INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (33)

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (33)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

เขาเคยเห็น

ดังนั้นศาสดาจึงขอให้มารดาของ ยะฮ์ยา ตัดเย็บเสื้อผ้าตาม ที่เขาชอบให้กับเขาชุดหนึ่ง ยะฮ์ยา จึงสวมใส่เสื้อผ้าชุดนี้และจึงไปยัง กรุงเยรูซาเล็มเพื่อไปสวดภาสวนากับบรรดาผู้ภักดี ร่างกายของเขา จึงผ่ายผอมและอ่อนแอ เนื่องจากเสื้อที่ทำด้วยเส้นผมมีน้ำหนักมากเมื่อ ยะฮ์ยา รู้สึกอ่อนเพลียเขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮ์​ อัลลอฮ์ทรงกล่าวว่า “โอ๊ยะฮ์ยา เจ้าร่ำร้องเพื่อความอ่อนแอหรือ ข้าขอสาบาน หากเจ้าได้เห็นไฟนรกสักครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าจะต้องร้องขอเพื่อเสื้อผ้า ที่ทำด้วยเหล็ก” เมื่อได้ยินวิวรณ์เช่นนี้ เขาจึงร่ำไห้อย่างหนัก ใบ หน้าของเขาซีดเผือด และกรามที่ผอมแห้ง และฟันของเขาจึง ยื่นออกมา เมื่อมารดาของเขารับรู้ถึงเรื่องนี้ นางจึงมากับบิดาของเขา บรรดาผู้ที่ร่วมกันบำเพ็ญภาวนาอยู่ ณ ที่นั่น ต่างมารวมตัวกัน และกล่าวว่า “ใบหน้าของเขาซีดเผือดและได้รับบาดเจ็บ” ยะฮ์ยากล่าวว่า “เขาไม่รู้ เรื่องอะไรด้วยเลย” ซะกะรียา ถามว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมลูกถึงต้องทนลำบากมากถึงเพียงนี้ พ่อวิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้ พระองค์ทรงประทานบุตรชายสักคนหนึ่งให้กับพ่อ และลูกก็ถือกำเนิด มา อัลลอฮ์ทรงทำให้ดวงตาและหัวใจของพ่อชื่นบาน” ยะฮ์ยา สอบถามบิดาของเขาว่า บิดาเองเคยกล่าวไว้ว่า “มีหุบเหวอยู่หุบหนึ่ง ขวางอยู่ระหว่างสวรรค์กับนรก และเฉพาะผู้ศรัทธาที่ทรงคุณธรรม ของอัลลอฮ์ และบรรดาศาสดาของอัลลอฮ์เท่านั้นจึงจะผ่านมันไปได้” ศาสดากล่าวตอบว่า “ใช่ พ่อได้เคยกล่าวไว้เช่นนั้น อัลลอฮ์ผู้ทรง

 

สร้างสรรค์ ทรงสร้างเจ้ามาก็เพื่อการเคารพภักดีต่อพระองค์ ดังนั้นมารดาของเขาจึงถามว่า “หากนางจะทำผ้าให้สักสอง ชิ้นที่ทำด้วยไหมพรมเนื้ออ่อนเพื่อพันไว้ที่ใบหน้าของเขา เพื่อปิดฟัน ของเขาและไว้ซับน้ำตา” ยะฮ์ยา จึงกล่าวว่า “เอาครับแม่ จงทำไป ตามที่แม่ต้องการเถิด” มารดาของเขาจึงทำผ้าสองชิ้นมาให้ และผูกไว้ ที่แก้มของเขา เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ผ้าทั้งสองผืนนั้นก็ชุมโชกไปด้วยน้ำตา เมื่อเขาปิดมัน น้ำตาจะไหลออกมาจากนิ้วมือของเขา เมื่อ ซะกะรียา เห็นเช่นนั้น เขาจึงเศร้าระทมใจอย่างมาก จึงวิงวอน ขึ้นว่า “โอ้อัลลอฮ์ เขาเป็นบุตรชายของข้าฯและนี่คือน้ำตาของเขา พระองค์ทรงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่และเกรียงไกร

 

เมื่อ ซะกะรียา ต้องการเผยแผ่ให้ผู้คนได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่อง สวรรค์และนรก เขาจะมองไปทางซ้ายและขวา เพราะเขาไม่ต้องการ พูดถึงเรื่องของนรกต่อหน้าบุตรชายของเขา เมื่อวันหนึ่งขณะที่ ยะฮ์ยา ไม่ได้ปรากฏอยู่ต่อหน้าที่ชุมนุม ศาสดาจึงเริ่มพูดกับผู้คน อะฮ์ยา จึงแอบเข้ามานั่งร่วมอยู่กับผู้คนเช่นกันเพื่อฟังการเทศนาของ บิดาของเขา ซะกะรียา กล่าวว่า “วันนี้เทพ ญิบรออีล สหายของฉันมา พร้อมด้วยกับการวิวรณ์ของพระเจ้าดังว่า มีภูเขาอยู่ลูกหนึ่งในนรก มันมีชื่อว่า “ซะกอรอัน” ใต้ภูเขาลูกนี้มีหุบเหวหุบหนึ่งชื่อ “กะซะบัน” มันเป็นสถานที่อันตรายมากและร้ายแรงที่สุด มันมีบ่อหนึ่งที่ลึกและ กว้างมากในหุบเหวนั้น มันต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งร้อยปี มันมีไฟ เป็นงวงอันมากมาย งวงของไฟเหล่านี้ยังมีงวงเล็กๆรวมทั้งแท่งเหล็ก โซ่และกระบังสวมคออีกมากมาย”

 

เมื่อ ยะฮ์ยา ได้ยินเรื่องราวของการลงทัณฑ์ของอัลลอฮ์ เขาจึง ยกศีรษะขึ้นและร้องออกมาว่า “โอ้อัลลอฮ์ เราไม่รู้ถึงเรื่องนี้เลย” เขาจึง ละออกจากสถานที่นี้และจึงหายตัวเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง

 

ซะกะรียา จึงกลับมาหาภรรยาของเขา และขอให้นางออกไป ตามหาเขา และไปถึงสถานที่ที่พวกอิสราเอลบางคนจะมาร่วมชุมนุม กันอยู่ พวกเขาจึงถามเขาว่านางจะไปไหน นางกล่าวตอบว่า นาง กำลังตามหา ยะฮ์ยา บุตรชายของนางอยู่ ผู้ซึ่งได้ยินเรื่องราวของ นรกจากบิดาของเขา “ฉันเกรงว่าเขาจะเข้าไปในป่า” ในระหว่างทาง นางพบกับคนเลี้ยงแกะคนหนึ่ง เขาจึงถามเขาว่า เขาเห็นลูกชาย ของเขาไหม เขาจึงกล่าวตอบว่า “เขาเห็นเขา และร่างกายของเขา ทั้งหมดท่วมไปด้วยน้ำตา เขากำลังวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ด้วยการเงยศีรษะขึ้นและกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ ด้วยกับความรุ่งโรจน์และความ เกรียงไกรของพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่ดื่มน้ำเย็นจนกระทั่งตายและ คืนกลับไปยังพระองค์”

 

มารดาของเขาจึงมาหาเขา เมื่อเขาเห็นมารดาของเขา เขาจึงเข้าไปหา นางจึงเอาเสื้อคลุมของนางคลุมไปที่ศีรษะของเขา​ และขอร้องเขาให้กลับบ้าน เขาเป็นลูกที่กตัญญู ทั้งสองจึงกลับมาบ้าน และนางจึงขอให้เขาเปลี่ยนจากเสื้อผ้าที่ทำด้วยเส้นขน มาสวมใส่เสื้อผ้า ที่เป็นขนสัตว์แทน เพราะมันจะนิ่มนวลกว่า ยะฮ์ยา จึงทำไปตาม ที่มารดาบอก จากนั้นมารดาของเขาจึงทำอาหารค่ำเป็นแกงถั่ว หรือมะซูร ให้กับเขา เขากินจนอิ่มแล้วจึงหลับไป เมื่อถึงเวลาละหมาด ยามรุ่งเข้ามาถึง ยะฮ์ยา ได้ยินเสียงวิวรณ์ของอัลลอฮ์ ดังว่า “โอ้ ยะฮ์ยา เจ้าต้องการสถานที่อื่นๆดีไปกว่าสถานที่ของข้ากระนั้นหรือหรือบุคคลอื่นๆที่เหมือนกับข้ากระนั้นหรือ” ยะฮ์ยา จึงลุกขึ้นและขอให้อัลลอฮ์ ทรงอภัยโทษให้กับการกระทำของเขา เขาต้องการร่มเงาของนครเยรูซาเล็มของพระองค์เท่านั้น เขากล่าวว่า

 

เขาจึงขอให้มารดาของเขาคืนเสื้อผ้าชุดที่หยาบกระด้างให้ กับเขา มารดาของเขาจึงคืนมันให้กับเขา และกอดเขาไว้พร้อมกับ ขอร้องเขาไม่ให้ออกไปไหน แต่ซะกะรียากล่าวว่า “ปล่อยให้เขาไปเถิด เขาได้ประกาศตนเพื่อการสละโลกนี้แล้ว” ยะฮ์ยา เปลี่ยนเสื้อผ้าของเขา และไปหมกมุ่นตนเองอยู่กับการสวดภาวนาร่วมกับบรรดาผู้ทำการ เคารพภักดี ณ กรุงเยรูซาเล็มจนถึงวาระสุดท้ายของเขา

 

ตามวจนะบทหนึ่งของอิมาม ริฎอ นับแต่เริ่มต้นมา อิบลีสจะ มาหาบรรดาศาสดา นับจากอาดัมจนมาถึง อีซา มันจะเข้ามานั่งและ สนทนากับพวกเขา แต่มันกลับมาติดพันอยู่กับยะฮ์ยา วันหนึ่ง ยะฮ์ยาจึงสอบถามมันว่า “โอ้ ผู้เป็นบิดาของมัรรอฮ์ ฉันต้องการสอบ ที่ท่านปรารถนา เพราะท่านนั้นในสายตาของฉัน ฉันมีความเคารพ ถามเจ้าบางประการ” ซาตานตนนั้นจึงกล่าวว่า “จงกล่าวมาเถิดตามต่อท่านอย่างสูงส่งมาก จึงปฏิเสธท่านไม่ได้”

 

ยะฮ์ยา กล่าวว่า “จงบอกฉันเถิดถึงเลห์กลทั้งหมดของเจ้า ซึ่งเจ้าได้กระทำให้ผู้ประพฤติเพื่อเป็นการต่อต้านพระบัญชาของ อัลลอฮ์” เขาตกลงและสัญญากับเขาว่า เขาจะมาพบกับท่านใน วันรุ่งขึ้น เมื่อวันนั้นมาถึงในตอนเช้า ยะฮ์ยา จึงรอคอยมันอยู่ เมื่อทันใดนั้นมีใบหน้าหนึ่งที่ดูน่าเกลียดเข้ามาหาเขา ใบหน้าของ มันนั้นเสมือนลิง และร่างกายเสมือนหมู ดวงตาของมันนั้นมี ขนาดใหญ่มากเท่ากับปากของมัน คางและเคราของมันไม่มี มันมี สี่มือ สองมือของมันอยู่ที่หน้าอก และสองมืออยู่ที่ไหล่ ส้นเท้าของมัน บิดกลับมาอีกทาง มันสวมใส่ชุดเสื้อคลุมและมีผ้าสะระบั่น มีเส้นเชือก หลากสีพันไว้ที่เอวของมัน มันถือกระดิ่งอันหนึ่งไว้ในมือและมีตะขอหลายอันเกี่ยวไว้ที่กระดิ่ง ยะฮ์ยา จึงถามมันถึงเรื่อง สะระบั่น ที่ มันพันไว้รอบเอว มันกล่าวว่า มันเป็นกรงอันหนึ่งที่มันทำขึ้นเอง ทาไว้ด้วยสีหลากสีเพื่อดึงดูดผู้ชาย และเส้นด้ายที่มีหลากสีนั้น เป็น คำสาบานของบรรดาผู้หญิงซึ่งดึงดูดพวกผู้ชาย ด้วยกับกลลวงต่างๆ อันชั่วร้าย ศาสดาจึงถามถึงเรื่องกระดิ่ง มันกล่าวว่า “มันมีรสชาติอัน มากมายหลากหลายชนิด มันมีเสียงนานาชนิด ดังเช่น ขลุ่ย เครื่องสาย กลอง และอื่นๆ เมื่อผู้หนึ่งดื่มเหล้าองุ่นและไม่สนุกไปกับมัน ฉัน ก็จะสั่นกระดิ่ง เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง พวกเขาก็จะเริ่มร้องเพลง เต้นรำ และปรบมือ” ศาสดาถามว่า “อะไรทำให้เจ้ามีความสุข” มันกล่าวว่า “ผู้หญิง”

 

จากนั้นมันจึงกล่าวว่า “เมื่อบรรดาผู้ทรงคุณธรรมสาปแช่งฉัน ฉันก็จะไปหาผู้หญิง และทำให้พวกเขามีความสุข” ศาสดาถามมันว่า “อะไรนั่นนะ ที่อยู่บนหัวของเจ้า” มันตอบว่า “สิ่งเหล่านี้เป็นบรรดา คำสาปแช่งของบรรดาคนดี” ศาสดาจึงถามว่า “และตะขอหลายอัน ที่แขวนกับมัน มีไว้ทำอะไร” มันตอบว่า “ด้วยกับตะขอเหล่านี้ ฉัน ใช้มันเพื่อดึงดูดจิตใจและหัวใจของบรรดาผู้ศรัทธาที่ดีมาสู่ฉัน” จากนั้น

ยะฮ์ยา จึงถามว่า “มันประสบความสำเร็จกับเขาไหม” ซาตานกล่าว ตอบว่า “ไม่ ไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่ฉันได้เห็นท่าทีของท่าน เมื่อท่านกินมากกว่าความหิวของฉัน จนกระทั่งทำให้ฉันมีชีวิต

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *