INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (20)

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (20)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

โอ้เจ้าคนบาปทั้งหลาย จงขอลุแก่โทษและแสวงหาการอภัยโทษเถิด” นกแก้วกล่าวว่า “วันหนึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งจะต้องตายและเก่าก็จะ เปลี่ยนเป็นใหม่…….

 

เรื่องราวของสุลัยมานกับบิลกิส

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม เล่าเรื่องไว้ว่า “เมื่อสุลัยมานขึ้น ประทับบนบัลลังก์ บรรดานกที่ถูกมอบหมายจากอัลลอฮ์ไว้โดยเฉพาะ จะกางปีกเพื่อให้ร่มเงากับบรรดาผู้ที่อยู่ใกล้กับบัลลังก์ของท่าน มีนก กระรางหัวขวาน (ฮูโป)ตัวหนึ่งหายไป เป็นเพราะการขาดหายไป ของมัน แสงจากดวงอาทิตย์จึงส่องลงมายังสุลัยมาน ดังนั้นท่าน จึงเงยหน้าของท่านขึ้นมองดูช่องว่าง จึงพบว่าเจ้านกหัวขวานตัวนี้ หายไป ดังที่อัลลอฮ์ ตรัสไว้ในบทอัล นัมล์ ดังว่า

 

และพวกเขาได้ตรวจสอบบรรดานก แล้วจึงกล่าวว่า “ทำไม ฉันจึงมองไม่เห็นหกหัวขวาน หรือว่ามันเป็นผู้ที่ขาดหายไป ฉันจะต้องจัดการลงโทษมันอย่างแน่นอนที่สุดด้วยกับการ ลงโทษที่รุนแรงยิ่ง หรือไม่ก็ฆ่ามันเสีย หรือไม่มันก็ต้องนำ หลักฐานที่แจ้งชัดมาแสดง และมันก็ไปได้ไม่นาน และจึงกล่าวขึ้นว่า”ฉันล่วงรู้ถึงเรื่องที่ท่านไม่ล่วงรู้และฉันได้นำ เอาข้อมูลข่าวสารที่แน่นอนมาจากปีบา แน่แท้ฉันได้พบกับ สตรีนางหนึ่ง พระนางมีอำนาจปกครองเหนือพวกเขา และ พระนางได้รับความร่ำรวย และพระนางมีบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ฉันพบว่า พระนางและผู้คนของพระนางกราบไหว้ดวง อาทิตย์แทนอัลลอฮ์และ ซาตานได้ทำให้กิจกรรมของพวกเขา พวกเขาเอง และจง นั้นดูดีงามต่อพวกเขาเอง และจึงพันห่างพวกเขาออกไปจาก แนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้ดำรงอยู่บน ทางที่เที่ยงตรง ดังที่ว่าพวกเขา ไม่ได้ทำการเคารพภักดี ต่อพระเจ้า ผู้ทรงนำเอาสิ่งที่ซ่อนเร้นที่อยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดินมาปรากฏ และทรงรอบรู้ในสิ่งที่ท่านซ่อนเร้นและสิ่ง ที่ท่านเปิดเผย อัลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่น ใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงเป็นพระผู้อภิบาล ผู้ทรงเดชานุภาพ กษัตริย์ ตรัสว่า เราจะได้เห็นกันว่าเจ้าพูดความจริง หรือเป็นผู้มดเท็จ จงนำเอาสาส์นนี้ของข้าและไปส่งมอบให้กับพวกเขา และจง หันกลับมาจากพวกเขา และดูซิว่าพวกเขาจะ (ตอบกลับ)

 

มาอย่างไร” (27:20-27)

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม เล่าเรื่องไว้ว่า นกกระรางหัวขวานตัวนี้ กล่าวว่า “(บิลกีสราชินีแห่งชีบา)กำลังประทับอยู่บนบัลลังก์ที่อลังการ และข้าฯก็ไม่สามารถจะเข้าไปถึงตัวบัลลังก์ได้ดอก” สุลัยมานจึง กล่าวว่า“เจ้าจงโยนสาส์นนี้ ลงมาจากข้างบนของหลุมศพ” นก หัวขวานจึงบินกลับไป และโดยผ่านทางช่อไฟของราชินีบิลกิส จึงหย่อน สาส์นนั้นลงบนตักของพระนาง พระนางจึงอ่านสาส์นนั้นและจึงบังเกิด ความตระหนกและจึงจัดการรวมรวมบรรดาแม่ทัพนายกอง ดังที่ อัลลอฮ์ทรงกล่าวไว้ว่า

 

“นางกล่าวว่า โอ้ผู้เป็นหัวหน้า แน่แท้ได้มีสาส์นอันมีเกียรติ ฉบับหนึ่งส่งมาถึงข้า”

 

เมื่อว่าตามอะลี อิบนิ อิบรอฮีม มันเป็นสาส์นปิดผนึก มีการ เล่าขานมาจากอิมาม อัศศอดิกว่า “ถือเป็นความยิ่งใหญ่ของสาส์นจาก สุลัยมาน ที่ว่ามันจะต้องมีตราประทับของท่าน ดังนั้นบิลกิสจึงกล่าวว่า “แน่แท้มันมาจากสุลัยมาน และแน่แท้มันเป็นพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตายิ่งเสมอ จงอย่าได้ยกตนของเจ้า มาต่อต้านข้า และจงมาหาข้าด้วยการยอมจำนน นางจึงกล่าวขึ้นว่า “โอหัวหน้า พวกท่านมาอยู่ต่อหน้าของข้า” พวกเขาจึงกล่าวขึ้นวา เรามีพลกำลังและมีอำนาจอันเกรียงไกรแต่พระบัญชาเป็นของพระนาง ดังนั้นจงไตร่ตรองเถิดว่าพระนางจะมีบัญชามาอย่างไร

เชค อัฏตูซี เล่าเรื่องไว้ว่า แม่ทัพของราชินี บิลกิสมีจำนวน 312 นาย ผู้ซึ่งพระนางจะขอคำปรึกษาและแม่ทัพแต่ละนาย ต่างมี ทหารจำนวนหนึ่งพันนายอยู่ภายใต้การควบคุม

 

“นางกล่าวว่า แน่แท้เมื่อบรรดากษัตริย์เข้าสู่เมืองใดเมือง หนึ่งก็จะทำความพินาศให้กับมัน และทำให้ผู้ที่ความสูงส่งที่สุดของ ผู้คนของเมืองนั้นได้รับความต่ำต้อย และเช่นนั้นที่พวกเขากระทำ (อยู่เสมอ)”

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม เล่าขานว่า บิลกิส กล่าวกับประชาชาติ ของพระนางว่า หากเขาเป็นศาสดาดังที่เขากล่าวอ้าง เราก็ไม่อาจไปสู้ รบกับเขาได้ ทั้งนี้เพราะเขาจะต้องปฏิบัติไปตามที่อัลลอฮ์มีบัญชามา “และแน่แท้ฉันกำลังจะส่งของขวัญไปให้กับพวกเขาและคอย ดูว่าบรรดาทูตจะนำ(คำตอบ)อะไรกลับมา”

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม กล่าวว่า บิลกิส กล่าวว่า “ฉันจะส่ง ของขวัญไปให้กับเขา ถ้าหากเขาเป็นกษัตริย์ เขาจะมีแนวโน้มไป สู่โลกนี้และเขาก็จะรับของขวัญของฉัน ฉันก็จะเข้าใจได้ว่า ย่อมไม่มีอำนาจที่จะเอาชนะฉันได้” เขา จึงได้มีการจัดส่งของขวัญ ซึ่งเป็นกล่องบรรจุเครื่องประดับกล่องเล็กๆกล่องหนึ่ง ภายในบรรจุ ไข่มุกขนาดใหญ่เม็ดหนึ่งและมีหินสีที่มีค่าจำนวนหนึ่ง เพื่อจัดถวาย ให้กับสุลัยมานพร้อมกับราชสาส์นของพระนางดังว่า “จงทูลต่อสุลัยมาน ว่า ให้พระองค์เจาะรูเครื่องประดับเหล่านี้โดยไม่ต้องใช้เหล็กและไฟ” เมื่อของขวัญมาถึงสุลัยมาน และราชทูตได้นำสารจากราชินีบิลกิส มาแจ้งให้พระองค์ทราบ” สุลัยมานจึงมีบัญชาให้หนอนตัวหนึ่งโดย ให้มันคาบเส้นด้ายเส้นหนึ่งไว้ในปากของมันและให้มันเจาะรูไข่มุกเม็ด นั้นและดึงด้ายนั้นออกมาสู่อีกด้านหนึ่ง

 

“เมื่อเขามาถึงสุลัยมาน เขา(สุลัยมาน) จึงกล่าวขึ้นว่า “เจ้าจะ มาช่วยอะไรกับฉันในเรื่องของทรัพย์สินสมบัติ แต่สิ่งที่อัลลอฮ์ ให้กับฉันนั้นมันดีเสียยิ่งกว่าที่พระองค์ให้กับเจ้า หามิได้ เจ้าได้รับการยกย่องเพราะของขวัญที่เจ้านำมา จงเอากลับไปยัง พวกเขา ดังนั้นเราจะไปยังพวกเขาอย่างแน่นอนที่สุด ด้วยกับ กองทัพ ซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจที่จะต่อต้านได้ และจากนั้นเรา จะขับไล่พวกเขาออกไปอย่างแน่นอนที่สุด ด้วยกับความ ต่ำต้อย และพวกเขาจะอยู่ในสถานที่อัปยศ”

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม เล่าเรื่องไว้ว่า เมื่อราชทูตของบิลกิส กลับไปหาพระนาง และรายงานให้ทราบถึงความยิ่งใหญ่ และเกรียงไกร ของสุลัยมาน และเดินทางมาหาท่าน อัลลอฮ์ทรงแจ้งให้สุลัยมาน ทราบว่าบิลกิสกำลังเดินทางมาและจะมาถึงในไม่ช้านี้ สุลัยมานจึง ตรัสกับญินและซาตานที่กำลังอยู่หน้าที่ประทับของพระองค์ว่า “ก่อนที่บิลกิสจะเดินทางมาถึง จงไปนำเอาบัลลังก์ของพระนาง มาให้กับข้า” อัลลอฮ์ตรัสไว้ดังว่า

 

“เขากล่าวว่า โอ้บรรดาหัวหน้า มีใครในหมู่พวกเจ้าบ้างไหม ที่จะสามารถไปนำเอาบัลลังก์ของพระนางมาให้กับข้า ก่อนที่ พวกเขาจะมาถึงข้าด้วยการยอมจำนน มีญินตนหนึ่งที่อยู่ใน ที่ประชุมกล่าวขึ้นว่า ข้าฯขออาสาไปเอามันมา ก่อนที่พระองค์ จะลุกขึ้นจากบัลลังก์ของพระองค์ และโดยแน่นอนยิ่ง ข้าฯ

 

เป็นผู้แข็งแกร่ง(และ)ไว้ใจได้ในเรื่องนี้”

 

ผู้หนึ่งที่เขามีความรู้ในเรื่องคัมภีร์นั้น*กล่าวว่า “ข้าฯขออาสา ไปเอามันมาให้กับพระองค์เองใช้เวลาเพียงชั่วกระพริบตาเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเขาได้เห็นมันวางอยู่ใกล้กับตัวเขา เขาจึงกล่าวว่า “สิ่งนี้ เป็นความกรุณาปรานีของพระผู้อภิบาลของฉัน เพื่อว่าพระองค์จะทรง ทดสอบฉัน ดูว่าฉันเป็นผู้กตัญญู หรืออกตัญญู และผู้ใดก็ตามที่เขา ก็ตามที่เขาอกตัญญู โดยแน่แท้พระผู้อภิบาลของฉันทรงไว้ซึ่ง กตัญญู เขาก็กตัญญูเพื่อจิตวิญญานของตนเองเท่านั้น และผู้ใดก็ตามที่เขาอกตัญญู โดยแน่แท้พระผู้อภิบาลของฉันทรงไว้ซึ่งความพอเพียง ด้วยกับอาตมันของพระองค์เอง ผู้ทรงเกียรติคุณ” เขาจึงกล่าวว่า “จงเปลี่ยนรูปร่างของบัลลังก์ของพระนางให้กับพระ นางเสีย เราจะได้เห็นกันว่าพระนางจะเป็นผู้ตามแนวทางที่เที่ยงตรง หรือเป็นผู้ที่อยู่ในหมู่ผู้ที่หลงผิด” เมื่อพระนางเดินทางมาถึง จึงมี การประกาศขึ้นว่า “บัลลังก์ของพระนางเป็นเช่นนี้หรือไม่” พระนาง จึงกล่าวขึ้นว่า “มันก็คล้ายๆอะไรอย่างนี้ และเราได้รับรู้มาก่อนแล้ว และเราเป็นผู้ที่ยอมมอบหมาย และอะไรก็ตามที่นางเคารพกราบไหว้ อื่นไปจากอัลลอฮ์มาขัดขวางนางแล้วละก้อ แน่แท้นางก็จะเป็นเช่น บรรดาผู้คนที่ปฏิเสธการศรัทธาผู้หนึ่ง” (27:42,43)

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีม เล่าเรื่องไว้ดังว่า ก่อนที่บิลกิสจะเดิน ทางมาถึง ญินได้ก่อสร้างพระราชวังขึ้นหนึ่งแห่ง ตามพระบัญชาของ สุลัยมาน ซึ่งทำขึ้นด้วยแก้วและซ่อนมันไว้ได้น้ำ

 

“มีบัญชามายังนางดังว่า จงเข้าไปในพระราชวังเถิด แต่เมื่อนางได้เห็นมัน นางเข้าใจมันว่าเป็นผืนน้ำอันกว้างใหญ่และ จึงดึงกระโปรงของนางขึ้น เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “แน่แท้มันเป็น พระราชวังแห่งหนึ่ง ทำให้เรียบด้วยกับแก้ว นางจึงกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ แน่แท้ ข้าได้กระทำการ อยุติธรรมต่อตนเอง และข้าฯ ขอมอบหมายกับสุลัยมาน ยังอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งโลกทั้งผอง” (27:44)

 

อะลี อิบนิ อิบรอฮีมเล่าเรื่องไว้ว่า ดังนั้นสุลัยมานจึงสมรส กับบิสกิส พระนางเป็นราชธิดาของซาเราะฮ์ จะซัรญะฮ์ สุลัยมานมี พระบัญชาให้พวกชัยฏอน จัดการเตรียมบางสิ่งเพื่อให้ขนที่ขาของนาง ได้รับการทำความสะอาด ดังนั้นจึงมีการจัดเตรียมการอาบน้ำขึ้น

 

อิมาม อัศ ศอดิก กล่าวไว้ว่า ในมวลหมู่วิชาการต่างๆ ที่ อัลลอฮ์ทรงประทานให้กับสุลัยมานนั้น ก็คือภาษาต่างๆ สุลัยมานรู้จัก ภาษาของนกและสัตว์ทั้งหลาย และอื่นๆอีก เขาเคยพูดภาษาเปอร์เซีย เมื่อต้องเข้าไปทำสงครามครั้งหนึ่ง และเคยพูดภาษาโรมัน เมื่อมีการ

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *