jos55 instaslot88 Pusat Togel Online วิพากษ์ทฤษฎีทางปรัชญาจริยะ ของอิมมานูเอล คานท์(Immanuel Kant) - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วิพากษ์ทฤษฎีทางปรัชญาจริยะ ของอิมมานูเอล คานท์(Immanuel Kant)


วิพากษ์ทฤษฎีทางปรัชญาจริยะ ของอิมมานูเอล คานท์(Immanuel Kant)

โดย ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน
ศูนย์อิสลามศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ในอดีตสมัย ไม่ว่ายุคแรกๆอิสลาม หรือยุคความรุ่งเรืองของคริสตศาสนาหรือแม้แต่ในสมัยความก้าวหน้าทางศาสตร์ต่างๆในอินเดียและในจีน ได้มีบางสทัศนะทางจริยศาสตร์และปรัชญาจริยะที่น่าสนใจ และน่านำมาวิเคราะห์เพื่อให้เห็นว่า แท้จริงหลักจริยะนั้นมีความจำเป็นต่อมนุษยชาติและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
จริยศาสตร์อิสลามจากของมุมทางประวัติศาสตร์ถือว่า เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีเกิดขึ้นในอุ้งตักอิสลามและมีความเก่าแก่มากทีเดียว ไม่ว่าในแง่มุมที่ถูกจัดให้เป็นระบบและมีความเป็นศาสตร์อันเต็มไปด้วยวิชาการและมุมมองที่กว้างขวางและลึกล้ำ
ปรัชญาจริยะในมุมมองของอิสลามถือว่า เป็นการค้นหารากฐานที่มาของคุณค่าทางจริยะและความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องมีหลักจริยะ ซึ่งเสมือนว่า ถ้ามนุษย์ขาดหลักจริยะ เท่ากับมนุษย์ขาดความเป็นคนไปนั่นเอง
ศาสดามุฮัมมัดดำรัสว่า…”ฉันได้ถูกส่งลงมาให้เป็นศาสนทูต เพื่อทำให้หลักจริยะอันงดงามมีความสมบูรณ์”

ทัศนะทางจริยศาสตร์ของอิมมานูเอล คานท์
ทัศนะทางจริยศาสตร์ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในช่วงศตวรรษที่สิบเก้า(ค.ศ.)ที่ผ่านมาคือทัศนะของอิมมานูเอล คานท์(Immanuel Kant) คานท์ เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมัน และได้ถูกยกย่องว่าเป็นนักคิดที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของยุโรป และยังถือว่าเป็นนักปรัชญาคนสำคัญของยุคแห่งแสงสว่าง จนกระทั้งต่อมาได้มีผู้นิยมในหลักปรัชญาจริยะของเขา จนเกิดเป็นลัทธิคานท์นิยม(Kantianism) ส่วนในเรื่องหลักจริยะ(จริยศาสตร์)ยังคงทรงอิทธิพลต่อโลกตะวันตกจนถึงวันนี้
คานท์เขามีมุมมองว่า การกระทำที่เป็นหลักจริยะ กับการกระทำที่ไม่ใช่หลักจริยะได้แยกออกจากกันและเขาได้สรุปว่า ทุก ๆกิจกรรม ของมนุษย์บางทีตั้งอยู่บนพื้นฐานความจำเป็น คือต้องกระทำหลีกเลี่ยงเสีย เช่น บุคคลที่เคยพบกับคนขโมยที่เหี้ยมโหดจำเป็นจะต้องมอบทรัพย์สินของตัวเองให้กับเขา ถ้าไม่ให้ก็ต้องพบกับจุดจบที่อันตรายหรืออาจจะถูกฆ่า และเขาถือว่าพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ มิใช่เป็นพฤติกรรมที่มีอิสระ
คานท์ถือว่าพฤติกรรมที่มีเสรีภาพหรือพฤติกรรมที่วางอยู่บนพื้นฐานเจตจำนงเสรีมีสองประเภทคือ พฤติกรรมที่เกิดมาจากความปรารถนาหรือไม่ก็เกิดมาจากความรู้สึกสำนึกต่อหน้าที่ หากมันมาจากความปรารถนา ดังนั้นพฤติกรรมนั้นมิใช่มาจากหลักจริยธรรม แต่ถ้าหากเกิดมาจากความรู้สึกสำนึกต่อหน้าที่ นั่นคือมาจากหลักจริยธรรม
ด้วยเหตุนี้ กิจกรรมของมนุษย์จะมีรูปแบบเป็นจริยธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับแรงจูงใจและความปรารถนา โดยมีนัยยะว่า ถ้าหากเจตนาของเขาเกิดจากแรงจูงใจแห่งความรู้สึกสำนึกต่อหน้าที่ การกระทำของเขามีรูปแบบเป็นหลักจริยธรรม แต่ถ้าหากไม่มี ก็ไม่ถือว่าเป็นหลักจริยะ และความเป็นหลักจริยธรรมมีบรรทัดฐานอยู่ที่ว่าเมื่อใดก็ตามที่ความปรารถนาและสำนึกต่อหน้าที่ นั่นแหละหลักจริยะจึงปรากฏขึ้น
คานท์กล่าวว่า “เราไม่สามารถที่จะจินตนาการหรือมโนภาพใดๆในโลกนี้หรือว่านอกเหนือจากอณาเขตของมันได้ที่สามารถเรียกชื่อมันว่า ความดี (Moral)โดยปราศจากเงื่อนไข นอกเสียว่ามีความต้องการและเจตจำนงที่ดี(และมีเสรีภาพ)”
จุดมุ่งหมายของคานท์จากเจตจำนงเสรีที่ดีคือ เจตนารมณ์ที่เกิดมาจากความรู้สึกสำนึกต่อหน้าที่หรือมีความสำนึกต่อตนเองว่ามีหน้าที่พึงปฏิบัติ
วิเคราะห์ทัศนะทางจริยะของคานท์ ดังนี้
ก. ต้องแยกความแตกต่างระหว่างกิจกรรมต่างๆ คือ แยกหรือกำหนดบางกิจกรรมเป็นกิจกรรมเชิงจริยธรรมและบางกิจกรรมไม่ใช่กิจกรรมทางจริยธรรมหรืออาจจะกล่าวว่าบางกิจกรรมจะคัดค้านกับหลักจริยธรรม และทุกๆกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมทางจริยธรรมถือว่าเป็นคุณธรรมและมีคุณค่า สมควรที่จะได้รับการยกย่องและกล่าวชมเชยอีกทั้งต้องได้รับการส่งเสริม และกิจกรรมที่ค้านกับหลักจริยธรรม มีค่าในเชิงลบ เป็นสิ่งที่นำพาสู่ความตกต่ำและสมควรแก่การตักเตือนหรือกล่าวตำหนิและประณาม ส่วนกิจกรรมที่มิใช่จริยธรรมอันเป็นกิจกรรมที่ไม่สมควรแก่การชมเชยและไม่สมควรแก่การตำหนิหรือการประณาม เพราะว่ามิใช่เป็นการกระทำที่มีคุณธรรม และก็มิได้คัดค้านกับคุณธรรม เช่น มีคนทำมาหากินคนหนึ่ง ได้ซื้อของในร้านแห่งหนึ่ง แล้วเขาได้ให้เงินเกินราคาที่ติดไว้ของสินค้านั้น เช่นถ้าราคาสิบบาท แต่เขาได้ให้ไปหนึ่งร้อยบาทและเขาก็ได้ออกไปจากร้านค้านั้น และถ้าหากเจ้าของร้านผู้นนั้นตามเขาไปและไปแจ้งความเพื่อจะคืนเงินที่เขาจ่ายเกินมา ถือว่าเขาได้กระทำอันเป็นพฤติกรรมที่มีคุณธรรมและมีจริยะหนึ่ง แต่ถ้าหากเขาฉวยโอกาสจากการที่ลูกค้าหลงลืมและยึดเอาเงินของลูกค้าไปเป็นของตัวเองโดยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เท่ากับว่าเขาได้กระทำสิ่งที่คัดค้านกับคุณธรรม
ข. กิจกรรมต่างๆ ที่มีคุณธรรมและจะมีคุณค่าทางจริยะนั้น ต่อเมื่อตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานเจตจำนงอันอิสระและความสมัครใจ แต่หากตั้งอยู่บนพื้นฐานการถูกบีบบังคับก็ถือว่าปราศจากคุณธรรม ไม่มีคุณค่าทางจริยะ เช่น หากเจ้าของร้าน ดังตัวอย่างข้างต้น โดยเขาได้คืนเงินให้กับลูกค้าของตนอันเนื่องมาจากกลัวตำรวจถือว่ามิใช่งานที่เป็นคุณธรรม ไม่อยู่ในหลักจริยะ
ค. กิจกรรมที่ถือว่าเป็นคุณธรรม จะต้องเกิดมาจากเจตจำนงอันอิสระและมีอำนาจในการเลือกอย่างเสรีจึงจะถือเป็นหลักจริยธรรมโดยจะต้องมาจากเจตนาที่ดี และเจตนาที่ดีคือ เจตนารมณ์ที่แสดงออกมาจากแรงจูงใจที่ดี ส่วนแรงจูงใจที่ดีมาจากความรู้สึกสำนึกต่อหน้าที่
ง. จุดมุ่งหมายคำว่า “หน้าที่” คือคำสั่งที่มนุษย์นำเอามาจากมโนธรรมของตัวเอง ทว่า คำสั่งต่างๆ เหล่านี้มีสองประเภท บ้างก็เป็นภาวะสัมบูรณ์ บ้างก็เป็นภาวะที่วางอยู่บนเงื่อนไข คำสั่งที่วางอยู่บนเงื่อนไข คือคำสั่งที่มโนธรรมของมนุษย์ได้สั่งแก่มนุษย์กระทำในสิ่งหนึ่ง เพื่อ%

Facebook Comments