ชายคนนี้ทำให้ผู้ก่อตั้งร้องให้

ชายคนนี้ทำให้ผู้ก่อตั้งร้องให้
ปรัชญาของเจอร์รี่ โคลอนนา มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้นเกิดขึ้นจากประวัติของเขาเป็นนักลงทุนที่บินสูงแต่กระวนกระวายกลายเป็นโค้ช
ผู้บริหารที่มีชื่อเสียง ณ รีบูท ไอโอ หมายความว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริง
จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาส่วนบุคคลที่ลึกซึ้งและการสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากไม่เพียงแค่ความสำเร็จภายนอก เขาได้กระตุ้นผู้นำจะต้องเผชิญอย่างกล้าหาญตัวตนภายในของพวกเขา ที่สำรวจบาดแผล และเเบบแผนความเป็นเด็กของพวกเขา ที่รวมถึงความกลัวและการหลอกตัวเองถ้าผู้นำไม่ได้จัดการกับบาดแผลภายในของพวกเขา มันจะ “เลือดออก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้บนบุคคลของพวกเขาผ่านทางพฤติกรรมเป็นพิษ
“ซากปรักหักพัง” แสดงบาดแผลของคุณ มันอ้างถึงบาดแผลส่วนบุคคล ความล้มเหลว และสัมภาระทางอารมณ์ – มักจะความเป็นเด็ก -ที่ผู้นำมักจะละเลยหรือเก็บกด เขาได้เสนอแนะความเป็นผู้นำที่ได้รวมความมั่นคงและความเข้มแข็งกับความเปิดเผยและความเปราะบาง ที่นำด้วยความแท้จริง ความเห็นอกเห็นใจ และความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงสภาวะภายในของพวกเขาสร้่างองค์การที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เขายืนยันว่าความเป็นผู้นำไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มของทักษะ แต่เป็นศิลปะของการเจริญเติบโตขึ้น ตามรายละเอียดภายในหนังสือของเขาชื่อ “Reboot : Leadership and the Art of Growing Up”

ผู้นำต้องนำตัวพวกเขาเองกอนที่พวกเขาสามารถนำบุคคลอื่น ต้องการ
ความตระหนักตัวเอง ความเป็นผู้นำที่แท้จริงมาจากการร่วมความล้มเหลว
และการต่อสู้ สร้างการเชื่อมโยงและความไว้วางใจ ไม่ใช่เพียงแค่จากชื่อ
ตำแหน่ง ผู้นำต้องจัดการบาดแผลของพวกเขาเอง และหลีกเลี่ยงการฉายความเป็นพิษ และส่งเสริมการเจริญเติบโตภายในบุคคลอื่น เป้าหมายของผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เป็นเครื่องยนต์ขาดไม่ได้ของบริษัท แต่จะเป็นสถาปนิกออกแบบระบบ และสร้างโครงสร้างให้อำนาจบุคคลอื่นที่จะนำอย่างอิสระและการค้นหาความสามารถที่ทำให้องค์การเจริญเติบโต
สุภาษิตของเจอร์รี โคลอนนาคือ ขยายขนาดให้เลยพ้นตัวคุณเอง คุณจะ
ต้องหยุดเป็นเครื่องยนต์ และจะเริ่มต้นเป็นสถาปนิก หมายความว่าผู้นำที่มี
ประสิทธิภาพ ควรจะเปลี่ยนแปลงจุดมุ่งจากการยุ่งเกี่ยวภายในการดำเนินงานประจำวัน ไปสู่การออกแบบและการสร้างระบบและวัฒนธรรมที่จะให้อำนาจบุคคลอื่นเพื่อที่จะนำและเจริญเติบโตภายในการไม่อยู่ของพวกเขา
ผู้นำแบบเคริ่องยนต์ตัดสินใจทุกอย่าง มีคำตอบทุกอย่าง และชนะทุกครั้ง
วนเวียนการอยู่ของพวกเขา ถ้าธุรกิจได้พังทลายลงเมื่อผู้นำได้ก้าวออกไป
พวกเขาสร้างกรงขังไม่ใช่องค์การเเนวคิดเหล่านี้จะมุ่งเน้นว่าความเป็นผู้นำ
ที่เเท้จริงเกี่ยวพันกับการสร้่างที่ขยายขนาดได้และให้อำนาจบุคคลอื่นไม่
ใช่ทำให้ตัวเองขาดไม่ได้ มันได้เกี่ยวพันคำถามหลักของเจอร์รี โคลอนนา
คุณมีส่วนร่วมภายในการสร้่างสภาวะที่คุณพูดว่าคุณไม่ต้องการได้อย่าง
ไร ถ้าผู้นำสร้างธุรกิจที่พังทลายโดยไม่มีการอยู่อย่างสม่ำเสมอของพวก
เขา พวกเขาไม่ได้สร้างองค์การ พวกเขาได้สร้างกรงขัง ตรงที่พวกเขาถูก
ติดกับดักโดยความต้องการขับเคลื่อนด้วยอัตตาของพวกเขาเองที่จะขาด
ไม่ได้ เพื่อที่จะหลบหนีกรงขัง เจอร์รี่ โคลอนนาได้ท้าทายผู้นำด้วยคำถาม
คุณมีส่วนร่วมภายในการสร้างสภาวะที่คุณพูดว่าคุณไม่ต้องการได้อย่าง
ไร การสร้างกรงขังหมายถึงการสร้างการบริหารแบบไมโครความเครียด
สูง หรีอวัฒนธรรมของการขึ้นอยู่กับในที่สุดจำกัดอิสระภาพของผู้นำเอง
และการเจริญเติบโตของบุคคลของพวกเขา เจอร์รี โคลอนนา ได้ยืนยัน
ว่าผู้นำไม่ควรจะเป็นเครื่องยนต์เดียว ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างทำงานได้
แต่เป็นสถาปนิกออกแบบระบบและโครงสร้าง การเป็นเครื่องยนต์สร้าง
การขึ้นอยู่กับในที่สุดจำกัดการเจริญเติบโตและติดกับบุคคลทุกคนรวม
ทั้งผู้นำ ผู้นำสร้างกรงขัง ถ้าพวกเขานำจากสถานที่แห่งความกลัว และ
การควบคุม แทนที่จะเป็นความไว้วางใจและความร่วมมือร่วมใจ พวกเขา
จะรู้สึกมีอำนาจภายในตำแหน้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างหมุนเวียนที่พวกเขา แต่
นี่ได้ขัดขวางองค์การจากการขยายขนาดเเละเจริญเติบโตโดยไม่มีการ
อยู่อย่างสม่ำเสมอของพวกเขา
เจอร์รี โคลอนนามักจะอ้างบทกวี “Dividing into the Wreck” โดยนักกวี เอเดรียน ริช “ไม่ใช่เรื่องราวของซากเรืออับปาง แต่เป็นซากเรืออับปางตัวมันเอง” ที่มุ่งเน้นความสำคัญของการมองโดยตรงที่ความยุ่งยากของชีวิตและบาดแผลทางจิตใจ แทนที่จะมุ่งเรื่องเล่าที่เราได้สร้างรอบตัวมัน คำพูดอ้างอิงนี้ได้ถูกใช้ที่จะมุ่งเน้นความสำคัญของการทำการสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากและสำรวจความแท้จริงและมักจะเจ็บปวดรายละเอียดของชีวิตและ
บาดแผลในอดีตของตัวเอง – ซากปรักหักพัง – ไม่ใช่เรื่องเล่าคัดสรรผิวเผิน – เรื่องราว – แม้แต่เขาได้อ้างอิงที่จะดำลึกลงไปสู่ซากปรักหักพังของชีวิต
ของผู้อพยพที่เป็นบรรพบุรุษของผม เชื่อมโยงกับมรดกและเรื่องราวส่วนบุคคลของเขา

เขาได้ใช้ความคิดนี้ภายในโคชชิ่งของเขา ช่วยเหลือผู้นำเผชิญบาดแผลภายในของพวกเขาที่เขาเชื่อว่า อยู่บนรากฐานประสบการณ์ความเป็นเด็ก เพื่อที่จะบรรลุการเจริญเติบโตส่วนบุคคล และวิชาขีพ ความเป็นผู้นำที่เเท้จริงและการเจริญเติิบโตส่วนบุคคลจะมาจากการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก เกี่ยวพันกับการสำรวจซากปรักหักพังของประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง
เขามุ่งเน้นว่าเป้าหมายคือมองว่าไม่ใช่เรื่องราวของซากเรืออับปรางแต่เป็นซากเรืออับปางตัวมันเอง หมายความว่าการก้าวผ่านเรื่องเล่าป้องกันตัวเราเล่าตัวเราเอง และเผชิญกับความจริงที่อึดอัดไม่สบายใจของความล้มเหลวในอดีตและในขณะนี้ของเรา เขาเชื่อว่าด้วยความกล้าหาญที่จะสำรวจซากปรักหักพัง บุคคลสามารถกอบกู้ทรัพสมบัติที่มึค่าได้ ทรัพย์สมบัติเป็นตัว
เองที่แท้จริงและความยืดหยุ่นพบโดยการเผชิญกับซากปรักหักพัง ด้วย
การดำลงไปสู่ซากเรือ และนำทางผ่านทางโคลนก้นมหาสมุทร บุคคลจะ
สามารถกู้คินความมุ่งหมายที่แท้จริงของพวกเขา และความสามารถเพื่อ
ความเป็นผู้นำ ทรัพย์สมบัติไม่ได้เป็นความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่จะเป็นความ
สมบูรณ์ และความเข้าอกเข้าใจ พวกเขาสามารถจะนำโดยไม่ถูกควบคุม
ด้วยปีศาจหรือหน้ากากอย่างไร้จิตสำนึก เจอร์รี โคลอนนายืนยันว่ามนุษย์
ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น และการพลิกโฉมนี้ต้องการความกล้าหาญที่
จะเผชิญกับซากปรักหักพังของชีวิตตัวเองค้นหาค่านิยมที่ซ่อนอยู่ภายใน
เจอร์รี โคลอนนา เป็นนักลงทุนที่บรรลุความสำเร็จ ทั้งที่มีความสำเร็จ
ทางวิชาชีพของเขา เขาได้ประสบกับสภาวะซึมเศร้าอย่่างรุนแรง ตอน
อายุ 39 ปี เขาได้รับรู้ว่าความสำเร็จภายนอกของเขา ตัดการเชื่อมโยง
จากตัวตนแท้จริงของเขา วิกฤตินี้ได้นำพาเขาออกไปจากโลกการเงิน
และใช้เวลาหลายปีสำรวจพุทธศาสนาการบำบัดและการสืบค้นตัวเอง
เมื่อ ค.ศ 2014 เขาได้ก่อตั้งร่วม รีบูท ไอโอบริษัทโคชชิ่งผู้บริหารสร้าง
บนความเชื่อว่าการเจริญเติบโตส่วนบุคคล และความเป็นผู้นำแยกจาก
กันไม่ไดั
เจอร์รี โคลอนนา มักจะถูกเรียกว่า “CEO Whisperer” ผู้กระซิบซีอีโอ
ชื่อเล่นได้แสดงความสามารถเฉพาะของเขาทำให้ผู้นำสูงสุด ได้ยินตัว
เองภายในของพวกเขา คำถามสัญลักษณ์ที่เขาใช้ “กระซิบ” ซีอีโอืคือ
“ผมมีส่วนร่วมภายในการสร้างสภาวะที่ผมพูดว่าผมไม่ต้องการได้อย่าง
ไร” เขาไม่จำเป็นต้องกระซิบคำพูดแก่ซีอีโอ ตามตัวอักษรถ้อยคำผู้กระ
ชิบซีอีโอเป็นชื่อเล่นให้แก่เขาโดยสื่อสังคมและชุมชนสตาร์ทอัพต่องาน
ของเขาเป็นโค้ชผู้บริหาร การกระซิบ อ้างถึงความสามารถของเขาที่จะ
เชื่อมโยงอย่างลึกศซึ้งและนำทางผู้นำผ่านทางความท้าทายส่วนบุคคล
และวิชาชีพภายในวิถีทางที่ส่วนตัวสนิทสนม
ถ้อยคำ ผู้กระซิบซีอีโอเป็นชื่อเล่น ไม่ได้เป็นชื่อตำเเหน่งบริษัทเป็นทาง
การ มันกำเนิดมาจากสตาร์ทอัพ พอดแคสต์เมื่อ ค.ศ 2015 เเสดงวิถีทางเฉพาะของเขาต่อโคชชิ่งผู้บริหาร ผู้กระซิบ – เหมือนกับผู้กระซิบม้า – เป็นบุคคลบางคนที่สามารถเชื่อมโยง เข้าใจเรื่องราวบนระดับที่ลึกซึ้งเกือบจะเป็นสัญชาติญาน เจอร์รี โคลอนนา ให้คำปรึกษาส่วนตัว และให้แนวทางภายในวิถีทาง ที่ทำให้ซีอีโอรับมือความเปราะบาง และความท้าทายโดยไม่มีดุลยพินิจทางธารณะ
วิธีการโคชชิ่งของเขามุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้นำ ถามคำถามที่ลึกซึ้งส่วนบุคคลที่จะเข้าใจ “คุณเป็นใคร ทำไมคุณทำสิ่งที่คุณทำ” เขาจะช่วยเหลือ
ผู้นำแก้ไขปัญหาที่ยากมักจะไม่พูดภายในตัวพวกเขาเองและองค์การของพวกเขา ส่งเสริมการสื่อสารและความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น ขื่อเล่นจะเป็นพยาน
หลักฐานต่อประสิทธิภาพผลของเขาภายในการทำงานอย่างใกล้ชิดและการรักษาความลับกับซีอีโอที่ช่วยเหลือพวกเขานำทางความซับซ้อนของความเป็นผู้นำและความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคล
บทความของไวร์ด 2017 “This Man Makes Founders Cry” ได้อ้างถึง เจอร์รี โคลอนนา รู้จักกันอย่างมีชื่อเสียงภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ เป็นชาย
ที่ทำให้ผู้ก่อตั้งร้องให้โดยการใช้วิธีการเรียกว่า การสืบค้นตัวตนอย่างถึงรากถอดหน้ากากทุกสิ่งทุกอย่างยอดเยี่ยมแพร่หลายภายในอุตสาหกรรม
เทค การสืบค้นตัวเองอย่างถอนราก ที่มักจะนำพาผู้นำไปสู่การค้นพบทาง
อารมณ์รวมถึงน้ำตาต่อเจอร์รีแล้ว น้ำตาเป็นสัญญานที่ผู้นำ ในที่สุดทำให้จิตไร้สำนึกเป็นจิตสำนึก ที่ทำให้พวกเขานำด้วยความชัดเจนและความยืดยืดหยุ่นมากขึ้น
เขาได้ช่วยเหลือผู้นำระบุนิสัยทางจิตวิทยา ที่มีส่วนช่วยต่อความสำเร็จของพวกเขา แต่ในที่สุดได้ทำลายความเป็นอยู่ที่ดีและความสัมพันธ์ของพวกเขาการเผชิญกับความกลัวที่ฝังลึกและความไม่มั่นคงสามารถรุนเเรง และมักจะทำให้ผู้ก่อตั้งกลายเป็นสะเทือนอารมณ์หรือร้องให้ระหว่างช่วงเวลาหรือการสัมภาษณ์ของพวกเขา ชื่อเสียงของเขาต่อการทำให้ผู้ก่อตั้งร้องให้ไม่ได้เกี่ยวกับความโหดร้าย แต่จะเกี่ยวกับการสนับสนุนการเจริญเติบโตส่วนบุคคลอย่างลึกซึ้ง ด้วยการกระตุ้นพวกเขานำตัวตนทั้งหมดมาสู่ชีวิตและงานของพวกเขาและแก้ปัญหาสัมภาระทางอารมณ์ที่ฉุดรั้งพวกเขาไว้
เขาได้กระตุ้นผู้นำนำตัวตนทั้งหมดของพวกเขามาสู่งานของพวกเขาและนำด้วยความเป็นมนุษย์ ความสงบใจ และความเห็นอกเห็นใจ เขาระบุและถามคำถามส่วนบุคคลที่ลึกซึ้งที่ผู้ก่อตั้งได้หลีกเลี่ยงเขาจ้องมองที่ผู้ก่อตั้งด้วยการขมวดคิ้วย่างมีสมาธิแทนที่จะมุ่งที่รายได้หรือการขยายขนาดเขาใช้การสืบค้นอย่างถึงราก บังคับให้ผู้นำเผชิญกับนิสัยทางจิตวิทยา ปีศาจภายใน และเเบบแผนความเป็นเด็กของพวกเขา เขาเชื่อว่ามนุษย์ที่ดีขึ้นจะทำให้ผู้นำดีขึ้นด้วยการถอดหน้ากากซีอีโอ
เขาได้กระตุ้นให้ผู้ก่อตั้งยอมรับความกลัว ความล้มเหลว และความรู้สึกตัวเองไม่ดีเองของพวกเขา เขาได้กล่าวว่าการอธิบายคุณลักษณะของเขาเป็นโค้ช ทำให้ผู้ก่อตั้งร้องให้ สามารถทำให้ไขว้เขวได้ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือ ถามบุคคลที่จะรู้สึกถึงตัวตนเต็มที่พวกเขาคือใคร และนำจากสถานที่นั้น และบางครั้งน้ำตาเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของกระบวนการนั้น

เจอร์รี โคลอนนา ได้สนับสนุน “ท่าทางนักรบ” ที่จะกระตุ้นผู้นำเผชิญกับ
ความเป็นจริงตามที่มันเป็น ด้วย “หลังที่เข้มแข็งและใจที่เปิดกว้าง” จะเป็น
วิถีทางที่แท้จริงเท่านั้นต่อการเข้าถึงชีวิตและความเป็นผู้นำ เขาได้อธิบายท่าทางนักรบเป็นท่าทางทางร่างกายและจิตใจของความเป็นผู้นำที่เปรียบเทียบเพื่อการเป็นตัวตนทั้งความเข้มแข็งและความเปราะบาง คุณลักษณะที่ต้องการเ เพื่อความเป็นผู้นำที่แท้จริงที่ถูกระบุโดยการรวมกันของการมีหลังที่เข้มแข็งและหัวใจที่เปิดกว้าง ทำให้ผู้นำมั่นคงและเชื่อมั่น ในขณะที่ยังคงแท้จริง เห็นอกเห็นใจ และเปิดเผยต่อบุคคลอื่น
ท่าทางนักรบเกี่ยวพันกับการรวมกันของความมั่นคง ความเข้มแข็ง ความเปิดเผยและความเปราะบาง ด้วยการรับเอาท่าทางนี้ ผู้นำสามารถจะแสดงตำแหน่งที่ลึกซึ้งของความเข้มแข็งและความมั่นคงในขณะที่ยังคงจะแสดงความถ่อมตัว ความไม่ก้าวร้าว และการเปิดกว้างการป้อนกลับ การมุ่งเน้นความย้อนแย้งของความมั่นคงและความเปราะบางพร้อมกัน วิถีทางที่ผสมผสานนี้ ทำให้ผู้นำทั้งมั่นคง เปราะบาง เชื่อมั่น แต่ไม่ก้าวร้าว นำด้วยความชัดเจนและความเห็นอกเห็นใจ ท่าทางนักรบเป็นการเปรียบเทียบทางร่าง
กายและจิตใจอยู่บนรากฐานปรัชญาของเจอร์รี โคลอนนาว่า มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น
มันไม่ได้เกี่ยวกับความก้าวร้าวหรืออำนาจตามตำแหน่งแต่เกี่ยวกับอำนาจที่แท้จริง มาจากความตระหนักตัวเอง การเจริญเติบโตส่วนบุคคล และการเชื่อมโยงที่แท้จริงกับบุคคลผู้นำนักรบยอมรับว่ามีส่วนร่วมภายในความล้มเหลว และใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ เพื่อการเจริญเติบโตส่วนบุคคล และการกู้คืน เจอร์รี โคลอนนาได้ระบุท่าทางนักรบจะเป็นวิถีทางของการเผขิญกับความเป็นจริงตามที่มันเป็นไม่ใช่่ตัวเองอยากให้มันเป็นมันจะเกี่ยวกับการปรากฏตัวเต็มที่ และยอมรับทุกอย่างที่ยุ่งเหยิงการแสดงทั้งความมั่นคงและความเข้มแข็ง แต่ความเปิดเผยและความไม่ก้าวร้าวด้วย
*หลังที่เข้มแข็งจะอ้างถึงความสามารถของผู้นำที่จะเข้มแข็ง มั่นคง และเชื่อมั่น มันจะเกี่ยวพันกับการมีความรู้สึกที่ชัดเจนของทิศทาง และความมุ่งหมาย การมอบหมายความรับผิดชอบและยึดบุคคลให้รับผิดชอบและการเผชิญกับความเป็นจริง และรักษาความเข้มแข็งภายในการเผชิญกับความทุกข์ยากและความกลัว
* หัวใจที่เปิดกว้างจะอ้างถึงความเห็นอกเห็นใจ ความเมตตา และความแท้
จริงภายในความเป็นผู้นำ เกี่ยวพันกับการให้ความสำคัญต่อบุคคล ความ
มุ่งหมาย และความหมาย ที่เลยพ้นไปเพียงแค่อัตตา หรือความสำเร็จทาง
การเงิน ความกล้าหาญเพียงพอที่จะยอมรับต่อความกลัว ความไม่เเน่นอน และความสงสัย และการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก
“หลังที่เข้มแข็ง ใจที่เปิดกว้าง” กำเนิดโดยเเท้จริงจากพระนิกายเซน และ
นักเขียน โจน ฮาลิเเฟกซ์ เธอได้พัฒนาแนวคิดนี้ที่เป็นการปฏิบัติเพื่อความ
เมตตาที่เด็ดเดี่ยวและความสงบใจ เจอร์รี่ โคลอนนาได้ยกย่องถ้อยคำและเเนวคิดของเธอ คำสอนหลักของโจน เเฮลิเเฟกซ์ ได้ถูกอ้างอิงโดยเจอร์รี
โคลอนนา อยู่บ่อยครั้ง “หลังที่เข้มแข็ง หน้าที่อ่อนโยน”ได้แสดงการมีหลังที่เข้มแข็ง ของระเบียบวินัยและความสงบนิ่ง ที่จะยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติคู่กับหน้าที่อ่อนโยนของความเปราะบางและความเปิดเผยที่จะยังคงเชื่อมโยงต่อบุคคลอื่น
*หลังที่เข้มแข็ง แสดงความสงบใจและความสามารถพยุงตัวเอง ระหว่างเวลาที่ยุ่งยาก มันเกี่ยวกับการมีกระดูกสันหลังที่แข็งเเรงของความซื่อสัตย์หลักการ และพรมแดนที่มั่นคง แทนที่จะเป็นแนวป้องกันบนความกลัว
*หน้าที่อ่อนโอน แสดงความเปิดเผย เเละความเปราะบาง แทนที่จะเป็น
การสร้างเกราะ หรือกำแพงอิฐ ที่จะซ่อนการขาดความเชื่อมั่น หน้าที่อ่อน
โยนจะทำให้ผู้นำรับฟัง เห็นอกเห็นใจ และเชื่อมโยงกับความเป็นจริงตามที่มันเป็น
Cr : รศ สมยศ นาวีการ




