INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (35)

1751271562779 edit 472228438216681

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (35)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

โดยอาศัยเนบูคัดเนซซาร กษัตริย์แห่งอิสราเอล

 

3.11 เรื่องราวของมัรยัม มารดาของอีซา

อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งกล่าวไว้ในอัลกุรอานดังว่า “เมื่อสตรีของ อิมรอนกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของข้าฯ แน่แท้ข้าฯขอสาบานต่อพระองค์ อะไรก็ตามที่อยู่ในครรภ์ของข้าฯ ข้าฯ ขอถวาย(เพื่อการ รับใช้) โปรครับไปจากข้าฯด้วยเถิด แน่แท้พระองค์ทรงไว้ซึ่งการได้ยิน และทรงตระหนักรู้” (3:35)

ฮันนา ภรรยาของอิมรอน ก็คือคุณยายของอีซา และเขาแตก ต่างจากอิมรอน บิดาของมูซา เขา (อิมรอน)เป็นบุตรชายของมาซะอัน และน้องสาวของฮันนาชื่ออาอิซะฮ์เป็นภรรยาของซะการียา ดังนั้น ยะฮ์ยากับ มัรยัมจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

ภรรยาของอิมรอนได้ให้คำสาบานไว้ว่า นางจะถวายเด็กน้อย ที่อยู่ในครรภ์ของนาง(ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงให้ทำงานรับ ใช้เยรูซาเล็ม หรือให้ทำการสวดภาวนาอยู่ในมัสยิด(บุตรชายที่ถูกนำ มาถวายแล้วจะไม่สามารถละออกจากสถานที่ได้) อะลี อิบนิ อิบรอฮีม กล่าวไว้ว่า อัลลอฮ์ทรงตระหนักยิ่ง และทรงได้ยินยิ่ง อะบาซี บันทึก ไว้ว่า เมื่อว่าตามวจนะหนึ่งแล้ว ภรรยาของอิมรอนสาบานว่า นาง จะถวายเด็กน้อยให้เป็นผู้บริการเยรูซาเล็ม

เกี่ยวกับฮันนาผู้เป็นมารดาของมัรยัม มีกล่าวไว้ว่า “เมื่อนางถึง วาระของการคลอด นางกล่าวว่าโอ้พระผู้อภิบาลของข้าฯ ข้าฯได้ คลอดลูกผู้หญิง และอัลลอฮ์ทรงตระหนักยิ่งในสิ่งที่นางคลอดออกมา และเพศชายนั้นไม่เหมือนเพศหญิง และข้าฯได้ตั้งชื่อให้กับทารก หญิงว่า มัรยัม

และข้าฯ มีคำสั่งเสียมายังเธอและลูกน้อยของเธอให้อยู่ใน การปกป้องคุ้มครองของพระองค์จากซาตานที่ถูกสาปแช่ง” (3:36)

อิมาม ยะอ์ฟัร อัศศอดิก กล่าวว่า สตรีไม่เหมือนกับบุรุษดังที่​ (เมื่อสตรีมีรอบเดือน นางไม่สามารถอยู่ในมัสยิดได้ นางต้องละออก จากสถานที่นั้น และออกไปพำนักที่อื่น และผู้ที่ต้องดูแลรักษามัสยิด จะต้องไม่ละทิ้งมัสยิดไป(และฮันนากล่าวว่า ฉันตั้งชื่อให้เธอว่า มัรยัม มัรยัมหมายถึง บริสุทธิ์สะอาด ฉันได้มอบหมายเธอ ให้อยู่ในการคุ้ม ครองของอัลลอฮ์)

อัลกุรอานกล่าวไว้ว่า “ดังนั้นพระผู้อภิบาลของเธอจึง ยอมรับเธอด้วยการยอมรับที่ดี การเจริญเติบโตที่ดี” (3:36) และทำให้เธอเจริญเติบโตด้วยกับ

เป็นที่กล่าวกันว่าเธอเจริญเติบโตขึ้นในทุกวัน ด้วยกับวิทยญาน และอื่นๆ เมื่อเธอมีอายุเก้าขวบบริบูรณ์ เธอมีความสมบูรณ์พร้อม ด้วยกับการละหมาดและการถือศีลอด เธอมีความสมบูรณ์มากกว่าบุรุษ อื่นๆในการเคารพภักดี

ข้อความต่อเนื่องจากโองการที่ 36 อัลลอฮ์ทรงทำให้เธอมาอยู่ใต้การดูแลของซะการียา มีการกล่าวไว้ว่า มารดาของมัรยัมนำ เธอมา ด้วยการห่อเธอไว้ในผ้าอ้อมและกล่าวว่า นางได้อุทิศเธอให้ กับการดูแลบริการ นครเยรูซาเล็ม มัรยัมเป็นบุตรของศาสดา ดังนั้น ผู้คนต่างพากันกล่าวว่า พวกเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเธอเอง แต่ ซะการียากล่าวว่า อัลลอฮ์ ได้ทรงมอบหมายให้เขาเป็นผู้ปกครอง ของเธอ “เพราะภรรยาของฉันเป็นบ้าของมัรยัม” แต่บรรดาผู้รู้คน อื่นๆกล่าวว่า “ท่านไม่ได้เป็น แต่มารดาของเธอเป็นผู้ทรงคุณธรรม ดังนั้นเพื่อการหาบุคคลที่เหมาะสม พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะโยน ปากกาของพวกเขาลงไปในน้ำ พวกเขามีทั้งหมดยี่สิบเก้าคน ปากกา ล้วนมีน้ำหนักมากเพราะทำด้วยเหล็ก และใช้สำหรับเขียนโองการ ต่างๆของคัมภีร์เฏารอด พวกเขาต่างโยนปากกาลงไปในน้ำที่กำลัง ไหลทีละคน ซะการียาโยนของเขาลงไปเช่นกัน ปากกาทั้งหมดล้วน จมน้ำสิ้น ยกเว้นของซะการียา มันลอยน้ำตามการรายงานของ อิมาม อัศศอดิก อัลลอฮ์ทรงลงวิวรณ์

IMG 20260302 124002

มายังอิมรอนว่า พระองค์จะทรงประทานบุตรชายให้กับเขาคนหนึ่ง ผู้ซึ่งจะทำให้คนตาบอดเป็นคนตาดี​ เขาจะรักษาคนป่วยที่เป็น​โรคเรื้อนให้หาย และทำคนตายให้ฟื้นคืนชีพด้วยกับคำสั่งของเขา “ข้าจะส่งเขาลงมาให้เป็นศาสนทูคของข้ากับผู้คนห่งชาวอิสราเอล”

อิมรอนจ้งข่าวดีให้กับฮันนาภรรยาของเขา และนางจึง ตั้งครรภ์ นางคิดว่าอัลลอฮ์จะทรงมอบข่าวดีให้ด้วยกับเด็กชาย คนหนึ่ง ดังนั้นนางจึงตัดสินใจว่า นางจะถวายเด็กน้อยนี้ (ไม่ว่าจะ เป็นหญิงหรือชาย)ให้รับใช้นครเยรูซาเล็ม เมื่อมัรยัมถือกำเนิด นางจึง กล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ ข้าฯได้คลอดบุตรหญิงออกมาคนหนึ่ง และ ศาสดานั้น จะเป็นผู้หญิงไม่ได้” เมื่ออัลลอฮ์ทรงให้ความจำเริญกับ มัรยัม ด้วยกับบุตรชายคืออีซา จึงเป็นการทำให้คำสัญญาของ พระองค์ที่มีต่ออิมรอนสำเร็จสมบูรณ์

ตามการรายงานวจนะอีกบทหนึ่งความว่า ผู้คนมาสอบถาม อิมาม ริฎอ ว่า หากอัลลอฮ์มีข่าวสารใดๆเกี่ยวกับเรื่องใดๆแล้ว จะมี ผู้ใดมากระทำอันเป็นการคัดค้านมันได้หรือไม่ “ได้ ดังในยุคสมัยของ มูซา อัลลอฮ์ทรงมีบัญชาห้ามมิให้ชาวอิราเอลเข้าสู่แผ่นดินอันศักดิ์ สิทธิ์ ผู้คนต่างเชื่อฟังปฏิบัติตาม และก็มิได้เข้าไป แต่บรรดาหลาน เหลนของพวกเขาจึงได้เข้าไป ในทำนองเดียวกันอัลลอฮ์ ทรงแจ้ง กับอิมรอนว่า พระองค์จะทรงประทานบุตรชายคนหนึ่งให้กับเขาใน เดือนนั้นเดือนนี้ของปีและบุตรชายคนนั้นจะได้เป็นศาสดาองค์หนึ่ง

IMG 20260302 123441 edit 852882700503243

และเขาละออกไปยังสถานที่อื่น”

เมื่อมัรยัมถือกำเนิดในบ้านของอิมรอนและซะการียา เป็น ผู้ดูแลในตัวเธอ บางคนกล่าวว่า “อิมรอนเป็นศาสดาที่แท้จริงของ อัลลอฮ์ และบางคนกล่าวว่า เขาไม่ได้เป็น เมื่ออีซาถือกำเนิด บรรดาผู้ที่เชื่อศรัทธากล่าวว่า “สิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสัญญากับอิมรอนเป็น สัจธรรม

ตามการรายงานในวจนะอีกบทหนึ่งกล่าวว่า ผู้คนต่างมา ถามอิมาม บากิรว่า อิมรอนเป็นศาสดาหรือไม่ อิมามกล่าวตอบว่า “ใช่ เขาเป็นศาสดาองค์หนึ่งที่อัลลอฮ์ส่งมายังชุมชนของเขา และ ฮันนา เป็นภรรยาของอิมรอน และฮะนานะ เป็นภรรยาของซะการียา เขาทั้งสองต่างเป็นพี่น้องกัน ฮันน่าเป็นมารดาของมัรยัม และยะฮ์ยา เป็นบุตรของซะการียา และอีซา เป็นบุตรของมัรยัม

จงเชื่อฟังปฏิบัติตามพระ อัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้มัรยัม ผู้อภิบาลชของเธอ และจงสำรวมตนของเธอเถิด และจงโค้งคารวะ พร้อมกับบรรดาผู้โค้งคารวะเถิด “สิ่งนี้เป็นการประกาศถึงเรื่องที่เร้นลับ ซึ่งเราได้วิวรณ์มายังเจ้า และเจ้าก็มิได้อยู่กับพวกเขา เมื่อพวกเขา โยนปากกาของพวกเขา(เพื่อตัดสินว่า)บุคคลใดในหมู่พวกเขาจะได้ มัรยัมไปดูแลและเจ้าก็มิได้อยู่กับพวกเขา เมื่อพวกเขาแข่งขันซึ่งกัน และกัน” (3:43-44)

อิมามมุฮัมมัด อัลบากิร กล่าวว่า การโยนปากกาลงไปในน้ำ เพื่อการหาผู้ปกครองให้กับมัรยัม ผู้ซึ่งผู้ปกครองของเขาเสียชีวิต และนางจึงเป็นเด็กกำพร้า และในตอนสุดท้ายเป็นการกล่าวถึงเรื่อง การเป็นผู้ปกครองของอีซา

อิบนิ อับบาส กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งท่านศาสดาบอกกับ ครอบครัวของท่านเรื่องการกระทำทารุณกรรมและการกดขี่กับ ฟาฏิมะฮ์ภายหลังจากท่าน และกล่าวว่าทวยเทพจะสะอื้นไห้ด้วย ความเสียใ​จ และโศกสลด ดังที่ได้วิวรณ์มายังมัรยัม และกล่าวว่า

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *