INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แจ็ค เวลซ์ : ไม่มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน อย่าไปแข่งขันเลย

แจ็ค เวลซ์ : ไม่มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน อย่าไปแข่งขันเลย

แจ็ค เวลซ์ ได้มรดกเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค เมื่อ ค.ศ 1981 บุคคล 404,000 คน รายได้รวม 25 พันล้านเหรียญ กำไร 1.5 พันล้านเหรียญ บุคคลหลายคนเรียก
จีอีว่า ” เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ” เข้มแข็งและมั่นคงภายในทิศทาง แจ็ค เวลซ์ ได้ตัดสินใจทันทีที่จะทำให้บริษัทเป็น “เรือยนตร์ความเร็วสูง ” รวดเร็ว คล่องตัว และพลิกผันตามสถานการณ์ เขาได้ปฏิรูปจีอีจากโกไลแอธที่อุ้ยอ้าย ให้เป็นเดวิดที่คล่องแคล่ว
แจ็ค เวลซ์ จะไม่มีทักษะทางซีอีโอจากภายนอก แต่ผมรู้สิ่งที่ผมต้องการให้ ” รู้สึก ‘” คล้ายกับ ผมจะเรียกมัน ว่าวัฒนธรรม ณ เวลานั้น การเปลี่ยนแปลงจะไม่ง่ายเลย ที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงคือสงคราม เราได้ประกาศสงครามกับระบบนาชการ และตั้งชื่อว่า วัฒนธรรม ณ
จีอี ผมได้โยนระเบิดมือลงไปที่ประเพณีและขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่สกัดกั้นเรา
เราจะมีระดับการบริหารหลายระดับ ระหว่างซีอีโอและคนงาน ระดับการบริหารเหล่านี้ได้แยกตัวผู้บริหารจากลูกค้า เหมือนกับบุคคบที่ใส่เสื้อกันหนาวหลายตัวเกินไป เมื่อเราออกไปข้างนอก และใส่เสื้อกันหนาวสี่ตัว เราจะไม่รู้เลยว่าอากาศเย็นแค่ไหน แจ็ค เวลซ์ ได้ลดระดับการบริหารลงครึ่งหนึ่ง และสร้างวัฒนธรรมที่มุ่งการปฏิบัติงานและการแข่งขัน เขายืนยันว่าบุคคลที่มีผลงานดี จะได้รางวัลอย่างงดงาม และบุคคลที่มีผลงานไม่ดีจะถูก
ไล่ออกอย่างแน่นอน
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทหลากหลายมาก เช่น แสงสว่าง เครื่องยนต์ไอพ่น มอเตอร์ไฟฟ้า พลังงาน หัวรถจักร เป็นต้น การปฏิรูปบริษัทเจ็นเนอรัล อีเล็ตทริคได้เกิดขึ้น เมื่อแจ็ค เวลซ์ กลายเป็นซีอีโอหนุ่มที่สุดภายในประวัติของจีอี และได้ถูกยกย่องว่าเป็นผู้บริหารยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 เมื่อ ค.ศ 1981 และได้กลายเป็นบทเรียนและกรณีศึกษาของ MBA ของคณะบริหารธุรกิจจำนวนมาก
แจ็ค เวลซ์ สามารถปฏิรูปจีอี บริษัทธรรมดา ให้กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ กำไรได้เพิ่มสูงขึ้น 7.6% ต่อปี มูลค่าของผู้ถือหุ้นเพิ่มสูงขึ้นหกเท่าตัว แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า อย่าเชื่อว่าบริษัทมีสุขภาพที่ดี เราต้องพิจารณาด้วยสายตาที่สดใส
เมื่อเขาได้เข้าร่วมจีอี เขาได้พบเรือที่กำลังจม สูญเสียมูลค่าตลาด และจ้างบุคคลมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงสามารถหมายถึงโอกาสได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นมูลค่าตลาด เขาได้กระตุ้นบุคคลให้คาดหวังความคาดไม่ถึง และก้าวไปอย่างรวดเร็วเพียงพอที่จะนำหน้า
แจ็ค เวลซ์ เป็นซีอีโอของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริคตั้งแต่ ค.ศ 1981 – 2001 ระหว่างที่เขาเป็นซีอีโออยู่ มูลค่าบริษัทได้เพิ่มสูงขึ้น 4000% และได้สร้างผู้บริหารหลายคนที่ได้กลายเป็นซีอีโอ 500 ของวารสารฟอร์จูน
อะไรทำให้แจ็ค เวลซ์ เป็นซีอีโอยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง ตำตอบคือ แจ็ค เวลซ์ เป็นผู้นำที่ฉลาด รู้ข้อเท็จจริง กล้าตัดสินใจ และแข่งขัน นอกเหนือจากคุุณสมบัติเหล่านี้แล้ว แจ็ค เวลซ์ ยังมีนิสัยที่แม่ของเขาได้ปลูกฝังเขาตั้งแต่วัยเด็กด้วย นิสัยของการเผชิญกับข้อเท็จจริงอยู่เสมอ นิสัยนี้ได้นำเขาไปสู่การพัฒนาคุณสมบัติบางอย่างตามที่กล่าวมา นิสัยที่ทำให้เขาแตกต่างจากซีอีโอคนอื่น แจ็ค เวลซ์ ได้เขียนเรื่องนี้เกี่ยวกับแม่ของเขาภายในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาชื่อ Jack : Straight from the Gut
แจ็ค เวลซ์ ได้เล่าให้ฟังว่า พ่อของผมเป็นผู้ควบคุมรถไฟ ทำงานหนัก เขาต้องทำงานตีห้า กลับบ้านทุ่มครึ่ง แม่และผมจะขับรถไปสถานีรถไฟที่ซาเล็ม แมทซาจูเสตต์ เพื่อที่จะรับเขากลับบ้าน บ่่อยครั้งรถไฟจะมาช้า ดังนั้นเราได้นั่งคุยกันเป็นชั่วโมง ผมได้ไกล้ชิดกับเธอมาก เธอจะคิดอยู่เสมอว่าผมสามารถทำอะไรก็ได้ แม่ของผมอบรมและสอนผมถึงความเป็นจริงแห่งชีวิต เธอต้องการให้ผมพึ่งพาตัวเอง ควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง เธอมีความคิดอยู่เสมอ มองความเป็นจริง ไม่พูดอ้อมแอ้ม ทุกครั้งที่ผมออกนอกลู่นอกทาง เธอจะตีผมอย่างแรง แต่เป็นทางบวกและสร้างสรรค์อยู่เสมอ
เธอยืนยันอยู่เสมอต่อการเผชิญกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์ การแสดงออกอย่างหนึ่งของเธอคือ อย่าหลอกตัวเอง มันต้องเป็นอย่างนั้นแหละ ถ้าเราไม่ศึกษา เธอมักจะเตือนอยู่เสมอ เราไม่มีอะไรเลย แน่นอนไม่มี
อะไรเลย เราจะไม่มีทางลัด อย่าหลอกตัวเอง การเผชิญ
กับความเป็นจริงได้กลายเป็นความเชื่อทางการบริหารอย่างหนึ่งของแจ็ค เวลซ์
ครั้งหนึ่งแจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า ศิลปของการบริหารและการนำได้ถูกถ่ายทอดเป็นสิ่งที่เรียบง่าย การพิจารณาและการเผชิญกับความเป็นจริงเกี่ยวกับบุคคล สถานการณ์ ผลิตภัณฑ์ และกระทาอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วกับความเป็นจริง แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า แม่ของเขาได้สอนบทเรียนที่สำคัญสามอย่างแก่เขา : การสื่่อสารอย่างจริงใจ การเผชิญความเป็นจริง และการควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง
ภายในโลกของธุรกิจ เรา จะมีตัวอย่างของความคิดที่กำเนิดขึ้นภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นทางการ เหมือนเช่นตัวอย่างของแจ็ค เวลซ์ ครั้งหนึ่งเขาได้พาภรรยาไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ณ คอนเนตติคัท เขาไ้ด้อธิบายกลยุทธ์แก่ภรรยาของเขาด้วยการวาดวงกลมสามวงตัดกันบนผ้าเช็ดปาก วงกลมสามวงหมายถึงสิ่งที่แจ็ค เวลซ์ มองว่าเป็นอนาคตที่สดใสของ
จีอี เขาได้แบ่งกลุ่มธุรกิจของบริษัทเป็นสามกลุ่มคือ ธุรกิจแกน ไฮเทคโนโลยี และการบริการ
แจ็ค เวลซ์ ได้วางหน่่วยธุรกิจของจีอีที่เป็นหมายเลข 1
หรือ 2 ภายในตลาดของพวกเขาเท่านั้นภายในวงกลม บริษัทมีหน่วยธุรกิงเพียงกำมือเท่านั้นจาก 350 หน่วยที่เป็นหมายเลข 1 หรือ 2 เช่น แสงสว่าง เครื่องยนต์ไอพ่น ระบบการแพทย์ พลาสติค และมอเตอร์ เขาได้กำหนดว่าหน่วยธุรกิจที่ถูกวางภายนอกวงกลม จะมีชะตาชีวิตอยู่สามทางคือ ” ปรับปรุง ขาย หรือปิด ” เท่านั้น
การแข่งขันระหว่างประเทศ ได้ยึดครองส่วนแบ่งตลาดภายในอุตสาหกรรมท เช่น รถยนต์ และเหล็ก
อุตสาหกรรมที่ถูกยึดครองโดยอเมริกามายาวนาน ธุรกิจกำลังก้าวไปทั่วโลก การแข่งขันจะเร่าร้อนมาก ดังนั้นเราจำเป็นต้องเขย่าหน่วยธุรกิจของเรา จีอีไม่ได้เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลกเท่านั้น จีอีเป็นบริษัทที่มีความผิดปรกติด้วย จีอี เป็นบริษัทเก่าแก่ที่สุด และกระจายธุรกิจมากที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก
แจ็ค เวลซ์ มักจะสื่อสารการริเริ่มการกระทำของเขาภายในการปฏิรูปเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค ด้วยการใช้สำนวนเช่น ” Numbet 1 or 2 ” , “Bounderyless Company”
” Speed , Simplicity, Self Confident ” ” GE Growth Engine ” “Workout” อยู่เสมอ
แจ็ค เวลซ์ ได้ถูกระบุว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เขาได้ถูกเรียกชื่อเล่่นว่า นิวตรอน แจ็ค เขาเป็นนายที่ทรหดที่สุดของโลก และวารสารฟอร์จูน ได้เรียกเขาว่า ผู้บริหารแห่งศตวรรษ เขาเป็นผู้นำธุรกิจที่น่าเกรงขามมาจากการเริ่มต้นที่เรียบง่าย เขาเป็นเรื่องความสำเร็จของชาวอเมริกันอย่างแท้จริง
แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า เขาไม่ชอบชื่อเล่นนี้ แต่เขาไม่ชอบระบบราชการมากกว่า เขาได้สร้างชื่อของเขาจากการลดขนาดของบริษัทอย่างไม่ย่อท้อ ก่อนที่เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค จะกลายเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก การถอนตัวของเขาภายหลังจากยี่สิบปี ด้วยความเสียใจอย่างหนึ่งที่เขายังทรหดไม่พียงพอ
เมื่อ ค.ศ 1970 บริษัทอเมริกันจะมุ่งที่ การบังคับบัญชาและการควบคุม เป็นวิถีทางของการบริหาร แต่แจ็ค เวลซ์ ได้ใช้วิถีทางของการบริหารที่แตกต่างกัน ผมได้พยายามสร้างความไม่เป็นทางการของร้านขายของชำเพื่อนบ้านภายในวิญญานของบริษัทใหญ่ ผมได้ทำลายระบบราชการด้วยการโยนระเบิดมือลงใส่ประเพณีและขนบธรรมเนียมการปฏิบัติที่สกัดกั้นพวกเรา การสร้างวัฒนธรรมใหม่ท่ามกลางบุคคลจำนวนมากของบริษัท
เมื่อกลาง ค.ศ 1980 แจ็ค เวลซ์ ได้ลดกำลังงานของบริษัทลงประมาณ 25% จนทำให้เขามีชื่อเล่นว่า นิวตรอน แจ็ค – บุคตลได้ถูกระเบิดออกไป แต่อาคารจะคงที่อยู่ ถ้า
จีอีจะก้าวไปข้างหน้าได้ เราต้องใช้เงินมากขึ้นกับจำนวนบุคคลที่น้อยลง
การริเริ่มของแจ็ค เวลซ์ จะมีทั้งการใช้คุณภาพ ” Six Sigma” : ข้อบกพร่อง 3.4 ต่อหนึ่งล้านภายในการผลิต บรรทัดฐานคือ 35,000 โลกาภิวัฒน์ ไม่เพียงแต่การซื้อธุรกิจเพิ่มขึ้นจากทั่วโลก เราได้พัฒนาบุคคลที่มีความสามารถภายในท้องที่ด้วย และธุรกิจอีคอมเมิร์ช แต่แจ็ค เวลซฺ์ จะมีความขัดแยังกันอย่างหนึ่งคือ เขาจะมองญี่ปุ่นว่าเป็นคู่แข่งขัน หุ้นส่วน เพื่อน และศัตรู พร้อมกัน ตัวอย่างที่ดีของการไม่ถูกบังคับให้มีการคิดแบบเลือกย่างใดอย่างหนึ่ง
เมื่อแจ็ค เวลซ์ ไปท่องเที่ยวโรงงายผลิตของญี่ปุ่น เขาได้ถูกกระตุ้นด้วยการกระทำแต่เริ่มแรกและเชิงรุกในขณะที่บริษัทยังคคงมีสุขภาพดีและทำกำไรอยู่ ประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อของชาวญี่ปุ่นทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้น ชาวญี่ปุ่นได้ประโยชน์จากค่าเงินเยนที่อ่อนและเทคโนโลยีที่ดี กำลังเพิ่มการส่งออกของพวกเขามายังธุรกิจกระแสหลักของเรา ตั้งแต่รถยนต์ ไปถึงคอนซูมเมอร์ อีเล็คโทรนิค แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า ผมต้องการเผชิญกับความเป็นจริงเหล่านี้
แจ็ค เวลซ์ ได้ถูกบันดาลใจให้เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำ ชื่อ Jack : Straight from the Gut ภายหลังจากที่เขาได้รับจดหมายหลายร้อยฉบับจากบุคคล บุุคคลทุกคนรู้สึกว่าชีวิตการทำงานของพวกเขาถูกกดดันให้ปรับตาม แต่ถ้าเป็นแจ็ค เวลซ์ แล้วไม่ได้เป็นบุคคลที่ปรับตาม เขาจะกำหนดบริษัทที่ทำงานอยู่ ไม่ยอมให้บริษัทกำหนดเขา

แจ็ค เวลซ์ และซูซี่ เวลซ์ เป็นคู่สามีภรรยาไอคอนของโลกธุรกิจ เขาเป็นซีอีโอที่ยาวนานของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค เธอเป็นนักหนังสือพิมพ์ธุรกิจและบรรณาธิการของฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ทั้งสองได้เขียนหนังสือด้วยกันเล่มหนึ่งที่ติดลำดับยอดขายสูงสุดคือ Winning
อะไรก็ตามที่เราต้องการรู้เกี่ยวกับแจ็ค เวลซ์ นั่นคือ เขาคือทุกสิ่งเกี่ยวกับการได้ชัยชนะ ถ้าหน่วยธุรกิจของเจ็นเนอรัล ไม่ำป็นลำดับหนึ่งหรือสองภายในอุตสาหกรรม หน่วยธุรกิจต้องถูกขายหรือปิด แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่า การได้ชัยชนะและการทำกำไร เป็นความรับผิดชอบทางสังคมหมายเลขหนึ่งของบริษัท เขายืนยันว่าบริษัทที่ได้ชัยชนะสามารถให้คืนกลับแก่สังคมได้มากที่สุด และบุคคลของบริษัทจะมีความสุขมากที่สุด
ดังนั้นเนื่องจากความลุ่มหลงของเขาต่อการได้ชัยชนะ จนกลายเป็นที่มาของหนังสือเล่มหนึ่งของเขาชื่อ Winning ภายในหนังสือเล่มนี้ แจ็ต เวลซ์ ได้กล่าวว่า เราจะเป็นบริษัทที่มุ่งการแข่งขันมากที่สุดภายในโลก ด้วยการเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ภายในทุกตลาด
Winning เป็นหนังสือการบริหารและธุรกิจ ผู้เขียนคือ แจ็ค เวลซ์ และซูซี่ เวลซ์ ภรรยาของเขา หนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง ยอดขายมากกว่า 400, 000 เล่มภายในหกเดือนแรก แจ็ค เวลซ์ ได้รับค่าเขียนล่วงหน้า 4 ล้านเหรียญ ลดลงมาจาก 7. 1 ล้านเหรียญที่เขาได้เคยรับค่าเขียนจากหนังสือเล่มแรกของเขาคือ Jack : Straight from the
Gut
แจ็ค เวลซ์ ใช้เวลามากกว่า 40 ปี ณ เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค ระหว่างเวลานี้เขาไดสร้างชื่อเสียงและปรัชญชาของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาได้เรียนรู้ว่าการบริหารเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สามารถถูกใช้ทั้งสร้างและรื้อบริษัทได้ และเขาได้รับรู้ว่าแม้แต่บุคคลที่เป็นคนใช้จะมีความสำคัญต่อความสำเร็จโดยส่วนรวม ดังนั้นปรัชญาการบริหารของเขาจะมองที่ทั้งผู้บริหารและไม่ใช่่ผู้บริหารสามารถทำให้บริษีทดีขึ้นได้อย่างไร
ภายหลังจากที่แจ็ค เวลซ์ ได้เกษียณจากจีอี เขาได้กลายเป็นผู้เขียนหนังสือการบริหารขายดีที่สุด เช่น Winning และหนังสือชีวประวัติมากขึ้นของเขา Jack : Straight from the Gut ความทรงจำของเขา ณ เวลาที่อยู่จีอี มีคุณค่าต่อผู้นำธุรกิจทุกคน แนวคิดของปรัชญาทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำ และการบริหาร ของเขา สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบริษัททุกขนาด
เมื่อเราถามว่าทรัพย์สินยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทคืออะไร แจ็ค เวลซ์ จะตอบว่า ทีมของเรา เกมของธุรกิจทั้งหมดจะมุ่งที่สิ่งหนึ่งคือ เราสร้างทีมที่ดีที่สุด เราจะชนะ ทีมที่มีผู้เล่นที่ดีที่สุดจะชนะ มันคือความจริงของกีฬา และมันคือความจริงของธุรกิจ เราต้องดึงดูดและรักษาผู้เล่นที่ดีที่สุดไว้กับทีมของเรา และผู้นำทีมควรจะใช้พลังและเวลาของพวกเขาประเมิน ฝึกสอน และสร้างความเชื่อมั่นตนเองแก่สมาชิกของทีม
แจ็ค เวลซ์ ได้สร้างชื่อตัวเองจากการสร้างและการนำทีม ณ จีอี มานานกว่า 20 ปี เขาได้เขียนหนังสือที่ขายดีที่สุดไว้หลาบเล่ม และเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ก่อตั้งสถาบันการบริหาร แจ็ค เวลซ์ : โครงการ MBA ออนไลน์ ภูมหลังของแจ็ค เวลซ์ ไม่ได้มาจากการเงินและการบริหาร แต่เป็นวิศวกรรมเคมี เขาได้กล่าวว่า สาขาวิชานี้เหมือนเช่นวิศวกรรมได้ช่วยเขาภายในการตัดสินใจอยู่เสมอ เรากำลังทำงานอยู่บนเส้นทางที่ไม่รู้ และค้นหาคำตอบ การคิดจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการบริหาร แจ็ค เวลซ์จะเป็นผู้รับคำปรึกษาจากปีเตอร์ ดรัคเกอร์ บิดาของการบริหารสมัยใหม่ ด้วย ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ศึกษาจีอีอยู่หลายปี และให้คำปรึกษาแก่แจ็ค เวลซ์
แจ็ค เวลซ์ ชอบที่ขะพูดว่า เราต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ตวามเป็นจริงที่ควรจะเป็น หรือความเป็นจริงที่อยากจะให้เป็น เขาได้จัดการความเป็นจริงของจีอี ด้วยการมองอย่างใกล้ชิด ณ ทุกการดำเนินงาน และทำการเปลี่ยนแปลงทันที เขาอาจจะมองไม่เห็นความเป็นจริงตามที่เขาอยากจะให้เป็น แต่เขาจะกำหนดความเป็นจริงของจีอีให้เป็นภาพความคิดของเขาเอง
ต้นกำเนิดของการเผชิญกับความเป็นจริงของแจ็ค เวลซ์ สามารถย้อนหลังกลับไปยังวัยเด็กของเขา แม่ของเขาจะกระตุ้นเขาอยู่เสมอ แจ็ค อย่าหลอกตัวเอง มองอะไรตามที่พวกมันเป็นอยู่ ไม่ใช่ตามที่เราอยากจะให้เป็น แจ็ค เวลซ์ไม่เคยลืมบทเรียนนี้เลย การเผชิญความเป็นจริงได้มีบทบาทท่ีล้ำค่าต่อความสำเร็จของเขา แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าธุรกิจเหมือนกับชีวิต ลดลงมาให้เป็นสิ่งเดียวคือ การเผชิญกับความเป็นจริง และทำการตัดสินใจอย่างถูกต้องบนความเป็นจริงนั้น
เมื่อแจ็ค เวลซ์ กลายเป็นซีอีโอของจีอี บุคคลส่วนใหญ่คิดว่าจีอีเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่เขามองว่าจีอีกำลังยุ่งยาก บริษัทกำลังสูญมูลค่าตลาดอย่างมาก และกำลังจมด้วยน้ำหนักของระบบราชการของตัวเอง แม้ว่าบุคคลส่วนใหญ่คิดว่าเขาควรจะเคารพบริษัทและประวัติของบริษัท แจ็ค เวลซ์ ได้ตัดสินใจเริ่มต้นการปฏิรูป และการสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่จากบนลงล่าง
ณ หัวใจของการปฏิรูปของแจ็ค เวลซ์ คือ การเผชิญกับความเป็นจริง ตั้งแต่วันแรกของการเป็นซีอีโอ เขาต้องแน่ใจอยู่เสมอที่จะมองอะไรที่เป็นจริง เขาไม่เคยหลอกตัวเองด้วยการคิดว่าอะไรจะดีขึ้นด้วยตัวมันเอง เมื่อเขาได้รับรู้ความเป็นจริงแล้ว เขาจะต้อวดำเนินกลยุทธ์ที่ทำให้อะไรดีขึ้น
การเผชิญกับความเป็นจริงมักจะหมายความถึงการพูดและการทำอะไรที่ไม่เป็นที่นิยม ใครต้องการได้ยินว่าธุรกิจไม่ดี หรืออะไรไม่ดีขึ้น แต่แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่า การยึดอยู่กับความเป็นจริงเท่านั้น จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ถ้าเราเพียงแต่อยู่บนเส้นทาง การบอกว่าบุคคลต้องเผชิญกับความเป็นจริงเท่านั้น
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าเรามีถ้อยคำสองคำเท่านั้นของผู้นาคือ Truth and Trust : ความจริงและความไว้วางใจ แจ็ค เวลซ์ เป็นกูรูของความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดังนั้้นอะไรที่เขาพูดคือหัวใจของความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ ความลับที่จะบันดาลใจแและจูงใจบุคคลให้กระทำอย่างดีที่สุด ถ้าบุคคลของเราไว้วางใจเรา พวกเขาจะบอกความจริงแก่เรา และเมื่อเราได้ความจริง เราต้องทำตามอย่างรวดเร็ว
การบริหารคือการได้ความไว้วางใจ เพราะว่าส่วนประกอบที่สำคัญของความสำเร็จคือ การมีทีมที่ยิ่งใหญ่ ความสำเร็จขอวเรามาจากความสำเร็จของทีมของเรา เราต้องบันดาลใจพวกเขาให้สามารถทำงานด้วยกัน และเพื่อที่จะกระทำสิ่งเหล่านี้ พวกเขาต้องไว้วางใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง
ตามมุมมองของแจ็ค เวลซ์แล้ว การสร้างความไว้วางใจจะมาจากการทำสามสิ่งต่อไปนี้คือ 1 เราต้องตรงไปตรงมา ความจริงใจจะสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจ เราต้องสร้างความชัดเจนต่อบุคคลภายในทีมของเราว่า พวกเขา
กำลังทำได้ดีแค่ไหน และพวกเขาต้องปรับปรุงอะไร 2 เราต้องกำหนดวิสัยทัศน์ ทีมของเราต้องการรู้ว่าบริษัทพวกเขาจะไปที่ไหนในอนาคต 3 เราต้องสนุกสนาน แจ็ค เวลซ์มีความสนุกสนานภายในทุกสิ่งทุกอย่างทีเขาทำ เขารักงานของเขา เขาชอบฉลองความสำเร็จ แม้แต่การฉลองความสำเร็จภายในครอบครัว เขาได้ฉลองความสำเร็จทีมโครงการอยู่เสมอ
เมื่อ ค.ศ 1999 ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ได้ถามแจ็ค เวลซ์ ว่า อะไรสร้างผู้บริหารที่ดี เขาได้สรุปมุมมองของเขา
ต่อคำถามว่า ผมชอบถ้อยคำว่า “ผู้นำธุรกิจ” ผู้นำธุรกิจที่ดีจะสร้างวิสัยทัศน์ ลุ่มหลงตัวเองกับวิสัยทัศน์ และขับเคลื่อนอย่างไ่ม่ย่อท้อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ เหนือสิ่งอื่นใด ผู้นำที่ดีต้องเปิดกว้าง พวกเขาจะขึ้นไป ลงมา และวนเวียน รอบองค์การ เพื่อที่จะเข้าหาบุคคล พวกเขาจะไม่ยึดอยู่กับช่องทางที่กำหนดไว้ พวกเขาจะไม่เป็นทางการ พวกเขาจะตรงไปตรงมากับบุคคล พวเขาจะไม่เคยเบื่อหน่ายกับการเล่าเรื่องราวของพวกเขา
ภายในหนังสือ Straight from the Gut แจ็ค เวลซ์ เป็นทั้งนักเล่าเรื่องราวและผู้ฝึกสอน ด้วยการใช้ประสบการณ์ทางอาชีพของเขา เป็นฉากหลัง เพื่อที่จะร่วมความคิดของเขาต่อสิ่งที่
ทำให้เรากลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่
ภายในการอ่าน 451 หน้าของ Straight from the Gut แจ็ค เวลซ์ ได้อ้างถึง Passion : ความลุ่มหลง ว่าเป็นคุณสมบัติหมายเลขหนึ่งที่เขาต้องการจากบุคคล เขาได้ยกย่องความลุ่มหลงจากความก้าวหน้าของเขาเองภายใน
จีอี เขาได้สร้างความชัดเจนว่าความลุ่มหลงคือแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่าง
โมเดลทางธุรกิจของจีอี ได้ใช้การเรียงลำดับ A , B และ C แก่บุคคลทุกคน เพื่อการพิจารณาว่าใครจะอยู่บน ” รายการเจับตามอง ” ของการเลื่อนตำแหน่ง ด้วยคำพูดของแจ็ค เวลซ์ A คือบุคคลทีมีความลุ่มหลง ผูกพันกับการ
กระทำ และเปิดรับความคิดใหม่จากทุกที่ พวกเขามีความสามารถกระตุ้นไม่เพียงแต่ตัวเอง แต่บุคคลทุกคนที่ติดต่อกับพวกเขา พวกเขามุ่งทั้งประสิทธิภาพและความสนุกสนานภายในการทำธุรกิจ
แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่าการว่าจ้างบุคคลที่ดีที่สุด เราจะได้ความคิดที่ดี่สุด และถ้าความคิดเหล่านี้สามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีภายในสภาพแวดล้มที่ื ” ไร้พมแดนแล้ว ” แล้ว เราจะเป็นสถานที่ของการทำงานที่ดีที่สุดภายในโลก เขาได้ใช้เวลาอย่างมากกับการประเมิน การกำจัดบุคคลที่เป็นไม้ตายซาก และการระบุคคลที่เป็นดาวรุ่งของบริษัท
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า แม่ของเขาได้ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างเดียวแก่เขาคือ ความเชื่อมั่นตนเอง ความเชื่อมั่นตนเองคือสิ่งที่ผมได้ค้นหาและพยายามสร้างภายในผู้บริหารทุกคน ความเชื่อมั่นตนเองจะทำให้เรากล้าหาญ กล้าเสี่ยงภัย และบรรลุสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ การสร้างความเชื่อมั่นตนเองจะเป็นส่วนสำคัญของความเป็นผู้นำ การให้โอกาสและความท้าทายแก่บุคคลทำสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะทำได้ และการให้รางวัลแก่พวกเขาภายหลังความสำเร็จแต่ละครั้งด้วยวิถีทางทุกอย่างที่เป็นไปได้
แม่ของผมไม่เคยจัดการบุคคล แต่เธอรู้เกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมั่นตนเอง ผมพูดติดอ่างตั้งแต่เด็ก บางครั้งอาจจะเป็นความตลก ครั้งหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัย ผมมักจะสั่ง
แซนวิสทูนาวันศุกร์ คาทอลิกกินเนื้อวันนี้ไมได้ พนักงานบริการกลับมาด้วยทูน่าแซนวิสคู่ไม่ใช่ชิ้นเดียว เพราะว่าเธอได้ยินผมพูดว่า ” tu – tuna sanwiches ”
แม่ของผมจะเป็นข้อแก้ตัวที่ดีมากต่อการพูดติดอ่างของผม เธอจะพูดว่า เนื่องจากเธอฉลาดมาก ไม่มีลิ้นของใครจะตามทันสมองของเธอได้ ที่จริงแล้วผมไม่เคยกังวลใจกับการพูดตะกุกตะกักของผมเลย ผมเชื่อต่อสิ่งที่เธอบอกผม ว่า ความคิดของผมทำงานรวดเร็วกว่าปากของผม
แจ็ค เวลซ์ ได้เคยเล่าเรื่องตลกของเขาว่า เขาเป็นเพื่อนกับเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ วันหนึ่งแนนซี่ คิสซิงเจอร์ ได้โทรศัพท์มาหาเขาที่จะให้ช่วยซ่อมแซมเครื่องใช้ภายในบ้าน เขาได้บอกแก่เธอว่า คุณคิดว่าผมเป็นอะไร ช่างซ่อมแซมหรือ ครั้งหนึ่ง เมื่อแจ็ค เวลซ์ได้ถูกถามว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่ เขาและอัลเฟรด สโลน อดีตซีอีโอที่เป็นตำนานของเจ็นเนอรัล มอเตอร์ เป็นผู้บริหารบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองคนแห่งศตวรรษ แจ็ค เวลซ์ ได้ตอบว่า ผมไม่รู้จักอัลเฟรด สโลน

ภาบในหนังสือ Jack : Straight form the Gut แจ็ค เวลซ์ ได้ระบุหลักการบริหารหกข้อภายในการปฏิรูปเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค และความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จของเขาไว้ต่อไปนี้คือ
1 การเผชิญกับความเป็นจริง แจ็ค เวลซ์ได้กล่าวว่า ค่านิยมคือพฤติกรรมที่พรรณา เนื่องจากค่านิยมไม่ใช่วัตถุ แต่ค่านิยมจะระบุว่าองค์การและบุคคลจะกลายเป็นอะไรในที่สุด ผู้นำต้องอธิบายและเป็นแบบจำลองของค่านิยม การเผชิญกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ควรจะเป็น หรือเราอยากจะให้เป็น จะเป็นค่านิยมของจีอี ถ้าบุคคลไม่สามารถเผชิญกับความเป็นจริงได้ พวกเขาต้องออกไป เแจ็ค เวลซ์ มองจีอีว่าเหมือนกับเรือที่กำลังจม บริษัทกำลังสูญเสียมูลค่าตลาดและกลายเป็นระบบราชการเกินไป
2 การนำไม่ใช่การจัดการ ผู้นำจะต้องสัมผ้สจิตใจของบุคคล การช่วยให้บุคคลเจริญเติบโตและก้าวหน้า พวกเขาจะเดินไปทั่ว มือหนึ่งถือกระป๋องปุ๋ย และอีกมือหนึ่งถือเหยือกน้ำ พวกเขาจะใส่ปุ๋ยและรดน้ำดอกไม้(บุคคล) ภายในสวน(ธุรกิจ) บุคคลบางคนอาจจะถูกตัดออกไป แต่บุคคลทุกคนมีโอกาสที่จะก้าวหน้า
3 การจริงใจต่อบุคคลทุกคน ผู้นำมีข้อผูกพันที่จะต้องบอกบุคคลทุกคนว่า พวกเขากำลังทำได้แค่ไหน พวกเขายืนอยู่ตรงไหน ผลการปฏิบัติงานที่ไม่ชัดเจนจะไม่ยุติธรรมเลย เมื่อผู้นำจริงใจต่อบุคคล ความเปิดเผยจะกลับมายังผู้นำ เมี่อข่าวสารที่สับสนได้หมดไป บุคคลจะรวดเร็ว สร้างสรรค์ และกระตือรือล้นมากขึ้น
4 การเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
ผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนบุคคล ผู้นำต้องรับเอาและเสริมแรงการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ถ้าโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าบุคคลถายในแล้ว บริษัทจะกลายเป็นล้าหลังทันที แม้ว่าว่าจีอีจะยังคงเข้มแข็งอยู่ แจ็ค เวลซ์เชื่อว่าจีอีต้องเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะตอบสนองต่อการแช่งขันในอนาคต
5 การควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง หน่วยธุรกิจที่ได้ชัยชนะต้องเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ภายในตลาด หมายเลข 1 หรือ 2 สามารถป้องกันส่วนแบ่งตลาดได้ด้วยนวัตกรรมและการกำหนดราคา หมายเลขอื่นไม่สามารถทำได้ และต้องเผชิญกับความยากลำบากเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำด้วย ทำไมเราต้องขายธุรกิจหมายเลข 3 ที่มีกำไรไป เมื่อธุรกิจหมายเลขหนึ่ง 1 จาม หมายเลข 1 จะเป็นโรคปอดอักเสบ หมายเลข 1 ควบคุมชะตาชีวิตของตัวเองได้
6 ถ้าเราไม่มีข้อเปรียบทางการแข่งขัน อย่าไปแข่งขันเลย แจ็ค เวลซ์มองว่าจีอีต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด เมื่อตื่นนอนทุกวัน ถ้าเรารู้ว่าใครกำลังทำได้ดีกว่าเราแล้ว เราต้องกระ
ตุ้นบุคลคลของเราให้ค้นหาวิถีทางที่ดีกว่า เนื่องจากจีมีหน่วยธุรกิจถึง 350 หน่วย แจ็ค เวลซ์ ได้กำหนดให้หน่วยธุรกิจทุกหน่วยของจีอีต้องมีส่วนแบ่งตลาดเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ถ้าเป็นไม่ได้ หน่วยธุรกิจเหล่านี้จะต้องถูกแก้ไข ขาย หรือเลิกไป

แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าไม่มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน อย่าไปแข่งขันเลย ความส่ามารถขององค์การ
เพื่อที่จะเรียนรู้ และถ่ายทอดการเรียนรู้นั้นให้เป็นการกระทำอย่างรวดเร็วจะเป็นข้อได้เปรัยบทางการแข่่งขันในที่สุด การเปลี่ยนแปลงบริษัทของเราให้เป็นองค์การเรียนรู้ เพื่อที่จะกระตุ้นกระแสของการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนความคิดอย่างเสรี
การสร้างกำลังงานที่เชื่อมั่นอย่างแท้จริง ความเชื่อมั่นจะเป็นส่วนผสมที่สำคัญขององค์การเรียนรู้ การกำหนดเงื่อนไขของการได้ชัยชนะคือ ความรวดเร็ว ความเรียบง่าย และความเชื่อมั่นตนเอง บุคคลที่เชื่อมั่นตนเองจะเปิดรับความคิด ไม่สนใจแหล่งที่มาของความคิด และเต็มใจที่จะร่วมความคิด
ฟิลิปส์ คอตเลอร์ นักวิชาการตลาด ได้ให้ความหมายข้อได้เปรียบทางการแข่งขันว่า ความสามารถของบริษัทที่จะกระทำด้วยวิถีทางอย่างหนึ่ง หรือมากมากว่าที่คู่แข่งขันไม่สามารถกระทำได้หรือเทียบเทียงได้ ตามมุมมองของไมเคิล พอร์เตอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้ว บริษัทจะมีทางเลือกของการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอยู่สองทางคือ ข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ และข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง ข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำและข้อได้เปรียบทางความแตกต่างจะเป็นข้อได้เปรียบทางตำแหน่ง เนื่องจากเป็นการอธิบายถึงตำแหน่งของบริษัทภายในอุตสาหกรรมว่าเป็นผู้นำทางต้นทุน
หรือผู้สร้างความแตกต่าง
มุมมองทางทรัพยากรของการบริหารเชิงกลยุทธ์ จะมุ่งเน้นว่าบริษัทได้ใช้ทรัพยากรและความสามารถสร้างช้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ทำให้เกิดการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า รูปต่อไปนี้จะเป็นการรวมกันระหว่างมุมมองทางทรัพยากรและการวางตำแหน่ง เพื่อที่จะแสดงแนวคิดของข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
ตามมุมมองของทรัพยากรแล้ว เพื่อที่จะสร้างข้อได้เปรียบ
ทางการแข่งขัน บริษัทต้องมีทรัพยากรและความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน ถ้าปราศจากความเหนือกว่าแล้ว คู่แข่งขันเพียงแต่สามารถลอกเลียนแบบสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่เท่านั้น ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอะไรก็ตามย่อมจะสูญหายไป
ทรัพยากรคือ ทรัพย์สินโดยเฉพาะของบริษัท ทรัพย์สินเหล่านี่ได้ถูกใช้เพื่อการสร้างข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำหรือความแตกต่าง และคู่แข่งขันไม่สามารถได้มาง่าย ความสามารถคือ ความสามารถของบริษัทที่จะใช้ทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างของความสามารถของบริษัทคือ ความสามารถของการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วกว่าคู่แข่งขัน
ทรัพยากรและความสามารถของบริษัทจะถูกรวมเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างความสามารถดีเด่น ความสามารถดีเด่นจะทำให้บริษัทบรรลุประสิทธิภาพ คุณภาพ นวัตกรรม และการตอบสนองลูกค้าที่เหนือกว่า และนำไปสู่ข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำหรือความแตกต่างในที่สุด
บริษัทที่มุ่งข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่่ำจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งขัน และขายราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน เราจะเรียกว่ากลยุทธ์การเป็นผู้นำทางต้นทุน บริษัทที่มุ่งข้อได้เปรียบทางความแตกต่างจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งขัน และขายราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน เราจะเรียกว่ากลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง
บริษัทที่ใช้กลยุทธ์การเป็นผู้นำทางต้นทุนได้บรรลุความสำเร็จและทำกำไรสูงกว่าคู่แข่งขัน จนกลายเป็นผู้นำทางต้นทุนภายในอุตสาหกรรม เช่น เดล คอมพิวเตอร์ เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ไทเม็กซ์ ฮุนได หรือวอลมาร์ท สโตร์ เป็นต้น และบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างได้บรรลุความสำเร็จ และทำกำไรสูงกว่าคู่แข่งขัน จนกลายเป็นผู้สร้างความแตกต่างภายในอุตสาหกรรม เช่น
สตาร์บัค คอฟฟี่ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ บีเอ็มดับบลิว
ไนกี้ โรเล็กซ์ วอลท์ ดิสนี่ย์ หรือโชนี่ เป็นต้น
ชาร์ล ฮิวส์ และแกเร็ธ โจนส์ นักวิชาการกลยุทธ์ ได้เสนอแนะว่าปัจจัยที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัทมีอยู่สี่ตัวคือ ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า คุณภาพที่เหนือกว่า นวัตกรรมที่เหนีอกว่า และการตอบสนองลูกค้าที่เหนือกว่า ปัจจัยสี่ตัวนี้จะเรียกกันว่ารากฐานของได้เปรียบทางแข่งขัน
ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธิภาพคือ ปัจจัยตัวหนึ่งที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน การเพิ่มประสิทธิภาพจะทำให้ต้นทุนต่ำล และกลายเป็นข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำลง
บริษัทเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการแปรสภาพปัจจัย เช่น วัตถุดิบ แรงงาน และที่ดิน ให้เป็นผลผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ดังนั้นเครื่องวัดประสิทธิภาพง่ายที่สุดคือ ผลผลิต/ปัจัย เรามีส่วนประกอบสำคัญที่สุดของประสิทธิภาพคือ ประสิทธิภาพของบุคคล เช่น เราอาจจะวัดจากผลผลิตต่อคนงาน และประสิทธิภาพของทุน เช่น เราอาจจะวัดจากการใช้กำลังผลิตของเครื่องจักร
ฟูด ไลอ้อน อิงค. ณ ชาลิสเบอรี่ นอร์ทแคโลไรนา เป็นบริษัทลำดับสูงสุดบริษัทหนึ่งของอุตสาหกรรมซุปเปอร์มาร์เก็ตที่แข่งขันสูงมาก ฟูด ไลอ้อนจะมุ่งที่ประสิทธิภาพและการควบคุมอย่างเข้มงวด การมุ่งประสิทธิภาพได้ช่วยให้บริษัทสร้างส่วนแบ่งตลาดและทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ ต้นทุนที่ต่ำลงทำให้ฟูด ไลอ้อน สามารถรับประกันลูกค้าด้วยราคาที่ต่ำได้อย่างไร ภายใต้การรวมอำนาจการจัดซื้อไว้ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทจะได้ส่วนลดตามปริมาณซื้อและข้อเสนอพิเศษจากซัพพลาย
เออร์
ฟูด ไลอ้อน ได้เพิ่มประสิทธิภาพแรงงานด้วยการใช้สิ่งจูงใจทางประสิทธิภาพ การใช้ระบบตารางเวลาแรงงานตามปริมาณของร้านค้าแต่ละแห่ง ณ ฟูด ไลอ้อน ไม่มีรายอะเอียดของการดำเนินงานใดเลยที่จะหลุดพ้นจากการควบคุมอย่างเข้มงวดไปได้ เช่น การโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์จะต้องเรียบง่าย และการโฆษณาทางโทรทัศน์จะถูกผลิตและเขียนภายในบริษัท
การใช้ไฟฟ้าของฟูด ไลอ้อน จะถูกเปิดปิดโดยอัตโนมัติ ณ สำนักงาน กระดาษและกล่องที่ใช้แล้วต้องถูกนำมาใช้ใหม่ เศษอาหารจะถูกขายไปยังผู้ผลิตปุ๋ย และความร้อนจากกล่องที่ถูกแช่เย็นจะนำมาใช้ทำความร้อนให้กับร้านค้า
คุณภาพ(Quality) คุณภาพคือปัจจัยตัวที่สองที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าจะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง และกำหนดราคาได้สูงกว่าคู่แข่งขัน เช่น รถยนต์เล็กซัสของโตโยต้ามีคุณภาพสูงกว่าคู่แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความเชื่อถือได้ หรือสไตล์
วัฒนธรรมของ ฮิวเลตต์ – แพคการ์ด จะถูกครอบงำด้วยด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนจากกลยุทธ์ของการนำหน้าคู่แข่งขัน หน่วยธุรกิจแต่ละหน่วยของบริษัท ได้มุ่งการปรับปรุงคุณภาพให้สูงขึ้น การใช้ระบบการผลิตแบบทันเวลาที่ต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้เพียงไม่กี่ราย ดังนั้นซัพพลาย
เออร์ต้องแข่งขันกันและเสนอคุณภาพที่ดีกว่า เพื่อที่จะได้ธุรกิจจากฮิวเลตต์ – แพคการ์ด หน่วยธุรกิจแผงวงจรคอมพิวเตอร์ ได้รายงานว่าอัตราข้อบกพร่องเท่ากับสี่ต่อการเชื่อมหนึ่งล้านครั้งเท่านั้น
นวัตกรรม(Innovation) นวัตกรรมคือ ปัจจัยตัวที่สามที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดจะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง และกำหนดราคาได้สูง เนื่องจากไม่มีคู่แข่งขัน บางทีนวัตกรรมคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของได้เปรียบทางการแข่งขัน ในระยะยาวแล้วการแข่งขันจะถูกผลักดันจากนวัตกรรม
นวัตกรรมจะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือกระบวนการใหม่ย่อมจะสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัทโดยการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และเราสามารถกำหนดราคาที่สูงกว่าได้ และหรือการลดต้นทุนให้ต่ำกว่าคู่แข่งขัน และเราสามารถกำหนดราคาที่ต่ำกว่าได้ แต่คู่แข่งขันมักจะพยายามลอกเลียนแบบนวัตกรรมได้สำเร็จ เพื่อที่จะรักษาข้อได้เปรียบทางการแข่งขันไว้ บริษัทต้องผูกพันต่อนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทหลายบริษัทได้สร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องที่บรรลุความสำเร็จอย่างมาก ดูปองท์ ได้สร้างนวัตกรรมอย่างไม่ขาดสาย เช่น กระดาษแก้ว ไนลอน หรือเทปลอน โซนี่ ได้สร้างนวัตกรรมที่บรรลุความสำเร็จ เช่น วอล์คแมน และคอมแพค ดิสค์ เมิริค ได้ผลิตยาใหม่หลายตัวออกสู่ตลาด
3 เอ็ม ได้ใช้ความสามารถแกนทางเทปและกาวสร้างผลิตภัณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น สก็อตเทป และโพสท์ อิท และอินเทล ผู้บุกเบิกไมโครโพรเซสเซอร์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ระหว่างสงครามกลางเมืองภายในอเมริกา นายพลทหารคนหนึ่งได้ถูกถามว่า หัวใจของความสำเร็จทางการทหารคืออะไร คำตอบของเขาจะเรียบง่ายและรวบรัด ยุทธศาสตร์ทางทหารคือกองทัพจะต้องแสวงหาการยึดครองและยึดที่มั่นที่ต้องรักษาไว้ กลยุทธ์ทางธุรกิจจะเรียกคำตอบนี้ว่า ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรก ตามสำนวนที่ว่า Early Birds Catchs The Worm : นกตัวแรกจะได้กินหนอน ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรกคือ การสร้างชื่อเสียงในฐานะของผู้นำอุุตสาหกรรม การมีฐานะการผูกขาดทำให้มีกำไรสูง การยึดครองตลาดได้ก่อน และการสร้างมาตรฐานทางอุตสาหกรรมที่ใส่กุญแจขังลูกค้าไว้
แต่กระนั้นเราจะมีข้อเสียเปรียบของผู้เข้ามารายแรก ตามสำนวนที่ว่า Second Mouse Eat Chesse : หนูตัวที่สองได้กินชีส ผู้เข้ามารายแรกจะต้องมีต้นทุนการบุกเบิกที่สูง แต่ผู้เข้ามารายที่สองจะไม่มี ผู้เข้ามารายแรกจะมีโอกาสสร้างความผิดพลาดได้มากกว่าผู้เข้ามารายที่สอง และผู้เข้ามารายรายแรกอาจจะลงทุนกับเทคโนโลยีที่ล้าสมัยอย่างรวดเร็ว ผู้เข้ามารายที่สองสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่กว่าได้
บริษีทบางบริษัทปิดประตูตอนกลางคืน ยามรักษาความปลอดภัยจะห้ามผู้บุกรุกเข้าไปภายในโรงงาน แต่ ณ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด แล้ว จะไม่เหมือนกับบริษัทโดยทั่วไป ห้องทดลองของเอชพีจะเปิดให้แก่วิศวกรยี่สิบสี่ชั่วโมง ยิ่งกว่านั้นผู้บริหารของเอชพีจะกระตุ้นให้นักวิจัยทุ่มเทอย่างน้อยที่สุด 10% ของเวลาของบริษัทกับการค้นหาความคิดใหม่ ความล้มเหลวของพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ ความล้มเหลวอย่างฉลาดจะเป็นวิถีทางการดำเนินงานที่ยอมรับได้
เนื่องจากบรรยากาศที่เปิดกว้าง ณ เอชพี ความคิดใหม่อาจจะเกิดขึ้นจากต้นตอที่ประหลาด ภายในการอภิปรายว่าเครื่องกรองกาแฟทำงานได้อย่างไร นักวิจัยคนหนึ่งได้ค้นได้ค้นพบความคิดที่จะช่วยปรับปรุงเครื่องพิมพ์ได้
การตอบสนองลูกค้า(Customer Responsive) การตอบสนองลูกค้าคือ ปัจจัยตัวที่สี่ที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน การออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอย่างรวดเร็ว การจัดส่งที่รวดเร็ว หรือการบรืลูกค้าที่ดีกว่าคู่แข่งขัน จะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง และกำหนดราคาได้สูงกว่า เช่น การจัดส่งพัสดุและเอกสารเพียงข้ามคืนของเฟดเอ็กซ์
ความรวดเร็วจะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของบริษัทอเมริกันที่ได้เผชิญอยู่กับการแข่งขันจากบริษัทญี่ปุ่นภายในอุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาบริษัทญี่ปุ่นสามารถออกแบบและนำรถยนต์ใหม่ออกสู่ตลาดภายในสามปี แต่บริษัทอเมริกันต้องใช้เวลาห้าถึงแปดปี
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าความรวดเร็วจะเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่ต้องถูกแสวงหาจากบริษัทปัจจุบันนี้ เขาได้เสนอแนะว่าบริษัทจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดให้รวดเร็วขึ้น
ฮอนด้า มอเตอร์ ได้สร้างวัฒนธรรมที่มุ่งความรวดเร็วอย่างเข้มแข็ง จนบริษัทสามารถเข้าไปสู่การแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูล่าวันเมื่อ ค.ศ 1983 และบริษัทสามารถได้ชัยชนะเมื่อ ค.ศ 1989 ฮอนด้า มอเตอร์ได้ปลูกฝังวิญญานการแข่งขันแก่บุคคลของพวกเขาด้วยการคิดเป็นนาที การสร้างการเชื่อมโยงที่สำคัญรระหว่างคู่แข่งขันและโรงงาน เมื่อปัญหาเกิดขึ้นเราต้องค้นหาคำตอบทันที และถ้าเป็นปัญหาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เราต้องคล่องตัวที่จะสร้างคำตอบใหม่ขึ้นมา การมุ่งความรวดเร็วได้ทำให้ผู้บริหารและวิศวกรของฮอนด้าตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางตลาดได้อย่างรวดเร็ว

โซอิชิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ได้กล่าวว่า เราจะมีคำวลีของชาวญี่ปุ่นว่า จงชักใบเรือด้วยมือที่แข็งแรงกว่า หมายความว่าเราจะต้องแสวงหาโอกาสที่เกิดขึ้นภายในชีวิตที่เราพร้อม บริษัทที่ผลิตเครื่องยนตร์ขนาดเล็กได้ดีที่สุดของโลก จนทำให้ฮอนด้าสามารถเข้าสู่การแข่งขันรถยนตร์ระดับโลก : ฟอร์มูล่า วัน โดยใช้เวลาไม่ถึงสองปี ทีมวิศวกรของฮอนด้าได้พัฒนาเดรื่องยนตร์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของโลกขึ้นมาได้สำเร็จ ผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนตร์ รถยนตร์ เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องยนตร์ติดท้ายเรือ ต้องใช้เครื่องยนตร์ขนาดเล็ก
เมื่อพูดถึงนโปเลียน เคยจินตนาการว่าเขาจะต้องมีร่างกายที่แข็แรง แต่เมื่อผมได้ค้นพบจากการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ เขาจะมีรูปร่างเล็ก ผมจะมีรูปร่างไม่ใหญ่มาก เราจะต้องไม่วัดความยิ่งใหญ่ของบุคคลด้วยขนาดทางร่างกายของเขา แต่เราต้องวัดจากการกระทำของเขา ผลกระทบของเขาต่อประวัติของมนุษย์ ผมยังได้เรียนรู้ว่านโปเลียนมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย ครอบครัวของเขายากจนมาก ดังนั้นราไม่จำเป็นต้องเกิดเป็นชนชั้นสูง หรือร่ำรวย เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จในชีวิต เราจะมีคุณสมบัติอย่างอื่นที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ ความกล้าหาญ ความขยัน และความฝัน
ทอม โมนาฮานซีอีโอ ของโดมิโนิพิซซ่า ยืนยันว่าความรวดเร็วจะเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญของบริษัท
เขาเป็นเจ้าของดีทรอยต์ ไทเกอร์ ทีมเบสบอลอาชีพ ทอม โมนาฮาน วิ่งจ้อกกิิ้ง วันละ 6 ไมล์ และได้จำลองโดมิโน พิซซ่าเหมือนกับทีมนักกีฬาอาชีพ ร้านโดมิโนพิซซ่า ต้องแข่งขันกัน ทำพิซซ่าให้ดีที่สุด รวดเร็วที่สุด และขายให้มากที่สุด
ตอนเช้าวันจันทร์ผู้ทำพิซซ่าของโดมิโนจะดูภาพยนตร์ผู้ทำพิซซ่ารวดเร็วที่สุด พนักงานจัดส่งพิซซ่าจะต้องวิ่งจากรถไปยังบ้าน และต้องขึันบันไดทีละสองขั้น การรอลิฟท์จะช้าเกินไป ผู้รับแฟรนไชส์ของโดมิโน พิซซ่า ณ วอชิงตัน ดีซี นำผู้บริหารของเขาออกวิ่ง 6 ไมล์ทุกเช้าวันจันทร์ ทอมโมนาฮาน ได้อธิบายว่า ธุรกิจทุกอย่างของเราได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความรวดเร็ว
เมื่อ ค.ศ 1960 โทมัส โมนาฮาน ได้ซื้อร้านพิซซ่า ชื่อ โดมิน ณ อิปซิแลนติ มิชิแกน ด้วยเงินลงทุนเพียง 500 เหรียญ
และเมื่อ ค.ศ 1965 ได้ซื้อร้านพิซซ่าเพิ่มขึ้นอีกสองร้าน แต่เจ้าของร้านห้ามไม่ให้ใช้ชื่อโดมินิค วันหนึ่งพนักงานคนหนึ่งได้เสนอแนะชื่อโดมิโน เขาชอบชื่อนี้มาก และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโดมิโน พิซซ่า
โลโก้เริ่มแรกของโดมิโน พิซซ่าคือ จุดสามจุด หมายถึงร้านพิซซ่าสามร้าน จุดจะเพิ่มขึ้นแต่ละจุดตามจำนวนร้านพิซซ่าใหม่ที่เปิดขึ้นมา แต่ทอม โมนาฮานได้ยกเลิกไป เนื่องจากโดมิโน พิซซ่า ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดมิโน พิซซ่า ได้ริเริ่มการรับประกันการจัดส่งถึงบ้านภายใน 30 นาทีขึ้นมา ลูกค้าจะต้องได้รับพิซซ่าภายใน 30 นาที หรือลูกค้าจะไดัรับพิซซ่าฟรี ลูกค้าต้องได้รับพิซซ่าที่ร้อนและสด การรับประกันการจัดส่งได้กลายเป็นวัฒนธรรมการจัดส่งของประเทศนี้ และได้กลาย เป็นมาตรฐานเทียบเคียงของอุตสาหกรรมไปเลยทีเดียว
ร้านโดมิโน พิซซ่ามีมากกว่า 10,000 แห่งภายใน 75 ประเทศ จนกลายเป็นร้านพิซซ่าลูกโซ่รายใหญ่ที่สุด
ลำดับสองของโลก

3 เอ็ม บริษัทนวัตกรรมระดับโลกที่ไม่เคยหยุดการคิดค้นเลย นวัตกรรมของ 3 เอ็มได้ปรับปรุงชีวิตประจำวันของบุคคลหลายร้อยล้านคนทั่วโลกให้ดีขึ้น เราได้ทำให้การขับรถยนต์กลางคืนง่ายขึ้น การทำให้อาคารปลอดภัยมากขึ้น การทำให้คอนซูมเมอร์ อีเล็คโทรนิคเบาขึ้น หรือแม้แต่เราได้ช่วยส่งมนุษย์ลงบนดวงจันทร์ บริษัทได้มีการกระจายธุรกิจอย่างกว้างขวาง 3 เอ็ม ผลิตและขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 55,000 อย่าง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ความปลอดภัย ไปจนถึงการบริโภค
ทำไม 3 เอ็ม มีลักษณะเฉพาะ จอร์จ บัคลี่ย์ อดีตซีอีโอ ของ 3 เอ็ม ได้กล่าวว่า “ไม่มีบริษัทไหนเลยเหมือนกับเราภายในอเมริกา ไม่มีบริษัทไหนเลยเหมือนกับเราภายในโลก” คำพูดของเขาน่าจะถูกต้อง
จอร์จ บัคลี่ย์ ได้กล่าวว่า ความมุ่งหมายของบริษัทที่ผมสามารถบอกได้ดีที่สุดคือ การคิดค้นสิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เป็นลักษณะเฉพาะของ 3 เอ็ม คือ วัฒนธรรมที่ชุบเลี้ยงนวัตกรรม นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทเมื่อ ค.ศ 1902 สูตรแห่งความสำเร็จของเราจะเหมือนกับปัจจุบันนี้คือ นวัตกรรมบวกความอุตสาหะ – ภายในผลิตภัณฑ์ของเรา บุคคลของเรา และตราสินค้าของเรา
วิลเลียม แมคไนท์ ได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการยอมให้วิศวกรทำตามสัญชาติญาน
ของพวกเขา ในไม่ช้าเขาได้ประมวลเป็นนโยบายเรียกว่ากฎ 15% การกระตุ้นให้วิศวกรของ 3 เอ็มใช้ 15% ของเวลางานทำโครงการวิจัยอะไรก็ได้ที่พวกเขาชอบ เขาได้บอกแก่ผู้บริหารว่า “ถ้าเรากั้นรั้วรายรอบบุคคลของเรา เราย่อมจะได้แกะ เราควรจะให้บุคคลมีโอกาสที่พวกเขาต้องการ” ปัจจุบันกฎ 15% ยังคงมีอยู่ ณ 3 เอ็ม เรื่องราวคลาสสิคของกฎ 15% คือ การค้นพบนวัตกรรมที่โด่งดังของ 3 เอ็ม โพสท์อิท โน้ต โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่ออาร์เธอร์ ฟราย
อาร์เธอร์ ฟราย นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งของ 3 เอ็ม
ต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ กระดาษคั่นหน้าหนังสือเพลงสวดมักจะหล่นอยู่เสมอ ทำให้หาหน้าไม่เจอ ดังนั้นเขาได้เกิดความคิดอยากจะได้กระดาษคั่นที่มีกาวอ่อนติดและดึงออกโดยไม่มีร่องรอย และติดกับไปใหม่กับหน้าหนังสือเพลงสวดได้ เขาทราบว่า สเป็นเซอร์ ซิลเวอร์ นักวิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่งของ 3 เอ็ม ได้ค้นพบกาวอ่อนนี้ แต่ได้ทิ้งไป เนื่องจาก 3 เอ็ม ต้องการกาวเหนียว ดังนั้นพวกเขาได้ร่วมมือกันโดยใช้กฏ 15% พัฒนาโพสท์อิสท์โน้ตขึ้นมาได้จนสำเร็จ และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้สร้างกำไรแก่ 3 เอ็ม สูงมาก
3 M แต่เดิมเป็นบริษัทเหมืองแร่ ชื่อของบริษัทคือ Minesota Mining and Manufacturing นวัตกรรมได้เป็นแรงขับเคลื่อนนับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งขึ้นมา จากการเป็นผู้ผลิตกระดาษทรายรายเล็ก ปัจจุบันสก็อตช์เทปของบริษัทเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายท่ามกลางลูกค้าทั่วโลก Scoth Tape เป็นชื่อตราสินค้าเทปของ 3 เอ็ม และเป็นส่วนหนึ่งของตราสินค้าสก็อตซ์
อัลเล็น จาคอบสัน เป็นซีอีโอของ 3 เอ็ม เมื่อ ค.ศ 1987 ภายใน 3 เอ็ม ได้เรียกเขาว่า “แจ็ค” และเข้าร่วมกับ 3 เอ็ม เมื่อ ค.ศ 1947 เป็นวิศวกรผลิตภัณฑ์ ณ ห้องทดลองเทป และทำงานอยู่ 3 เอ็ม นานถึงสามสิบกว่าปี
ความเป็นผู้นำของอัลเล็น จาคอบสัน ได้มุ่งนวัตกรรมอย่างเข้มแข็ง การขยายตัวระหว่างประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพ อัลเล็น จาคอบสัน เป็นผู้นำที่สำคัญ ณ เวลาที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อภายในประวัติของ 3 เอ็ม และได้สร้างรากฐานแก่ 3 เอ็ม ยุคใหม่ เขามีสไตล์การบริหารแบบจริงใจแต่ไม่ไร้เหตุผล และได้นำวินัยทางการเงินมาใช้กับบริษัท เมื่อ ค.ศ 1992 เขาได้ถูกขนานนามว่า American Manager of the Year จากสมาคมนักบริหารของประเทศ
เขาเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงอาจจะเดินหลงทาง ถ้าพยายามแสดงความคิดของพวกเขาเองมากเกินไป เราต้องสนับสนุนความคิดของบุคคลของเรา แม้ว่าวิศวกรได้ถูกสนับสนุนให้ใช้ 15% ของเวลาการทำงานทำโครงการวิจัยที่ชอบ แต่สิ่งจูงใจนี้ได้ซ่อนการบังคับไว้อยู่ อัลเล็น จาคอบสัน ยืนยันว่า 25% ของยอดขายต่อปีของหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วยต้องได้มาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ห้าปีก่อนหน้านี้ด้วย “หล้กการ 25% ของผลิตภัณฑ์ใหม่” ได้สร้างความมั่นใจว่าวิศวกรของ 3 เอ็ม ต้องให้ความสำคัญกับศักยภาพทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขา การผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและการตลาดมีความสำคัญ ณ 3 เอ็ม เพราะว่าบริษัทต้องการค้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อตลาด หรือตลาดเพื่อผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ
เรื่องราวการสร้างนวัตกรรมที่เป็นตำนานของ 3 เอ็มคือ การคิดค้นเทปกาวของริชาร์ด ดริว วิศวกรหนุ่ม นักเล่นแบนโจวงท้องที่ เขาได้เข้าร่วมกับ 3 เอ็ม เมื่อ ค.ศ 1921
ริชาร์ด ดริว ได้ใช้เวลาไปเยี่ยมอู่รถยนต์ท้องที่ เพื่อที่จะทดสอบกระดาษทรายหลากหลายชนิด เขาได้มองเห็นการทาสีรถยนต์สองสีที่นิยมแพร่หลาย ณ เวลานั้น ช่างทาสีรถยนต์กำลังพ่นสีตัวรถและหลังคา แต่ทั้งสองส่วนใช้สีต่างกัน ดังนั้นช่างทาสีรถยนต์ต้องปิดทับส่วนที่ไม่ต้องการพ่นสีด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เคลือบกาวที่ทำจากบ้าน แต่เนื่องจากกาวเหนียวมากได้ลอกสีรถยนต์ติดออกมาด้วย ทุกครั้งที่ดึงดึงกระดาษหนังสือพิมพ์ออกมา
เนื่องจาก 3 เอ็ม รู้วิธีการหลายอย่างของการทำกาว เพื่อการผลิตกระดาษทราย ริชาร์ด ดริว ได้ใช้เวลาภายในห้องทดลองของ 3 เอ็ม คิดค้นสูตรกาวของเขาอยู่ แต่เมื่อวิลเลี่ยม แมคไนท์ ซีอีโอของ 3 เอ็ม ในขณะนั้นได้มองเห็น
ริชาร์ด ดริว กำลังทำโครงการที่ไม่ใช่ทางการของบริษัทอยู่ เขาได้ขอให้ริชาร์ด ดริวกลับไปทำงานปรับปรุงกระดาษทราย แต่ริชาร์ด ดริว ไม่ยอมและมุ่งการคิดค้นของเขาต่อไปอีก ในที่สุดเมื่อสองปีผ่านไปเขาสามารถคิดค้นเทปกาวแรกของโลกขึ้นมาได้สำเร็จ เป็นเทปกระดาษสีน้ำตาลกว้างสองนิ้วด้านหลังเป็นกาวอ่อน ลอกออกได้ง่าย และไม่ทำลายสี เรียกว่าสก็อตเทปกาว จุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมของ 3 เอ็ม และวิลเลียม แมคไนท์ ได้เรียนรู้บทเรียนของเขาจากริชาร์ด ดริว
ริชาร์ด ดริวได้ให้ช่างทาสีรถยนต์ทดลองใช้ แต่ปิดแล้วหลุดอยู่หลายครั้ง จนช่างทาสีรถยนต์หงุดหงิดและพูดประชดว่า “เอาเทปไปคืนเจ้านายสก็อตซ์ของคุณไปเลย และบอกพวกเขาด้วยว่าใส่กาวให้มากกว่านี้” คำว่าสก็อตช์ หมายความว่าขี้เหนียว ณ เวลานั้น ชาวสก็อตช์ ถูกมองว่าขี้เหนียว หมายความว่า เป็นเทปกาวที่ผู้ผลิตขี้เหนียว ไม่ย่อมทากาวทั้งแถบ เอาเทปกาวของคุณไปทากาวทั้งแถบ อย่าทากาวเพียงแค่ริมขอบ
เมื่อ ค.ศ 1930 ริชาร์ด ดริว ได้คิดค้นสก็อตเทปขึ้นมา เป็นเทปใสรายแรกของโลก นอกเหนือจากการคิดค้นเทปกาวแรกของโลกขึ้นมาแล้วเมื่อ ค.ศ 1925 และจดทะเบียนภายใต้ชื่อว่า “Scotch Brand”

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *