ควันหลงหลังการหยุดยิง อิสราเอล-ฮามาส ตอนที่ 4

ควันหลงหลังการหยุดยิง อิสราเอล-ฮามาส ตอนที่ 4
จรัญ มะลูลีม
เมื่ออิสราเอลเพิ่มการถล่มกาซ่าและจำนวนพลเรือนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ไบเด็นได้สนทนากับ Netanyalu ทางโทรศัพท์โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลจากจรวดที่โจมตีไม่เลือก
นอกจากนี้ Biden ยังหยุดยั้งความพยายามของจีนและรัสเซียในคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติที่จะให้มีการหยุดยิง ยิ่งไปกว่านั้นสหรัฐได้ใช้อำนาจวีโต้ในสภาความมั่นคงถึง 42 ครั้งในรอบ 70 ปีและปกป้องการกระทำของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของคนสองล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นคนยากจน อันเป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดของฝ่ายฮามาสในฉนวนกาซ่า
เกือบสองในสามของประชาชนในกาซ่าลงทะเบียนในฐานะผู้ลี้ภัย คนที่ฉนวนกาซ่า 600,000 คนยังคงอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในกาซ่าเป็นเด็ก
ในการยิงตอบโต้เข้ามาในกาซ่าอิสราเอลยิงถล่มแม้แต่ค่ายผู้ลี้ภัย
อัตราคนว่างงานในกาซ่านั้นมีมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งสูงที่สุดในโลก ครึ่งหนึ่งของประชาชนที่นี่ขึ้นอยู่กับอาหารที่มาจากภายนอก
ปัญหาส่วนใหญ่ที่ชาวกาซ่า (Gazan) เผชิญอยู่ก็เนื่องมาจากการถูกปิดล้อมของอิสราเอลที่มีต่อชาวกาซ่า ซึ่งกลายเป็นคุกเปิดโล่งอย่างแท้จริง
ระบบการใช้น้ำและไฟฟ้าซึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ยังขาดแคลนจึงไม่น่าแปลกใจว่าในเวลาที่เกิดการโจมตีชาวกาซ่าก็ยิ่งขาดแคลนอย่างหนัก
Lym Hatings ผู้ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับชาวปาเลสไตน์ได้มาเยือนกาซ่าหลังจากการหยุดยิงจบลงแล้วกล่าวว่าการปิดล้อมที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ ควรจะถูกยกเลิกโดยทันทีและดินแดนของชาวปาเลสไตน์ควรได้รับอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์อยู่อาศัย และดินแดนของชาวปาเลสไตน์ควรรวมเข้ากับชาวปาเลสไตน์อื่นๆ
“ดิฉันได้เป็นประจักษ์พยานถึงความสิ้นหวังของครอบครัวต่างๆ ที่ถูกทำลายราบเรียบ” เธอกล่าว
จากการถล่มของอิสราเอล Lym Hastings กล่าวว่าเธอได้เห็นการทำลายล้างสาธารณูปโภคในกาซ่าด้วยตาตัวเอง รวมทั้งฝ่ายบริหารด้านการแพทย์ ท่อส่งน้ำ และโกดังด้านการทหาร
ความหวังที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปของ Natanyahu
กลุ่มก้อนผู้ต่อต้านอิสราเอลจากฮามาสได้ยิงจรวดเก่าแก่ของตนเข้าไปในนครเยรูซาเลม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม อันเนื่องมาจากปฏิบัติการณ์ของเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ใช้ความรุนแรงในนครเยรูซาเลมในอิสราเอลและในดินแดนยึดครองเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
จรวดส่วนใหญ่ที่มาจากกองกำลังฮามาสและอิสลามิก ญิฮาด หากไม่ตกลงบนทะเลทรายก็จะถูกประกบโดย Iran Dome หรือจรวดด้านขีปนาวุธที่อิสราเอลนำมาใช้
อย่างไรก็ตามมีจรวดจำนวนหนึ่งของฮามาสที่ทะลวงเข้าใส่ “Iron Dome” ได้บ้างเช่นเดียวกัน
เป็นไปตามคาด Natanyahu ได้ถือโอกาสนี้ออกคำสั่งให้ทิ้งระเบิดที่กาซ่าอย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็มีความระมัดระวังมิให้ทหารของเขาเข้าไปในที่อยู่อาศัยเหมือนกับในสองสงครามครั้งแรก
เขาไม่ต้องการให้เรือนร่างของทหารอิสราเอลถูกห่อหุ้นมาในถุงบรรจุศพในขณะที่เขาใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะได้อำนาจอย่างเต็มที่กลับมา แม้ว่าในที่สุดหลังการโจมตีฮามาสไม่กี่วันเขาก็ต้องสูญเสียตำแหน่งให้กับเนฟตาลีย์ เบน เนตต์ ผู้นำคนใหม่ที่สามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมืองได้รวมทั้งพรรคของชาวอาหรับอิสราเอล (R’aam) ที่นำโดยมันซูร อับบาส (Mansur Abbas) อันเป็นรัฐบาลที่เปราะบางอย่างยิ่ง
ผู้นำฮามาสในกาซ่าได้เตือนรัฐบาลอิสราเอลว่าฮามาสจะไม่ทำแค่ยืนดูอยู่เท่านั้น หากว่าชาวปาเลสไตน์ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำพิธีทางศาสนาอย่างสงบในมัสญิดอัก-อักซอ ในนครเยรูซาเลมในระหว่างเดือนเราะมะฏอนอันศักดิ์สิทธิ์ และหากรัฐอิสราเอลยังคงสนับสนุนให้มีการรื้อถอนที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ในดินแดนทางตะวันออกของนครเยรูซาเลม และส่วนอื่นๆ ของอิสราเอล รวมทั้งดินแดนที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองต่อไป
ในวันที่ 13 เมษายนซึ่งเป็นคืนแรกของเดือนเราะมะฏอน อันเป็นช่วงเวลา 27 วันก่อนที่จรวดลูกแรกจะยิงออกมาจากกาซ่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงได้เข้ามาที่อัล-อักซอ ซึ่งเป็นมัสญิดศักดิ์สิทธิ์แห่งที่ 3 ของมุสลิมในโลก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลได้ตัดเสียงการถ่ายทอดสดการละหมาดที่ปฏิบัติมาตลอดให้กับศรัทธาชนในเมืองลงด้วย
การกระทำที่ผิดกฎหมายและใช้ความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลนั้นไม่เป็นที่สงสัยเลยว่ามาจากคำสั่งที่เป็นไปในทางการเมืองและกฎหมายของ Netanyahu ที่ในเวลานั้นกำลังตกอยู่ในภาวะใกล้จะสูญเสียตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาไปทุกที
เหตุการณ์ในมัสญิด อัล-อักซอเกิดขึ้นในช่วงที่ Natanyuhu กำลังต่อสู้เพื่อการอยู่รอด การสูญเสียตำแหน่งนากยกรัฐมนตรีหมายถึงการที่เขาจะต้องได้รับการสอบสวนให้เร็วขึ้นในข้อหาคอรัปชั่นและเป็นไปได้ที่เขาจะถูกจองจำ
กรณีของชัยค์ ญัรเราะฮ์
ดังได้กล่าวมาบ้างแล้วว่ารัฐบาลอิสราเอลใช้ปฏิบัติการณ์ยั่วยุในมัสญิดอัล-อักซอด้วยการปิดประตูดามัสกัส ซึ่งถือเป็นประตูอันเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าไปละหมาดของชาวปาเลสไตน์เนื่องจากเป็นประตูทางเข้าหลักในนครเยรูซาเลม สถานที่ที่ชาวปาเลสไตน์มารวมตัวกันระหว่างเดือนเราะมะฏอน
ชาวปาเลสไตน์มองการกระทำของเจ้าหน้าที่อิสราเอลว่าเป็นเหมือนการตบลงบนใบหน้าของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง
ในเวลาเดียวกันได้มีการเคลื่อนไหว โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลเพื่อรื้อถอนบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ในเยรูซาเลมตะวันออกที่อยู่ติดกับชัยค์ ญัรเราะฮ์
ศาลสูงของอิสราเอลมีกำหนดที่จะตัดสินประเด็นนี้ในเดือนเมษายน แต่หลังจากการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์บนท้องถนนและสงครามต่อต้านอิสราเอลที่มาจากกาซ่า ศาลสูงจึงได้เลื่อนการรับฟังคดีออกไป
อย่างไรก็ตาม ชาวปาเลสไตน์ได้นำเอาเหตุการณ์ที่ชัยค์ ญัรเราะฮ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อนที่มัสญิด อัล-อักซอ และการปิดประตูดามัสกัสมาเชื่อมต่อกัน
กฎหมายของอิสราเอลอนุญาตให้ชาวยิวอ้างถึงดินแดนที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยเป็นเจ้าของมาก่อนการสถาปนารัฐยิวในปี 1948 ได้
คนปาเลสไตน์จำนวนมากจึงถูกบังคับให้ละทิ้งบ้านเรือนของตนเอง
ภายในอิสราเอลในเวลานั้น Netanyahu ได้สนับสนุนกลุ่มขวาจัดอย่างเช่น Torah Nucleus ให้เคลื่อนเข้าไปในตัวเมืองและชานเมืองที่มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง
ความรุนแรงจึงเกิดขึ้นในเมืองต่างๆ อย่างเช่น เมืองล็อค (Lod) ซึ่งม็อบชาวยิวเข้าโจมตีชาวปาเลสไตน์ และกรณีที่ม็อบชาวยิวประชาทัณฑ์ชาวปาเลสไตน์ก็ได้ถูกรายงานออกมาหลังจากการโจมตีที่กาซ่าเริ่มต้นขึ้น
จากแหล่งข่าวอย่าง The New York Times และหน่วยข่าวอื่นๆ พบว่าในวันที่ 21 เมษายน 2021 ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่อัล-อักซอ แค่สัปดาห์เดียวกลุ่มของยิวฝ่ายขวา ได้บีบให้ชาวปาเลสไตน์ที่หลงเหลืออยู่ในอิสราเอลออกไปจากประเทศนี้เสีย
กลุ่มยิวฝ่ายขวาได้มารวมตัวกันแล้วร่วมกันเดินผ่านนครเยรูซาเลมตอนกลางพร้อมกับตะโกนคำว่า “ความตายสำหรับชาวอาหรับ” พร้อมโจมตีชาวปาเลสไตน์ที่เดินอยู่ข้างทางเดิน
ในวันที่ 4 พฤษภาคม มุฮัมมัด ดีอีฟ ผู้นำทางทหารของฮามาสได้ออก “คำเตือนสุดท้าย” ให้อิสราเอลหยุดการรุกรานประชาชนของชัยค์ ญัรเราะฮ์
ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่แลเห็นได้ อิสราเอลเลือกที่จะไม่รับรู้การข่มขู่นี้ ดังนั้นฮามาสจึงก้าวเข้าสู่ความขัดแย้งกับอิสราเอลด้วยการยิงจรวดของตัวเองเข้าสู่อิสราเอล และได้รับการตอบโต้ตามมา จนทำให้ความขัดแย้งขยายตัวยาวนาน 11 วันก่อนจบลงด้วยการหยุดยิง





