INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แฮร์รี่ ทรูแมน : The Buck Stop Here

แฮร์รี่ ทรูแมน : The Buck Stop Here

สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) เป็นถ้อยคำทางทหาร ภายในบริบททางทหาร หมายถีงสายของอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่คำสั่งได้ถูกผ่านลงมาภายในหน่วยงานทางทหาร
สายการบังคับบัญชาเป็นหลักการบริหารสมัยเดิมข้อหนึ่งที่ได้ถูกแพร่หลายเมื่อศตวรรษที่ยี่สิบ นักทฤษฎีสมัยเดิมได้อธิบายว่าสายการบังคับบัญชาคืออำนาจหน้าที่ตามสายงานที่กำหนดขึ้นมาระหว่างทุกตำแหน่งภายในองค์การ สายการบังคับบัญชาคิอสายของอำนาจหน้าที่ การติดต่อสื่อสาร และความรับผิดชอบที่เป็นทางการภายในองค์การ การระบุความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาภายในโครวสร้างองค์การ
บุคคลสองคนคือ เฮนรี่ ฟายอล วิศวกรเหมืองแร่ชาวฝร้่งเเศส และแมกซ์ เวเบอร์ นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ได้มีส่วนช่วยแย่างมากเพื่อการทำความเข้าใจของเราต่อแนวคิดของสายการบังคับบัญชา
แมกซ์ เวเบอร์ เป็นบุคคลแรกที่ได้ศีกษาระบบราชการ และผลงานของเขาได้นำไปสู่ความนิยมแพร่หลายของถ้อยคำว่า Bureaucracy : ระบบราชการ ทั้งภายในภาครัฐและภาคธุรกิจ แมกซ์ เวเบอร์ เชื่อว่าระบบราชการเป็นวิถีทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดของการสร้างองค์การ เรียกว่าองค์การแบบราชการ คุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งขององค์การแบบราชการคือ การกำหนดสายการบังคับบัญชาไว้อย่างชัดเจน แมกซ์ เวเบอร์ ได้ใช้ถ้อยคำเรียกสายการบังคับบัญชาว่า “Hierarchy” หมายถึงลำดับชั้นของอำนาจหน้าที่
แมกซ์ เวเบอร์ ได้ระบุคุณลักษณะที่สำคัญขององค์ก่ารแบบราชการไว้ต่อไปนี้คือ 1 การแบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน 2 การกำหนดสายการบังคับบัญชาไว้อย่างชัดเจน 3 การคัดเลือกและการเลื่อนตำแหน่งบุคคลอบนพื้นฐานคุณสมบัติทางวิชาชีพ 4 การเกี่ยวพันระหว่างกันของบุคคลต้องไม่เป็นส่วนตัว 5 การกำหนดกฏและระเบียบวิธีปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ และ 6 การแยกความเป็นเจ้าของออกจากการบริหาร
ทำไมระบบราชการมีความหมายเป็นลบ เนื่องจากระบบราชการมีความล่าช้า Red Tape เป็นคำสแลงที่ใช้อธิบายความล่าช้าของระบบราชการ หมายความว่าระบบราชการมีงานเอกสาร กฏ ข้อบังคับ และระเบียบแบบแผนมากเกินไปและมักจะไม่จำเป็น ขัดขวางการกระทำและการตัดสินใจออย่างมีประสิทธิภาพ
นับตั้งแต่ศตรรษที่ 17 ต้นกำเนิดของ Red Tape มาจากการผูกมัดเอกสารทางกฏหมายและเป็นทางการด้วยเทปผ้าสีแดง โดยปรกติเราได้ใช้ถ้อยคำ Rep Tape อ้างถึงกฏและข้อบังคับที่มากเกินไป หริอการทำตามกฏและข้งบังคับอย่างตายตัวภายในระบบราชการและบริษัทใหญ่
ระหว่างศตวรรษที่ 16 และ 17 กษัตริย์แห่งสเปน ชาร์ลส์ที่ห้า ได้เริ่มต้นการระบุเอกสารที่สำคัญโดยการผูกเอกสารด้วยริบบิ้นสีแดงไม่ใช่เชือก และได้กลายเป็นการปฏิบัติมาตรฐานไปทั่วยุโรป เมื่อสิ้นสุดสงครามกลางเมืองของชาวอเมริกัน ทหารผ่านศึกได้ติดต่อขอประวัติทางทหาร และพบว่าเอกสารของพวกเขาได้ถูกผูกมัดด้วยริบบิ้นสีแดง

ภายในหนังสือคลาสสิคเล่มหนึ่งของเฮนรี่ ฟายอล ชื่อ General and Industrial Management เฮนรี่ ฟายอล ได้ระบุหลักการบริหารไว้ 14 ข้อ หลักการบริหารข้อหนึ่งที่รู้จักกันดีคือ หลักสายการบังคับบัญชา กองทัพฝรั่งเศษไ้ด้นำหลักการบริหารของเฮนรี่ ฟ่ายอลมาใช้เพื่อที่จะบริหารกองกำลังของพวกเขาให้ดีขึ้น เจ็นเนอรัล มอเตแร์ ได้เริ่มต้นรับเอาหลักการบริหารของเฮนรี่ ฟายอล มาใช้ภายในระบบการบริหารของบริษัทเมื่อ ค.ศ 1930
เมื่อกล่าวถึงสายการบังคับบัญชา เราต้องพิจารณาหลักการบริหาของเฮนรี่ ฟายอลอีกสองข้อคือ หลักการอำนาจหน้าที่และความรัยผิดชอบ และหลักการเอกภาพของการบัวคับบัญชา
เอกภาพของการบังคับบัญชาคือ ผู้ใต้บังคับบัญชาควรจะมีผู้บังคับบัญชาคนเดียวเท่านั้น การมีนายเพียงคนเดียว การมีผู้บังคับบัญชาหลายคนทำให้พวกเขาได้รับคำสั่งที่ขัดแย้งกัน เรามีภูมิปัญญาเก่าแก่ว่า ของกฏหมายโรมันว่า ถ้าทาสหนึ่งคนมีนายสามคนแล้ว ทาสจะเป็นนเสรีชนทันท
แม้ว่ามุมมองทางการบริหารของเฮนรี่ ฟายอล มุ่งที่องค์การที่เป็นทางการ เขาได้รับรู้ถึงข้อจำกัดของหลักการบริหาร ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้กล่าวว่า ข้อผิดพลาดที่สำคัญของการสร้างองค์การที่ได้ผูกพันกับการบังคับใช้โมเดลเครื่องจักรขององคฺการที่เป็นอุดมคติกับธุรกิจที่มีชีวิต
เฮนรี่ ฟายอล ได้กล่าวว่า เราจะไม่มีอะไรเลยที่ตายตัวหรือเด็ดขาดภายในการบริหาร กา่รบริหารจะเป็นเรื่องความเหมาะสม
การยึดสายการบังคับบัญชาอย่างตายตัวอาจจะปฏิบัติไม่ได้ สายการบังคับบัญชาจะขาดประสิทธิภาพหรือแม้แต่เหบวไหลภายในเริ่องเล็กน้อย ความรวดเร็วและความมีประสิทธิภาพจะบังคับให้ปัญหาและความขัดแย้งระหว่างแผนกงานสามารถยุติได้โดยผู้บริหารระดับเดียวกันไม่ต้องอาศัยผู้บังคับบัญชา
เฮนรี่ ฟายอล ได้เสนอแนะแนวคิด Gangplank หมายถึงสะพาน กับสายการบังคับบัญชา การสื่อสารผ่านสายการบังคับบัญชาอาจจะล่าช้า ถ้า D ต้องการข้อมูลจาก G และดำเนินไปตามสายการบังคับบัญชา ต้องผ่านขึ้นไปที่ C B A E F ก่อนที่เขาจะเข้าถึง G ได้ ข้อมูลจะถูกกส่งมาที่ D ได้ต่อเมื่อ G ต้องผ่าน F E A B C กระบวนการ
ที่ยาวนานจะสูญเสียเวลาอย่างมาก และบริษัทย่อมจะมีต้นทุนที่สูง
ดังนั้นเฮนรี่ ฟายอล ได้เสนอแนะว่าเราควรจะใช้สะพานคือการสื่อสารตามแนวนอน การยอมให้ D และ G ติดต่อ โดยตรง สะพานนี้คือเส้นตรงที่เชื่อมโยงระหว่าง D และ G

เนื่่องจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันซับซ้อน ไม่แน่นอน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบังคับให้บริษัทต้องปรัยปรุงโครงสร้างแบนลง คล่องตัว และเป็นทีมมากขึ้น ดังนั้นสายการบังคับบัญชาได้ถูกทำให้สั้นลง ลดระดับการบริหารลง เพื่อที่จะทำให้โครงสร้างแบนลง หลักการของสายการบังคับบัญชาสั้นที่สุดได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย หมายความว่าผู้บริหารควรจะสร้างสายการบังคับบัญชาให้มีลำดับชั้นของอำนาจหน้าที่น้อยที่สุด เพื่อการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ถ้าสายการ
บังคับบัญชายาว การตัดสินใจจะช้า เนื่องจากการตัดสินใจต้องผ่านหลายระดับการบริหาร การตัดสินใจที่ช้าเป็นข้อเสียเปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญอย่างหนึ่งของบริษัท
เมื่อบริษัททั่วโลกกำลังต่อกับสู้คู่แข่งขันที่มีต้นทุนต่ำ การลดต้นทุนด้วยโครงสร้างที่แบนจะมีความจำเป็นมาก
ผู้บริหารคนหนึ่งที่ได้พยายามมอบหมายอำนาจหน้าที่แก่บุคคลมากขึ้นและรักษาสายการบังคับบัญชาให้สั้นลงคือ คอนลีน แบร์เร็ตต์ ผู้บริหารหมายเลขสองของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ เธอจะรักษาจำนวนของผู้บริหารระดับกลางให้น้อยที่สุด เธอยืนยันว่าบุคคลทุกคนของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ควรจะรู้สึกเป็นอิสระที่จะเลยพ้นไปจากบทบาทที่กำหนดไว้ เพื่อการบริการที่ดีแก่ผู้โดยสาร
ซีริลล์ พาร์กินสัน นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้กล่าวว่า งานได้ถูกขยายออกไปจนถึงวันที่ต้องทำให้สำเร็จ บนพื้นฐานจากประสบการณ์ของเขาภายในกองทัพเรืออังกฤษ คำพูดนี้ได้กลายเป็นกฏของพาร์กินสันที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก กฏของพาร์กินสันปรากฏครั้งแรกจากบทความของเขาภายในวารสารว่ารสารเดอะ อีโคโน
มิสท์ และได้ถูกเผยแพร่ต่อไปภายในหนังสือชื่อ Parkinson’s Law
เขาได้เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม หนังสือเล่มที่มีชื่อเลียงมากที่สุดและขายดีที่สุดคือ Parkinson’s Laws หนังสือเล่มนี้ได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา และนิยมแพร่หลายภายในรัสเซียและกลุ่มคอมมิวนิสต์ มิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียได้กล่าวว่า กฏพาร์กินสัน มีอยู่ทุกที่ และได้ฝังรากลึกยากที่จะถอนได้
ซีริลล์ พาร์กินสัน ได้ค้นพบสถิติที่น่าสนใจภายในกองทัพเริออังกฤษ จำนวนเรือที่ปฏิบัติการอยู่ได้ลดลง 68% แต่จำนวนของนายทหารเรืออู่เรือที่รับผิดชอบการบำรุงรักษากองทัพเรือได้เพิ่มสูงขึ้น 40% และจำนวนนายทหารระดับสูง ณ กองบัญชาการ รับผิดชอบการบริหารกองทัพเรือได้เพิ่มสูงขึ้น 78% ในที่สุดเขาได้สรุปว่ากองทัพเรือมีนายทหารเรือมากกว่าเรือ
ซีริล พาร์กินสันยืนยันว่าการเพิ่มของจำนวนผู้บริหารและระดับการบริหารเกิดขึ้นจากพลังสองอย่าง 1 ผู้บริหารเพิ่มจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ไม่ต้องการเพิ่มคู่แข่งขัน 2 ผู้บริหารทำงานให้กันและกัน
เนื่องจากผู้บริหารได้ให้คุณค่าต่อสถานภาพของพวกเขาภายในสายการบังคับบัญชา ผู้บริหารยิ่งน้อยลง ณ ระดับเดียวกับพวกเขา และจำนวนผู้บริหารข้างล่างพวกเขายิ่งมากเท่าไร สถานภาพของพวกเขาตามสายการบังคับบัญชายิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ด้งนั้นผู้บริหารจะแสวงหาการเพิ่มจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชา การทำให้สายการบังคับบัญชายาวขึ้นและยาวขึ้น

เรามีความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของการควบคุม และระดับการบริหาร โครงสร้างแบบแบน มีขนาดของการควบคุมที่กว้างและสายการบังคับบัญชาน้อยระดับ โครงสร้างแบบสูงมีขนาดของการควบคุมแคบ และสายการบังคับบัญชาหลายระดัย
ขนาดของการควบคุม (Span of Control) มีความสำคัญมากต่อโครงสร้าง เพราะว่าขนาดของการควบคุมได้กำหนดจำนวนระดับการบริหารและจำนวนผู้บริหารภายในโครงสร้าง ถ้าขนาดของการควบคุมยิ่งกว้างเท่าไร ระดับการการบริหารยิ่งน้อยลง และโครงสร้างยิ่งแบนลงเท่านั้น ภูมิปัญญาของชนพื้นเมืองเผ่าอินเดียนแดงภายในอเมริกา มีหัวหน้าเผ่าคนเดียวเท่าน้้น
นอกนั้นเป็นอินเดียนทุกคน
สมมุติว่าเรามีบริษัทสองบริษัทมีจำนวนพนักงานล่างสุดเท่ากันคือ 4,096 คน บริษัทที่หนึ่งกำหนดขนาดของการควบคุมไว้เท่ากับสี่ทุกระดับคือ 1 ต่อ 4 บริษัทที่สองกำหนดขนาดของการควบคุมไว้เท่ากับแปดทุกระดับคือ 1 ต่อ 8 บริษัทที่หนึ่งมีระดับการบริหาร 6 ระดับ จำนวนผู้บริหาร 1,365 คน บริษัทที่สองมีระดับการบริหาร 4 ระดับ จำนวนผู้บริหาร 585 คน บริษัทที่สองมีโครงสร้างแบนกว่าบริษัทที่หนึ่ง 2 ระดับ และจำนวนผู้บริหารน้อยกว่า 800 คน ถ้าผู้บริหารมีเงินเดือนเฉลี่ยคนละ 100,000 บาทต่อปีบริษัทที่สองสามารถประหยัดเงินดือนผู้บริหารได้ 80,000,000 บาทต่อปี นี่คือข้อได้เปรียบทางต้นทุนของโครงสร้างแบบแบน
เมื่อบริษัทได้เจริญเติบโตมากขึ้น ระดับอำนาจหน้าที่ตามสายการบังคับบัญชาย่อมจะเพิ่มมากขึ้น การวิจัยแสดงให้เห็นว่าจำนวนของระดับอำนาจหน้าที่เทียบเคียงกับขนาดของบริษัทสามารถคาดคะเนได้เมื่อขนาดของบริษัทใหญ่มากขึ้น บริษัทที่มีบุคคลประมาณ 1,000 คน โดยปรกติมีระดับอำนาจหน้าที่สี่ระดับ บริษัทที่มีบุคคล 3,000 โดยปรกติมีระดับอำนาจหน้าเจ็ดระดับ บางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับบริษัทที่ได้ว่าจ้างบุคคลมากกว่า 3,000 แม้แต่บริษัทที่เจริญเติบโตมีบุคคลเป็น 10,000 คนหรือมากกว่า จำนวนของระดับอำนาจหน้าที่จะไม่เพิ่มสูงขึ้นเกินเก้าหรือสิบระดับ
การลดระดับการบริหารหมายความว่าสายการบังคับบัญชาจำเป็นหริอไม่ ตามมุมมองของเอ็ดเวิรด ลอรฺ์เลอร์ นักวิชาการบริหาร สายการบังคับบัญชาจะจำเป็น แต่สายการบังคับบัญชาที่สั้นลงจะดีกว่า บริษัทเหมืนเช่นเฟดเอ็กซ์ ได้พิสูจน์มาแล้าด้วยการมีสายการบังคับบัญชาที่สั้นลงห้าระดับการบริหารเท่านั้น ภายใต้สายการบังคับบัญชาที่สั้นลง ผู้บริหารระดับสูงย่อมจะได้ยินข่าว”ไม่ดี” บ่อยครั้งและรวดขึ้น พวกเขาสามารถทำการแก้ปัญหาได้ทันที ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นรุนแรงขึ้น ยิ่งกว่านั้นการมีระดับการบริหารน้อยลง บุคคลมากขึ้นย่อมจะมีส่วนร่วมภายในการตัดสินใจ
นักทฤษฎีการบริหารสมัยเดิม เช่น เฮนรี่ ฟายอล แมก เวเบอร์ หรือเฟดเดอร์ริค เทเลอร์ ต่างเชื่อมั่นกับสายการบังคับบัญชา อำหน้าที่และความรับผิดชอบ และเอกภาพของการบังคับบัญชา ปัจจุบันหลักการบริหาาเหล่านี้ได้ถูกให้ความสำคัญน้อยลง แต่กระนั้นบริษัทบางบริษัท เช่น เจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้ยุ่งยากต่อการยกเลิกการควบคุมโดยสายการบังคับบัญชา บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาที่รุนแรงคือความไม่คล่องตัว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้ช้า เนื่องจากสายการบังคับบัญชาแบบราชการ
แต่กระนั้น มาร์ค เฮนริคส์ นักหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ได้ยืนยันว่า เมื่อเรามีสายการบังคับบัญชาสั้นเกินไป การตัดสินใจอาจจะไม่ได้กระทำ หรือกระทำโดยบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ขาดประสบการณ์ ความรับผิดชอบ และแรงจูงใจ ทำงานของผู้บริหารที่ขาดหายไป จุดสำคัญคือเราต้องแน่ใจว่าองค์การของเราต้องไม่มีผู้บริหารมากเกินไปหริอน้อยเกินไป
ฮาโรลด์ เลวิทท์ นักวิชาการบริหาร มหาวิทยาลัยสแตน
ฟอร์ด กล่าวว่า สายการบังคับบัญชาต้องมีอยู่ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ เพราะว่าสายการบังคับบัญชาจะจำเป็นต่อการทำงานให้สำเร็จ

เมื่อแฮร์รี่ ทรูแมน เป็นประธานาธิบดีคนที่สามสิบสามของอเมริกา เขาเคยเป็นรองประธานาธิบดีที่สืบทอดต่อจากประธานาธิบดีแฟรงคลิน โรสเวลท์ที่มีชื่อเสียงมากระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และ
แฟรงคลิน โรสเวลท์ ได้เสียชีวิตลงไม่ถึงสามเดิอนของวาระที่สี่
เมื่อแฮร์รี่ ทรูแมน ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เขาได้ขอให้คณะรัฐมนตรีชุดเดิมอยู่ต่อไป เขาได้บอกแก่คณะรัฐมนตรีว่า เขาจะรับฟังคำแนะนำจากพวกเขา และทำการตัดสินใจนโยบายจากโต๊ะคณะรัฐมนตรี เมื่อเขาได้รับฟังจากคณะรัฐมนตรีทุกคนแล้ว และคาดหวังว่าคณะรัฐมนตรีจะสนับสนุนการตัดสินใจของเขา แฮร์รี่ ทรูแมน ได้ออกคำสั่งให้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่น เพื่อการยุติสงครามโลกครั้งที่สอง
แฮร์รี่ ทรูแมน ได้วางป้ายที่มีถ้อยคำว่า “The Buck Stop Here” บนโต๊ะภายในทำเนียบขาว หมายความว่า ความรับผิดชอบต้องหยุดที่นี่ การโยนความรับผิดชอบ ได้เป็นคำแสลงของชาวอเมริกันมายาวนานของการโยนความรับผิดชอบบางสิ่งบางอย่างแก่บุคคลอื่น โดยปรกติคือบุคคลต่อไปขึ้นหริอลงตามสายการบังคับบัญชาภายในองค์การ
บุคคลจำนวนมากได้หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่เขาจะไม่โยนความรับผิดชอบแก่บุคคลอื่น เขาต้องมีความรับผิดชอบส่วนบุคคลต่อวิถีทางของการปกครองประทศ
ครั้งหนึ่งเมื่อเพื่อนสนิทของแแฮรี่ย์ ทรูแมน ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนดัดสันดานแห่งหนึ่ง เขาได้มองเห็นป้ายโต๊ะที่มีถ้อยคำว่า The Buck Stop Here และคิดว่าเฮนรี่ ทรูแมน คงจะชอบป้ายนี้ ดังนั้นเขาได้ขอให้ผู้ควบคุมโรงเรียนดัดสันดานทำป้ายนี้ขึ้นมาอีกป้ายหนึ่ง และได้ถูกส่งไปให้แก่แฮรี่ย์ ทรูแมน ทางไปรษณีย์ในที่สุด ด้านตรงกันข้ามของป้ายนี้ มี่ถ้อยคำว่า I’ m from Missouri ผมมาจากมิสซูรี่ รัฐบ้านเกิดของแฮร์รี่ ทรูแมน ป้ายนี้วางไว้บนฐานไม้วอลนัท
ทำไมความเป็นผู้นำต้องมีความรัยผิดชอบ การนำองค์การหมายถึงการยอมรัยความผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายในองค์การไม่ว่าดีหรือเลว ความรับผิดชอบหยุด ณ ที่นี่ หมายความว่าผู้นำต้องรับผิดชอบในที่สุดเพื่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวภายในองค์การ เหมือนกับประเพณีทางทะเลเก่าแก่ที่ยึดถือมายาวนานว่า “กัปตันต้องจมกับเรือ” และเรามักจะถึงกัปตัน ที่จมไปกับเรือไททานิก
คำพูดว่า การโยนความรับผิดชอบมี่ต้นกำเนิดมาจากธรรมเนียมการปฏิบัติ
ของการเล่นไพ่โปกเกอร์ที่นิยมแพร่หลายภายในอเมริกายุคคาวบอย การใช้มีดเป็นเครื่องชี่ว่าใครต้องเป็นคนแจกไพ่ ยุคนั้นมีดส่วนใหญ่มีที่จับเป็นเขากวาง คนเล่นไฟ เรียกกันว่า Buck วางไว้ตรงหน้าบุคคบที่ต้องแจกไพ่ ถ้าบุคคลบางคนไม่ต้องการแจกไพ่ เขาจะส่งต่อเครื่องชี้(มีดเขากวาง)ไปยังคนเล่นไพ่คนอื่นต่อไปที่ต้องรับผิดชอบการแจกไพ่
ภายในการปราศัยกล่าวอำลาต่อชาวอเมริกัน แฮร์รี่ ทรูแมนได้พูดคำว่า The Buck Stop Here ประธานาธิบดีใครก็ตามต้องตัดสินใจ เขาไม่สามารถโยนไปยังใครก็ได้ ไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนเขาได้ การตัดสินใจคืองานของเขา
ความรับผิดชอบเป็นภาระที่หนักมากของผู้นำ พวกเขายิ่งอยู่สูงเท่าไรภายในองค์การ ความรับผิดชอบยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น ในฐานะประธานาธิบดีของอเมริกา แฮรี่ย์ ทรูแมน ต้องแบกน้ำหนักของทั้งประเทศไว้บนบ่าของเขา ผู้นำสามารถเลิกทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ พวกเขาสามารถมอบหมายหลายสิ่งหลายอย่างได้ สิ่งหนึ่งที่ผู้นำสูงสุดไม่สามารถปล่อยได้คือ ความรับผิดชอบ
แต่กระนั้นแฮร์รี่ ทรูแมน ที่ยึดมั่นกับ The Buck Stop Here จะไม่ยอมจำนน ภายในสี่เดือนของการเป็นประธานาธิบดี เขาได้มีการตัดสินใจยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์ได้เคยกระทำมาคือ การสั่งการให้ ทิ้งระเบิดปรมาณูทีี่ฮิโรชิมา และนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะยุติสงครามโลกครั้งที่สอง ตามบันทึกเขาได้เขียนว่า ขณะนั้นเขากลัวว่าเขาอาจจะทำให้เกิดการสิ้นสุดของโบกใบนี้ ภายหลังจากนั้นไม่นานญี่ปุนได้ยอมแพ้สงคราม แฮร์รี่ ทรูแมน ได้กล่าวด้วยคำพูดตัวเองว่า ผมได้ค้นพบว่าการเป็นประธานาธิบดีคือ การขี่หลังเสือ บุคคลที่เลิกขี่ย่อมจะถูกเสือกลืน
แฮร์รี่ ทรูแมน ได้กล่าวว่า ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร เมื่อผมได้ยุติสงครามด้วยระเบิดปรมาณู ผมไม่มีความเสียใจ และภายในสถานการณ์อย่างเดียวกัน ผมจะทำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถทนความร้อนได้ ออกไปจากจากห้องครัวเลย
เราจะมีการโยนความรับผิดชอบภายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ถ้าประเทศหนึ่งไม่ยอมเผชิญหน้ากับการคุกคามที่รุนแรงขึ้น ด้วยความหวังว่าอีกประเทศหนึ่งจะเผชิญหน้าแทน นักประวัติศาสตร์ชาวรัสเซียยืนยันว่าการเลื่อนกำหนดเวลาบุกนอมังร์ดี ฝรั่งเศส หรือ D – Day ของฝ่ายพันธมิตรนั้น เกิดจากความตั้งใจที่อเมริกาต้องการผลักดันภาระไปยังกองทัพรัสเซียต่อสู้กับกองทัพเยอรมัน
เพื่อนคู่เคียงของการโยนความรับผิดชอบคือ การหาแพะรับบาป เรามีต้นกำเนิดอยู่สองที่ของการโยนความรับผิดชอบคือ ต้นกำเนิดแรกคือการเล่นไพ่โปกเกอร์ ตามที่เคยกล่าวมาแล้ว ต้นกำเนิดที่สองคือ การหารแพะรับบาป แพะรับบาปมาจากภาษาภาษาฝรั่งเศษ แพะรับปาบคือบุคคล(หริอแกะจริง) ที่ถูกโยนความผิดไปให้ ตามประเพณีของชาวยิวสมัยสมัยโบราณ แพะจะถูกปล่อยเข้าป่าลึกภายหลังจากรับบาปของบุคคลอื่นแล้ว
คำแสลงแพะรับบาปเกิดขึ้นจากแนวคิดของบุคคลที่รัยเอาความผิดของบุุคคลอื่น แพะรับบาปไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย ความมุ่งหมายของแพะรับบาปคือการโยนความรับผิดชอบไปยังบุคคลอื่น โดยข้อเท็จจริงการหาแพะรับบาปเกิดขึ้น ณ ทุกระดับภายในองค์การ ผู้บริหารหลายคนป้ายความผิดแก่บุคคลที่ต้องรายงานแก่พวกเขา เพราะว่าตัวพวกเขาเองเป็นแพะรับบาปด้วย

ตามมุมมองของญี่ปุ่นแล้ว ความเป็นผู้นำของพวกเขาหมายถึงความรับผิดชอบและการลาออก ซีอีโอของบริษัทญี่ปุน ได้แสดงความเป็นผู้นำที่น่ายกย่อง และน่าทึ่งต่อผู้บริหารอมริกันอย่างมาก
ทาดาชิ อิชิอิ ซีอีโอคนที่ 12 ของเดนท์สุ อิงค์ บริษัทโฆษณาใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และใหญ่ที่สุดลำดับห้าของโลกในแง่ของรายได้
ได้กล่าวว่าเขาจะลาออก เพื่อที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อการถูกกล่าวหาการละ
เมิดกฏหมายแรงงานญี่ปุ่น เนื่องจากพนักงานหญิงสาวของบริษัทชื่อ มัทสึริ ทาคาฮาชิ อายุ 24 ปี ฆ่าตัวตายกระโดดจากหน้าต่างหอพักของบริษัท ทาดาชิ อิชิอิ ได้กล่าวภายในการประชุมนักข่าวที่โตเกียวว่า เราเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่สามารถป้องกันการทำงานมากเกินไปของพนักงานใหม่ของเราได้ ผมขอกล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ
ชอยชิ นากาโมะโตะ รองประธานบริษัท กล่าวว่าเราไม่สามารถปฏิเสธว่านี่คือการคุกคามทางอำนาจ ภายใต้ข้อเท็จจริงว่า เธอขาดประสบการณ์ภายในธุรกิจ แต่เขาได้ยืนยันว่าเราไม่มีความประพฤติที่ผิดกฏหมาย ณ บริษัท
พนักงานของเดนท์สุ เห็นด้วยว่าการตัดสินใจลาออกของซีอีโอเป็นการตัดสินใจตามธรรมชาติ แต่พนักงานสงสัยว่าการแสดงท่าทางจะเป็นการเปลี่ยนปลงอย่างแท้จริงของวัฒนธรรมองค์การของบริษัทที่มีอิทธิพลหรือไม่
เนื่องจากเธอต้องทำงานมากเกินไป ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คาโรชิ ทนายความครอบครัวของเธอ ได้กล่าวว่า เพียงเก้าเดือนภายหลังจากเธอเข้าทำงาน เธอต้องทำงานล่วงเวลาถึง 105 ชั่วโมง และส่งอีเมลล์ไปยังแม่ของเธอ และข่าวสารไปยังสื่อสังคมเล่าถึงชีวิตการทำงานที่ยากลำบากของเธอ
มัทสึริ ทาคาฮาชิ ต้องทำงานล่วงเวลาเกินจำนวนชั่วโมงสูงสุดที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อตกลงระหว่างผู้บริหารและแรงงาน สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแห่งโตเกียว ได้รับรู้การฆ่าตัวตายของเธอเป็นคดีคาโรชิ เนื่องจากชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาของเธอได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จาก 40 ชั่วโมงต่อเดือนเป็นมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน
เธอมักจะกลับบ้านตีห้าภายหลังจากทำงานทั้งวันทั้งคืน
ณ สำนักงาน ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นทรมานจากความเศร้าสลด ครอบครัวของเธอได้ยืนยันว่า เธอเป็นเหยื่อของการคุกคามทางอำนาจ เนื่องจากนายของเธอได้กล่าวหาว่าเธอมีความสามารถน้อยเกินไป ถ้าเธอมองว่าปริมาณงานในขณะนี้ยากที่จะทำได้
มารดาของมัทสึริ ทาคาฮาชิ อายุ 53 ปี ได้มีการแถลงว่า เธอได้เรียกร้องบริษัทให้สร้างความแน่ใจที่จะใช้ความพยายามเลิกชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน เพือที่จะไม่เป็นการละเมิดเหมือนกับมัทสึริ ทาคาฮาชิ ในอนาคต
การลาออกของทาดาชิ อิชิอิจะสอดคล้องกับแบบแผนโดยทั่วไปที่โดดเด่นของซีอีโอญี่ปุ้นที่จะก้าวลงภายหลังเหตุการณ์ที่น่าละอายและอื้อฉาว ณ บริษัทที่พวกเขานำอยู่ ทาดาชิ อิชิอิ ได้กล่าวว่า การทำงานมากเกินไปไม่ควรจะเกิดขึ้น ผมเสียใจอย่างมาก และรู้สึกรับผิดชอบต่อสิ่งนี้ผมต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และได้ขอลาออกในฐานะของซีอีโอ ณ การประชุมคณะกรรมการบริษัท
เขาได้กล่าวต่อไปว่า แต่บริษัทไม่ควรจะห้ามบุคคลที่ต้องการทำงานของพวกเขาอย่างดีที่สุด ผมเสียใจมากที่ไม่สามารถหยุดปริมาณงานที่มากเกินไป และผมไม่
สามารถกำหนดมาตรฐานบางอย่างได้
ภายหลังจากนั้นเดนท์สุได้ปรับปรุงวัฒนธรรมการทำงานบางอย่าง บริษัทได้กำจัดการทำงานมากเกินไปด้วยการห้ามไม่ให้พนักงานทำงานระหว่างสี่ทุ่มถึงตีห้า บริษัทได้ปิดไฟ ณ สำนักงานใหญ่ เมื่อเวลาสี่ทุ่ม บริษัทยอมรับว่าพนักงานมากกว่า 100 คน ยังคงทำงานเพิ่ม 80 ชั่วโมงต่อเดือนอยู่
การเสีบชีวิตที่เชื่อมโยงกับความอ่อนเพลียภายในญี่ปุ่นจะเป็นเรื่องธรรมดา จนกลายเป็นคำพูดของชาวญี่ปุ่นว่า คาโรชิ ตามตัวเลขของรัฐบาลญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นประมาณ 2,000 คนต่อปีฆ่าตัวเองตายจากการทำงานหนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับซีอีโอของบริษัทอเมริกัน ตัวอย่างคือ เจมส์ เบิรค ซีอีโอ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันไม่ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และไม่มีใคร
เรัยกร้องให้เขาลาออกจากวิกฤตยาไทลีนอลเลย เนื่องจากการวางยาพิษเกิดขึ้นจากบุคคลภายนอก เจ แอนด์ เจ ไม่มีการตำหนิหรือเป็นความรับผิดชอบของซีอีโอเลย

เมื่อตอนเช้าของวันที่ 29 กันยายน ค.ศ 1982 เด็กหญิงอายุ 12 ปี ชื่อ แมรี่ย์ เคลเลอร์แมน อยู่ที่หมูบ้านเอลก์โกรฟ ชิคาโก อิลลินอยส์ ได้เสียชีวิตจากการทานยาไทลีนอล ตามมาด้วยผู้เสียชีวิตอีก 6 คน อยู่ท้องที่เดียวกัน จากการทานยาไทลีนอลเหมือนกัน การรายงานข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศว่าบุคคล 7 คน ณ ชิคาโก ได้เสียชีวิตจากการกินยาไทลีนอล ตำรวจได้สืบสวนพบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการกินยาไทลีนอลแคปซูลชนิดความความแรงพิเศษที่เจือปนสารไซยาไนด์ เอฟบีไอได้เรียกชื่อคดีนี้ว่า การวางยาไทลีนอล ตำรวจได้ค้นพบยาไทลีนอลแคปซูลห้าขวดมีสารไซยาไนด์เจือปนอยู่ ตำรวจสันนิษฐานว่ากระบวนการผลิตยาไทลีนอลอาจจะผิดปรกติ หรือเป็นไปได้ที่คนโรคจิตได้เข้าไปร้านขายยา แล้วสับเปลี่ยนเป็นขวดยาไทลีนอลที่เจือปนสารไซยาไนด์แทนบนชั้นวาง
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ได้กล่าวว่ายาไทลีนอล ได้สร้าง เจมส์ เบิรค ซีอีโอ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นวีรษุรุษขึ้นมาทันทีจากการจัดการวิกฤตไทลีนอลได้สำเร็จ เมื่อ ค.ศ 1982 และการแสดงให้เห็นถึงพลังข้อบัญญัติของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ของโรเบิรต วูด จอห์นสัน ผู้ก่อตั้งบริษัท เมื่อ ค.ศ 1886 : เราเชื่อว่าความรับผิดชอบอย่างแรกสุดของเราต้องมีต่อแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย มารดา และบิดา และบุคคลอื่นทุกคนที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา แม้ว่าวารสารฟอร์จูน ได้ยกย่องเจมส์ เบิรค เป็นหนึ่งในสิบของ ซีอีโอยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์เมื่อ ค.ศ 2003 แต่จากการจัดการโศกนาฏกรรมการวางยาไทลีนอลย้อนหลังไปเมื่อ ค.ศ 1982 เจมส์ เบิรค ซีอีโอ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งแต่ ค.ศ 1976-1989 ได้ถูกจดจำมากที่สุด หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสท์ ได้ยกย่องเขาว่าเป็นซีอีโอที่มีความกล้าตัดสินใจ ความเปิดเผย และการเสียสละของบริษัท ชื่อของเจมส์ เบิรค ได้ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ เมี่อเราได้มีการสอนและการสัมนากรณีศึกษาความเป็นผู้นำของบริษัทภายในคณะบริหารธุรกิจทั่วโลก
ไทลีนอลคือยาต้นตำรับ ผู้นำตลาดยาแก้ปวด ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 37 % จนคู่แข่งขันต้องยอมแพ้และตามไม่ทัน เมื่อจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ออกตลาดยาแก้ปวดแคปซูลสีแดงขาวตัวใหม่ชื่อ Extra Strength Tylenol ทันสมัยและสวยงามใส่ขวดและบรรจุกล่องสีแดงที่ง่ายต่อการแกะ ยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตไทลีนอล
ภายใตัความเป็นผู้นำของเจมส์ เบิรค จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ใช้เงิน 100 ล้านเหรียญเก็บขวดยาไทลีนอล 31 ล้านขวด

บางทีตัวอย่างที่น่าประทับใจมากขึ้นของการเปรียบเทียบคือ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ 1985 สายการบินแจแปน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน 123 ภายในประเทศ เดินทางจากสนามบินนาริตะ โตเกียว ไปยังสนามบินโอซะกะ ภายหลังจากบินขึ้นได้เพียง 12 นาที ได้เกิดอุบัตติเหตุตก เนื่องจากแผงกั้นปรับความดันลำตัวท้ายเครื่องบินเกิดระเบิด แพนหางเครื่องบินฉีกขาด เครื่องบินสูญเสียการควบคุม ตกลงบริเวณหุบเขาโอสึทะกะ ผู้โดยสารเสียชีวิต 520 คน รวมทั้งนักร้องชื่อดัง เคียว ซากาโมโต้ จากเพลง สุกี้เยากี้ ผู้รอดชีีวิตมีเพียง 4 คนเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางอากาศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดภายในเครื่องบินลำเดียว
สายการบินแจแปน แอร์ไลน์มีภาพพจน์ตกต่ำลงอย่างมากจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศลดลงประมาณหนึ่งในสาม และต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ถึง 780 ล้านเยน ยาสุโมะโตะ ทาคากิ ซีอีโอของแจแปน แอร์ไลน์ ได้เดินทางไปกล่าวคำขอโทษส่วนตัวต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแต่ละคน ตามมาด้วยการแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ฮิโรโอะ โทมินากะ
ผู้จัดการซ่อมบำรุง อายุ 59 ปี ได้ฆ่าตัวตายชดใช้ความเสียใจจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ซูซูมุ ทาจิมะ วิศวกร ได้ตรวจสอบความชัดเจนของเครื่องบิน เพื่อที่จะให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ได้ฆ่าตัวตาย เนื่องจากความยากลำบากของงาน ตำรวจได้พบศพฮิโรโอะ โทมินากะภายในบ้านของเขา เลิอดไหลจากบาดแผลที่คอและอก มีดยาวสี่นิ้วอยู่ข้างตัว และทิ้งบันทึกเขียนว่า ” ผมขอชดใช้ด้วยความตายของผม” ตำรวจเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
แจแปน แอร์ไลน์ ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ อุทิศแก่ภัยพิบัติทางอากาศครั้งนีเมื่อ ค.ศ 2006 ที่มีซากปรักหักพังของเครื่องบิน จดหมายของผู้โดยสารเขียนไปยังบุคคลที่รัก และห้องสมุดความปลอดภัยทางอากาศ บุคคลทุกคนของเจเอแอล ได้ถูกบังคับให้ไปพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
แจแปน แอร์ไลน์ ได้รายงานว่าเมื่อถึงวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี บุคคลประมาณ 300 คนของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเครื่องบินแจแปน แอร์ไลน์ 747 ตก ได้ขึ้นไปบนภูเขาโอสึทากะ จังหวัดกุนนะ เพื่อที่จะแสดวความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต 520 คน เมื่อ ค.ศ 1985
แต่กระนั้นทำไม ที เอ วิลสัน ซีอีโอชองโบอิ้ง คอมพานี ไม่ได้กระทำอย่างเดียวกัยยาสุโมะโตะ ทาคากิ และไม่มีใครคิดว่าเขาควรจะลาออกด้วย ทั้งที่สาเหตุของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ตกเกิดจากการซ่อมบำรุงที่ไม่ดีของโบอิ้ง คอมพานี ตามรายงานของคณะกรรมาธิการของรัฐบาล

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *