้งกับรสนิยม หรือแม้แต่ร่างกายของชาวอเมริกัน ตัวอย่างเช่น ที่นอนของชาวสวีเดนจะแคบและวัดเป็นเซ็นติเมตร อิเกียไม่ได้ขายชุดห้องนอนอย่างที่ชาวอเมริกันชอบ ตู้ ถ้วยชาม และห้องครัวของอิเกียจะแคบเกินไป จานอาหารเย็นต้องกว้างพอที่จะใส่พิซซ่า แก้วของอิเกียจะเล็กเกินไปต่อประเทศที่ต้องใส่น้ำแข็งกับทุกสิ่งทุกอย่าง และลิ้นชักภายในตู้ห้องนอนตื้นเกินไปต่อชาวอเมริกันที่ชอบเก็บสวิตเตอร์
ด้งนั้นอิเกียได้รับรู้ว่าถ้าบริษัทจะบรรลุความสำเร็จภายในอเมริกา พวกเขาจะต้องสร้างผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับท้องที่ ด้วเหตุนี้อิเกียได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ลิ้นชักของตู้ห้องนอนได้ถูกออกแบบลึกขึ้นอีกสองนิ้ว ยอดขายของบริษัทได้เพิ่มสูงขึ้นทันที อิเกียได้ขายเตียงนอนสไตล์คิงแอนด์ควีนวัดเป็นนิ้ว และได้ขายเป็นส่วนหนึ่งของชุดห้องนอนที่สมบูรณ์ อิเกียได้ออกแบบเครื่องตกแต่งครัวและเครื่องครัวเสียใหม่ เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับรสนิยมของชาวอเมริกัน


อิเกียได้ถูกก่อตั้งด้วยไอคอนโลโก้สีน้ำเงินและเหลือง และเป็นผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ที่สุดภายในโลก ตัวเลขล่าสุด ณ เวลาหนึ่งได้แสดงว่าบริษัทจะมีบุคคล 190,000 คน ร้านค้า 411 แห่ง ภายใน 49 ประเทศ และรายได้ 36 พันล้านยูโร
เมื่อ ค.ศ 1951 อิเกีย ได้ออกแคตตาล็อกเล่มแรก ผู้ค้าปลีกหลายรายจะมีโมเดลทางธุรกิจสั่งซี้อทางไปรษณีย์อย่างเดียวกัน คู่แข่งขันของอิเกียได้เริ่มต้นสงครามราคา อิงวาร์ แคมพราดได้ตอบสนองด้วยการเปิดห้องแสดงสินค้าภายในเมืองเล็ก เอล์มฮุลท์ สวีเดน เขาหวังว่าลูกค้าจะมาดู สัมผัส และเปรียบเทียบเฟอร์นิเจอร์ และพวกเขาจะกลับมาอีก วันแรกของการเปิดร้าน บุคคลประมาณ 1,000 เข้าแถวรอคอยภายนอกร้าน เพียงข้ามคืนโมเดลทางธุรกิจใหม่ได้เกิดขึ้น การขายทางห้องแสดงสินค้า แทนที่จะทางไปรษณีย์ มันได้กลายเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งของวิถีทางอิเกีย
ิอิงวาร์ แคมพราด ได้เสียชีวิตไปเมื่อ อายุ 91 ปี เขาได้ก่อตั้งอิเกียเมื่ออายุ 17 ปี ด้วยเงินที่พ่อของเขาให้จากการเรียนหนังสือดี เขาได้นำบริษัทที่ได้ปฏิรูปทัศนคติไปสู่เฟอร์นิเจอร์ถอดประกอบและกลายเป็นผู้นำโลกภายในอุตสาหกรรม
แรงบันดาลใจของอิงวาร์ แคมพราดจะเกิดขึ้นจากการมองเห็นโต๊ะที่เลื่อยขาออก เพื่อที่จะวางไว้บนหลังคารถยนต์ เขาเชื่อว่าเราจะมีวิถีทางใหม่ของการผลิตและการจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ เขาเชื่อต่อการออกแบบที่ยิ่งใหญ่ ตอนเริ่มแรกเขาได้คิดถึงการซี้อเฟอร์นิเจอร์ เราต้องนำกลับบ้านและสร้างด้วยตัวเราเอง ความเชื่อที่คิดไม่ถึงและแม้แต่น่าหัวเราะ แต่กระนั้นความเชื่อของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง เขามักจะพูดถึงความสำคัญของครอบครัว ท้องที่ ความประหยัด และการปฏิบัตต่อบุคคลอย่างเคารพ เขาดำรงชีวิตของเขาและ
นำบริษัทด้วยสิ่งเหล่านี้อย่างไร นั่นจะรวมทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เขาตั้งชื่อบริษัทของเขาอย่างไร ไปจนถึงประสบการณ์ที่เขาได้สร้างภายในคลังสินค้าแห่งแรกของเขา แม้แต่เขาจะยืนยันต่อการขับรถยนต์วอลโว่เก่าคันเดิมมา 20 ปี
เนื่องจากอิเกียจะต้องขึ้นอยูกับวัตถุดิบเหมือนเช่นไม้และพลาสติตอย่างมาก บริษัทได้ใช้ไม้ประมาน 13.56 ล้านลูกบาสศ์เมตรต่อปี ไม่รวมกระดาษและการหีบห่อ หมายความว่าอิเกียเท่านั้นใช้เกือบ 1% ของไม้ที่ถูก
ใช้ทางการค้าทั่วโลก ดังนั้นอิเกียได้เผชิญกับความท้าทายของการรักษาและการปรับปรุงภาพพจน์ของบริษัท การแสดงความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม แม้วาบริษัทได้ยืนยันว่าอิเกิยจะกลายเป็น “ทางบวกต่อป่า” ภายใน ค.ศ 2020 หมายความว่า แม้ว่าความต้องการไม้จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิเกียจะมุ่งมั่นให้ธุรกิจของพวกเขามีผลกระทบทางบวกต่อโลกของป่า การสร้างความผูกพันของบริษัทอย่างน้อยที่สุดจะปลูกต้นไม้ที่บริษัทได้ใช้สร้างผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุดภายใน ค.ศ 2020
อิเกียจะนำหน้าคู่แข่งขันรายอื่น เพราะว่าบริษัทได้สร้างคุณค่าแก่เฟอร์นิเจอร์แฟชั่น ณ ราคาที่สามารถซื้อได้ แต่กระนั้นเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งทางบกที่เพิ่มสูงขึ้นได้กดดันราคาเของอิเกียเพิ่มสูงขึ้น อิเกียสามารถจะรักษาการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันเหมือนเช่นวอลล์ มาร์ท คาร์ฟู และเทสโก้ ที่กำลังขยายตัวไปสู่เฟอร์นิเจอร์ และใช้วิถีทางอย่างเดียวกันของกลยุทธ์ราคาต่ำไว้ได้หรือไม่
อิเกียจะให้บริการเพิ่มบางอย่างแก่ลูกค้าที่คู่แข่งขันไม่มี สภาพแวดล้อมภายในร้านค้าและกระบวนการซื้อของอิเกียจะส่งเสริมความสนใจและเอื้ออำนวยพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า อิเกียจะแสดงผลิตภัณฑ์และขายภายในการตกแต่งคล้ายห้อง การช่วยให้ลูกค้ามองเห็นการวางชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์
รวมเข้าด้วยกันอย่างไร บริษัทจะมีห้องการดูแลเด็กด้วย การบริการเหล่านี้จะมุ่งที่ลูกค้าวัยหนุ่มสาว ไม่ร่ำรวย อยากจะมีลูก หรือทำงานเลี้ยงชีวิต


วัฒนธรรมของอิเกียจะสะท้อนรากเหง้าของชาวสวีเดน สมอลันด์ ทางตอนใต้ของสวีเดน จากหมู่บ้านแหล่งตกปลาที่สวยงามไปจนถึงป่าที่ไม่สิ้น
สุด ธรรมชาติจะมีบทบาทที่สำคัญภายในชีวิตประจำวัน บุคคลอาศัยอยู่ที่นี่จะทำงานหนัก ไม่โอ้อวด ช่วยเหลือกัน และสัมผัสธรรมชาติ คุณลักษณะเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดเป็นค่านิยมของอิเกียที่เป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของอิเกีย
ในขณะเดียวกันสังคมสวีเดนจะเป็นรู้กันว่าเปิดเผย สร้างสรรค์ ดูแลกัน และน่าเชื่อถือ สิ่งที่เป็นความแตกต่างเล็กน้อยภายในสวีเดน วัฒนธรรมอิเกียได้พัฒนามาจากรากเหง้าของเราภายในสวีเดน วัฒนธรรมอิเกียจะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้กระทำ
อิงวาร์ แคมพราด ได้กล่าวว่า การรักษาวัฒนธรรมอิเกียที่เข้มแข็งไว้จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเบื้องหลังความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของแนวคิด
อิเกีย บุุคคลทุกคนจะมีบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าจะนำเสนอ เราจะเป็นกลุ่มที่หลากหลายของบุคคลที่ไม่โอ้อวดและตรงไปตรงมาด้วยความลุ่มหลงต่อเฟอร์นิเจอร์บ้าน เรามาจากทั่วโลก แต่เราจะร่วมวิสัยทัศน์ที่บันดาลใจ : ” สร้างชืวิตประจำวันที่ดีขึ้นแก่บุคคลจำนวนมาก” เรารับรูวิสัยทัศน์นี้อย่างไรจะอยู่บนรากฐานของค่านิยมความเป็นมนุษย์ร่วมของเรา ค่านิยมเหล่านี้จะนำทางงานของเรา และสร้างวัฒนธรรมที่เปิดเผย ซื่อสัตย์ และครอบคลุมของเรา
เราเชื่อว่าความเสมอภาคทางเพศจะเป็นสิทธิของมนุษย์อย่างหนึ่ง ความทะเยอทะยานขอเราคือ การบรรลุความเสมอภาคทางเพศ ณ กลุ่มอิเกีย การเลยฟ้นไปจากความสมดุล 50/50 ภายในทุกระดับและตำแหน่ง ความเสมอภาคทางเพศจะเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมที่รวมทุกอย่าง ทุกเพศจะถูกให้คุณค่าต่อการมีส่วนช่วยลักษณะเฉพาะของพวกเขา
ค่านิยมไม่สามารถคิดค้นขึ้นมาได้ ค่านิยมจะปรากฏขึ้นมาจากสถานที่หนึ่งเท่านั้น : หึวใจ ค่านิยมของอิเกียจะเป็นผลผลิตจากต้นกำเนิดของเราอย่างมาก งานหนัก ความท้าทาย สามัญสำนึก รากเหง้าของสวีเดนและทรัพยากรที่จำกัด ได้สร้างค่านิยมของอิเกีย
เพื่อที่จะรักษาแนวคิดอิเกียให้บรรลความสำเร็จ เราจะทำให้ค่านิยมของเราใกล้ชิดกับหัวใจของเรา ค่านิยมของอิเกียจะถ่ายทอดสารสำคัญของวัฒน
ธรรมอิเกียทั้งหมด
นานหลายปีเราได้เรียนรู้ว่าการทำตามค่านิยมของอิเกียไม่เพียงแต่จะรวมเราเข้าด้วยกันเท่านั้น – ไม่ว่าอะไรก็ตาม อายุ เชื้อชาติ หรือส่วนไหนของโลกที่เราอาศัยอยู่ -มันช่วยให้เราทำธุรกิจได้บรรลุความสำเร็จ
วัฒนธรรมของอิเกียอธิบายได้ยาก แต่ยอมรับได้ง่าย มันเป็นวัฒนธรรมของความกระตือรือร้น การร่วมกัน และพลังจิต กำเนิดมาจากรากเหง้าของเราทางสวืเดนตอนใต้ และบันดาลใจโดยอิงวาร์ แคมพราด ผู้ก่อตั้งอิเกีย วัฒนธรรม
อิเกียจะรวมพวกเราอย่างถ่อมตัวภายในการทำงานของเรา เพื่อที่จะสร้างชีวิตประจำวันที่ดีขึ้นแก่บุคคลจำนวนมาก มันไม่ได้เป็นงานที่ง่ายเลย และนั่นคือทำไมเราทุกคน ณ อิเกียได้อุทิศตัวและแน่วแน่เหลือเกิน
เราทุกคนจะร่วมความเชื่อว่าบุคคลจำนวนมากจะสามารถสร้างบ้านที่พวกเขาต้องการและฝันถึง และเมื่อเราได้ใส่หัวใจของเราภายในงานของเรา เราสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง
บุคคลมากกว่า 170,000 ของเราจะมีส่วนร่วมภายในการสร้างชีวิตประจำวันที่ดีขึ้นแก่บุคคลจำนวนมาก แผนธุรกิจและความคิดของการขยายตัวจะเป็นสิ่งจูงใจที่ยิ่งใหญ่ให้เราทำงานหนัก เราจะไม่มีอะไรทดแทนความรู้สึกของการมีส่วนช่วยอย่างแท้จริงต่อบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
เราเชื่อว่าบุคคลทุกคนมีบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าที่จะนำเสนอ และเราจะพยายามมีค่านิยมอย่างเดียวกันภายในวิถีทางที่เราทำงาน การร่วมกันจะอยู่ ณ หัวใจของวัฒนธรรมอิเกีย เราจะเข้มแข็งเมื่อเราได้วางใจระหว่างกัน การดึงไปสู่ทิศทางเดียวกันและสนุกสนานด้วยกัน เราต้องการเป็นพลังอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางบวก เรามีโอกาสที่จะสร้างผลกระทบอย่างสำคัญและยาวนาน – วันนี้และอนาคต
บุคคลจำนวนมากเท่าจะเป็นไปได้ควรจะสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ทีสวยงามและใช้งานได้ดี เราจะท้าทายตัวเราเองและบุคคลอื่นอยู่เสมอที่จะผลิตด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและคุณภาพสูง วิถีทางของความเป็นอยูที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และไม่โอ้อวด จะเป็นส่วนหนึ่งทางมรดกของสมอลันด์ของเรา มันจะเกี่ยวกับการเป็นตัวของเราเองและอยู่ใกล้ชิดกับความเป็นจริง เราจะไม่เป็นทางการ มุ่งการปฏิบัติ และมองระบบราชการเป็นศัตรูใหญ่ที่สุดของเรา เราจะมองหาวิถีทางใหม่และดีกว่าไปข้างหน้าอยู่เสมอ อะไรที่เรากำลังทำอยู่วันนี้ เราสามารถทำให้ดีกว่าวันพรุงนี้ได้ การค้นหาคำตอบแก่ความท้าทายที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเรา และเป็นแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจที่จะก้าวไปสู่ความท้าทายต่อไป
อิเกียจะไม่เหมือนกับบริษัทอื่น และเราไม่ต้องการเป็นด้วย เราชอบจะมีข้อสงสัยต่อคำตอบเดิม การคิดถึงวิถีทางที่แปลกไปจากเดิม การทดลองและกล้าที่จะทำผิดพลาดด้วยเหตุผลที่ดีอยู่เสมอ เราจะเชื่อมั่นต่อการให้อำนาจแก่บุคคล การให้และการรับความรับผิดชอบจะเป็นวิถีทางของการเจริญเติบโตและพ้ฒนาบุคคล ความไว้วางใจระหว่างกัน การคิดทางบวกและมองไปข้างหน้า การบันดาลใจให้บุคคลทุกคนมีส่วนช่วยต่อการพัฒนา เรามองความเป็นผู้นำว่าเป็นการกรระทำไม่ใช่ตำแหน่ง เรามองที่คุณค่าของบุคคลมาก่อนความสามารถและประสบการณ์ บุคคลจะพูด กระทำ และนำด้วยตัวอย่าง


แม้ว่าอิงวาร์ แคมพราด จะเป็นผู้ประกอบการที่ร่ำรวยที่สดคนหนึ่งภายในโลก เขายอมรับว่าเขาจะขึ้เหนียวกับเงิน การมองเห็นเขาภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตตรวจสอบนมราคาต่ำที่สุด เขาจะนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด
และขับรถยนต์วอลโว่เก่า จนเขาได้ถูกเพื่อนร่วมงานเตือนว่าอันตรายเกินไป
อิงวาร์ แคมพราด ได้เดินทางไปทั่วโลกเยี่ยมร้านอิเกิย เขานั่งเครื่องบินชั้นประหยัด เรียกบุคคลของเขาว่า “เพื่อนร่วมงาน” กระตุ้นให้บุคคลทุกคนแต่งกายอย่างไม่เป็นทางการ พักโรงแรมราคาถูก และแม้แต่ทดแทนขวดเหล้าจากมินิบาร์ห้องโรงแรม ด้วยขวดเหล้าราคาถูกซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องที่ เรื่องราวเหล่านี้มุ่งหมายที่จะเสริมแรงตราสินค้าที่ไมไร้สามัญสำนึก และกระตุ้นความตระหนักทางต้นทุนท่ามกลางบุคคลของบริษัท การชี้ประเด็นว่าอิงวาร์ แคมพราดอาจจะเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก เขาจะต้องเป็นเจ้าของบ้านหรูหราทั่วโลก มันน่าหัวเราะที่เราจะเชื่อว่าชายมั่งคั่งคนนี้จะไม่เคยใช้อะไรเลยเพื่อความมุ่งหมายส่วนตัว
ความคิดการถอดประกอบเฟอร์นิเจอร์ของอิงวาร์ แคมพราด จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะว่านักออกแบบของเขาคนหนึ่งกำลังพยายามจะเอาโต๊ะวางบนหลังคารถยนต์ และจะต้องเลื่อยขาออก อิงวาร์ แคมพราด ได้มองเห็นโอกาสทันทีของต้นทุนการขนส่งและการผลิตที่ถูกกว่า และโต๊ะกาแฟได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยตัวเองอย่างแรกของเขาขายถอดประกอบภายในกระดาษลูกฟูก
อิงวาร์ แคมพราด ได้เคยเล่าว่า เมื่อพ่อของเขาได้บ่นว่าเขามักจะนอนตื่นสายตอนเช้า เขาได้ใช้นาฬิกาปลุกและตั้งเวลาไว้หกโมงเช้า และดึงปุ่มกดปิดอย่างแรง ตามมุมมองของอิงวาร์ แคมพราด แล้ว เราควรจะแบ่งชีวิตของเราเป็นหน่วย 10 นาที และเสียสละมันให้น้อยเท่าที่จะเป็นไปได้กับกิจกรรมที่ไร้ค่า
ตอนวัยรุ่นอิงวาร์ แคมพราดได้ทำธุรกิจทางไปรษณีย์ด้วยการขายไม้ขีดไฟ
ใบมีดโกน ถุงเท้า ปากกา และถุงมือไนล่อน เนื่องจากไร่ของเขาจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ดังนั้นเขาจะหีบห่อสินค้าแต่ละคืนติดโลโก้อิเกีย และวางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าบ้านรอให้รถส่งนมช่วยนำไปส่งที่สถานีรถไฟ แต่ถ้าคืนไหนฝนตกสินค้าหีบห่อของเขาจะเปียก ดังนั้นอิงวาร์ แคมพราดได้สร้างกระท่อมหลังเล็กขนาด 2 x2 เมตรไว้หน้าบ้าน กระท่อมหลังเล็กนี้จะเป็นคลังสินค้าแห่งแรก
ของอิเกีย การเก็บรักษาสินค้าจนกว่ารถบรรทุกนมจะมารวบรวมตอนเช้าและจ้ดส่งไปยังลูกค้า


เมื่อ ค.ศ 1955 โลกได้ยินเป็นครั้งแรกจากการฆ่านักต่อสู้สิทธิแรงงาน
เด็กอายุสิบสองปี ชื่ออิคบอล มาซี เขาเป็นเด็กชาวปากีสถาน ปัจจุบันนี้
อิคบอล มาซี ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแรงงานเด็กที่ถูกทารุณภายในประเทศที่กำลังพัฒนา
เรื่องราวได้เปิดเผยความโหดร้ายแก่โลก เมื่ออิคบอล มาซี อายุสี่ปี ได้ถูกขายเป็นแรงงานแก่ผู้ทอพรมท้องที่ด้วยราคาหกร้อยรูปี หรือประมาณสิบสองดอลล่าร์ เนื่องจากครอบครัวของเขาได้ยืมเงินเพื่อที่จะจ่ายแก่งานแต่งงานของพี่ชายของเขา เขาได้ถูกล่ามโซ่กับเครื่องทอผ้า และถูกบังคับให้ทำงานสิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เพื่อที่จะชำระหนี้ที่กู้ยึม
ทุกว้นอิคบอล มาซี่ จะต้องตื่นนอนก่อนสว่างและเดินไปโรงงานตามถนนที่มืด เขาและเด็กส่วนใหญ่จะถูกล่ามโซ่กับเครื่องทอผ้าป้องกันการหลบหนีื เขาต้องทำงานสิบสองชั่วโมงต่อวันและเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ด้วยเวลาพักสามสิบนาทีเท่านั้น เขาต้องชำระเงินสิบรูปีต่อวันแก่เงินกู้ แต่เงินกู้ได้เพิ่มสูงขึ้นอยู่เรื่อย เนื่องจากครอบครัวของเขาและดอกเบี่ย เมื่ออายุสิบปี อิคบอล มาซีื ได้หลบหนีจากการเป็นทาส ภายหลังจากที่เขาได้รับรู้ว่าศาลสูงของปากีสถานได้ประกาศว่าแรงงานถูกบังคับจะผิดกฏหมาย
ดังนั้นเขาได้หลบหนีีและไปพบตำรวจ แต่ตำรวจที่กินสินบลได้ส่งเขากลับไปยังนายจ้าง และนายจ้างได้บอกแก่ว่าเขาจะถูกล่ามโซ่กลับหัว ถ้าเขาได้พยายามหลบหนีอีกครั้งหนึ่ง
อิคบอล มาซี ต้องทำงานภายในโรงงานพรมที่ไม่แตกต่างจากเด็กคนอื่นหลายล้านคน เด็กเหล่านี้ต้องทำงานกลางวันและกลางคืนช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขา ณ ตีสี่ตอนเช้าอิคบาล มาซื จะต้องไปโรงงาน เขาทำงานอยู่หกปีของชีวิตของเขา เขาต้องอยูภายในห้องที่ขาดอากาศและเครื่องทอยี่สิบเครื่อง หลอดไฟฟ้าจะมีแสงสว่างน้อยมาก ห้องจะมีอากาศเหนียวและร้อนมาก
เพราะว่าหน้าต่างทุกบานได้ถูกปิดผนึกแน่น การป้องกันแมลงที่จะทำลายขนสัตว์
อิคบอล มาซี จะอยู่ข้างหน้าเครื่องทอพรมไม้ใหญ่ เขาจะนั่งอยู่บนแท่งไม้เล็กเป็นร่อง ภายในโรงงานบางโรงเด็กจะนั่งบนเบาะ และโรงงานอื่นจะขุดคูลงที่พื้นยึดเครื่องทอ เด็กจะนั่งอยูบนไม้กระดานขวาแกว่งไปมาภายในคู คูเหล่านี้จะกลายเป็นที่นอนแก่เด็กที่ทำงานอยู่ไกลจากครอบครัว
เมื่ออิคบอล มาซี ได้เรียนรู้งานของเขาจากการฝึกหัด และพร้อมจะทอพรมได้แล้ว เขาจะทำงานข้างเด็กคนอื่นยี่สิบคน รายได้ของเขาจำนวนหนึ่งรูปีต่อวัน – 2 เซ็นต์ แม้ว่าเขาต้องทำงานตั้งแต่ตีสี่เช้าจนถึงเจ็ดโมงเย็น เด็กภายในโรงงานจะพูดคุยกันไม่ได้ ถ้าเด็กได้พูดคุยกัน พวกเขาจะไม่ให้ความสนใจต่องาน และต้องรับภาระข้อผิดพลาด อิคบอล มาซี และเด็กคนอื่นจำนวนมากได้บอกเล่าเรื่องราวเดียวกันแก่นักหนังสือพิมพ์
สำลีและปุยฝ้ายจะลอยอยู่บนอากาศ อิคบอล มาซี่ได้หายใจมันเข้าไปและไอออกมา เหงื่อไหลลงมาเมื่อหน้าของอิคบอล มาซีเอียงใกล้เครื่องทอ หัวหน้าคนงานได้ร้องตะโกนว่า อย่าทำขนสัตว์สกปรก ตอนกลางคืนเขาจะถูกส่งกลับไปยังครอบครัว เขาเหนื่อยเกินไปที่จะเล่นกีฬาคริกเก็ตที่ชอบ ผมไม่มีเวลาจะเล่นบอลล์เลย
เมื่ออิคบอล มาซี มีอายุสิบปี เขาได้มองเห็นโปสเตอร์แจกจ่ายโดยองค์การสิทธิมนุษยชน ผู้ก่อตั้งคือเออห์ซาน ข่าน นักต่อสู้สิทธิแรงงาน โปสเตอร์เหล่านี้ได้เปิดเผยว่าแรงงานเด็กถูกบังคับจะผิดกฏหมายภายในปากีสถาน ข้อเท็จจริงที่ถูกละเลยจากผู้ผลิตท้องที่และข้าราชการ อิคบอล มาซีได้ลอบติดต่อกับองค์การสิทธิมนุษยชนที่ได้ช่วยเหลือเขาหลบหนีจากโรงงานพรม ในไม่ช้าภายหลังจากนั้นอิคบอล มาซี ได้เข้าร่วมองค์การสิทธิมนุษยชน พวกเขาได้ช่วยปลดปล่อยเด็กถูกบังคับ 3,000 คนจากโรงงานอิฐ สิ่งทอ และเหล็ก ภายในปากีสถาน
ภายใต้การสั่งสอนของเออห์ ข่าน อิคบอล มาซิ ได้กลายเป็นผู้รณรงค์ต่อต้านแรงงานเด็กภายในเอเซียใต้ เขาได้เดินทางไปอเมริกาและยุโรป เพื่อที่จะชักจูงให้ลูกค้าหยุดการซื้อพรมจากปากีสถาน จนกว่าประทศจะได้บังคับใช้กฏหมายแรงงานเด็ก เมื่อ ค.ศ 1992 ภายใต้ความพยายามของอิคบอล มาซี ยอดขายพรมของปากีสถานได้ลดลงครั้งแรกภายในยี่สิบปี
นักหนังสือพิมพ์คนหนึ่งของชิคาโก ทรีบูน ได้กล่าวว่า ก่อนที่เขาจะอ่านเรื่องราวอิคบอล มาซี ผมไม่รู้ว่ารองเท้าวิ่งหรือลูกฟุตบอลล์ของผมถูกผลิตที่ไหน หรือใครเป็นผู้ผลิต…….เด็กยากจนภายในหลายประเทศได้ถูกว่าจ้างภายในอุตสากรรม
สิ่งทอ ของเล่น และเครื่องกีฬา สร้างผลิตภัณฑ์วางขายภายในร้านค้าอเมริกัน
ด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เราจะมีส่วนช่วยต่อการหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้องจากเด็ก
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 1995 อิคบอล มาซี ได้ถูกยิงเสียชีวิตในขณะที่เขากำลังขี่รถจักรยานกับเพื่อนของเขา ใกล้ลาฮอร์ เขาได้ถูกลงโทษจากการเป็นปากเสียงต่อต้านแรงงานเด็ก ตอนที่เขาอยู่ภายในอเมริกา อิคบอล มาซี ได้ถูกถามว่าทำไมเขาต้องการกลับปากีสถาน เมื่อเขารู้ว่าชีวิตของเขาจะมีอันตราย เขาได้ตอบสนองอย่างกล้าหาญด้วยการพูดว่า ภารกิจของเขาจะมีความสำคัญกว่าชีวิตของเขา ปัจจุบันนี้อิคบอล มาซี จะเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับแรงงานเด็กที่ตกเป็นทาสไปทั่วโลก
เมื่อต้น ค.ศ 1990 อิคบอล มาซี ได้เริ่มต้นการต่อสู้ เพื่อที่จะหยุดยั้งแรงงานเด็กภายในประเทศของเขา เหมือนกับประเทศส่วนใหญ่ กฏหมายห้ามแรงงานเด็กจะถูกเขียนโดยรัฐบาลปากีสถาน แต่กระนั้นธุรกิจขนาดใหญ่หลายธุรกิจจะมีบทบาทที่มีพลังและอิทธิพลภายในประเทศที่ทำให้กฏหมายไม่ได้ถูกบังคับใช้ ดังนั้นเด็กจำนวนมากอายุระหว่าง 5 และ 7 ปี และไม่ใช่อายุการทำงาน ได้ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาวะที่เลวร้าย และบางครั้งอาจจะเสียชีวิตได้ สภาวะเหล่านี้จะทำให้อดอยาก ทำงานหนัก และอันตราย
อิคบอล มาซีิื จะเป็นเด็กคนหนึ่งของเด็กเหล่านี้ เมื่อเขาได้ถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาสหนี้สินเมื่ออายุสิบปี เขาได้เริ่มต้นช่วยเหลือเด็กคนอื่นภายในประเทศให้หลุดพ้นจากความเป็นทาส วิถีทางอย่างหนึ่งที่เขาได้กระทำคือ การบอกเล่าแก่บุคคลภายในประเทศอื่น เขาได้เล่าถึงสภาวะการทำงานที่น่ากลัวของเด็กภายในปากีสถาน แต่จนกระทั่งวันนี้สภาวะเหลานี้ยังคงเป็นอยู่
อิคบอล มาซี จะเป็นเด็กชายที่กล้าหาญและพูดเก่งที่ได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศหลายครั้ง เขาได้กล่าวหาความยากลำบากของเด็กทอพรมภายในปากีสถาน อิคบอล มาซี ได้ถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนสั้นในขณะที่กำลังขี่รถจักรยานกับเพื่อนของเขาภายในหมู่บ้าน แม่ของอิคบอล มาซี ได้กล่าวว่าเธอไม่เชื่อว่าลูกชายของเธอตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมาเฟียพรม แต่กระนั้นองค์การแรงงานไม่เห็นด้วย เพราะว่าอิคบอล มาซีได้ถูกคุกคามขู่ฆ่าจากบุคคลที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมพรมของปากีสถาน งานศพของเขาจะมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยประมาณ 800 คน The Little Hero : One Boy’s Fight for Freedom แอนดรูว์ ครอฟท์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้เล่าเรื่องราวมรดกที่ทิ้ง
้้ไว้ของอิคบอล มาซี


ภายในปากีสถานเด็กจะถูกบังคับให้ทำงานภายในการเกษตร การทอพรม ร้านอาหาร และโรงงานผลิตสินค้าทุกอย่าง ตั้งแต่เฟอรนิเจอร เครื่องกีฬา ไปจนถึงอุปกรณ์ผ่าตัด พวกเขาต้องทำงานเหมือนกับเป็นแรงงานของประเทศ พวกเขามักจะถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ และแยกจากครอบครัวของพวกเขา การคุมขังไว้ภายในคุกของประเทศเสมือนจริง
คนงานเตาเผาอิฐภายในปากีสถานจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแรงงานเด็ก อิฐจะถูกผลิตภายในปากีสถานด้วยกระบวนการใช้มือ เจ้าของโรงงานอิฐจะได้กำลังแรงงานมาจากนายหน้าจัดหาแรงงาน พวกเขาจะครอบครองแรงงานเหมือนนักโทษ
แรงงานเด็กจะถูกบังคับจากนายจ้างผ่านทางระบบการจ่ายเงินล่วงหน้า อัตราดอกเบี้ยจะสูงมากจนคนงานไม่สามารถชดใช้ได้ครบ ลูกและภรรยาของพวกเขาจะถูกบังคับให้รับผิดชอบหนี้สิน การสร้างแรงงานเด็กถูกบังคับหรือทาสแก่เจ้าของโรงงานอิฐตลอดชีวิต แรงงานเด็กไม่สามารถหลบหนีจากภาระผูกผันของพวกเขาได้ คนงานและลูกของพวกเขาจะถูกซื้อขายจากเจ้าของคนหนึ่งไปยังเจ้าของคนอื่น คนงานบางคนจะถูกซื้อขายมากกว่าสิบครั้ง ภรรยาของคนงานจะเป็นแรงงานบังคับด้วย พวกเขาจะถูกทำร้ายส่วนใหญ่ทั้งทางร่างกายและทางเพศ
เมื่อ ค. ศ 1994 อิคบอล มาซี ได้ปรากฏตัวทางเครือข่ายทีวีอเมริกา เขาได้บอกผู้ชมของเขาว่า เขาต้องการจะเป็นนักกฏหมาย เพื่อที่เขาจะไ้ด้ทุ่มเทชีวิตของเขาปลดปล่อยเด็กจากแรงงานถูกบังคับที่ถูกขายโดยพ่อแม่ สถาบันอเมริกันต่างประทับใจด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่เขาเข้าเรียนภายในอเมริกา เขาจะต้องไปศีกษาที่มหาวิทยาลัยแบรนดีสภายในไม่กี่อาทิตย์ แต่เขาได้ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายเสียก่อน
เมื่อเราคิดถึงเด็กอายุห้าปีส่วนใหญ่กำลังจะหาเพื่อนภายในสนามเล่น เรียนรู้ตัวอักษรหรือนับหนึ่งถึงสิบ แต่อิคบอล มาซีกำลังทำงานสิบสองชั่วโมงต่อวันและไม่ได้อะไรเลย ความเลวร้ายที่สุดเมื่ออิคบอล มาซีได้บอกแก่โลกในที่สุด
ความเศร้าสลดนี้ไม่ได้จำกัดอยูที่เด็กสิบคนหรืือแม้แต่แสนคน แต่จะเป็นเด็กหลายล้านคน เราอาจจะต้องคุกเข่าลงครั้งต่อไปเมื่อเดินข้ามพรมที่สวยงาม
ติดป้ายข้างใต้ว่า “ผลิตจากปากสีสถาน”
อิกบอล มาซี ได้เริ่มต้นการปราศัยระหว่างประเทศ เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษ
เมื่ออายุสิบสองปี
คำปราศัยของเขาได้สร้างสนใจอย่างมาก ระหว่างการปราศัยครั้งหนึ่งของเขา อิกบอล มาซี ได้กล่าวว่า
ภายในประเทศของผมเด็กต้องทำงานด้วยเครื่องมือนี้ : เครื่องมือทอพรม
แต่กระนั้นเด็กต้องการเครื่องมือนี้ : ปากกา และเมื่อเขาถูกถามว่าเขาต้องการจะเป็นอะไร เมื่อเขาเติบโตขึ้น อิคบอล มาซี ได้กล่าวว่า นักกฏหมาย
ต่อสู้เพื่อสิทธิของบุคคลของผม แต่ผมจะต้องเรียนจบโรงเรียนก่อน แต่โชคร้าย อิคบอล มาซี ไม่ได้เรียนจบโรงเรียน สี่เดือนภายหลังที่เขาได้รับรางว้ลสิทธิมนุษย์ของรีบอค เมื่อวันที่ 16 เมษายน 1995 ระหว่างการขี่รถจักรยานกับเพื่อนของเขาอยู่ อิคบอล มาซี ได้ถูกยิงเสียชีวิต การสืบสวนการถูกฆ่าของเขายังไม่มีข้อสรุปอะไรเลย แต่กระนั้นการต่อสู้กับแรงงานเด็กของเขาได้สร้าง
รอยแผลที่ยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก สองปีครึ่งภายหลังจากการเสียชีวิตของอิคบอล มาซี ประธานาธิบดีบิลล์ คลินตัน ได้ลงนามกฏหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานเด็ก ดังนั้นใครก็ตามที่เชื่อว่าบุคคลเดียวไม่สามารถสร้างความแตกต่างที่แท้จริงภายในโลกหรือเด็กไม่สามารถสร้างผลกระทบได้
อิคบอล มาซิ ได้พิสูจน์แล้วว่าผิด
เมื่อ ค.ศ 1994 อิกบอล ได้รับรางวัลสิทธิมนุษย์ของรีบอคภายในบอสตัน
สองสัปดาห์ต่อมาเขาได้ไปพูดที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติเมื่ออายุ 12 ปีเท่านั้นภายหลังจากการเชิญผ่านยูนิเซฟ เขากำลังจะครบกำหนดเริ่มต้น
เรียนปริญญากฏหมาย ณ มหาวิทยาลัยแบรนดิส บอสตัน 1995 แต่ได้ถูกยิงเสียชีวิตก่อนจะเริ่มต้นอนาคตที่ได้สัญญาไว้
และเขาได้กล่าวปราศัยว่า ผมจะเป็นเด็กคนหนึ่งของหลายล้านคนที่ต้องทรมานภายในปากีสถานจากการเป๊นแรงงานถูกบังคับและแรงงานเด็ก แต่ผมจะโชคดีด้วยการช่วยเหลือของบีแอลแอลเอฟ ผมได้รับอืสรภาพที่ผมได้ยืนอยู่หน้าพวกคุณที่นี่วันนี้ ภายหลังจากอิสรภาพของผม ผมได้เข้าโรงเรียนขององค์การสิทธิมนุษยชน และผมกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนั้นในขณะนี้ องค์การสิทธิมนุษยชนกำลังทำงานอย่างเดียวกันที่อับราฮัม ลินคอลน ได้ทำแก่ทาสของอเมริกา วันนีพวกคุณมีอิสรภาพ และผมมีอิสรภาพด้วย ผมอยากจะทำสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์นทำ
…….. ผมอยากจะทำมันภายในปากีสถาน
การเสียชีวิตของอิกบอล มาซีได้บันดาลใจการก่อตั้งองค์การเหมือนเช่น เด็กเสรี ขบวนการวัยหนุ่มสาวและการกุศลของคานาดา มูลนิธิเด็กอิกบอล มาซี ที่ได้สร้างโรงเรียนมากว่า 20 แห่งภายในปากีสถาน
เมื่อ 2014 ไกลาศ สัตยาธิ ผู้สนับสนุนสิทธิเด็ก ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากการป้องกันแรงงานเด็กและการศึกษาของเพศหญิง เขาได้กล่าวถึงอิกบอล มาซี ภายในการปราศัยของรางวัลโนเบิล การอุทิศต่อเขาแและผู้ทนทุกข์คนอื่น


อิคบอล มาซี ได้กล่าวว่า เราจะไม่ถูกยอมให้หยุดงานหลายวัน แม้แต่เด็กที่เจ็บป่วยจะไม่ให้ถูกพัก ถ้าเด็กร้องเรียนว่าเขาเจ็บป่วยเกินไปจะทำงานได้ ห้วหน้างานจะขังเขาภายในห้องมืดเรียกกันว่าห้องลงโทษ พวกเขาจะแขวนเด็กกลับหัว
ภายในโรงงานที่คล้ายกับโรงงานที่อิคบอล มาซี ทำงานอยู่ เด็กจะถูกทุบตีด้วยเหตุผลทุกอย่าง เด็กคนหนึ่งไม่ได้เป็นผู้ทอที่ดี และหัวหน้างานได้ตีเขาด้วยไม้อยู่เสมอ ครั้งหนึ่งภายหลังจากเขาได้ทำผิดพลาดรุนแรง หัวหน้าคนงานได้ใช้มีดตัดขนสัตว์แทงอย่างแรงระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของเด็ก เด็กจะหวาดกลัวมากจนไม่กล้าร้องเรียน
พรมที่ดีที่สุดภายในเอเซียใต้จะถูกทอโดยเด็ก เนื่องจากนิ้วที่เล็กของพวกเขาสามารถผูกเงื่อนที่เล็กและแน่นได้ และเนี่องจากพวกเขาจะได้รับเงินเพียงไม่กี่รูปีเท่านั้น ภายในปากีสถานแล้ว เด็กชายอายุสิบสองปีที่ได้คัดค้านแรงงานเด็กได้ถูกฆ่าตาย
เรารู้ว่าการฆาตกรรมอิคบอล มาซี จะเป็นการสมรู้ร่วมคิดโดยมาเฟียพรม ประธานองค์การสิทธิมนุษยชนได้พยายามหยุดเจ้าของโรงงานพรมจากการว่าจ้างแรงงานเด็ก
การหลบหนีจะเป็นไปไม่ได้เนื่องจากการเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดระหว่างเจ้าของโรงงานและตำรวจท้องที่ ภายในโรงงานอิฐ ประมาณ 60% ของเด็กเริ่มต้นทำงานอายุต่ำกว่าสิบสามปี อัตราการตายท่ามกลางเด็กจะสูง และพวกเขาจะทรมานกับการมองไม่เห็น เนื่องจากระดับของตะกั่วภายในโคลนจะสูง การมองไม่เห็นท่ามกลางคนงานอายุมากประมาณ 15 ถึง 20% การทรมานทางจิตใจแก่เด็กเหล่านี้จะน่ากลัว พวกเขาจะอยู่อย่างหวาดกลัว การมองเห็นความรุนแรงจากการลงโทษทางร่างกายแก่พ่อแม่ของพวกเขา

หนี้สินจากเงินกู้จะกำหนดว่าอิคบอล มาซี จะต้องทอพรม 12 ชั่วโมงต่อวัน ได้รับค่าจ้างทำงานทั้งวันหนึ่งรูปี แต่กระนั้นเนื่องจาก ภายหลังจากที่เขามีอายุสิบปี อิคบอล มาซี ได้ยินการแถลงจากองค์การสิทธิมนุษยชนของชาวปากสถานที่มุ่งการปลดปล่อยเด็กจากการเป็นทาสแรงงาน อิคบอล มาซีิได้รับสำเนา
กฏบัตรแห่งอิสรภาพ แผ่นพับเกี่ยวกับสิทธิของเด็ก อิคบอล มาซีได้ใช้เอกสารเหล่านี้ไปสูอิสระ นับตั้งแต่นั้นมาเขาได้กลายเป็นนักรณรงค์ต่อต้านการเป็นทาสเด็ก
ภายหลังจากการเสียชีวิตของอิคบอล มาซี ชนชั้นทางเศรษฐกิจของปากีสถาน ได้ตอบสนองต่อยอด
ขายพรมที่ลดลงด้วยการปฏิเสธการใช้แรงงานเด็กภายในโรงงานของพวกเขา
ระหว่างที่อิคบอล มาซี ทอพรมอยู่ภายในโรงงาน เขาได้ถูกเตือนว่าอย่าออกไปจากโรงงานระหว่างชั่วโมงการทำงาน ถ้าเราพยายามจะหนี เราจะถูกขมขู่ด้วยการโยนลงไปที่น้ำมันเดือด ถ้าเราทำงานช้าเกินไป เรามักจะถูกฟาดบนหลังและหัวของเรา ความเอาใจใส่จะสำคัญ ความผิดพลาดจะถูกปรับหรือตี การนั่งหลับจะมีผลตามมารุนแรง เครืองมือทอที่มีรูปร่างเป็นเสี้ยวคมจะลื่นและบาดนิ้วของเขา และได้เกิดขึ้นหลายครั้ง
ครั้งหนึ่งเมื่ออิคบอล มาซี จะเหนื่อยมาก เขาได้เริ่มต้นงีบหลับไปมีดคมได้ลื่นทิ่มแทงเนื้อนิ้วชี้ของเขา ผู้รับเหมาได้ร้องตะโกนว่า ยกมือขึ้น อย่าให้เลือดหยด นายจ้างไม่ต้องการให้เลือดของเขาเปื้อนเส้นใยขนสัตว์ เพื่อที่จะหยุดการไหลของเลือด นายจ้างได้หยดน้ำมันร้อนบนบาดแผล น้ำมันร้อนได้ถูกใช้ปิดบาดแผลแสบอย่างรุนแรง อิคบอล มาซีได้ร้องด้วยความเจ็บปวด เขาได้ถูกตบหัวและสั่งการให้กลับไปทำงาน
ทุกตอนเที่ยงทาสเด็กเหล่านี้จะพักกินอาหารเที่ยงครึ่งชั่วโมง เราจะถูกให้ทำงานจนหิว อาหารจะเป็นข้าวและถั่วน้อยมาก บางครั้งจะเป็นผักเพิ่มเข้ามา ต้นทุนของอาหารจะถูก
สภาวะที่คับแคบและร้อนจนเกินไปภายในโรงงานมักจะทำให้เกิดโรค แรงงานเด็กได้หายใจเส้นใยขนสัตว์จำนวนมากเข้าไป พวกเขาจะเป็นโรคปอดหรือวัณโรค พวกเขาหลายคนจะเป็นหิดและผิวหนังผุพอง เนื่องจาการสัมผ้สขนสัตว์อยู่เสมอ บ่อยครั้งเด็กจะต้องก้มหัวลง เพราะว่าพวกเขาถูกบังคับให้นั่งยองบนแท่งไม้หลายชั่วโมง มือของพวกเขาจะเจ็บปวดกับโรคเส้นกดทับประสาทและข้ออักเสบ
แม้ว่าเด็กถูกบังคับส่วนใหญจะเชื่อฟัง พวกเขาจะไม่กลัวที่จะเถียงกลับ เด็กเหล่านี้มักจะถูกตี ล่ามโซ่กับเครื่องทอ หรือขังไว้ภายในห้องมืดเหม็นอับ
อิคบอล มาซี มักจะเถียงกลับ เขาจะถูกตีบ่อยครั้งมากกว่าเด็กคนอื่น เพราะว่าครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจะกล่าวหานายจ้าง อิคบอล มาซี จะพูดเมื่อเขาคิดว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง บางครั้งเขาจะถูกปรับ ค่าปรับจะเลวร้ายกว่าการตี มันจะทำให้หนี้สินของเขาสูงขึ้นและสูงขึ้น แทนที่จะชำระหนี้สินความเป็นทาสได้หมด เขากำลังเพิ่มเวลาของการได้รับอิสรภาพของเขา

เราจะต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมอิเกียที่่เข้มแข็งได้สร้างความยั่งยืนแก่บริษัทมายาวนานกว่า 70 ปี
ดังที่ปีเตอร์ ดักเกอร์ บิดาของการบริหารสมัยใหม่ ได้กล่าวว่า “วัฒนธรรมกินกลยุทธ์เป็นอาหาเช้า” และทีมผู้บริหารของอิเกีย ได้มุ่งที่การสร้างวัฒนธรรมองค์การ บันดาลใจผู้ชายและ
ผู้หญิงเป็นแสนคนไปทั่วโลก โดยไม่คำนึงถึงวัฒนธรรมของประเทศที่หลากหลาย : วัฒนธรรมความเสมอภาคที่บุคคลทุกคนจะถูกเรียกว่าเพื่อร่วมงาน บุคคลทุกคนจะถูกกระตุ้นให้คิดทุกวันว่าพวกเขาสามารถปรับปรุงบริษัทและสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้าอย่างไร
ความสำเร็จของอิเกิยไม่ได้เกิดจากการพัฒนากลยุทธ์ที่ยังถูกสอนกันอยู่ภายในคณะบริหารธุรกิจ แต่ค่อนข้างจะตรงกันข้าม มันจะเป็นการผสมกันของการปรากฏขึ้น เหตุบังเอิญ และการคิดค้น
ความจำเป็น ตัวอย่างเช่น เมื่อแคตตาล็อกเล่มแรกของอิเกียออกมา ผู้ค้าปลีกหลายรายจะมีโมเดลทางธุรกิจขายทางไปรษณีย์เหมือนกัน เพื่อที่จะบดขยี้การเริ่มต้น คู่แข่งขันของอิเกียได้เริ่มต้นสงครามราคา เกือบจะทำให้อิเกียล้มละลายทางการเงิน ภายในการตอบสนองครั้งสุดท้าย
ประวัติที่ไม่ได้คาดหวังของบริษัทส่วนหนึ่งได้เกิดขึนเมื่อ ค.ศ 1960 ด้วยการเปิดร้านใหม่ 31,000 ตารางฟุต บุคคล 18,000 คนรออย่างกระวนกระวายต่อการเปิดร้านค้า แต่ความนิยมอย่างมากได้กลาย
เป็นความเสียหาย เนื่องจากจุดเก็บเงินน้อยไป การเข้าแถวรอคอยยาวขึ้น บุคคลได้ผิดหวังและออกไป บุคคลบางคนนำสินค้าออกไปด้วยการไม่จ่ายเงิน มันเป็นประสบการณ์ที่ได้จุดชนวนโมเดลบริการตัวเองของอิเกีย เมื่อลูกค้าออกมาจากห้องแสดงสินค้า พวกเขาจะนำสินค้าถอดประกอบของพวกเขาจากคลังสินค้า วางกล่องบนรถเข็น และนำพวกมันไปที่จุดเก็บเงินด้วยตัวพวกเขาเอง

ปัจจุบันเราจะมีมุมมองใหม่อย่างหนึ่งของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท เพื่อที่จะสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจคือ สามบรรทัดสุดท้าย จอห์น เอลคิงตัน ได้สร้างถ้อยคำนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1994 เพื่อที่จะเสนอแนะว่าผู้บริหารควรจะวัดผลการดำเนินงานของบริษัทภายในสามด้านคือ 1 กำไร 2 บุคคล 3 โลก : 3P ที่จริงแล้วแนวคิดสามบรรทัดสุดท้าย จะเป็นกรอบข่ายทางการบัญชีธุรกิจอย่างหนึ่ง ภายใต้การบัญชีดั้งเดิม บรรทัดสุดท้ายจะหมายถึงกำไรหรือขาดทุนที่ภายในงบกำไรและขาดทุนของบริษัท แต่เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยุติธรรมทางสังคม ได้เรียกร้องให้บริษัทมีความรับผิดชอบทางสังคมมากขึ้น ดังนั้นสามบรรทัดสุดท้ายจะเพิ่มสองบรรทัดสุดท้ายเข้ามาคือ สังคม และสิ่งแวดล้อม
บรรทัดสุดท้ายสามบรรทัดนี้ได้กลายเป็นความสำคัญมากขึ้นต่อธุรกิจปัจจุบันนี้ จุดมุ่งของสามบรรทัดสุดท้ายจะอยู่ที่ความยั่งยืนของธุรกิจ
แต่กระนั้นการวัดระดับความยั่งยืนขององค์การ หรือการมุ่งการเจริญเติบ
โตอย่างยั่งยืนจะยุ่งยาก จอห์น เอลคิงตัน ได้พยายามจะวัดความยั่งยืน
ด้วยกรอบข่ายทางการบัญชีเรียกว่าสามบรรทัดสุท้ายที่เลยพ้นไปจากเครื่องวัดสมัยเดิมของการทำกำไร ผลตอบแทนจากการลงทุน และมูลค่าของผู้ถือหุ้น
ด้วยการรวมมิติทางสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้ามา ภายใต้การมุ่งผลลัพธ์ของการลงทุนที่ครอบคลุม นั่นคือด้วยการพิจารณาการปฏิบัติงานตามมิติที่เกี่ยวพันระหว่างกันของกำไร บุคคล และโลก การรายงานสามบรรทัดสุดท้ายสามารถเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนได้
อิเกีย ได้ใช้แนวคิดสามบรรทัดสุดท้ายภายในความยั่งยืนของบริษัท กำไร บุคคล และโลก จะอยู่ ณ แกน ของโมเดลทางธุรกิจของอิเกีย เมื่อก้าวไปข้างหน้า ความยั่งยืนได้กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อบริษัท อิเกียจะเป็นธุรกิจที่จะสร้างโมเดลขึ้นมาภายหลัง

อาชี แคร์รอลล์ นักวิชาการความรับผิดชอบทางสังคม ได้อธิบายแนวคิดความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเป็นรูปพีระมิดสี่ส่วน เวย์น วิสเซอร์ ได้กล่าวว่า พีระมิดของความรับผิดชอบทางสังคมของอาร์ชี แคร์รอลล์ น่าจะเป็นโมเดลของความรับผิดชอบทางสังคมที่รู้จักกันมากที่สุด
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะอยู่ล่างสุดของพีระมิด บริษัทจะต้องทำกำไรเพื่อที่จะจ่ายเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น การผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่ยุติธรรมต่อลูกค้า การมีความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างงานแก่แรงงาน และการเสียภาษีแก่รัฐบาล บริษัทควรจะดำเนินงานบนรากฐานของการมุ่งกำไร ภารกิจอย่างเดียวเท่านั้นของบริษัทคือ การเพิ่มกำไรตราบนานเท่าที่พวกเขาอยู่ภายในกฏของการแข่งขัน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล มิลตัน ฟรีดแมน เชื่อว่าความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเดียวเท่านั้นของธุรกิจคือ การทำกำไรสูงสุด
ถ้าบริษัทไม่บรรลุความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบทางสังคมอย่างอื่นไม่สามารถบรรลุได้ บริษัทที่ตกต่ำไม่น่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี นายจ้างที่ดี หรือผู้รับผิดชอบทางสังคมที่ดี
ความรับผิดชอบทางกฏหมายคือ บริษัทจะต้องทำตามกฎหมายและข้อบังคับ การเคลื่อนไหวทางผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมจะมุ่งที่การเรียกร้องความสนใจของประชาชน พวกเขาได้กระตุ้นการใช้กฏหมายควบคุมบริษัท เพื่อที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค และควบคุมมลภาวะที่เป็นพิษ การคุ้มครองผู้บริโภคด้วยการแก้ไขความสมดุลทางอำนาจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายในตลาด รัฐบาลได้ประกาศใช้กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อที่จะคุ้มครองลูกค้าจากอันตรายของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
ความรับผิดชอบทางจริยธรรมคือ ความรับผิดชอบทางศีลธรรมที่เลยพ้นไปจากกฏหมาย การตอบสนองความคาดหวังและการเรียกร้องของสังคม การ
กระทำบางอย่างที่ถูกกฏหมายอาจจะถูกมองว่าขาดจริยธรรมได้ ตัวอย่างเช่น การผลิตและการขายบุหรี่จะถูกฏหมาย แต่เนื่องจากผลภายหลังที่ร้ายแรงของการสูบุบุหรี่ บุคคลหลายคนจะมองว่าการขายบุหรี่จะขาดจริยธรรม แม้ว่ากฏหมายได้บังคับให้พิมพ์ป้ายฉลากคำเตือนอันตรายจากการสูบบุหรี่ไว้บนซองบุหรี่ก็ตาม
ความรับผิดชอบทางพื่อนมนุษย์ จะอยู่บนสุดของพีระมิดความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท ความมุ่งหมายของความรับผิดชอบทางเพื่อนมนุษย์คือ การเป็นพลเมืองบริษัทที่ดี และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตเพื่อสังคม การมีส่วนช่วยสังคมอย่างสมัครใจของบริษัท ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการเลือกของบริษัท และเลยพ้นไปจากความรับผิดชอบทางเศรษฐิจ กฏหมาย และจริยธรรม และไม่ได้เรียกร้องจากสังคม ตัวอย่างที่ดีของความรับผิดชอบทางเพื่อนมนุษย์คือ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ บ้านพักพิงแก่ครอบครัวที่มีลูกเจ็บป่วยอย่างรุนแรงรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล

ความรับผิดชอบทางสังคมของอิเกียจะมุ่งที่สิทธิของเด็ก การปรับปรุงสุขภาพและความปลอยภัยแก่เด็ก การให้พวกเขาเข้าสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ การลงทุนโครงการเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ภายในชีวิตของเด็กและผู้หญิง ความผูกพันทางสังคมของอิเกียจะมีเป้าหมายที่เอเชียใต้โดยเฉพาะอินเดีย เนื่องจากความต้องการของเด็กและผู้หญิงจะสูงภายในอินเดีย และ
อิเกียจะมีประสบการณ์ทางธุรกิจมายาวนาน
ไอเวย์ – วิถีทางวิเกีย ของการซื้อเครื่องตกแต่งบ้าน จะเป็นจรรยาบรรณของซัพพลายเออร์ที่ต้องทำตามข้อกำหนดของจรรยาบรรณนี้
ไอเวย์จะมีบทบาทที่สำคัญต่อความต้องการของอิเกีย เพื่อที่จะสร้างความสมดุลระหว่างการทำกำไร การดูแลสิ่งแวดล้อมโลก และความรับผิดชอบทางสังคมต่อบุคคล ภายหลังจากการแนะนำเมื่อ ค.ศ 2000 ไอเวย์ ได้กลายเป็นเสาหลักแก่ซัพพลายเออร์ทั่วโลก ภายในการคุ้มครองบุคคลและสิ่งแวดล้อม
อิเกียเชื่่อว่าบ้านจะเป็นสถานที่สำคัญที่สุดภายในโลก และเด็กจะเป็นบุคคลสำคัญที่สุด นับตั้งเริ่มก่อตั้ง วิสัยทัศน์บริษัทของอิเกียคือ การสร้างชีวิตประ
จำว้นที่ดีกว่าแก่บุคคลจำนวนมาก ด้วยการนำเสนอเครื่องตกแต่งบ้านที่ออกแบบและใช้งานได้ดี ณ ราคาที่ต่ำ จนบุคคลจำนวนมากเท่าที่จะเป็นไปได้สามารถซื้อได้
ื มูลนิธิอีเกียจะเป็นแขนการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของมูลนิธิอิงกา เจ้าของกลุ่มบริษัทอิเกีย เราได้มุ่งหมายที่จะปรับปรุงโอกาสของเด็กภายในขุมชนยากจนที่สุดของโลก ด้วยการช่วยเหลือทางเงินทุนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
ภายหลังจากที่่อิคบอล มาซี ได้ถูกฆ่าเสียชีวิต อิเกิย ได้ค้นพบว่าโรงงานที่ครั้งหนึ่งอิคบอล มาซี ถูกบังคับให้เป็นทาส ขายพรมแก่อิเกีย และบริษัทอื่นหลายบริษัท อิงวาร์ แคมพราด และผู้บริหารระดับสูงของเขาได้ยกเลิกการซื้อพรมจากโรงงานนี้ทันที อิเกียได้มองที่ลูกโซ่อุปทานของพวกเขา และได้เริ่มต้นพิจารณาปัญหาจากภายใน การทำทุกขั้นตอนที่จำเป็นต่อความมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของอิเกียจะต้องไม่ถูกผลิตจากโรงงานที่ใช้แรงงานเด็กอีกครั้งหนึ่ง อิเกียได้มุ่งการกำจัดปัญหาที่รากเหง้า บริษัทได้เป็นหุ้นส่วนกับยูนิเซฟสร้างโครงการช่วยเหลือป้องกันแรงงานเด็ก ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาวะที่นำไปสู่แรงงานเด็กคือ ความยากจน ความหิว และการไม่รู้หนังสือ
ปัจจุบันโครงการเดียวกันนี้ได้ถูกใช้กับหมู่บ้านมากกว่าห้าร้อยแห่งภายในอุตสาหกรรมพรมของอินเดีย พื้นที่ที่มีประชาชนมากกว่า 1.3 ล้านคน อิเกิย ได้ช่วยเหลือต่อไปด้วยการสร้างกลุ่มช่วยตัวเองของผู้หญิง การช่วยเหลือพวกเธอสร้างความประหยัดด้วยตัวเอง และการจัดหาแหล่งเงินกู้คนจนแก่พวกเธอ เพื่อที่จะไม่ให้ความเศร้าสลดอย่างอิคบอล นาซีเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
การรับรู้ว่าความยากจนมักจะเกิดขึ้นจากการเริ่มความเจ็บป่วย อิเกียและยูนิเซฟ ได้สร้างโครงการฉีดวัคซีนภายในภูมิภาคแก่ผู้หญิงและเด็ก อิเกียจะเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องในฐานะของบริษัทที่ทำให้โลกดีขึ้น บริษัทจะรักษาความผูกพันด้วยการแสวงหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญภายในหลายด้าน เช่น สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน การค้าเสรี และมาตรฐานทางจริยธรรม
อิเกิย ได้เริ่มต้นกลยุทธ์ของความยั่งยืน – บุคคลและโลกทางบวก เมื่อ ค.ศ 2012 ด้วยเป้าหมายที่ทะเยอทะยานของการปฏิรูปธุรกิจของอิเกีย
อุตสากรรมภายในลูกโช่คุณค่าของอิเกีย และชีวิตภายในบ้านของบุคคลทั่วโลก
เราได้สร้างความก้าวหน้าอย่างสำคัญนับตั้งแต่นั้นมา แต่การเปลี่ยนแปลงของโลกเราอย่างรวดเร็ว ได้เรียกร้องเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมากขึ้นและการกระที่เร่งด่วนขึ้น การกระตุ้นบุคคลทุกคนภายในระบบ
แฟรนไชส์และลูกโซ่คุณค่าของอิเกีย
ไอเวย์จะเป็นจรรยายรรณทางจริยธรรมของอิเกีย ไอเวย์จะครอบคลุมสภาวะการทำงาน การป้องกันแรงงานเด็ก สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ป่า และอย่างอื่น
เนื่องจากความอื้อฉาวภายในลูกโซ่อุปทาน ซัพพลายเออร์ของอิเกียได้ว่าจ้างแรงงานเด็ก มันดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์จะไม่เพียงพอต่อความมั่นใจได้ว่าซ้พพลายเออ์ได้ใช้การปฏิบัติอย่างถูกต้อง ข่าวได้ปรากฏขึ้นเมื่อสารคดีทางโทรทัศน์สวีเดนได้แสดงเด็กภายในปากีสถานกำลังทอพรม อิเกียจะเป็นบริษัทหนึ่งที่มีรายชื่อเป็นซัพพลายเออร์

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments