INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไซโก หนึ่งก้าวนำหน้าบุคคลอื่น

ไซโก หนึ่งก้าวนำหน้าบุคคลอื่น

แนวคิดยูโด ผู้ประกอบการ ของปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ถูกพัฒนาต่อมาไปสู่กลยุทธ์ธุรกิจเต็มที่่โดยเดวิด ยอฟฟี่ และเเมรี ควาก ภายในหนังสือ 2001 ของพวกเขา “Judo Strategy : Turning Your Competitors’ to Your Advantage” กลยุทธ์นี้ได้ดึงมาจากศิลปะการต่อสู้ของยูโด การมุ่งการใช้ขนาดและควาเเข็งเเรงของคู่ต่อสู้ต่อสู้กับพวกเขา แทนการเผชิญหน้าพวกเขาโดยตรง หนังสือได้ขยายแนวคิดไปสู่กรอบข่ายที่ครอบคลุมเพื่อธุรกิจ มันได้ให้วิถีทางที่เป็นระบบด้วยตัวอย่างที่ชัดเจนจากบริษัทเช่น วอลมาร์ท ชารลส์ ชวาบ และปาล์ม คอมพิวติ้ว มันได้รวมถึงกลยุทธ์การป้องกันเรียกว่า “กลยุทธ์ซูโม” เพื่อบริษัทใหญ่กว่าใช้ต่อสู้การโจมตียูโดด้วย
กลยุทธ์ซูโม อ้างถึงวิถีทางยุทธวิธี ตรงที่บริษัทใหญ่กว่าได้ใช้ขนาด เเละ
ทรัพยากรของมันมีอำนาจเหนือคู่แข่งขันมันจะเป็นจุดสวนต่อกลยุทธ์ยูโด
ใช้โดยขนาดของคู่ต่อสู้เพื่อข้อได้เปรียบของพวกเขาเดวิด ยอฟฟีอาจารย์
คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดระบุแนวคิดนี้ภายในหนังสือของเขา Strategy
Rules : Five Timeless Lessons from Bill Gates, Andy Grove, and
Steve Jobs. เขียนร่วมกับ ไมเคิล คูซูมาโน นำเสนอทั้ง ยูโด และซูโมเป็น
ยุทธวิธีเสริมกันที่สำคัญ ตามที่อธิบายภายในหนังสือ ยักษ์ใหญ่เทคอย่างเช่น บิลล์ เกตส์ ไมโครซอฟท์ และสตีฟ จ้อปส์ แอปเปิ้ล ได้ใช้ยุทธวิธีซูโม ได้มาหรือรักษาการครอบงำตลาด
กลยุทธ์ซูโมขึ้นอยู่กับอำนาจตลาด ขนาด และทรัพยากรที่จะครอบงำ
และยึดครองคู่แข่งขัน บริษัทได้ใช้ยุทธวิธีซูโมเมื่อมันเป็นบริษัทเดิมด้วย
ความแข็งแกร่ง การกระทำที่สำคัญคือ การกำหนดราคาอย่างรุกรานที่จะ
ผลักดันคู่แข่งขันออกไปจากตลาด การมองไปที่ซัพพลายเออร์ หรือช่องทาวการจัดจำหน่ายได้มาข้อได้เปรียบ การซื้อคู่แข่งขันที่จะรวมส่วนแบ่งตลาด และการทำให้ใหญ่โต เดิมพันอย่างวางแผนที่คู่แข่งขันเล็กกว่าไม่
สามารถเเข่งขันได้ การปรากฏตัวอย่างก้าวร้าวและเเข็งเเรงที่จะขัดขวาง
ผู้เข้ามาใหม่ภายในตลาด
หนังสือ “Judo Strategy” ได้วางกรอบการต่อสู้ที่เป็นการต่อสู้เดวิด และ
โกไลเเอธคลาสสิคกับกลยุทธ์ยูโด การเป็นอันเดอร์ดอก และกลยุทธ์ซูโม การเป็นบริษัทเดิมที่ใหญ่โต วิถีทางยูโดนี้จะเกี่ยวพันกับการใช้ความโอหัง หรือตำแหน่งที่มั่นคงของคู่แข่งขันเป็นข้อได้เปรียบของคุณ ตามที่มองเห็นกับบริษัท อย่างเช่น โซนีและไซโกปรับเทคโนโลยีที่มีอยู่จากคู่แข่งขันรายใหญ่ และใช้มันมุ่งเป้าหมายตลาดที่มั่นคงแล้ว กลยุทธ์ยูโดมุ่งที่การค้นหา และใช้ประโยชน์ช่องว่างหรือจุดอ่อนทำให้เกิดโดยความโอหัง ความตาย
ตัว หรือลำดับความสำคัญที่ผิด การได้มาฐานที่มั่นภายในตลาดที่บริษัท
เดิมไม่ได้ป้องกันอย่างจริงจัง
บริษัทเล็กกว่าไม่ควรจะเผชิญหน้าคู่แข่งขันใหญ่กว่าตัวต่อตัว แต่จะใช้
ประโยชน์จุดอ่อนของคู่แข่งขัน อย่างเช่น อาการไม่คิดค้นที่นี่ ความเชื่อคุณภาพที่ผิด หรือการมุ่งส่วนของตลาดกำไรสูงสุดเท่านั้น การระบุ และการมุ่งส่วนของตลาดที่บริษัทใหญ่ได้ละเลย หรือป้องกันอย่างไม่ถูกต้อง มันเป็นตรงที่บริษัทเล็กสามารถจะได้มาหัวหาดด้วยการต่อต้านน้อยที่สุด กลยุทธ์นี้มักจะถูกใช้ร่วมกับ การเลียนแบบอย่างสร้างสรรค์ ตรงที่บริษัทใช้ความคิดเดิมเเต่ปรับปรุงมันภายในวิถีทางตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่า หรือการเติมช่องว่างปล่่อยทิ่งไว้โดยผู้สร้างต้นกำเนิด

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ของโซนี่และนาฬิกาควอตซ์

ของไซโกเป็นตัวอย่างคลาสสิคของกลยุทธ์ยูโดยผู้ประกอบการของเขา

โซนีและไซโกเป็นตัวอย่างที่ดีมากของบริษัทญี่ปุ่นใช้กลยุทธ์นี้ ได้บรรลุ

ความสำเร็จต่อสู้คู่แข่งขันตะวันตก พวกเขาประยุกต์ใช้วิถีทางการตลาด

แบบกองโจรโลก พวกเขายืมเทคโนโลยีแกนตะวันตก แต่ได้แอบมันไปสู่ตลาดเดิมภายในวิถีทางที่สร้างสรรค์จนบริษัทตะวันตกช้าไปที่จะตอบโต้ กลยุทธ์ยูโดยผู้ประกอบการเกี่ยวพันกับคู่เเข่งขันที่เล็กกว่าใช้จุดเเข็งและความโอหังของผู้นำตลาดเดิมให้เป็นจุดอ่อนของมันได้มาฐานที่มั่นภายใน

อุตสาหกรรรม หลักการแกนของกลยุทธ์ยูโดผู้ประกอบการคือการได้มาหัวหาดภายในส่วนของตลาดเจริญเติบโตผู้นำตลาดเดิมไม่ได้ป้องกันหรือป้องกันอย่างขอไปที เพราะว่ามันปรากฏวมีศักยภาพที่จำกัด หรือการทำกำไรต่ำ

แทนความพยายามที่จะแข่งขันตัวต่อตัว มันจะเป็นกลยุทธ์ของการลอก

เลียนแบบอย่างสร้างสรรค์ มันไม่ได้เกี่ยวกับการลอกเลียนแบบอย่างสิ้น

เชิง แต่ปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิม ตอบสนองความต้องการของตลาดที่ผู้นำ

ตลาดละเลย การมุ่งจุดบอดของผู้นำตลาดเดิม อย่างเช่น การมุ่งที่ตลาดบน ที่มักจะละเลยตลาดมวลชนที่ได้ปล่อยมันเปิดไว้แก่ผู้เข้ามาใหม่ หรืออาการไม่คิดค้นที่นี่ตรงที่พวกเขาไม่ยอมรับเอานวัตกรรมภายนอก จำกัด

การเข้าไปสู่ความรู้ที่หลากหลายสำคัญต่อนวัตกรรมและการปรับตัว

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ สังเกตุว่าผู้นำตลาดเดิมมักจะกลายเป็นกำหนดวิถีทางของพวกเขา การมุ่งที่คุณภาพด้วยคำนิยามของพวกเขาเองหรืออยู่บนสุดของตลาด นำไปสู่ความโอหัง และความไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงสูตรที่บรรลุความสำเร็จของพวกเขา

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ได้ใช้ตัวอย่างของไซโกของการเข้าไปสู่ตลาดนาฬิกา

โลกด้วยนาฬิกาควอตซ์ ที่เป็นการแสดงอย่างคลาสสิคของกลยุทธ์ยูโด

ผู้ประกอบการของเขา อุตสาหกรรมนาฬิกาสมัยเดิม แรกเริ่มเป็นผู้ผลิตนาฬิกากลไกสวิส พิจารณาประวัติที่ยาวนานของการเป็นช่างฝีมือของพวกเขา ความเชี่ยวชาญทางกลไก และวิศวกรรมที่เเม่นยำ เป็นจุดเเข็งแกนและความภูมิใจของพวกเขา พวกเขามุ่งที่ขบวนการกลไกที่ซับซ้อน นาฬิกากลไกกำไรสูง และราคาพรีเมียมที่พวกเขาพิจารณาเป็นจุดเเข็ง

ที่สำคัญของพวกเขา พวกเขาได้ละทิ้งเทคโนโลยีอิเล็คโทรนิค ควอตซ์

เป็นความใหม่ที่ไม่เหมาะสมกับคำนิยามคุณภาพของพวกเขาและไม่มอง

ศักยภาพของนาฬิกาเเบตเตอรีอีเล็คโทรนิค

ไซโกได้ยืมเทคโนโลยีแกน – ขบวนการควอตซ์ – จะเป็นการคิดค้นของตะวันตก – แอบมันไปสู่ตลาดเดิม พวกเขาได้มุ่งที่การผลิตนาฬิกาควอตซ์

ที่เเม่นยำ เชื่อถือได้ ผลิตเป็นจำนวนมาก ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่านาฬิกากลไกสมัยเดิม ความโอหังและการมุ่งที่ขบวนการกลไกของผู้นำตลาดเดิมทำให้พวกเขาช้าที่จะปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ พวกเขาได้มองนาฬิกาควอตซ์เป็นผลิตภัณฑ์ระดับล่างที่ไม่ร้ายเเรง ไซโก ด้วยการมุ่งที่ส่วนของตลาดที่ผู้นำตลาดได้ละเลย ได้มาส่วนแบ่งตลาดที่สูงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา

ที่บริษัทสมัยเดิมได้รับรู้การคุกคุมคามเหล่านี้ ไซโกได้ยึดครองตำเหน่งที่ครอบงำไปแล้ว ทำให้ความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ของยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมไปสู่ข้อเสียเปรียบทางการแข่งขัน ไซโก ไม่ได้ท้าทายยักษ์ใหญ่โดยตรงภายในด้านของจุดเเข็งของพวกเขา – นาฬิกากลไก – แต่ไซโกได้ใช้ความไม่เต็มใจของพวกเขาที่จะรับเอาเทคโนโลยีใหม่เป็นพลัง ที่สามารถชนะ

พวกเขาในที่สุดภายในตลาด

ต้นกำเนิดของนาฬิกาควอตซ์ไซโก้อยู่ภายในญี่ปุ่นตรงที่มันได้ถูกบุกเบิกโดยบริษัทญี่ปุ่น ไซโก้ นาฬิกาข้อมือควอตซ์เรือนแรกของโลกไซโก้ เป็น “ควอตซ์ แอสตรอน” ถูกเปิดตัวภายในโตเกียวเมื่อ ค.ศ 1969 นวัตกรรมนี้ได้ถูกกระตุ้นโดย การปฏิรูปควอตซ์ ภายในอุตสาหกรรมนาฬิกาของโลก นาฬิกาควอรตซ์ เป็นตัวอย่างคลาสสิคของกลยุทธ์ยูโดตรงที่ไซโกรับเอาและปรับปรุงเทคโนโลยีตะวันตก – เซมีคอนดัคเตอร์ – และใช้เข้าไปสู่และยึดครองตลาดนาฬิกาเดิมที่คล้ายกับกลยุทธ์ยูโดของการใช้ความรวดเร็ว ความคล่องตัว และจุดเเข็งของคู่ต่อสู้เองต่อสู้พวกเขาไซโก้ ได้ใช้แนวคิดนาฬิกาดิจิตอลพัฒนาโดยสวิส และรับเอามันโดยการผสมผสานเซมิคอนดัคเตอร์ ใช้เทคโนโลยีปรับปรุงนี้ท้าทาย และยึดครองตลาดนาฬิกาสวิสที่มั่นคงเดิม

ต้นกำเนิดของบริษัท ได้ย้อนหลังไปยัง ค.ศ 1881 เมื่อคินทาโร ฮาทโทริ อายุ 21 ปี ได้เปิดร้านนาฬิกาภายในโตเกียวชื่อ “เค ฮาทโทริ” ขายเเละซ่อมแซมนาฬิกา และมุ่งหมายอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเป็นผู้บุกเบิกภายใน

อุตสาหกรรมนาฬิกา ที่ขับเคลื่อนด้วยสุภาษิต “ไซโก้ ควรจะหนึ่งก้าวนำหน้าบุคคลอื่น” หลักการข้อนี้ได้ขับเคลื่อนบริษัทของเขา ที่จะนวัตกรรมและความสำเร็จ ตั้งแต่การสร้างนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่นไปสู่การบุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ เช่น นาฬิกาคอตซ์ สุภาษิตนี้ได้กลายเป็นส่วนแกนของเอกลักษณ์ของบริษัท ที่ได้บันดาลใจการเเสวงหานวัตกรรมอย่างต่อ

เนื่องของมัน

สุภาษิต “อย่าวิ่งแต่ทำต่อไปอยู่เสมอ” เป็นสุภาษิตของคินทาโร ฮาทโทริ ที่แสดงปรัชญาของเขาความพยายามอย่างสม่ำเสมอ และความอุตสาหะ

ไม่ใช่ความรวดเร็วช่วงสั้น ปรัชญานี้มุ่งเน้นความก้าวหน้าอย่างมั่นคงและการทุ่มเทต่อคุณภาพ เชื่อว่าการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รีบเร่งแต่จะ

ไม่พักด้วย ที่ได้นำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ด้วยการกระตุ้น

ความพยายามที่มั่นคง และต่อเนื่อง ไม่ใช่เร่งรีบเเละเสี่ยงภัยกับจิตสลายหรือล้มเหลว คินทาโร ฮาทโทริ เชื่อว่าการทำงานอย่างสม่ำเสมอไม่ย่อท้อมีประสิทธิภาพมากกว่าวิถีทางที่เร่งรีบ

ปรัชญานี้เชื่อมโยงกับการทุ่มเทของเขาต่อคุณภาพที่ทำไมเขาได้เรียกชื่อโรงงานแรกแรกของเขา “ไซโก้ชา” หมายถึงบ้านแห่งการเป็นช่างฝีมือ

ที่ประณีตเขาเชื่อว่าผลิคภัณฑ์คุณภาพสูงเท่านั้นที่จะสามารถได้ความไว้วางใจของลูกค้า สุภาษิตที่ยั่งยืนนี้ ได้ถูกมองเป็นส่วนแกนของมรดกของไซโก ที่ได้บันดาลใจบุคคลของพวกเขาบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ผ่านทางความอุตสาหะ มันสะท้อนจิตวิญญานความก้าวหน้าของบริษัทและการเดินทางของนวัตกรรมของมันตลอดประวัติมานานกว่า 140 ปีของมัน วัฒนธรรมองค์การของไซโก้จะถูกสร้างโดยคินทาโร ฮาทโทริ สร้างบนปรัชญาของหนึ่งก้าวหน้าหน้าบุคคลอื่นอยู่เสมอ ผ่านทางนวัตกรรมอย่างไม่ย่อท้อและจุดมุ่งบนการมีส่วนช่วยทางสังคม

คินทาโร ฮาทโทริ ได้เปิดร้านนาฬิกาภายในโตเกียว และสร้างโรงงานไซโกชา ชื่อที่หมายความว่าบ้านแห่งการเป็นงานฝีมือที่ประณีต รากฐานนี้จะ

เป็นความแม่นยำและการเป็นช่างฝีมือนำไปสู่ปรัชญาของบริษทของหนึ่งก้าว นำหน้าบุคคลอื่น วัฒนธรรมนี้จะมุ่งเน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความรู้สึกเฉพาะของการเป็นช่างฝีมือและความสวยงามของญี่ปุ่นได้ ถูกตกทอดเป็นจิตวิญญานองค์การ แม้ว่ามันจะไม่มีเอกสารที่เป็นทางการ ตราสินค้าจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความแม่นยำและความเป็นเลิศของญี่ปุ่น ไซโก้ได้กลายเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของโตเกียว โอลิมปิค1964

วัฒนธรรมของไซโก้ ถูกสร้างบนการแสวงหานวัตกรรมและควาแม่นยำที่ถูกฝังรากลึกภายในความสวยงามและการเป็นช่างฝีมือมันจะเป็นตัวตนการเคารพต่อเวลา ตามธรรมชาติ และความสวยงาม ถูกพบได้ภายในทั้งความเรียบง่ายและการออกแบบที่ประณีต วัฒนธรรมของไซโก้เชื่อมโยงอย่างธรรมชาติต่อศิลปะ เเละการออกแบบของญี่ปุ่น สิ่งนี้ถูกมองเห็นได้ภายในผลิตภัณฑ์ของมันที่มักจะรวมองค์ประกอบของธรรมชาติเช่นดอกซากูระเเละเม้าท์ฟูจิ และหลักการ เช่น วาบิ-ซาบิ การค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์ วาบิ-ซาบิเป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่ค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์

แกรนด์ ไซโก้ สไตล์ เป็นตัวอย่างที่ดี การมุ่งที่การเปร่งประกายคุณภาพ หลักการออกแบบของญี่ปุ่นที่เหมือนกับการเกี่ยวเนื่องกันของแสงและเงา ไซโก้ให้คุณค่าสูงต่อการเป็นช่างฝีมือทั้งภายในการบรรลุทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ กและการทุ่มเทของมันต่่อเทคนิคการสร้างนาฬิกาสมัยเดิม หนึ่ง

ก้าวนำหน้าบุคคลอื่น เป็นสุภาษิตที่ได้สะท้อนความเชื่อของพวกเขาอยู่ที่นวัตกรรมในขณะที่ยังคงเชื่อมโยงต่อสธารณะ เขามองว่าการจับเวลาที่ถูกต้องเป็นบริการสังคมที่สำคัญจิตวิญญานที่ยังคงนำทางงานของบริษัทที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความไว้วางใจและความตื่นเต้น ความเป็นผู้นำ

ของเขาถูกขับเคลื่อนโดยความผูกพันต่อคุณภาพ นำไปสู่นวัตกรรมหลาย

อย่าง อย่างเช่น นาฬืกาข้อมือเรือนเเรกและนาฬิกาคอวตซ์ เป็นต้น เขาได้

แนะนำว่า โดยไม่รีบเร่ง แต่โดยไม่พัก มุ่งเน้นความก้าวหน้าอย่าสม่ำเสมอและมั่นคง

ชื่อ ไซโก้ ตัวมันเองมาจากไซโกชา ชื่อของโรงงานของเขาสร้างเมื่อ ค.ศ

1982 ผลิตนาฬิกาของเขาเอง การก้าวไปที่ได้สร้างวิสัยทัศน์ของเขาเพื่อการผลิตภายในบ้าน คินทาโร ฮาทโทริ ผูกพันต้องการเรียนรู้ทุกด้านของการผลิตนาฬิกา การทุ่มเท ที่วางรากฐานเพื่อนวัตกรรมในอนาคตเริ่มแรกผลิตนาฬิกากำเเพง และในที่สุดได้ขยายตัวไปสู่นาฬิกาพกและนาฬิกาข้อ

มือ บริษัทได้ผลิตนาฬิกาข้อมิอเรือนเเรกคือ ลอเรล ภายหลังโรงงานไซโกชา ได้ถูกทำลายลง และถูกสร้างใหม่ภายหลังแผ่นดินไหวคานโตครั้งใหญ่ นาฬิกาข้อมือเรือนเเรกใส่ชื่อตราสินค้า ไซโกได้ถูกเปิดตัว นำหน้าหนึ่งก้าว

บุคคลอื่น ได้นำไปสู่เหตุการณ์ที่สำคัญ อย่่างเช่น การแนะนำนาฬิกาปลุก

และข้อมือเรือนเเรกของญี่ปุ่น มันได้จุดไฟกระเเสอย่างต่อเนื่องของความ

ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสร้างตำเเหน่งที่มั่นคงของไซโก เป็นผู้นำโลกภายในเทคโนโลยีการจับเวลา

นับตั้งแต้การเริ่มต้นของมันเมื่อ ค.ศ 1881 ไซโก้ ได้เดินตามเส้นทางของ

นวัตกรรมอย่างแท้จริงต่อปรัชญ่ชาของผู้ก่อตั้ง คินทาโร ฮาทโทริเป็นหนึ่ง

ก้าวนำหน้าบุคคลอื่นอยู่เสมอ นานกว่า 140 ปี ประวัติของเราถูกสร้างโดยนวัตกรรมภายในสาขาของโฮโรโลจี ไซโกได้ปฏิรูปอุตสาหกรรมอยูตลอดกาล

กลยุทธ์ยูโดของไซโก้เกี่ยวพันกับการใช้เทคโนโลยีของบริษัทใหญ่กว่าเป็นฐานยืมและรับเอามันไว้ภายในและปรับปรุงมันเพื่อการใช้ของพวกเขา

เองที่จะเเข่งขันภายในตลาดภายในกรณีนี้ ไซโกได้ใช้เทคโนโลยีตะวันตกเพื่อนาฬิกาควอตซ์ ปรับปรุงมันและเปิดตัวมันไปสู่ตลาด ตรงที่พวกเขาจะ

สามารถเเข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนการสร้่างเทคโนโลยีใหม่จาก ศูนย์ ไซโกได้ยืมเทคโนโลยีแกนจากตะวันออก บริษัทไม่ได้เพียงแค่ลอก

เลียนแบบมัน พวกเขาได้ซึมซับเทคโนโลยีอย่่างละเอียดปรับปรุงและปรับ

มันไปสู่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเอง

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *