INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“แพงทั้งแผ่นดิน”แก้ยังไง

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“แพงทั้งแผ่นดิน”แก้ยังไง
แปลกไหมไหมครับ คนไทยไม่ค่อยพูดถึงข้าวของแพงกันสักเท่าไร อดทนกันต่อไป ทั้งที่เดือดร้อน
โดยเฉพาะสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ไม่เคยคิดสะท้อนความเดือดร้อนของชาวบ้านต๊อกต๋อยที่ว่าเลย
ทั้งๆ ที่ของกินของใช้ราคากระเถิบสูงขึ้นเรื่อยๆ จนฉุดไม่อยู่แล้ว
หรือว่าอาชีพสื่อสารมวลชนำพอกินพอใช้ สามารถรับมือราคาข้าวของแพงได้แล้ว ก็เลยไม่สนใจคนอาชีพอื่นๆ
เลยพากันเฉยๆ
ทุกวันนี้ ไม่มีใครหรือสื่อใด ประเมินออกมาเป็นตัวเลขชัดๆ ต่อราคาข้าวของที่สูงเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น
พูดไป ก็จะว่า ผมเขียนด้วยความรู้สึก
ซึ่งก็ต้องเถียงว่า ไม่ใช่ครับ
แต่เป็นเพราะผมและครอบครัวเจอด้วยตัวเองมาตลอด ในหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่”โควิด 19”ระบาด ทำให้เศรษฐกิจซวดเซและซบเซา ธุรกิจขนาดย่อมขนาดเล็กเจ๊งกันเป็นแถวเป็นหมื่นเป็นแสนเจ้า
จนขณะนี้ก็ยังไม่หยุดเจ๊ง
ผมเจอ เพราะครอบครัวทำอาชีพขายอาหารตามสั่ง ที่พยายามกระเสือกกระสน เอาตัวรอดมา ด้วยความยากลำบากยากแค้นยิ่ง
ชนิดขายแล้วเจ๊ง แล้วก็หาทุนทำต่อ ด้วยการกู้ จนทุกวันนี้ จ่ายค่าต้นค่าดอกไม่ครบถ้วน แต่ก็ยังพยายามกระเสือกกระสนต่อไป เพื่อจะได้กินได้ใช้ไปวันๆ
ยอมรับว่าครอบครัวผมนั้นต้องกู้นอกระบบ
ทั้งๆ ที่รู้ว่าการกู้เงินนั้นผิดบาป ในหลักการอิสลาม
ข้าวของแพงนี้ ไม่ค่อยมีสื่อไหน สะท้อนออกมา ในรายละเอียด ตั้งแต่สาเหตุและความเดือดร้อนที่กระเทือนชาวบ้านไปทั่ว
ก็เลยบ่นกันเฉพาะในหมู่”คนยาก”ด้วยกันเท่านั้น
นอกจากคอลัมน์เล็กๆ ของผมตรงนี้ ที่มักจะโวยออกมาบ่อยๆ ว่า
”แพงทั้งแผ่นดิน”………
โวยแล้ว ก็ไม่มีเสียงสะท้อนต่อ ๆกันออกไป ก็เลยต้องเงียบๆ ไปอีกและทนทานอยู่อย่างนั้น
สังคมโดยรวมก็เฉย ๆ เหมือนไม่มีใครรู้ตัว แม้แต่รัฐบาลก็ไม่ตระหนักจริงจังนัก ว่าจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้อย่างไร
นอกจากจะโฆษณาหาเสียงว่าจะแก้ไขด้วยนโยบาย”คนละครี่งพลัส”เท่านั้น
 แต่ไม่ลงลึกถึงรากเหง้าปัญหา ที่ควรจะแก้ไข ว่าสาเหตุของแพงนั้น เป็นปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่ถูกเหล่า”เจ้าสัว”ผูกขาด
ห้างค้าส่งจึงนับเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจเล็กๆ เช่นโชว์ห่วยพัง
การฉวยโอกาสเอากำไรเกินควรของร้านเล็กๆในการค้าปลีก ตามตลาดสด ตามซอกตามซอย ที่ขายอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์และผัก ที่ต้องขึ้นราคา ตามราคาที่ซื้อมาจากราคาขายส่งหรือขายตรงจากพ่อค้าแม่ค้า ที่นำสินค้ามาจากผู้ผลิตคือเกษตรกรอีกต่อหนึ่ง หรือหลายต่อ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ร้านค้าขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ ”พังตาม”เพราะขายแพง ในราคาสูงตามไม่ได้
ไม่มีใครซื้อ
ชาวบ้านชาวช่อง หันไปทำกับข้าวกินเองเสียเป็นส่วนใหญ่
ก็เจ๊งสิครับ ….จะรออะไร
ผมว่างานนี้ ชาวบ้านต้องช่วยกันเองเสียแล้วละครับ
ตั้งเป็นสหกรณ์การบริโภคเล็กๆ ขึ้นมา ไปซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นจากผู้ผลิตแล้วเอามาขายเองจะดีไหมครับ
แต่จะเริ่มต้นจากใครล่ะ
ก็ต้องจากกรรมการชุมชน ในแต่ละหมู่บ้านนั่นแหละ ที่จะต้องขอทุนขอรอนจากทางการช่วยสนับสนุนด้วยเท่านั้น
ไม่เช่นนั้น ก็จะเดือดร้อนไม่หยุด
ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่
เนื่องจากเพียงเฉพาะการทำร้านค้าปลีกผ่านอตก.ด้วยราคาสินค้าที่ลดลงเป็นพิเศษที่จะต้องขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ผลิตนั้น ไม่แพร่หลายพอ ที่จะบริการคนในเมืองใหญ่ๆ ได้ทั่วถึง เช่นในกทม. หรือ เชียงใหม่ หรือ ภูเก็ต
เอาเป็นว่าชาวบ้านต้องช่วยตัวเอง ในเรื่องที่จะต้องลดราคา ของกินของใช้ครับ
ผมว่าถ้ารัฐบาลพร้อม ออกมาบอกกล่าวกับประชาชนว่าจะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
พ่อค้าแม่ขายอย่างบ้านผม ก็พร้อมจะร่วมมือครับ
ร่วมมือกัน เพื่อชาวประชาหน้าแห้ง อย่างเราๆ ท่านๆ น่ะครับ
นี่ละที่น่าจะแก้ปัญหา”แพงทั้งแผ่นดิน”ได้จริงๆ
ท่านผู้อ่านเล่า….มีความเห็นอย่างไร
Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *