INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สบาย สบาย สไตล์เกษม: บันทึก”นักข่าวไดโนเสาร์”

MA27

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

บันทึก”นักข่าวไดโนเสาร์”

ก่อนเขียนถึง”การขายจิตวิญญาณของเจ้าของสื่อ”ก็ใคร่จะพูด

ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัวก่อน ว่าคนทำสื่อนั้น บางครั้งก็ทำตัวเข้าข่าย”กินเนื้อเสือด้วยกันเอง”

นั่นคือการเบียดบังค่าเขียนเรื่อง”นักเขียน”ที่เขียนมาลงหนังสือพิมพ์

เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง ผมไม่ขอบอก แต่ใคร่พูดตรงๆ ว่า”น่ารังเกียจมาก”

สื่อมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์นั้น นอกจากจะใช้เนื้อที่ลงตีพิมพ์ข่าวแล้ว ก็จะต้องจัดพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นสำหรับ”คนนอก”หรือ”นักเขียนนอก”ไม่มากก็น้อย

“นักเขียนนอก”บางท่านมีฝีไม้ลายมือในการเขียน ไม่แพ้นักเขียนประจำเลย บางทีจะเขียนดีกว่าหรือลึกซึ้งกว่าเสียด้วยซ้ำ แล้วก็ขยันเขียนเรื่องส่งไปเสียด้วย

ซึ่งก็เป็นนโยบายของหนังสือพิมพ์นั้น ๆ ที่ต้องการเปิดเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็น หรือให้ความรู้ ที่ลึกซึ้งมากกว่าข่าว ซึ่งเป็นเพียงข้อเท็จจริง หรือร้องเรียนในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ให้สมกับเป็นสื่อในระบอบประชาธิปไตย

เฉพาะเพียงการเปิดคอลัมน์”ตอบจดหมายของบรรณาธิการ”เท่านั้น ยังไม่เพียงพอ ซึ่งนั่นก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ที่พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับ”ผู้อ่าน”เพื่อสร้างความผูกพันที่ดี ให้เกิดขึ้น

โดยทั่วไปแล้ว เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกลง จะไม่ได้รับ”ค่าเรื่องตอบแทน” ยกเว้นหนังสือพิมพ์นั้น จะมีนโยบายว่า จะจ่ายค่าเรื่องให้

ซึ่งในบางสื่อ ก็จะเปิดคอลัมน์ให้”นักเขียนนอก”ในลักษณะนักเขียนประจำการ แม้ไม่เคยเป็นนักข่าวมาก่อน ซึ่งส่วนมากจะเป็น”ผู้เชี่ยวชาญ”ในเรื่องนั้นๆอยู่แล้ว เช่นนักวิชาการ หรือ”นักวิชาชีพ”เป็นต้น ก็จะมีค่าตอบแทนให้

โดยทั่วไปแล้ว จะมีการ”เบิกค่าเรื่อง”ให้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ”บรรณาธิการบทความ”ซึ่งจะต้อง”ตั้งเบิก”กับ”บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษนา”หรือไม่ก็”บรรณาธิการบริหาร”ซึ่งจะลงนามอนุมัติการเบิกจ่ายแล้วจ่ายเข้าบัญชีของ”นักเขียนนอก”ที่ว่า

แต่ปรากฏว่า ในหลายครั้งการจ่ายค่าเรื่อง มิได้เป็นไปตามข้อตกลงที่”นักเขียน”ได้รับแจ้ง คือได้รับบ้าง หรือไม่ได้รับบ้าง ที่ร้ายที่สุด ก็คือไม่เคยได้รับเลย ตั้งแต่เขียนมา แต่นักเขียนก็ไม่กล้าต่อว่ากระไร ด้วยเกรงใจ หรือด้วยกลัวว่า จะไม่มีเวทีเขียน หรืออะไรก็แล้วแต่

ได้แต่เอาไปพูดกัน หรือถามไถ่กันใน”วงนอก”ทำไมไม่ได้รับค่าเรื่อง หรือหนังสือพิมพ์แย่แล้ว ใกล้จะเจ๊ง อะไรทำนองนี้ ก็น่าจะบอกกัน

สมัยที่ผมยังหนุ่มๆอยู่(อายุราว ๓๕-๔๐ ปี) ค่าเขียนบทความ”นักเขียนนอก”ของ”สยามรัฐ”อยู่ที่ ๒๕๐-๓๐๐ บาท อย่างดีที่สุดก็ราว ๕๐๐ บาทต่อชิ้น

ส่วน”นักเขียนใน” ซึ่งหมายถึงนักเขียนประจำ ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวอาวุโส ของหนังสือพิมพ์เอง กินเงินเดือน เพราะต้องเขียนทุกวัน ไม่ได้รายชิ้น แม้จะเขียนเพิ่มก็ตามที

ระหว่างผมทำงานอยู่ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เคยเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ Nation มาระยะหนึ่ง ได้ค่าเรื่องชิ้นละ ๓,๐๐๐ บาท(ได้รับเกียรติลงในคอลัมน์เดียวกับ”วิทิต มันตาภรณ์) สำหรับผมแล้วแพงมาก เพียงแต่ว่าเดือนหนึ่ง ได้เขียนครั้งเดียวเท่านั้น

ถามว่า เมื่อนักเขียนไม่ได้รับค่าเรื่องแล้ว ค่าเรื่องหายไปไหน ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของ”บรรณาธิการบทความ” “บรรณาธิการบริหาร “หรือ”บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา” คนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมด  จะต้องตอบคำถามนี้

จึงใคร่ถามต่อว่า แล้ว”หนูตัวไหนเล่า จะเอากระพรวนไปผูกคอแมว”

เชื่อว่าทุกวันนี้ เรื่องเช่นว่านี้ ยังมีอยู่ คงดำรงอยู่ จากการเอารัดเอาเปรียบของผู้ที่มีอำนาจอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์ โดยไม่ละอายใจ

ในอดีตผมเอง เคยรู้เรื่องการเอารัดเอาเปรียบที่ว่านี้ ซึ่งกระทำกับนักเขียนระดับอธิบดี เลยทีเดียว ทุกวันนี้ ท่านก็ยังเขียนหนังสืออยู่ ชื่อเสียงท่านโด่งดังมาก  แต่ท่านไม่เอาเรื่อง หรือเอาความกับผู้บริหารของหนังสือพิมพ์นั้น ๆ

“แล้วก็แล้วกันไป ช่างมันเถอะ” ท่านว่า พร้อมเย้าหยอกว่า เขาไม่คิดค่าเช่าคอลัมน์ ก็ดีอยู่แล้ว

ทีนี้มาเข้าประเด็น”การขายจิตวิญญาณของเจ้าของสื่อ”

มีอยู่ช่วงหนึ่ง สมัยผมเป็นบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์”สยามรัฐ” มีอยู่วันหนึ่ง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในวงการเมืองที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อท่าน มาถามผมว่า “ช่วยไปถามอาจารย์หม่อม”ให้หน่อยว่า ทรัพย์สิน(ส่วนพระมหากษัตริย์)เขาอยากซื้อหนังสือพิมพ์สยามรัฐ จะขายให้หรือไม่และเท่าไหร่”

ขณะนั้นนั้น เป็นระยะที่”สยามรัฐ”ขาดทุนมาก มีอยู่เดือนหนึ่ง ไม่มีเงินเดือนที่จะจ่ายให้พนักงาน “อาจารย์หม่อม”ต้องเอาบ้านไปจำนองธนาคาร เพื่อหาเงินมาหมุนเวียน

ผมนำความเรื่องนี้ไปเรียนถาม”ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”ที่บ้านซอยสวนพลูในบ่ายวันหนึ่ง

“อาจารย์หม่อม”มองหน้าผม แล้วพูดยิ้มๆ กับผมว่า “ถ้าเป็นคุณ คุณจะขายลูกกินหรือ”

นั่นคือคำตอบ ที่ผมนำไปแจ้งให้นักการเมืองท่านนั้นรับทราบ

ทำให้“สยามรัฐ”อยู่ในความดูแลของ”ชัช เตาปูน”หรือ”ชัชวาลย์ คงอุดม”ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งของ”อาจารย์หม่อม” มาจนทุกวันนี้

ทีนี้มาเข้าประเด็น”การขายจิตวิญญาณเจ้าของสื่อ”

เรื่องนี้ เป็นคนละทิศละทาง กับเรื่องของ”สยามรัฐ”เลยทีเดียว

ตรงที่”เจ้าของสื่อ”นั้นสมยอม ตามใจ”ผู้ถือหุ้นใหญ่”ชนิดที่

สามารถสั่งให้ ”ซ้ายหัน ขวาหัน”ได้ตามใจชอบ

คงต้องไม่พูดละครับว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นชื่ออะไรบ้าง แต่ทุกวันนี้ การนำเสนอข่าวและความเห็น ตลอดจนข้อมูลของหนังสือพิมพ์ที่ว่า ซึ่งเอนเอียงเข้าข้าง”นักการเมือง”ที่โฉดชั่วโกงกินเอารัดเอาเปรียบสังคม คือผลสะท้อนให้เห็น ความพยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นผิดเป็นชอบ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นโทษต่อ”สัมมาประชาธิปไตย”ที่ถูกต้องอย่างมาก

การ”ทยอยออก จากตำแหน่งสำคัญๆ ในงานข่าวและบทความของสื่อนั้น จะด้วยการบีบคั้น หรือด้วยความเต็มใจก็ตาม คือสิ่งที่สะท้อนความไม่ชอบมาพากล เห็นแก่การเอาตัวรอด แต่เพียงอย่างเดียวของ”เจ้าของสื่อ”นั้นๆ แม้จะอ้างเหตุผลว่า นั่นเป็นผลการเข้าครอบครองหุ้น ของทุนก้อนใหญ่(จากนักการเมือง) ซึ่งเป็นไป ตามภาวะตลาดก็ตาม

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ขอถามว่า แล้ว“สื่อมวลชน”จะสามารถรักษาความเป็นกลางหรือ”ความไม่เข้าใครออกใคร”หรือสร้างความยุติธรรมแก่สังคม ไว้ได้อย่างไรกัน

ผู้เขียนต้องขออภัย ที่มิอาจหยิบยกชื่อจริง ทั้งชื่อสื่อและเจ้าของสื่อ มาระบุในที่นี้ได้ แม้ว่า เมื่อแรกได้คิดจะนำเสนอ ให้ชัดๆ

หากเขียนลงไปและวิจารณ์เพิ่มเติม ในทำนองว่ามีพฤติกรรมผิดจริยธรรม ก็คงจะต้องถูกฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท เป็นแน่แท้ และอีกประการหนึ่ง ในบางสื่อ”ผู้เขียน”ก็เคยเข้าไปอาศัยทำมาหากิน เป็นการชั่วคราว มาระยะหนึ่ง โดยความยินยอมพร้อมใจของ”เจ้าของสื่อ” ตนเอง จึงไม่สมควรที่ประพฤติตนในลักษณะที่เป็นการ”เนรคุณ”

แต่ที่ใคร่ จะนำมาเสนอไว้ใน ณ ที่นี้ เพื่อบันทึกเอาไว้ว่า ได้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริง ในประวัติศาสตร์สื่อมวลชนไทย เป็นท่าอับอายขายหน้าเป็นที่ยิ่งนัก ว่า”เจ้าของสื่อขายจิตวิญญาณ”ในการเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ดี ได้อย่างไร

และที่น่าช้ำใจมากก็คือ นักเขียนหลายคนที่”ผู้เขียน”เคยนับถือ ถึงกับช่วยกระพือเข้าข้างและอำนวยพร ให้แก่นักการเมืองที่ชั่วร้าย โดยไร้ยางอาย

จึงขอประกาศเลย มา ณ ที่นี้ว่า ชาตินี้จะไม่ขอพบหน้าคนเหล่านี้อีก แม้จะเคยเป็นเพื่อนพ้องพี่น้องกันมา ในสมัยหนึ่งก็ตามที

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *