แนวความคิดและศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ : การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (5)

แนวความคิดและศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ : การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (5): สาเหตุความเสื่อมของเศรษฐกิจไทยในศตวรรษที่ 21 (ต่อ)
คุณภาพการบริหารประเทศและประสิทธิภาพในการกำหนดและบริหารนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพ
ในเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายชุด แต่คุณภาพการกำหนดนโยบายและบริหารประเทศดูเหมือนว่าจะเลวกว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ในช่วงที่ประเทศไทยยังไม่มีการเลือกตั้งเสรี ในศตวรรษที่ 21 มีรัฐบาลหลายชุดที่ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการจำนวนมาก ที่มีพฤติกรรมทุจริต มีทั้งการทุจริตเชิงนโยบาย( policy coruption) การร่วมกันคดโกงกันระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้า คุณภาพการกำหนดนโยบายของรัฐบาลหลายชุดที่มาจากการเลือกตั้งเลวลงมาก มีรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม พลังงานที่ไม่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ เป็นรัฐมนตรีได้จากการสนับสนุน จากพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล หรือมีความใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้น การแต่งตั้ง และเลื่อนขั้นข้าราชการภายในกระทรวงต่างๆก็ขึ้นอยู่กับ“เส้น” มากกว่าความรู้ความสามารถ
โดยทั่วไป การรับบุคคลเข้าทำงานตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงของบริษัทต่างๆในภาคเอกชน มักต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก โดยมีการตรวจสอบประวัติ สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ แล้วคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมกับหน้าที่การงาน แต่การแต่งตั้งรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นสูงในกระทรวงต่างๆในรัฐบาลที่มาจากการเลือกโดยตั้งเสรีบ่อยครั้งไม่ได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถ และไม่มีกระบวนการคัดเลือกเข้มงวด แต่อย่างใด ขอเพียงเป็นผู้ที่พรรคการเมืองสนับสนุน เท่านั้น
ในเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้บริหารเศรษฐกิจสำคัญในรัฐบาล นอกจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้บริหารสูงสุดในองค์กรและรัฐวิสากิจบางแห่ง ที่มีการคัดเลือกเป็นทางการแล้ว ตำแหน่งอื่นๆ รวมถึงทั้งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และอธิบดีในกระทรวงต่างๆ มักไม่มีการคัดเลือกที่เป็นกิจลักษณะ คุณภาพการกำหนดและการบริหารนโยบาย จึงไม่ดีเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม ใสประเทศอื่นๆที่มีการเลือกตั้งเสรี ก็มีคนไม่ดีจำนวนมาก ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้บริหารประเทศ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า การเลือกตั้งเสรี เป็นสิ่งไม่ดี แต่เหตุที่มีนักการเมืองคุณภาพไม่ดี ทั้งๆที่มีการเลือกตั้งที่เสรี และมีการตรวจสอบผู้สมัครเลือกตั้ง แต่ผู้ไม่มีความรู้ความสามารถและไม่ซื่อสัตย์สุจริตได้รับเลือกเข้ามาบริหารประเทศได้ อาจมีหลายสาเหตุ เช่น ได้รับเลือกเป็นสส.จากการได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รับปากว่า เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว จะเสนอผลประโยชน์ให้แก่ประชาชน ตัวอย่างในประเทศไทย คือการจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดและการขึ้นค่าจ้างแรงงาน นโยบายเหล่านี้ ได้รับความนิยมเพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เล็งเห็นแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ไม่ได้พิจารณาถึงผลเสียของนโยบายเหล่านี้ที่มีต่อประเทศ
ในส่วนของข้าราชการ และผู้บริหารในองค์กรของรัฐ การมีข้าราชการและพนักงานที่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอหรือมีความประพฤติที่ไม่ดีจำนานมากนั้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบอุปถัมภ์ที่ ฝังรากลึกในสังคมไทย บ่อยครั้ง คนที่มีเส้นสาย เอาใจเจ้านาย ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจ จะมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งมากกว่าผู้มีความรู้ ความสามารถ ดังนั้น ถ้าไม่มีการระบบคัดเลือกที่ดีแล้ว ระบบ“เส้น”นี้ อาจแก้ไขได้ยาก
หากผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเป็นคนที่ไม่มีคุณธรรม และไม่ซื่อสัตย์สุจริตแล้ว การมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่มีความรู้ ความสามารถ จริยธรรมและไม่ประจบสอพลอ คงเป็นไปได้ยาก ในกว่า 20 ปีมานี้ ประเทศไทย มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีจริยธรรม และไม่ซื่อสัตย์สุจริตหลายคน ในเมื่อหัวหน้ารัฐบาลเป็นคนไม่ดีแล้ว การมีรัฐมนตรี และผู้บริหารองค์กรอื่นๆของรัฐ เป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริต และกล้าขัดคำสั่งของนายกรัฐมนตรี คงเป็นไปได้ยาก
รัฐบาลไม่มีจริยธรรมและไม่ซื่อสัตย์สุจริต นอกจากมีนักการเมือง และข้าราชการมีจำนวนมากแล้ว การบังคับใช้กฎหมาย และกฏระเบียบ ก็ไม่มีความเที่ยงธรรม และไม่มีประสิทธิภาพ องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันการทุจริต เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อาจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์กรเหล่านี้ เนื่องจากผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของปปช.และกกต.ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลที่ไม่สุจริต จึงไม่กล่าวโทษหรือลงโทษนักการเมือง และข้าราชการทุจริตคอรัปชั่น และการหาเสียงการเลือกตั้งที่ผิดกฎหมาย เช่น มีการซื้อเสียง หรือโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยถ้อยคำที่เป็นเท็จ เมื่อองค์กรอิสระไม่มีความเป็นอิสระที่แท้จริงแล้ว การบังคับใช้กฎหมายที่มีความเที่ยงธรรม ย่อมเป็นไปได้ยาก
ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยหลายชุดใน 25 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนมาก ที่ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ กล่าวคือ”พูดแล้วไม่ทำ” มีนโยบาย แต่ไม่มีแผนงาน ไม่มีโครงการ และไม่ได้จัดสรรงบประมาณ ทั้งยังขาดความต่อเนื่อง คือทำได้ไม่นานก็หยุด ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุ เช่น เปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนรัฐมนตรี ที่อยู่คนละพรรคกับรัฐมนตรีเดิม นอกจากนั้น การดำเนินนโยบาย ยังมีปัญหาการขาดการประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ นโยบายบางอย่างจะต้องรับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งห่วยงานภาครัฐบาลและหน่วยงานในภาคเอกชน ปัญหาของรัฐบาล คือ กระทรวงต่างๆ มีโยบายที่แตกต่างกัน การทำงานรัฐบาล ไม่มีเอกภาพ รัฐบาลที่ประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง กระทรวงต่างๆ มักไม่มีการประสานงานกัน หน่วยงานภาครัฐกับหน่วยงานภาคเอกชน ก็ไม่มีการประสานงานหรือร่วมมือกันแต่อย่างใด
ในประเทศที่มีการเลือกตั้ง และเปลี่ยนรัฐบาลตามวาระที่กำหนดไว้ รัฐบาลใหม่ มักละทิ้งนโยบายรัฐบาลชุดก่อน ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ที่ควรมีการดำเนินต่อไป ตัวอย่างในประเทศไทย คือ ตั้งแต่ปี.2001 มีหลายครั้งที่นโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจถูกยกเลิก แล้วเปลี่ยนมาเป็นนโยบายประชานิยมที่เลวร้าย ที่สร้างความเสียหาย เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล
สิ่งน่าเสียใจคือใน 25 ปีที่ผ่านมา มีหลายปีที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีนโยบายประชานิยม ที่ทำความเสียหายมาก แม้มีบางช่วงที่กลุ่มนักการเมืองที่ไม่มีจริยธรรมและไม่สุจริต ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่แม้ไม่เป็นรัฐบาล นักการเมืองกลุ่มนี้ก็ยังยุยงให้ประชาชนที่สนับสนุนฝ่ายตน ชุมนุมประท้วงรัฐบาล ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย จนต้องมีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่และฝ่ายตนที่ชูนโยบายประชานิยม สามารถกลับเข้ามาเป็ยรัฐบาลอีก
กล่าวได้ว่า สาเหตุของความตกตํ่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 นอกจากการทุจริตเชิงนโยบายและประชานิยมที่สร้างความเสียหายแล้ว ยังเกิดจากความไม่สงบในบ้านเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่สถานการณ์โลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ก็มีส่วนระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย
สถานการณ์เศรษฐกิจโลก
ในทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกได้ชะลอตัวลงมามาก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในโลกส่วนใหญ่ลดลง การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ มีอัตราการขยายตัวน้อยลง แม้มีข้อตกลงการค้าการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่นๆในภูมิภาคต่างๆจำนวนมาก แต่การค้าเสรีในระดับโลกลดลง การกระแสกีดกันการค้า มีมาก โดยเฉพาะอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก มีนโยบายการกีดกันทางการค้าและกีดกันเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น นอกจากนั้น ตั้งแต่ปี คผ.ศ.2020 เป็นต้นมา มีการระบาดของโรคโควิดทั่วโลก และประเทศต่างๆ มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มากขึ้น มีสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ที่ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก เศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่มีสงครามถูกทำลายไปมาก ความขัดแย้งทางการเมือง และโรคระบาด นำสู่ความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆรวมทั้งไทย สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการดำเนินนโยบายภายในประเทศที่ไม่ดี ทำให้อัตราขยายตัวเศรษฐกิจไทยลดลงมาก แม้รัฐบาลชุดต่างๆมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การเจริญเติบโตเศรษฐกิจ ก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจสังคม ที่มีอยู่เดิม เช่น การค้า การลงทุนที่ขยายตัวอัตราต่ำ หนี้ครัวเรือนที่สูงมีความรุนแรงมากขึ้น กลุ่มคนยากจนมีความเป็นอยู่เลวลง แม้รัฐบาลชุดต่างๆมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องใช้งบประมาณมาก แต่ไม่ทำเศรษฐกิจดีขึ้น
การกระตุ้นกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ในบางประเทศ มีระบบสวัสดิการ ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ช่วยผู้ชรา และผู้เจ็บป่วยที่มีฐานะไม่ดี บางประเทศมีการแจกเงินประชาชนในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บางประเทศมีการเก็บภาษีเงินได้เชิงลบ(negative income tax)โดยประชาชนทุกคนต้องยื่นภาษีเงินได้ ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ แต่ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่ต้องเสียภาษี และรัฐบาลยังจ่ายเงินช่วยเหลืออีก
ในศตวรรษตวรรษที่ 21 รัฐบาลไทยก็มีการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แจกเงินคนจนหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์การแจกเงินครั้งนั้นใช้งบประมาณไม่มาก และช่วยเหลือเฉพาะผู้ยากไร้ แต่ยังมีนักวิชาการบางคนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าการแจกเงินดังกล่าว เป็นการทำลายวินัยทางการคลังของประเทศ
ต่อมาในปีค.ศ.2010 รัฐบาลประยุทธ์ มีโครงการคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์โควิด โดยรัฐบาล ช่วยออกค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายที่ประชาชนจ่ายออกไป โครงการคนละครึ่งนี้ทำอยู่หลายเฟส และแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกตํ่าได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ และพรรคเพื่อไทยได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ. 2023 มีโยบายแจกเงินดิจิตัลให้ประชาชนไทยทุกคนที่มีอายุเกิน 16 ปี การแจกเงินนี้ ต้องใช้งบประมาณมาก ถึง 560,000 ล้านบาท หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายนี้ออกมา มีนักวิชาการเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก รวมทั้งอดีตผู้ว่าการราคารแห่งประเทศไทยและอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ออกแถลงการณ์คัดค้านการแจกเงินดิจิตัลดังกล่าว กล่าวว่า นโยบายนี้มีผลเสียมากกว่าผลดีและต้องใช้งบประมาณมาก ถ้าจ่ายเงินมากเท่านี้ ต้องตัดงบประมาณอื่นที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือไม่ก็ต้องกู้เงิน โดยต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการสร้างภาระทางการคลังให้แก่รัฐบาล การแจกเงินลักษณะนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด นอกจากนั้นยังมีคำถามอีกหลายประการ เช่น ทำไมไม่แจกเงินเฉพาะกลุ่มคนยากจน ทำไมต้องแจกเงินทุกคนรวมทั้งผู้มีฐานะดีที่ไม่มีความเดือดร้อนทางการเงิน ทำไมต้องแจกเป็นเงินดิจิตัล โดยไม่ใช้ระบบการโอนเงินให้ประชาชนที่มีอยู่แล้ว ถ้าจะกระตุ้นการใช้จ่าย น่าจะนำโครงการคนละครึ่งที่มีอยู่ มาใช้มากกว่า แต่รัฐบาลไม่ฟังเสียงคัดค้าน และมีการแจกเงินดิจิตัลเฟสแรก ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผลปรากฏว่าการแจกเงินดิจิตัลนี้ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามที่รัฐบาลอวดอ้างไว้
ต่อมา มีการเปลี่ยนรัฐบาล ในปี 2025 ที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ จึงได้นำโครงการคนละครึ่งกลับมาใช้อีกครั้ง และได้รับความนิยมจากประชาชนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการคนละครึ่งที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการเดิมและเปลี่ยนชื่อเป็นคนละครึ่งพลัส ทำได้เฟสเดียว ก็มีการยุบสภา จึงไม่สามารถทำต่อได้
การแจกเงินประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้อาจทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขความทดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการแจกเงินให้แก่ประชาชนไม่สามารถทำต่อเนื่องเป็นระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง แก้ไขเศรษฐกิจไทยที่ซบเซา และมีปัญหารุมเร้า คงไม่สามารถทำได้
นโยบายและมาตรการการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จะมีการกล่าวถึงในบทความต่อไป สำหรับประเทศไทย สิ่งควรทำ คือ ขจัดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถของภาคเศรษฐกิจต่างๆ พัฒนาเทคโนโลยี และกำลังคน ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมและบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เลือกผู้บริหารประเทศที่มีจริยธรรม และมีความรู้เศรษฐกิจ ที่ใช้ความได้เปรียบของประเทศให้เป็นประโยชน์ได้
ในเวลาอีกไม่ถึงเดือน ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง หากเราสามารถเลือกรัฐบาลที่มีจริยธรรม มีความรู้ความสามารถ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็ง ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ได้เต็มที่ ก็น่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าเลือกรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นและมีรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ดังที่เป็นมาในเวลาส่วนใหญ่ของศตวรรษที่ 21 การปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจไทย คงเป็นไปได้ยาก ความหวังในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ ที่ไม่ไปเลือกพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และที่เคยสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจไทยในเวลาที่ผ่านมา







