ธรรมชาติและเลี้ยงดู

ธรรมชาติและเลี้ยงดู
ความเป็นผู้นำแบบเบ้าหลอมและทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่แสดงปลายสุดของแนวต่อเนื่อง “ธรรมชาติและเลี้ยงดู” ภายในการพัฒนาความเป็นผู้นำ ในขณะที่
ปลายสุดหนึ่งยืนยันว่าผู้นำถูกกำเนิดโดยพรหมลิขิต และอีกปลายสุดหนึ่งยืนยันว่าผู้นำได้ถูกสร้่างผ่านทางช่วงเวลายุ่งยากที่สุดของชีวิตทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ – ธรรมชาติ – ยืนยันว่าผู้นำถูกกำเนิดด้วยคุณลักษณะธรรมชาติื สอน
ไม่ได้ ความเป็นผู้นำเเบบเบ้าหลอม – เลี้ยงดู – ยืนยันว่าผู้นำได้ถูกสร้างผ่านทางประสบการณ์ชีวิตการเปลี่ยนเเปลงที่เข้มข้นที่มักจะเป็นบาดแผลสร้างคุณลักษณะ และความสามารถของความเป็นผู้นำ ที่มันได้แสดงมุมมองพื้นฐานแตกต่างกันสองอย่าง ต่อต้นกำเนิด และการพัฒนาของความเป็นผู้นา
มุมมองแรกมุ่งที่ธรรมชาติและพรหมลิขิต – ผู้ยิ่งใหญ่ – มุมมองที่สอง มุ่งที่การเลี้ยงดูผ่านทางความทุกข์ยาก – เบ้าหลอม –

ต้นกำเนิดของการถกเถียง “ธรรมชาติและการเลี้ยงดู” ภายในความเป็นผู้นำย้อนหลังไปยังทฤษฎีศตวรรษที่ 19 ถูกอิทธิพลอย่างมากโดยทฤษฎี
ผู้ยิ่งใหญ่ของโทมัส คาร์ไลน์ และการศึกษากรรมพันธุ์ของฟรานซิส แกล
ตัน นักคิดทั้งสองสนับสนุนอย่างมากต่อข้อยืนยันธรรมชาติที่เสนอแนะว่า
“ผู้นำถูกกำเนิด ไม่ได้สร้าง”ครอบครองคุณลักษณะโดยกำเนิดสืบทอดมา
และสอนไม่ได้ ทำให้พวกเขาอยู่เหนือมวลชน พวกเขาเป็นบุุคคลที่สำคัญ
ภายในการสร้างอุดมการณ์ “ผู้นำโดยกำเนิด” นี้ที่ได้สร้างรากฐานทฤษฎี
ผู้ยิ่งใหญ่ “Heroes and Hero Worship” ของโทมัส คาร์ไลน์ ริเริ่มทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ในขณะที่ “Hereditary Genius” ของ ฟรานซิส แกลตัน ให้การ
หนุนหลังทางวิทยาศาสตร์ เสนอแนะว่าความเป็นผู้นำได้ถูกสืบทอดกันมา บุกเบิกทฤษฎีเชิงคุณลักษณะของความเป็นผู้นำ
ฟรานซิส แกลตัน ผู้รอบรู้ชาวอังกฤษ ญาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้สร้างและนิยมแพร่หลายถ้อยคำว่า “ธรรมชาติและการเลี้ยงดู”ได้อธิบายกรรม
พันธุ์จะมีอิทธิพลต่อความฉลาดและฐานะทางสังคม มันได้กลายเป็นกรอบรากฐานเพื่อความเข้าใจต้นกำเนิดของความเป็นผู้นำอย่างรวดเร็ว เขาเป็นท่ามกลางบุคคลเเรกที่ได้ประยุกต์ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และสถิติต่อ
ความเป็นผู้นำ ภายในผลงาน 1869 ของเขา “Herediy Genius” เขาศึกษาต้นไม้ครอบครัวของผู้ยิ่งใหญ่พิจารณาประวัติครอบครัวของพวกเขาที่จะพิจารณาคุณลักษณะความเป็นผู้นำถูกสืบทอดหรือไม่ เขายืนยันว่าความสามารถทางความคิดและคุณลักษณะของความเป็นผู้นำได้สืบทอดเหมือนกับคุณลักษณะทางร่างกาย
โดยการศึกษาครอบครัวของตุลาการ รัฐบุรุษ ผู้บัญชาการทหารที่บรรลุ
ความสำเร็จ เขาได้สรุปว่าอัฉริยะถ่ายทอดทางสายเลือด การเสนอแนะว่า
ความเป็นผู้นำเป็นกรรมพันธุ์ เขาเชื่อว่ผู้นำที่มีประสิทธิภาพจะครอบครอง
คุณลักษณะทางร่างกายและจิตใจ แยกพวกเขาออกมาจากประชาชนโดยทั่วไป เขาสันนิษฐานว่าความเป็นผู้นำเป็นคุณลักษณะทางกรรมพันธุ์ ถ่าย
ทอดลงมา ผ่านทางครอบครัว ผลงานของเขาได้วางรากฐาน เพื่อการวิจัยความเป็นผู้นำมายาวนาน มุ่งเน้นคุณลักษณะเช่นความฉลาด การครอบงำ และความเชื่อมั่นตัวเอง แต่กระนั้นความคิดของเขาเป็นรากฐานของสุพันธุศาสตร์ด้วย การเคลื่อนไหวที่สนับสนุนเพื่อ “การปรับปรุง” เผ่าพันธุ์มนุษย์ ผ่านทางการคัดเลือกพันธุ์
ฟรานซิส แกลตัน ได้สร้างถ้อยคำ สุพันธศาสตร์ มาจากภาษากรีก แปลว่า “กำเนิดที่ดี” อธิบายวิทยาศาสตร์ของการปรับปรุงทุนมนุษย์ โดยการควบคุมการสืบพันธุ์ที่จะส่งเสริมสายเลือดที่ดีกว่า ด้วยแรงบันดาลใจจาก
ทฤษฎีวิวัฒนาการของชารลส์ ดาร์วิน แกลตันได้ยืนยัันว่าการสืบพันธุ์ของ
มนุษย์สามารถมีอิทธิพลที่จะยกระดับคุณลักษณะเหมือนกับการผสมพันธุ์ของสัตว์ เขาห่วงใยเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของมนุษย์เชื่อว่าคุณลักษณะทางความฉลาดและสังคมได้ถูกสืบทอดกันมา เขามุ่งหมายที่จะกระตุ้นผู้มีควาสามารถสูงที่จะมีลูกมากขึ้นเกรงกลัวว่าสังคมทำให้ผู้ที่ไม่เหมาะสมสืบ
พันธุ์มากกว่าผู้ที่เหมาะสม
เยอรมันได้คู่้ทียบต่อสุพันธ์ศาสตร์ ด้วยถ้อยคำว่าสุขอนามัยทางเชื้อชาติ ได้ถูกพัฒนาเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ที่ได้ถูกดึงมาโดยตรงจากความคิดขอฟรานซิส แกลตัน รัฐบาลนาซีได้ถ่ายทอดทฤษฎีเหล่านี้ไปสู่นโยบายของรัฐดำเนินการการทำหมันบังคับบุคคลมากกว่า 400000 คน การฆ่าบุคคลอย่างน้อยที่สุด 75000 คนที่ดูเหมือน ไม่คุ้มค่าแห่งชีวิต ฟรานซิส แกลตัน เชื่อว่า การผสมพันธุ์ สร้างผู้นำที่ดีขึ้นถ้าสังคมสามารถระบุและกระตุ้นการผสมพันธุ์ของบุคคลด้วยคุณลักษณะทางความคิดและร่างกายที่เหนือกว่า พวกเขาสามารถสร้างผู้นำที่ดีขึ้นและปรับปรุงเชื้อชาติมนุษย์ สังคมควรจะกระตุ้นการแต่งงานระหว่างบุคคลที่มีพรสวรรค์บรรลุความสำเร็จสูง มั่นใจว่าความสามารถทางความเป็นผู้นำขยายเผ่าพันธ์ต่อไปแก่รุ่นในอนาคต
ทฤษฎีของเขามุ่งหมายที่จะปรับปรุงคุณลักษณะทางเชื้อชาติขอวรุ่นในอนาคต ด้วยการกระตุ้นการผสมพันธ์ของผู้ที่เหมาะสมและขัดขวางผู้ที่ไม่เหมาะสม เขาได้ระบุ ผู้ที่เหมาะสมเป็นบุคคลด้วยความคุ้มค่าของพลเมืองที่สูง หรือคุณลักษณะทางร่างกายและความคิดที่ต้องการ เมื่อ ค.ศ 1920 สุพันธุศาสตร์ เป็นการเคลื่อนไหวของโลก ด้วยการสนับสนุนจากผู้นำที่มี
ชื่อเสียงภายในอเมริกาและยุโรป รวมถีงธีโอดอร์ รูสท์เวลท์ เเละวินสตัน เชอร์ชิลล์ มันมีอิทธิพลต่อนโยบายการเลือกปฏิบัติ เช่น กฏหมายคนเข้าเมืองของอเมริกา
ความคิดของฟรานซิส เเกลตันได้ถูกใช้ในทางที่ผิดอย่างหนักโดยนาซีภายในเยอรมัน ใช้สุพันธุศาสตร์บังคับการทำหมัน และในที่สุดการฆ่าล้าง
เผ่าพันธุ์ โฮโลคอสท์ นำการเคลื่อนไหวไปสู่การเสื่อมเสียชื่อเสียงระหว่างสงครามโลกครั่งที่สอง สุพันธุศาสตร์ของฟรานซิส แกลตันมีอิทธิพลอย่าง
มากต่อนโยบายเชื้อชาติของนาซี เยอรมัน ทฤษฎีของเขาเกี่ยวกับอัฉริยะทางกรรมพันธุ์ และการผสมพันธ์ที่ดีกว่า ที่ได้ให้วิทยาศาสตร์แม้ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์เทียม การอ้างเหตุผลความพยายามของนาซีสร้างอารยันเผ่าพันธุ์นายและตามมานโยบายสุขศาสตร์ทางเชื้อชาตินำไปสู่ความตายของ
พวกเขา
อุดมการณ์ของนาซีมองชาวยิว และเชื้อชาติอื่น ไม่พียงแค่จะต่ำต้อยกว่า แต่เป็นการคุกคามทางชีววิทยาต่อสุขภาพเผ่าพันธุ์นายของเยอรมัน ที่การฆ่าล้างผ่าพันธุ์ ถูกสร้างกรอบเป็นมาตราการจำเป็น เพื่อการปรับปรุงสาย
พันธุ์มนุษย์ แพทย์เยอรมัน ได้มีส่วนร่วมอย่างมากภายในการวางแผน และ
การดำเนินการสิ่งเหล่านี้ ด้วยประมาณ 45% เข้าร่วมพรรคนาซี อัตราสูงที่
สุดของวิชาชึพใดก็ตาม ความเชื่อว่าชีวิตบางชีวิต ไม่คุ้มค่าของชีวิตพาไปสู่การทำลายล้างอย่างมีระบบชายยิวประมาณหกล้านคนที่ดูเหมือต่ำต้อยทางเชื้อชาติ เอสเอส นำโดยไฮริช ฮิมม์เลอร์ ได้กระทำเป็นหัวหอกการคัดเลือกพันธุ์มนุษย์ สรรหานักชีววิทยาเพื่อที่จะมั่นใจว่าผู้มีเชื้อสานอร์ดิคเเท้เท่านั้น รับใช้และพยายามผสมพันธุ์เผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่าผ่านทางโครงการอย่างเช่นน้ำพุแห่งชีวิต

ภายในผลงาน 1841 ของเขา “On Heroes, Hero-Woreship, and the Heroic in History” โทมัส คาร์ไลน์ ได้นิยามทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่โดยการ
กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์ของโลกเป็นชีวะประวัติของผู้ยิ่งใหญ่” อภิปรายว่าผู้นำที่แท้จริงถูกกำเนิดด้วยคุณลักษณะผิดธรรมดาโดยธรรมชาติ ทำ ให้พวกเขาได้สร้างเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โทมัส คาร์ไลน์ ได้แยกประเภทผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้เป็นหกระดับบนพื้นฐานอิทธิพลของพวกเขา
*เทพเจ้า
วีรบุรุษถูกรับรู้เป็นพระเจ้าหรือครึ่งเทพเจ้า แสดงรูปเเบบตำนานเริ่มแรกที่สุดของความเป็นผู้นำ ตรงที่วีรบุรุษถูกบูชาเป็นพระเจ้่า นำความจริงราก
ฐานต้นกำเนิดมาสู่มนุษย์ เช่น โอดิน
*ศาสดา
ผู้นำที่นำข่าวสารแรงบันดาลใจของเทพเจ้า กระทำด้วยความจริงใจที่เข้มข้นที่จะระบุใหม่ความศรัทธา และสังคม เปลี่ยนแปลงจิตวิญญาน และมักจะเป็นเส้นทางการเมืองของสังคมผ่านทางความศรัทธา เช่น มูฮัมมัด
*นักกวี
ผู้นำที่มองเห็นความสวยงามของเทพเจ้าและความจริงภายในโลก แปลความหมายโลก ผ่านทางความเข้าใจอย่างลึกซึ้งสร้างสรรค์ จินตนาการ เปิดเผยความสวยงามของเทพเจ้าภายในความเป็นจริงของโลกมีอิทธิพล
ต่อวัฒนธรรมและความเข้าใจของมนุษย์ผ่านทางศิลปะ เช่น เชคเปียร์
*นักบวช
ผู้นำทางจิตวิญญานที่ต่อสู้เพื่อความจริง เอาชนะการทุจริตและความวุ่น
วายที่จะรักษาระเบียบ ใช้ความเชื่อมั่น ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมต่อสู้วิถีทางจิตวิญญานที่ผิด ที่จะรักษาความจริงและระเบียบภายในศาสนา เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิงก์
*นักปราชญ์
ผู้นำที่มีอิทธพลต่อประวัติศาสตร์ผ่านทางการเขียน ปัญญา ความคิด ไม่
ใช่การบังคับบัญชาโดยตรง ผู้นำแห่งความคิดใช้วรรณกรรมและปัญญาที่จะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม เช่น รูสโซ
*กษัตริย์
ผู้นำแห่งการกระทำที่ครอบครองการบังคับบัญชาสูงสุด จุดสูงสุดขอความเป็นผู้นำ ครอบครองความเข้มแข็งที่จะบังคับบัญชาปกครอง และกำหนดระเบียบ และสร้างความเป็นจริงทางการเมืองโดยตรง เช่น นโปเลียน โบนาปาร์ท
ในขณะที่ทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่นิยมแพร่หลายเมื่อ ค.ศ 1800 รากฐานของมันอยู่ที่ประเพณีทางตำนานโบราณ ด้วยผลงานของพลูตาร์ช เขาจะเป็น
นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ผลงานของเขา “Parallel Lives” เป็นรากฐานของวรรณกรรมตำนาน ที่มักจะสอดคล้องกับจิตวิญญานของทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ พลูตาร์ช ได้ถูกพิจารณาเป็นผู้มาก่อนโบราณ ที่สำคัญต่อทฤษฎีผู้
ยิ่งใหญ่ ไม่เหมือนกับนักประวัตอศาสตร์สมัยใหม่ ที่มุ่งพลังทางเศรษฐกิจและสังคม พลูตาร์ช เชื่อว่าคุณลักษณะผู้นำที่ยิ่งใหญ่จะเป็นแรงขับเคลื่อน
พื้นฐานของประวัติศาสตร์
ด้วยการเปรียบเทียบผู้นำกรีกกับผู้นำโรมัน เช่น อเลกซานเดอร์ มหาราช
และจูเลียต ซีซาร์ พลูตาร์ช มุ่งหมายที่จะแสดงคุณธรรม และความชั่วร้ายเฉพาะที่ระบุความเป็นผู้นำของพวกเขาพลูตาร์ชมองประวัติศาสตร์เป็นเวที ตรงที่คุณธรรมและความชั่วร้ายของผู้นำกำลังแสดงอยู่ กำหนดโชคชะตา
ของประเทศใช้ชีวิตของผู้นำเช่นอเลกซานเดอร์มหาราช และจูเลียต ซีซาร์
ที่จะให้โมเดลเพื่อการเลียนแบบ ผู้มาก่อนโดยตรง ต่อความเชื่อของโทมัส
คารฺไลน์ “ประวัติศาสตร์ของโลกเป็นชีวะประวัติของผู้ยิ่งใหญ่” เรื่องราวของพลูตาร์ช อย่างเช่นอเลกซานเดอร์ มหาราช และจูเลียต ซีซาร์ กลายเป็นต้นแบบวีรบุรุษใช้โดยนักทฤษฎีศตวรรษที่ 19 พิสูจน์ว่่าความเป็นผู้นำเป็นพรสวรรค์เทพเจ้าโดยกำเนิด
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







