INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“ทีมหมูป่า”อยู่รอดด้วยสามัคคีธรรม

สบาย สบาย สไตล์เกษม
“ทีมหมูป่า”อยู่รอดด้วยสามัคคีธรรม
เกษม อัชฌาสัย

เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า เนื้อแท้แห่งสามัคคีนั้น ก่อให้เกิดพลังธรรมชาติอันมหาศาลอย่างไร
จากเจตนามุ่งมั่นค้นหาเพื่อช่วย นักฟุตบอลเยาวชน ๑๒ คนกับผู้ช่วยโค้ชหนึ่งคน ในสังกัดทีม”หมูป่า อะคาเดมี”ให้รอดพ้นออกมาจาก”วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน” ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายจนพบตัวเมื่อค่ำ ณ วันที่ ๒ กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ หลังจากใช้ความพยายามอย่างเอกอุ ช่วยเหลืออยู่เก้าวันกว่าๆ คือบทพิสูจน์ความจริงนี้
พลังสามัคคีที่มุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียวของแต่ละคน ทั้งที่พื้นที่”หน้างาน” จากคนไทยทั่วประเทศและแม้จากทั่วโลก ดลบรรดาลให้เกิดอิทธิปาฎิหาริย์ สามารถกำหนดสภาพ ดิน น้ำ ลม ไฟ ได้ เป็นที่น่าอัศจรรย์
ไม่ว่าจะด้วยการขุดเจาะดินอันหมายถึง ภูเขา ผนังถ้ำเพื่อค้นทางเข้าถึงเด็กๆ
ไม่ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายน้ำด้วยการพร่องน้ำในถ้ำ โดยเครื่องจักรกล
ไม่ว่าด้วยลม คือการพยากรณ์ลมฟ้าอากาศ พร้อมวอนขอความช่วยเหลือ จากอำนาจอิทธิฤทธิ์บารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าในศาสนา จากคุณพระศรีรัตนไตร จากผีสางนางไม้ เจ้าป่าเจ้าเขา ฯลฯ จากหลากหลายความเชื่อศรัทธา
หรือด้วยไฟ คือใช้พลังไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จากหลอดไฟไร้สาย เพื่อให้ได้พลังงาน ออกมาใช้ทำงานและส่องสว่าง
นับเป็นขุมพลังที่เกิดจาก”มหาเจตนา”เป็นเบื้องต้น ซึ่งมาทั่วบรรดาลปาฎิหาริย์ ให้บังเกิดขึ้น เป็นเบื้องปลายในที่สุด
แล้วก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อย่างไม่มีผิดพลาด เพราะล้วนผ่านการพิจารณา ใคร่ครวญมาแล้วเป็นอย่างดี อย่างรอบด้านและรอบรู้ ในทุกข้อมูลที่ถูกต้อง จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการแต่ละสาขาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ที่สำคัญมากคือจากการตัดสินใจที่ดีและถูกต้องของผู้รับผิดชอบสูงสุดในงานนี้คือ”ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย”
การข่าวและการสื่อสารด้วยข้อมูลและทิศทางเดียวกัน อันเป็น”หัวใจ”ในการประสานงานและสร้างกำลังใจ ซึ่งก็จะต้องร่วมกัน จาก”สื่อมวลชน”นับร้อยๆ คน ที่ดูจะไร้ระเบียบในช่วงแรกๆ ก็สามารถปรับตัวยอมรับ ที่จะเข้าสู่ระเบียบแบบแผนและจริยธรรม เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แสดงความรับผิดชอบอย่างพร้อมพรักต่อส่วนรวม
นับเป็นเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อช่วยเด็กๆ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานของตนเองให้รอดพ้นจากอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตในถ้ำมืด ซึ่งหล่อหลอมมาจากความเห็นอกเห็นใจ เมื่อนึกถึงลูกหลานตนเองและญาติพี่น้อง หากตกอยู่ในสภาพตกทุกข์ได้ยากเช่นนั้น
สิ่งนี้กลายเป็น”ศูนย์รวม”ที่ดึงดูดให้เกิดความสามัคคี ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
ความสามัคคีนั้นปรากฏออกมา ด้วยการแสดงออกของคนไทยทุกคนทางวาจา ที่จะต้องพูดถึงด้วยความห่วงใยหมายเพียงให้เด็กๆ รอดชีวิต
หรือด้วยทางปฏิบัติ คือการไปช่วยเหลือโดยตรง เช่นกรณี นักเก็บรังนกจากจังหวัดตรังกลุ่มหนึ่ง เดินทางไปช่วยเจ้าหน้าที่ปีนเขาสำรวจโพรง หมายเจาะทะลุเข้าไปเพื่อติดต่อกับเด็กติดถ้ำ
หรือด้วยการส่ง”รถนาค”สูบน้ำขนาดยักษ์จากนครปฐมซึ่งมีประสิทธิภาพสูง ไปช่วยผันน้ำจากถ้ำในระยะไกลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
หรือการบริจาคอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องใช้ ในการดำน้ำของบริษัทห้างร้านและการไฟฟ้าฝ่ายต่างๆ
หรือแม้แต่การที่นานาชาติจากทั่วโลกส่งทีม”กู้ชีวิต”ไปร่วมช่วยเหลือไม่ว่าจะจากชาติไหนๆ ก็ตาม
ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวคือ”สามัคคีธรรม”ที่ปรากฏขึ้นมาเองในความรับผิดชอบต่อ”มนุษยชาติ”ด้วยกัน โดยไม่ต้องร้องขอ ทั้งในระดับเอกชนและรัฐ ซึ่งไม่คำนึงถึงความแตกต่างในด้านลัทธิความเชื่อใดๆ
สรุปแล้ว”สามัคคีธรรม”ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน กล่าวคือไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือในระดับสากล ล้วนอุบัติขึ้นมาจากความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์ โดยไร้อคติใดๆ มาบดบัง
ดังนั้น ความปรารถนาดีที่จะช่วยเด็กจึงเกิดขึ้นจากทุกๆ ฝ่าย โดยไม่มี”ความแตกต่าง”ในความเชื่อความศรัทธามาเกี่ยวข้อง
ไม่มีเรื่อง”สีเสื้อ”เข้ามาเกี่ยวข้อง
ไม่เช่นนั้น ชาวนา หลายคน ณ พื้นที่รอบๆ ถ้ำหลวง คงไม่จะพูดว่า ”ถึงน้ำที่ผันออกมา จะท่วมนาข้าวไปหมดก็ยอม เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเด็กๆ”
ถือว่าเป็นปรากฏการณ์”เอกสามัคคี”ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเมืองไทย
ข้อเท็จจริงต่อมาก็คือ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯประกาศแล้วว่า จะเยียวยาด้วยการทดแทนค่าเสียหายแก่ชาวนาไร่ละ ๑,๑๐๐ บาท เพียงแต่จะต้องไปแจ้งและลงทะเบียนความเสียหายต่อทางจังหวัด
จึงเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่า ความเห็นอกเห็นใจของมนุษยชาติ สามารถสร้าง”สามัคคีธรรม”ขึ้นได้อย่างทรงพลังและน่าพิศวง
จึงใคร่เรียนถามรัฐบาลว่า จะมีวิธีการใดบ้างไหม ที่จะนำเอามาสร้าง”สามัคคีธรรม”ให้เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยของไทย
เพราะดูเหมือนว่าความพยายามสร้าง”ความปรองดอง”ที่พูดถึงกันบ่อยๆนั้น ไม่น่าจะบรรลุถึงเป้าประสงค์ ตามที่หวังเสียแล้ว
ดังนั้น คนไทยเราสมควรช่วยกันรังสรรค์ประชาธิปไตยเสียใหม่ โดยการปลุกระดมจิตสำนึก”สามัคคีธรรม”ร่วมกันเยี่ยงนี้ ชาติจึงจะไปรอด

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *