INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บทเรียนจากการทำเหมืองและอุตสาหกรรมแร่ rare earth (แร่หายาก) ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ทั่วโลก

coal 71517 1280

บทเรียนจากการทำเหมืองและอุตสาหกรรมแร่ rare earth (แร่หายาก) ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะ:

จีน – พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

1. Bayan Obo ในมองโกเลียใน (Inner Mongolia)

– เหมืองแร่ rare earth ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

– มีทะเลสาบกากของเสียกัมมันตรังสีขนาดใหญ่

– น้ำเสียปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีและโลหะหนัก ไหลลงแม่น้ำเหลือง

– ประชากรในพื้นที่มีปัญหาสุขภาพจากมลพิษ

2. จังหวัดเจียงซี (Jiangxi) ภาคใต้ของจีน

– การทำเหมืองแบบผิดกฎหมายและไร้ระเบียบแพร่หลาย

– ใช้สารเคมีพิษในกระบวนการสกัด ปนเปื้อนลงดินและน้ำใต้ดิน

– ทำลายป่าไม้และระบบนิเวศขนาดใหญ่

3. เมืองไป้โถว (Baotou)

– มีการปล่อยของเสียกัมมันตรังสีและสารเคมีพิษ

– พื้นที่การเกษตรถูกทำลาย น้ำไม่สามารถใช้ได้

 

ประเทศอื่นๆ

มาเลเซีย – โรงงานแปรรูปของบริษัท Lynas ก่อให้เกิดการประท้วงจากประชาชนเรื่องขยะกัมมันตรังสี

ออสเตรเลีย – เหมือง Mount Weld มีปัญหาการจัดการของเสียกัมมันตรังสี และมีปัญหาในการขยายกำลังผลิต

บราซิล และแอฟริกา – เริ่มมีการทำเหมือง ซึ่งก่อให้ความกังวลเรื่ื่ื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน

 

ผลกระทบหลัก

– มลพิษทางน้ำจากโลหะหนักและสารกัมมันตรังสี

– ทำลายที่ดินเกษตรกรรม

– ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน (มะเร็ง, โรคทางเดินหายใจ)

– ทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

จีนผลิต rare earth ประมาณ 60-70% ของโลก แต่ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมสูงมาก จึงทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ

กองบก.inewhorizon.net

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *