INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (3)

1751271562779 edit 472228438216681

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (3)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

ของชาวคะนาอานได้พัฒนาอุตสาหกรรมการย้อมผ้าม่วงของพวกเขา ขึ้น และกลายเป็นที่เลื่องชื่อถึงเรื่องนี้ตลอดยุคสมัยของโลกโบราณ ส่วนชาวกรีกไมซีเนียนได้ส่งเครื่องปั้นดินเผาของตนเป็นสินค้าออก เข้าไปยังแผ่นดิน ลีวานท์ หรือภาษาอาหรับเรียกว่า บิลาด อัช ชามม์ หรืออัล มัชรีก อัล อะรอบี ซึ่งปัจจุบันก็คือประเทศเลบานอน ซีเรีย จอร์แดน ปาเลสไตน์ อิสราเอล ไซปรัสและบางส่วนของตุรกีตอน ใต้ และอาจรวมเอาอิรักและแหลมซีนายไว้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ช่วงราวๆ 1375 และ 1225 ต่อมาในปี 1283 กษัตริย์ รามิเสส มหาราช กับคัททูซิลิส ที่ 3 ได้แบ่งซีเรียออกในราชวงศ์ของพวกตน ณ แม่น้ำ อีลิว ธีรัส (นะฮ์รุล คีบิร) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนที่ดำรง อยู่ในเรื่องราวต่างๆที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลยุคต้นที่กล่าวถึง พรมแดน

 

“แผ่นดินแห่งพันธะสัญญา”

 

ช่วงปลายศตวรรษที่ 13 ถึงที่ 11 การเข้ายึดครองซีเรีย ปาเลสไตน์ของวงศ์วานแห่งอิสราเอล ภายหลังจากที่ต้องเร่ร่อนอยู่ใน แผ่นดิน ติยะฮ์ เป็นเวลาสี่สิบปี รายละเอียดทั้งหมดของเรื่องนี้โปรด ดูได้จาก “อียิปต์ : จากกำเนิดอารยธรรมสู่วีรกรรมอาหรับอุทัย * ซึ่งต่อมาได้ก่อตั้งประชาชาติแห่งอิสราเอลขึ้น ณ แผ่นดินปาเลสไตน์ ในช่วงสุดท้ายของศตวรรษที่ 13 ก่อน ค.ศ. การปรากฎตนของ พวกเขาในแผ่นดินปาเลสไตน์มีกล่าวไว้อย่างละเอียดทั้งในคัมภีร์อัล กุรอานและวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)และบรรดาอิมามแห่ง อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์สากลนั้นมีปรากฏอยู่ ณ ศิลาจารึก ที่เรียกว่าสเตลลีแห่งเมอร์เนพตะฮ์ (1232) มีหลักฐาน ว่ากลุ่มชนที่เป็นเครือญาติกันได้เข้าร่วมด้วยเช่นเดียวกันกับบรรดา ผู้ที่ก่อกบฏ และที่ถูกขับไล่ออกมาจากการถูกชาวปาเลสไตน์ปกครอง ในระบบสังคมของเจ้าที่ดินโดยก่อตั้งเป็นรูปของสันนิบาตแห่งชาวอิสราเอลยุคต้น ซึ่งรายละเอียดของเรื่องนี้จะนำไปกล่าวไว้ในบทที่ 3

 

ในช่วงปี 1180 ผู้คนแห่งทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฟิลิสทีน และชาวญิคารเข้ามาตั้งรกรากอยู่ตามพื้นราบ ณ ชายฝั่งของแผ่นดิน ปาเลสไตน์ จากกาซาถึง ภูเขาคาเมล ในช่วงแรกต้นของการเข้ามายึด ครองของพวกเขา จึงได้มีการจัดตั้งสันนิบาตของนครรัฐรวมห้านคร ขึ้นอย่างหลวมๆ โดยจัดการปกครองขึ้นในรูปเผด็จการหรือที่เรียกว่า ชิรานิม ดังมีชื่อของนครรัฐทั้งห้า ดังนี้ กาซา กัซ อัชกีลอน อัชดอด และเอครอน

 

ด้วยกับการล่มสลายของจักรวรรดิ์ฮิทไท จึงทำให้ชาวฮิทไท โดยเฉพาะพวกที่เป็นพวกลูเวียน จึงเคลื่อนตัวไปทางเหนือของซีเรีย และจึงจัดตั้งบรรดาหัวเมืองของชาวฮิทไทยุคสุดท้าย โดยกลุ่มทาง เหนืออยู่ภายใต้การเป็นประมุขของ คารีฮีมิช และกลุ่มทางใต้มี ยาติยะ คัททินะ อัรพัด ทิลบาร์ซิพ และ ฮามัษ กลุ่มทางตอนใต้นี้ ได้ กลายเป็นรัฐของชาวอาราเมียนในช่วงปลายศตวรรษที่ 11 ศตวรรษที่ 10 เกือบจะทุกส่วน ณ ที่นี้ ซึ่งมี บิทอะกูซีหรืออัรพัด ราว 900 ก่อน ค.ศ. หรือหลังจากนี้เล็กน้อย ซัมอาลหรือยาติยะ ราว 920 และบิทอะดีนีหรือ ทิลบาร์ชิพ ราวๆ 1000 ก่อน ค.ศ. และ

 

เมื่อตอนเริ่มต้นของช่วงสุดท้ายของศตวรรษที่ 12 ชาว อาราเมียนเคลื่อนย้ายเข้าไปสู่ทางใต้ของซีเรียด้วยกันทั้งหมด และใน ช่วงศตวรรษที่ 11 จึงมีอำนาจปกครองเบ็ดเสร็จเหนือภูมิภาคของนคร ดามัสกัสและโซบะฮ์ ซึ่งเป็นหุบเขาแห่งการต่อต้านเลบานอน ตั้งอยู่ทาง ทิศใต้ของเมืองฮอมส์ ปัจจุบัน ชาวคะนาอานถอยกลับออกไปก่อนที่จะ เกิดการกระจายตัวเข้ามาเพื่อการบุกรุกเหล่านี้ โดยเข้าไปสู่ฉนวนเล็กๆ นี้ ที่เป็นแผ่นดินตามชายฝั่งจากเมืองไทย์ทางเหนือ ไปสู่เมืองอัรวาด โฟนีเซีย ต่อมาพวกเขาได้ขยายตัวออกทางได้สู่คาร์เมล และมีชาว คะนาอานจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ในประเทศของชาว อิสราเอล ฟิลิสทีน และอาราเมียน ช่วงตอนเริ่มต้นของศตวรรษที่ 12 ก่อน ค.ศ. นั้น​ ไซดอนและบายบลอสเป็นนครรัฐเอกของแผ่นดินตามชายฝั่งโฟนีเซีย ต่อมาเมือง อูการิต และเมือง ไทอ์ จึงถูกล้างผลาญลงโดยพวก ที่บุกรุกเข้ามา

 

อย่างไรก็ตามเมืองไทย์ได้รับการสถาปนาขึ้นอีกในศตวรรษ ที่12 ก่อน ค.ศ. โดยชาวไซดอน และไม่นานนักจึงได้เป็นเมืองหลวงของ รัฐไซดอน

 

 

บทที่ 3

 

ชาวอิสราเอล ราว 2,000 ก่อน ค.ศ.

 

ถึงวาระการประสูติของนบีอีซา

 

หรือพระเยซู(อ.)

 

2000-1200 ก่อน ค.ศ. การก่อกำเนิดของชาวอิสราเอล

 

การเริ่มต้นของศาสนาของชาวอิสราเอลและประเพณีในทาง ประวัติศาสตร์ซึ่งอาจสืบกลับไปได้ถึงยุคของบรรดานบี นับจากช่วงยุค สัมฤทธิ์ตอนกลางตรงกับคริสตศตวรรษ์ที่ 20-16 ก่อน ค.ศ ตำนานการ ผจญภัยและความกล้าหาญที่เก็บรักษาไว้ ซึ่งเรียกว่ามหากาพย์ หรือวัตรปฏิบัติของบรรดาศาสดาที่บันทึกเหตุการณ์และบุตคลต่างๆ และ ในบางส่วนซึ่งเป็นสีสันทางศาสนาและสังคมของสมัยโบราณ ดังเรื่อง ที่จะกล่าวถึงนี้

 

นักอรรถาธิบายอัลกุรอาน โดยทั่วไปแล้วต่างเชื่อกันว่า ลูฏ เป็นหลานชายคนหนึ่งของท่านนบีอิบรอฮีม เขาเป็นบุตรชายของ ฮาราน บุตรของฏอรูค อย่างไรก็ตามมีบางคนเชื่อว่า เขาเป็นลูก พี่ลูกน้องกับอิบรอฮีม นั่นคือบุตรของน้องสาวของมารดาของ อิบรอฮีม เราได้เคยกล่าวไว้ก่อนแล้วว่า ลูฏ เป็นศาสดาองค์หนึ่งที่ถือกำเนิดโดยทำสุนัตมาแล้ว

 

เมื่ออิบรอฮีม และคณะของเขาเดินทางออกจากการพำนัก อยู่ ณ ประเทศอียิปต์เป็นเวลาหนึ่งปี จึงเดินทางต่อมายังหมู่บ้าน แห่งหนึ่ง” ซึ่งตั้งอยู่ ณ ทางแยกอันเป็นถนนมุ่งสู่เยเมน อิบรอฮีมจึงเชิญชวนผู้คนมาสู่อิสลาม เมื่อพวกเขาเดินทางผ่านเข้ามาสู่ทางแยกนี้ จับตัวเขาไปเผาทั้งเป็น แต่ก็ล้มเหลว ดังนั้นเมื่อผู้คนมาเยี่ยมเยือน อิบรอฮีม เขาจึงดูแลต้อนรับพวกเขา ณ ที่พำนักของเขา อิบรอฮีม พำนักอยู่ห่างจากเมืองที่มีผู้คนหนาแน่นเป็นระยะทาง เจ็ด พาราชัง เมือง เหล่านี้ทำเกษตรกรรมและมีสวนผลไม้อย่างอุดม ผู้คนที่เดินทาง ผ่านเมืองเหล่านี้ก็มักจะเด็ดผลไม้เหล่านี้มากินชาวบ้านที่เป็นคนท้องถิ่น จึงไม่ชอบการกระทำในแบบนี้และคอยคิดอยู่เสมอว่า จะหาหนทาง หยุดยั้งเรื่องนี้ได้อย่างไร วันหนึ่งซาตานได้มาหาพวกเขา โดย ปรากฏในร่างของชายชราคนหนึ่ง และกล่าวว่า เขาสามารถสอน พวกเขาให้กระทำในวิธีหนึ่ง หากพวกเขากระทำตาม ก็จะไม่มีนักเดิน ทางคนใดกล้าที่จะเข้ามาในเมืองของพวกเขาได้อีก ผู้คนจึงสอบถาม เขาว่า “แล้วจะทำอย่างไรเล่า” ซาตานจึงกล่าวตอบว่า “เมื่อใดก็ตาม ที่มีใครสักคนหนึ่งเกิดผ่านเข้ามาในเมืองของท่าน ท่านก็ควรจะทำการ ร่วมประเวณีโดยผ่านทางทวารหนักของเขาและยึดเอาทรัพย์สินของ เขาไว้

 

จากนั้นจึงมีชายหนุ่มรูปงามมาปรากฏตนขึ้นในเมือง ผู้คน จึงจับตัวเขาไว้และได้ร่วมประเวณีทางทวารหนักกับเขาหรือทำการโซโดมี พวกเขาต่างชื่นชอบกับการกระทำความชั่วร้ายเช่นนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาจึงเริ่มกระทำเวจมรรคในหมู่พวกเขากันเอง ผู้ชายกับผู้ชายจึง ไม่จำเป็นต้องการผู้หญิง และผู้หญิงต่างก็ร่วมเสพกับผู้หญิงด้วยกันเอง และจึงไม่จำเป็นต้องการผู้ชาย

 

อิบรอฮีมได้รับการร้องเรียนถึงเรื่องความชั่วร้ายนี้ และจึง ได้ส่งลูฏไป เพื่อการตักเตือนสำทับพวกเขาถึงการลงทัณฑ์ของพระเจ้า และหยุดยั้งพวกเขาจากการกระทำดังกล่าวนี้ เมื่อลูฏเดินทางมา ถึงโซดม” ผู้คนจึงสอบถามเขาว่า เขาเป็นใคร เขาจึงตอบว่า “ฉันคือลุฎ

 

*ลูฎ เทศนาอยู่ ณ เมืองนี้เป็นเวลา 30 ปี

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *