INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านว่าด้วยนิวเคลียร์

ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านว่าด้วยนิวเคลียร์
จรัญ มะลูลีม

ในที่สุดทรัมป์ผู้นำของสหรัฐก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอิหร่านอีกครั้งว่าด้วยข้อตกลงนิวเคลียร์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม (2017) ที่ผ่านมา
ทรัมป์กล่าวอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์เช่นเคยในวันที่ 13 ตุลาคม ว่าเขาได้ยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ฝ่ายบริหารของโอบามาพร้อมๆ ไปกับรัฐบาลอีกห้าประเทศที่ทำกับอิหร่านแล้ว แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะได้มาด้วยความยากลำบากก็ตาม
ทรัมป์ประกาศว่าเขาไม่ให้การยอมรับว่าอิหร่านได้ทำตามแผนปฏิบัติการณ์ที่ครอบคลุม (JCPOA) ที่ทำกับสหรัฐและอีกห้าประเทศ หลังจากมีการตกลงกันอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว
ในความเป็นจริงประธานาธิบดีจะต้องให้การยอมรับข้อตกลงนี้ในวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทรัมป์บอกว่าเขาได้กำชับฝ่ายบริหารของเขาให้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐสภาและพันธมิตรเพื่อนำเสนอว่าข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านมีความผิดพลาดอยู่อย่างรุนแรงเพื่อที่ว่ารัฐบาลอิหร่านจะไม่สามารถข่มขู่โลกด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้
ปฏิบัติการณ์ของทรัมป์ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐได้ถอนตัวออกมาจากข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญของเขาที่จะปูทางไปสู่การยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านและเริ่มนำเอาการแซงก์ชั่นอิหร่านกลับมาใช้อีกครั้ง
ในคำพูดของเขาทรัปม์ได้ใช้รูปแบบการพูดที่ขาดความน่าเชื่อถือเช่นเคยเพื่อร่ายถึงข้อตกลงอิหร่าน-สหรัฐโดยเรียกการตกลงครั้งนี้ว่าเป็นหนึ่งในความเลวร้ายที่สุดที่เป็นการแลกเปลี่ยนฝ่ายเดียวที่สหรัฐเคยกระทำลงไป
เขาบอกว่าฝ่ายอิหร่านได้มีข้อต่อรองอย่างมากเพื่อให้ข้อตกลงเหล่านั้นเป็นจริง เมื่อข้อตกลงมีการลงนามในปี 2015 ได้มีการแสดงความยินดีด้วยความกระตือรือร้นโดยชุมชนนานาชาติยกเว้นอิสราเอลและสหรัฐ รวมทั้งพันธมิตรที่ค้นพบใหม่ในโลกอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์
ในปัจจุบันเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่าอิหร่านเป็นประเทศที่มีความสำคัญประเทศเดียวในเอเชียตะวันตกหรือตะวันออกกลางที่ให้การสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และการสร้างรัฐปาเลสไตน์มาอย่างต่อเนื่องและด้วยความแข็งขัน
รัฐสภาสหรัฐซึ่งเต็มไปด้วยสมาชิกจากพรรครีพันลิกันต่างก็ต่อต้านข้อตกลงนิวเคลียร์ที่สหรัฐและประเทศตะวันตกทำกับอิหร่านกันอย่างท่วมท้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักในการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงดังกล่าว เวลานี้ทรัมป์จึงหาทางผลักดันให้ล้มเลิกขัอตกลงนี้เสีย
ฝ่ายรีพับพลิกันจำนวนมากเป็นกลุ่มคนที่มีความร่ำรวยและมีอิทธิพลอยูในกลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอล (pro-Israeli lobby) ในสหรัฐ
เบญจามิน เนทับยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลมีความพยายามมาตลอดที่จะหยุดยั้งข้อตกลงนิวเคลียร์ของสหรัฐและประเทศตะวันตกกับอิหร่าน เขาได้ไปพบทรัมป์ก่อนที่ความเคลื่อนไหวเรื่องนิวเคลียร์จะก่อตัวขึ้น
ทรัมป์ได้เลือก ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลเป็นประเทศแรกๆ ที่เขาจะติดต่อด้วยในช่วงที่เขาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีในเดือนมกราคม ปี 2017
ในคำพูดของทรัมป์ เขาเรียกร้องให้มีการตกลงโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่านเสียใหม่ให้เป็นไปตามแนวทางที่ว่าอิหร่านจะต้องหยุดยั้งอย่างถาวรในการทดลองจรวดและทำวิจัยด้านนิวเคลียร์ในอนาคต
จนถึงเวลานี้คำพูดต่อต้านอิหร่านของเขามีมากว่าประธานาธิบดีคนใดๆ ของสหรัฐ เป็นคำพูดที่ประกอบขึ้นจากอารมณ์และความไม่สมจริงโดยเฉพาะการต่อต้านประชาชานอิหร่านและผู้นำของพวกเขา
ทรัมป์อ้างออกมาต่อหน้าเลยว่าข้อตกลงกับอิหร่านทำเงินให้กับอิหร่านมากกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งัฐบาลอิหร่านสามารถนำเอาไปเป็นทุนให้กับผู้ก่อการร้าย
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเงินก้อนดังกล่าวเป็นสิทธิของอิหร่านและเป็นเงินที่มาจากประเทศอิหร่าน ซึ่งถูกอายัติเอาไว้ในธนาคารของตะวันตกโดยสหรัฐหลังจากชาฮ์ของอิหร่านถูกโค่นอำนาจในปี 1979 กองทุนดังกล่าวทรัมป์บอกว่าถูกใช้โดยรัฐบาลอิหร่านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งๆ ที่อิหร่านนำไปซื้อเครื่องบินจากฝรั่งเศสและสหรัฐนับร้อยๆ เครื่อง ทรัมป์อ้างว่าฝ่ายบริหารของโอบามาลงนามเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านในช่วงที่รัฐบาลอิหร่านกำลังจะล่มอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากการแซงก์ชั่นจากนานาชาติ
นับจากปี 1979 หรือหลังการปฏิวัติพบว่าอิหร่านยังไม่เคยก่อสงครามต่อต้านชาติใดๆ ให้เห็นเลย ในเวลาเดียวกันอิหร่านกลับตกเป็นเหยื่อความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการปฏิวัติตามแนวทางอิสลามในปี 1979 (Islamic Revolution of 1979)
ชาวอิหร่านนับล้านคนต้องจบชีวิตลงในสงครามแปดปีอิรัก-อิหร่านในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งสงครามครั้งนี้ถูกหนุนหลังโดยสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย
เมื่อมีการลงนามว่าด้านนิวเคลียร์แล้วอิหร่านก็ถอยออกมากหนึ่งก้าวจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำระเบิดปรมณูตามที่บางประเทศกล่าวอ้าง อิหร่านมียูเรเนียมมากพอสำหรับทำระเบิดปรมณูภายในไม่กี่สัปดาห์
เมื่อผู้นำคนใหม่ฮาซัน โรฮานีที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีขึ้นมาสู่อำนาจเขาเริ่มรณรงค์อย่างจริงจังกับสหรัฐและกลุ่ม P5 (คระมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติห้าประเทศ) บวกเยอรมนีในเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์
ในช่วงเวลาที่มีการตกลงกัน ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอะยาตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) และนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมได้เตือนมาแต่แรกแล้วว่าไม่อ้างวางใจสหรัฐได้ในประเด็นเรื่องนิวเคลียร์
ทบวงพลังปรมณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนิวเคลียร์และรัฐบาลต่างๆ ของประเทศตะวันตกต่างก็พูดว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามทุกรูปแบบของข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีความสลับซับซ้อน
ตามคำกล่าวของยูกิตา อมาโน (Yukiya Amano) เลขาธิการของ IAEA อิหร่านเป็นประเทศที่ปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งร่วมทำกับสหรัฐและประเทศตะวันตกที่มีความสำคัญ
นอกจากนี้อิหร่านในฐานะประเทศที่ลงนามการไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ (NPT) ถูกห้ามจากการได้มาของอาวุธนิวเคลียร์
ผู้นำอิหร่านรวมถึงผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ อะยาตุลลอฮ์ อะลี คอมาเนอีได้ย้ำอยู่เสมอว่าอิหร่านไม่มีความสนใจที่จะได้มาซึ่งอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณถืงกับพูดว่าการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นปฏิบัติการที่ไม่ใช่อิสลาม (Un-Islamic)
ในเวลานี้อาจกล่าวได้ว่าลูกบอลได้เข้าไปอยู่ในรัฐสภาของสหรัฐเรียบร้อยแล้วหลังจากทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การยอมรับว่าอิหร่านทำตามข้อตกลง
ถึงเวลานี้สภาของสหรัฐจะต้องตัดสินแล้วว่าจะยอมรับข้อตกลงหรือรื้อการแซงก์ชั่นขึ้นมาใช้ใหม่ภายใน 60 วัน
รัฐบาลของอังกฤษฝรั่งเศสและเยอรมนีรวมทั้ง NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐได้เร่งกันออกแถลงการณ์ด่วนเรียกร้องสหรัฐให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการทูตที่ใช้มายาวนานถึง 13 ปี
Peter Witting เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำสหรัฐกล่าวว่าการตัดสินใจในฝ่ายบริหารของทรัมป์จะเป็นการส่งสัญญาณว่าการทูตเป็นเรื่องของความเชื่อถือไม่ได้และจะทำให้ข้อตกลงทางการทูตไม่ได้รับความเชื่อถือในตะวันออกกลาง เขาเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกับความน่าเชื่อถือต่อตะวันตกเมื่อไม่มีการให้เกียรติข้อตกลงที่อิหร่านไม่ได้ละเมิดแม้แต่น้อย
EU เสนอว่า JCPOA ปฏิบัติงานผ่านมติของคณะมนตรีสหประชาชาติ ในกรณีนี้ดูเหมือนสหรัฐมุ่งที่จะก่อวินาศกรรมต่อข้อตกลง TCPOA
รัสเซียและจีนก็ได้เรียกร้องให้สหรัฐกระทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์
Sergei Lovrov รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียได้ตั้งคำถามถึงสิทธิตามกฎหมายของสหรัฐที่จะฝืนข้อตกลงที่ทำกันไว้
เขาเตือนฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่า JCPOA ได้รับการยอมรับจากมติของคณะมนตรีความมั่นคงและเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องนำมาใช้
ท้ายที่สุดหากว่าสหรัฐปฏิเสธข้อตกลงนิวเคลียร์ ประชาคมระหว่างประเทศก็มีสิทธิที่จะกล่าวว่าสหรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการทำให้ข้อตกลงดังกล่าวต้องล่มลง
รัฐบาลอิหร่านกล่าวว่าหากสหรัฐนำเอาการแซงก์ชั่นอิหร่านมาใช้อีก สหรัฐก็ต้องรับผิดชอบในการละเมิดแผนปฏิบัติการณ์ที่ตกลงกับอิหร่านว่าด้วยการยุติโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) ซึ่งเวลานี้สหรัฐก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวแต่ฝ่ายเดียว
เวลานี้พันธมิตรสำคัญของสหรัฐได้เริ่มทำธุรกิจกับอิหร่านโดยพร้อมหน้าแล้ว และมีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่าถ้าสหรัฐนำเอาการแซงก์ชั่นอิหร่านมาใช้อีก การแซงก์ชั่นจะส่งผลจำกัดในเวลานี้เป็นอย่างมาก
มุฮัมมัด ญาวาด ชารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านบอกว่าอิหร่านจะคงยึดมั่นกับข้อตกลงหากว่าสหภาพยุโรปหรือผู้ลงนามอื่นๆ ยึดมั่นกับข้อตกลงที่ทำไว้
เขากล่าวว่าเขาได้รับการยืนยันจากรัฐบาลต่างๆ ของสหภาพยุโรปว่าพวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลง
เขากล่าวต่อไปอีกว่าประเทศยุโรปทั้งหลายได้บอกฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่าอย่าทำให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำกับอิหร่านต้องมาหยุดชะงักลง
ประเทศยุโรปมีความโกรธเคืองฝ่ายบริหารของทรัมป์มาก่อนหน้านี้แล้วในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการตัดสินใจออกมาจากข้อตกลงเรื่องภูมิอากาศตามข้อตกลงปารีส (Paris climate accord)
หลังจากลงนามเรื่องนิวเคลียร์แล้วสหภาพยุโรปต่างก็แสดงตนเองว่าต้องการเป็นคู่ค้าขนาดใหญ่กับอิหร่านเกือบทั้งสิ้น
สหภาพยุโรปมีความสนใจที่จะทำธุรกิจกับอิหร่านเนื่องจากเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นเศรษฐกิจผสมและเป็นเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนผ่าน โดยมีเศรษฐกิจภาคสาธารณะขนาดใหญ่ ทั้งนี้ร้อยละ 60 ของเศรษฐกิจได้รับการวางแผนมาจากส่วนกลาง โดยการผลิตน้ำมันและก๊าซ จะเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งนี้โรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 40 แห่งจะเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่กับตลาดหุ้นเตหะราน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดของโลก เมื่อหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยจำนวนร้อยละ 10 ของน้ำมันสำรองที่ได้รับการยอมรับและร้อยละ 15 ของก๊าซ อิหร่านได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านพลังงาน (energy superpower) ของโลก
อิหร่านเป็นประเทศที่มีพลังซื้อที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 18 ของโลก และมีผลิตภัณฑ์รวม อยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก เป็นสมาชิกของกลุ่ม 11 ประเทศที่รวมตัวกันทางเศรษฐกิจที่รู้จักกันในชื่อNex Eleven อันเนื่องมาจากศักยภาพ และการพัฒนาที่ก้าวหน้า ลักษณะเด่นของเศรษฐกิจของอิหร่านก็คือการมีอยู่ของมูลนิธิทางศาสนาต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่มีชื่อว่าบอนยาด (Bonyad) โดยมีงบประมาณร่วมกันมากกว่าการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางถึงร้อยละ 30
การส่งออกน้ำมันและก๊าซถือเป็นการส่งออกที่ใหญ่ที่สุด และเป็นรายได้หลักของรัฐบาล ใน ค.ศ. 2010 รายได้จากการส่งออกน้ำมันทำให้อิหร่านมีเงินสำรองต่างประเทศกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐใน ค.ศ. 2010 อิหร่านเติบโตด้านวิทยาศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งของโลกใน ค.ศ. 2011 และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนารวดเร็วที่สุดของโลกในด้านการติดต่อสื่อสาร
การค้าของสหภาพยุโรปกับอิหร่านพุ่งสูงขึ้นไปร้อยละ 58 ในปี 2016 และพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยละ 94 ในครึ่งปีแรกของปี 2017หลังการยกเลิกการแซงก์ชั่น การค้าทวิภาคีระหว่างสหภาพยุโรปกับอิหร่านมีจำนวนเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้ หากทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน มันก็จะส่งผลกระทบไม่มากนัก
ในความเป็นจริงทบวงปรมณูสากล (IAEA) ต่างหากที่จะเป็นผู้รับผิดชอบและให้การยอมรับและติดตามดูว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่
ประเทศต่างๆ ที่อยู่ในตะวันตกและที่อยู่นอกตะวันตกต่างก็หวาดกลัวว่าปฏิบัติการของทรัมป์จะเป็นบทนำไปสู่การพัฒนาความขัดแย้งกับอิหร่านให้ขยายกว้างออกไป
ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลได้กระตุ้นสหรัฐมาเป็นเวลายาวนานให้เปลี่ยนรัฐบาลของอิหร่านเสียด้วยการใช้กำลัง แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้น
กลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอลในสหรัฐเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในการผลักดันให้สหรัฐเข้าไปรุกรานอิรัก แต่ไม่สำเร็จในการเข้าไปเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซีเรีย
ซีเรียอิรักและอิหร่านเป็นสามประเทศที่ยืนหยัดสนับสนุนการปลดปล่อยปาเลสไตน์จากกับอิสราเอลผู้เข้ายึดครองดินแดนของพวกเขามามากกว่าครึ่งศตวรรษ และเรียกร้องให้มีการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ที่ชอบธรรมขึ้นมา
สมาชิกสภาของสหรัฐบางคนได้วิพากษ์ฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่าสร้างข้อมูลไม่น่าเชื่อถือขึ้นมา เพื่อปรักปรำอิหร่านพร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐกำลังละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านด้วยความคิดที่จะทำสงครามกับประเทศนี้ในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในทางเศรษฐกิจของอิหร่านได้แก่การยุติการแซงก์ชั่นจากนานาประเทศ ทั้งนี้การแซงค์ชั่นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจากนานาประเทศได้ยุติลงเมื่อวันที่ 17 มกราคม ปี 2016 หลังจากทบวงปรมณูสากล (International Atomic Energy Agency) หรือ IAEA ประกาศว่าอิหร่านได้ทำตามข้อตกลงทุกข้อที่มีขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2015 กับสมาชิกถาวร 5 ชาติของสหประชาชาติ (P5) กับอีกหนึ่งประเทศหรือที่เรียกว่า P5+1 ซึ่งก็ได้แก่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียจีนและเยอรมนี การยกเลิกการแซงก์ชั่นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านดังกล่าวทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างครอบคลุมอีกครั้งใน ปี 2016 ที่ผ่านมา

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *