ร้อนๆหนาวๆ

ร้อนๆหนาวๆ
อยู่เชียงใหม่ ต้องมีเครื่องทำน้ำอุ่น จำเป็นมากๆ เพราะอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งเครื่องนี้ จะต้องต่อน้ำจากแท้ง เพื่อให้มีความแรงของน้ำเพียงพอสำหรับการทำงานของมัน และน้ำในแท้งที่อยู่กลางแจ้งเจออากาศเย็นโดยเฉพาะในหน้าหนาว ก็จะเย็นมากๆ เมื่อผ่านเครื่องทำน้ำอุ่น ถึงไม่ค่อยร้อน ต้องพยายามเปิดค่อยๆน้ำน้อยๆ ก็ร้อน พอใช้ได้
อากาศที่เชียงใหม่เริ่มอุ่นขึ้น แต่ระยะต่อไป จะหนาวขึ้นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ผจญความหนาวที่ผ่านมา ทำให้ ปวดหัวและรู้สึกเย็นๆอยู่ตลอดเวลา ยังคิดถึงอดีตในวันหนึ่งตอนค่ำๆ จำไม่ได้ว่าผ่านไปนานเท่าใด วันนั้นอากาศหนาวตามลักษณะภาคเหนือ ผมอยู่บ้าน กำลังอาบน้ำ ฟอกสบู่ยังไม่เสร็จ เกิดไฟดับ น้ำไม่ไหล(ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น) ตอนนั้น มีฟองสบู่เต็มตัว ต้องตัดสินใจนุ่งผ้าคะม้า วิ่งไปล้างสบู่ที่ก็อกหลังบ้านจากท่อประปาใช้ต่อสายยาง เย็นยะเยือกสั่นไปทั้งตัว พอเสร็จแล้ว ขึ้นมาใส่เสื้อผ้าอบอุ่น นั่งสักพักเดียว ไฟก็มาทันที
ที่อยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นในประเทศเรา ถ้าปิดประตูหน้าต่างให้หมด และมีเสื้อผ้าทำให้อบอุ่นเพียงพอ ก็พออยู่ได้ โดยเฉพาะตอนกลางวัน เมื่อมีแดดจัด ก็ทำให้ความหนาวเย็นบรรเทาลง แต่น้ำท่วมนี้ ทำร้ายผู้คน สิ่งของ บ้านเรือนต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นหายนะอย่างหนึ่ง
ตอนที่ทำงานอยู่กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งระยะเริ่มต้น อยู่ทำงานที่ต่างจังหวัด เป็นข้าราชการภูธร แล้วโอนย้ายมาสังกัดส่วนกลาง เมื่อมาอยู่กรมฯใหม่ๆ ได้มีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานประจำ คือติดตามสำรวจภัยธรรมชาติ หลายๆครั้งที่น้ำท่วมภาคอีสาน เพราะเป็นแอ่งกระทะ ทั้งนี้ มีนาข้าวเป็นแหล่งใหญ่ที่รองรับน้ำท่วม แต่ในปัจจุบัน น้ำท่วมทางภาคเหนือและภาคใต้ยิ่งหนักกว่าสมัยนั้นมาก ฝนคงตกหนักขึ้น เพราะสภาวะโลกร้อน มีการสะสมของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ กักเก็บเพิ่มความร้อนของแสงแดด ทำให้การระเหยของน้ำในมหาสมุทรเป็นก้อนเมฆหนาแน่น กลายเป็นพายุหนักที่รุนแรง ประกอบกับ ป่าไม้ที่เคยมีอยู่กระจายทั่วๆไป ก็ถูกถากถาง ตามเนินเขากลายเป็น รีสอร์ท และพื้นที่ปลูกพืช สมัยก่อน นั่งรถไปต่างจังหวัด มอง ๒ ข้างทางถนน จะเห็นนาข้าวเวิ้งว้าง ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำ ตอนนี้ลดลง แต่มีอาคารหรือโรงงานทั่วทุกภาคขึ้นมาแทนที่ สำหรับที่อยู่อาศัย มีหมู่บ้านใหม่ๆ เพิ่มจำนวนตามพลเมืองที่เพิ่มขึ้น ฉะนั้น น้ำฝนที่ตกมากกว่าแต่ก่อน ไม่มีแหล่งเก็บกัก หรือชะลอน้ำ จะไหลเร็วและแรงขึ้น จนเกิดภาวะน้ำท่วมในที่สุด
ที่ฝนเคยตกที่กรุงเทพฯ และทำให้น้ำท่วมเพราะระบายช้า ปริมาณฝนหนักๆ ก็ประมาณ ๑๐๐ กว่ามิลลิเมตร ที่ยังจำได้ แต่ที่หาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียงกับสงขลา เมื่อไม่นานมานี้ ฝนตกตั้ง ๔๐๐-๕๐๐ มิลลิเมตรหรือมากกว่านั้นในคราวเดียวกัน ก็คงต้องท่วมอยู่แล้ว และแถบนั้นเป็นแหล่งรับลมพายุฝนจากทะเลโดยตรง เมื่อเคลื่อนถึงแผ่นดินก็เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรเลย ภาคใต้จึงเจอแต่ฝนหนัก ความจริงแล้ว ประโยชน์จากการอยู่ใกล้ทะเล ถ้ามีการวางแผนสร้างทางระบายน้ำ เป็นคูคลองให้มากๆ น่าจะทำได้ คิดว่าถนนที่มีอยู่ ได้ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมแล้ว ต่อจากนี้ เป็นต้นไป จังหวัดที่น้ำท่วมบ่อยๆ น่าจะมีการสำรวจวางแผนทำคูคลองระบายน้ำให้มากๆ ควรสร้างถนนลอยฟ้าทางยาวๆในแหล่งน้ำท่วมซ้ำซาก คิดว่า เหตุการณ์ต่างๆได้เกิดขึ้นแล้ว คงต้องเกิดอีก ต้องคิดวางแผนให้อยู่รอดจากภัยธรรมชาติให้ได้
กลับมาคุยเรื่องอากาศที่หนาวเย็นในพื้นที่แถบภูมิภาคประเทศของเรานี้ ให้หนาวจัดยังไงยังพอทน ในหมู่บ้านที่ห่างไกล มีการก่อกองไฟ แล้วนั่งผิงไฟคุยกัน ยิ่งเพลิดเพลินกว่านั้น ถ้ามีการย่างข้าวโพด ปิ้งมันเทศ คงรู้จัก ข้าวจี่ของกินเล่นของคนเหนือ อิสาน ข้าวจี่คือข้าวเหนียวปั้น ถ้านั่งรอบกองไฟ อาจจะเสียบไม้ คล้ายหมูปิ้ง แล้วย่างไฟให้เหลือง ต่อจากนั้น อาจจะทาด้วยไข่และเกลือให้อร่อยยิ่งขึ้น กินและคุยกันไปให้เพลิดเพลิน ปัจจุบัน คงไม่มีกองไฟเพราะขาดแคลนไม้ฟืน เคยพบเห็นครอบครัวหนึ่งที่หนองคายและญาติที่อยู่ใกล้เคียง ตั้งเตาขนาดใหญ่หน่อย แล้วซื้อถ่านจากตลาดมาก่อไฟ ปิ้งมันเทศกินกัน ตั้งทีวีตรงระเบียงบ้าน ดูทีวี และคุยวิจารณ์กันไป ทำแบบนี้มาตลอดเวลาในฤดูหนาว
เมื่อายุมากขึ้น ต้องมาสัมผัสกับลมหนาวจัดๆ บางครั้งก็เกิดความทุกข์ เพราะบ้านที่สร้างอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ออกแบบให้ป้องกันความหนาวเย็น บางครั้ง นั่งอยู่ในบ้าน ยังหนาวกว่าข้างนอก เพราะตัวอาคารเก็บความเย็นไว้ ทำให้มีอาการทั้งไอ จาม เป็นระยะๆ และที่หนักกว่าอย่างอื่น คือเจ็บมือทั้ง ๒ ข้างเพราะมือแตก ต้องไปซื้อถุงมือยางที่ร้านขายยามาใช้เพื่อบรรเทา แก่ตัวแล้วผิวหนังบาง สวัสดีความหนาวครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๘







