กวีนิพนธ์ของมุฮัมมัด อิกบาล ตอนจบ

กวีนิพนธ์ของมุฮัมมัด อิกบาล ตอนจบ
จรัญ มะลูลีม
25.จงอย่าให้สภาพอันน่าเศร้าของอุทยานทำให้คนสวนตื่นตระหนกมิช้าดอกไม้ตูมก็จะถูกปัดกวาดไปจากพนากุหลาบแดงจะแย้มบาน ณ ที่ซึ่งโลหิตผู้ภักดีไหลหลั่งลงดูสิ สีแดงฉานทาทาบอยู่บนท้องฟ้าแล้วขอบฟ้าโห่ร้องรับการเกิดของดวงตะวันใหม่ซึ่งใกล้จะอรุณ
26.ในอุทยานแห่งชีวิตชาติต่างๆ เก็บผลพฤกษ์จากงานที่กระทำไว้มีบางชาติเก็บเกี่ยวอะไรมิได้เลยหรือพืชผลพินาศไปแต่ยามต้นฤดูใบไม้ร่วงพืชพันธุ์เหลือคณาเหี่ยวแห้งลงและเกินคณานับที่ยังเขียวสดตลอดกาลยังมีอีกมากมายที่เร้นกายอยุ่ในครรภ์แห่งธรณีมิมีผู้ประสบเห็นอิสลามคือตัวอย่างแห่งพฤกษาที่ถูกเพาะไว้อย่างระวังระไวยิ่งเวลานับศตวรรษแห่งการเพาะปลูกเอาใจใส่ได้ผลิตอกออกผลของมันแล้ว
27.เสื้อผ้าของเจ้ามิได้เปื้อนฝุ่นธุลีแห่งแผ่นดินใดเจ้าเป็นดังยูสุฟ ผู้แลเห็นกันอาน ของเขาในผืนทรายอัยคุปต์ทุกแห่งหนกองคาราวานของเจ้ามิมีวันถูกปล้นหรือทิ้งไว้ให้เปลืองเปล่าเจ้าไม่มีสมบัติใดนอกจากระฆังที่เริ่มดังขึ้นแล้ว จงรีบเถิด!เจ้าคือพฤกษาแห่งแท่งเทียนไขรากดังไส้เทียนของเจ้าแทงทะลุแสงสว่างความคิดเจ้าคือเปลวไฟที่ขบเงามืดแห่งวันพรุ่งออกทำให้มันส่องสว่าง
28.เจ้าจักไม่ถูกทำลายถึงแม้อิหร่านจะโทรมลงรูปร่างของถ้วยแก้วมีผลต่อรสของสุราจากนิยายแห่งชาวตาร์ตาร์ เราย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ดูแลกะอฺบะฮฺสถานมาจากวัดแห่งการบูชาเจว็ดนาวาแห่งสัจจะแล่นออกห้วงทะเลแห่งกาลเวลาแล้วผู้ถือหางเสือก็คือเจ้าในความมืดแห่งยุคสมัยใหม่แสงอ่อนจางแห่งดวงดาวของเจ้าผ่านเข้ามา
29.ความระส่ำระสายที่เกิดจากการพิฆาตและรุกรานของชาวบุลการ์หมายจะปลุกเจ้าจากความง่วงงุนและผลักตะโพกเจ้าให้ลงมือกระทำจงอย่าคิดว่ามันเป็นไปเพื่อทำร้ายความรู้สึกเจ้าหรือมันคือโครงการอันมุ่งร้ายแต่คือการท้าทายความนับถือตนของเจ้าเองเป็นการเรียกร้องความอุทิศตนเหตุใดจึงสั่นเทาเมื่อได้ยินเสียงระดมโจมตีของข้าศึก?เปลวไฟแห่งสัจจะยังมิดับด้วยลมหายใจที่ศัตรูเป่าออกมา
30.คุณค่าอันแท้จริงของเจ้าซ่อนเร้นอยู่ผู้อื่นยังคอยดูว่าอะไรคือความจริงจ้าวแห่งที่ประชุมโลกยังปรารถนาเจ้าอยู่เป็นอย่างยิ่งลมหายใจเจ้าทำให้โลกมีชีวิตจิตใจได้เจ้าคือผู้ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำ เจ้าคือดาวนำทางชะตากรรมเจ้ายังต้องกระจายแสงสว่างแห่งพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นหนึ่งเท่านั้นให้เต็มที่
31.เจ้าคือกลิ่นหอมที่ถูกกักอยู่ในดอกไม้ตูมจงแย้มบานและส่งกลิ่นขจรเถิดแบกภาระของเจ้าไว้บนบ่ากระจายกลิ่นหอมไปดุจสายลมในสวนศรีเจ้าเป็นเพียงธุลีน้อย จงปล่อยมันให้ขยายกว้างสู่อนันตกาลเจ้าเป็นเพียงเสียงพึมพำแห่งลูกคลื่นจงเปลี่ยนมันเป็นเสียงคำรามแห่งทะเลบ้าด้วยพลังแห่งความรัก จงเชิดชูผู้ต่ำสุดสู่ความสูงสุดอันมีชัยด้วยนามแห่งมุฮัมมัด จงเปลี่ยนโลกอันมืดมิดให้เจิดจ้า
32.หากพระองค์มิใช่บุปผามาลีเจ้าก็มิอาจได้ยินเสียงขับขานเพลงของวิหคหากพระองค์มิใช่อุทยานแห่งโลกา ก็จักมิมีดอกไม้ตูมที่แย้มยิ้มหากพระองค์มิใช่ซากีแล้วก็จักไม่มีทั้งเหล้าองุ่นหรือเหยือกเหล้าอยู่ที่นั่นหากไม่มีการรวมผู้ศรัทธาที่แท้จริง เจ้าก็จักไม่มีความเป็นเจ้าพระนามของพระองค์คือเสาหลักที่รองรับโค้งครอบแห่งฟากฟ้าพระนามของพระองค์ทำให้ชีพจรแห่งชีวิตเต้นระริกอยู่ในเส้นโลหิตของเราอย่างอบอุ่น
33.พระองค์อยู่ในที่รกร้างอันแห้งแล้วในชะเงื้อมผาและทุ่งหญ้าอันไพศาลพระองค์อยู่ริมห้วงสมุทร ณ ที่ซึ่งท้องทะเลอันเต็มด้วยพายุกลิ้งเกลือกอยู่
พระองค์อยู่ในนครทั้งหลายแห่งคาเธ่ย์ ในป่าชัฎแห่งโมรอกโกและทรงซ่อนเร้นอยู่ในศรัทธาของมุสลิมทุกผู้ทุกตัวคนขอให้ดวงตาทุกดวงจงแลดูแว่นแคว้นนี้ไปจนสิ้นกาลและทำให้สมคำกล่าวของเราว่าเราได้ทำให้ชื่อของเจ้าประเสริฐยิ่ง
34.ในดินแดนแห่งชนผิวดำผู้เป็นประดุจลูกนัยน์ตาแห่งพื้นพิภพดินแดนซึ่งบำรุงเลี้ยงวีรบุรุษผู้พลีชีพเพื่อศาสนาดินแดนถิ่นกำเนิดของพวกเขาแดนรูปจันทร์เสี้ยวอันอุดม บังเกิดผลโดยความร้อนจากตะวันดินแดนซึ่งบรรดาผู้ศรัทธารู้ว่าเป็นดินแดนแห่งบิลาล ชาวอบิสสิเนียมันเป็นประกายราวปรอทเมื่อมีเสียงกล่าวพระนามของพระองค์ดุจประกายในลูกตาดำ ในสีดำมืดนั้นมันคือเปลวไฟ
35.ด้วยเหตุผลเหมือนดั่งโล่ และดาบแห่งความรักอยู่ในมือข้าแห่งพระผู้เป็นเจ้าเอยความเป็นผู้นำโลกอยู่ในบัญชาของเจ้าแล้วเสียงร้อง “อัลลอฮุอักบัร” ทำลายทุกอย่างสิ้นเว้นแต่พระผู้เป็นเจ้า มันคืออัคนีหากเจ้าคือมุสลิมที่แท้จริงจุดหมายของเจ้าคือการคว้าไว้ซึ่งสิ่งที่เจ้าปรารถนาถ้าเจ้าไม่ทำลายศรัทธาในมุฮัมมัดเสียเราก็ย่อมอยู่กับเจ้าตลอดกาลโลกอันระทมทุกข์นี้คือฉันใด?เพื่อจารึกประวัติศาสตร์แห่งโลกไว้เราขอมอบปากกาและกระดาษให้แก่เจ้า







