INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บทเรียนจากบังกลาเทศ

Bangladesh flag on flagpole waving cloudy sky background realistic 3d illustration
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
บทเรียนจากบังกลาเทศ
ไม่เพียงกรณี”โควตา”รับคนเข้าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นที่จุดไฟประท้วงขับไล่”เช้ก ฮาซีนะห์”ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ทั้งๆ ที่เธอได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องมาสี่วาระและเพิ่งได้รับเลือกตั้งขึ้นมาดำรงตำแหน่งในวาระที่ ๔ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง
แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุกรุ่นรุมเร้าอยู่ลึกๆให้ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยที่”คนนอก”ไม่รู้อีกหลายอย่าง อันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดการลุกลามก่อจลาจลไปทั่วประเทศ
ซึ่งจะค่อยๆอธิบายว่ามีความเป็นมาอย่างไรพอเป็นสังเขปดังต่อไปนี้
เหตุผลเฉพาะหน้าที่ก่อให้เกิดการลุกขึ้นประท้วงก็คือกรณีนักศึกษาไม่พอใจกฎหมายดั้งเดิมฉบับหนึ่งซึ่งอนุญาตให้ลูกหลานทหารที่ร่วมสู้รบต่อสู้แยกเป็นเอกราชาจากปากีสถานมาเป็นบังกลาเทศในปี ๑๙๗๑ ได้สิทธิพิเศษในการเข้ารับราชการ
หลังสุดศาลสูงสุดชี้ขาดเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เพิ่มรับบุคคลทั่วไปเป็น ร้อยละ ๙๓ โดยลดโควตาให้รับลูกหลานทหารผ่านศึกเหลือเพียงร้อยละ ๕ และให้ชนกลุ่มน้อยกับให้กลุ่มเพศที่สาม(รวมผู้พิการทุพพลภาพ)ร้อยละ ๑
แต่กลุ่มนักศึกษาก็ยังไม่พอใจอยู่นั่นเอง
ยังคงประท้วงไม่เลิกและยิ่งลุกลาม เพราะไม่พอใจที่มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมของทหาร-ตำรวจไปราว ๒๐๐ คนในการประท้วงต่อกรณีเดียวกันก่อนหน้านั้น ระหว่างเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
คราวนี้ในการชุมนุม(๔ สค.๖๗)จึงมีการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้ที่เสียชีวิตจากการปราบปราม โดยรุกฆาตเรียกร้องชุมนุมทั่วประเทศด้วย
สุดท้ายก็ยื่นคำขาดให้ “เช้ก ฮาซีนะห์”ลาออก
ปรากฏว่าในการชุมนุมหลังสุด มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะเกือบ ๑๐๐ ภายในวันเดียว ในจำนวนนี้มีตำรวจรวมอยู่ด้วยหลายนาย
ในที่สุด”เช้ก ฮาซียะห์”ก็ต้องลาออกโดยหนีจากเมืองหลวงไปไหนก็ไม่รู้ด้วยเฮลิคอปเตอร์
แต่ก็เชื่อกันว่าเธอไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในอินเดียแล้ว
ที่เล่ามาคือสาเหตุเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น
ก็จะเล่าต่อไปว่า กรณีที่เกิดเหตุลุกลามใหญ่โตเช่นนี้เพราะการยุแหย่และสนับสนุนของพรรคฝ่ายค้านด้วย
“เช้ก ฮาซีนะห์”กล่าวหาครั้งแรกว่าพรรคมุสลิม”ยะมาอะห์ อี อืสลามี”กับพรรคฝ่ายค้านสำคัญคือ”พรรคบังกลาเทศแห่งชาติ”หรือ”บีเอ็นพี”เป็นตัวการทำให้เกิดการปะทะและวางเพลิงจุดไฟเผา
แต่เมื่อเกิดความรุนแรงวุ่นวายขึ้นเมื่อวันอาทิตย์(๔สค.๖๗)เธอก็แถลงว่า
“พวกที่ก่อความรุนแรงไม่ใช่นักศึกษาเสียแล้ว แต่เป็นผู้ก่อการร้ายที่ทำลายความมั่นคงแห่งชาติ”
“เช้ก ฮาซีนะห์”ขอเปิดเจรจากับตัวแทนนักศึกษา แต่นักศึกษาไม่เอาด้วย ยืนกรานต้องลาออกท่าเดียว
ย้อนกลับไปดูปัญหาลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ในการบริหารประเทศของ”เช้ก ฮาซีนะ”พบว่ามาจากปัญหาหลักอยู่ที่การว่างงานสะสมของคนหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากราว ๓๒ ล้าน(จากประชากรทั้งหมด ๑๗๐ ล้าน)
แม้ครั้งหนึ่งเศรษฐกิจจะเติบโตเป็นที่ประทับใจจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม แต่ในที่สุดก็เสื่อมถอยเฉื่อยชาลง ภาวะเงินเฟ้อขึ้นไปที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศหดตัวลงในแต่ละปี
นั้นเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งสรุปแล้วเป็นเพราะมีประชากรมากเกินไป ตำแหน่งงานรองรับและอาชีพมีไม่เพียงพอ ยากจะจัดการแก้ไขได้
ประกอบภาวะเศรษฐกิจโลกหดตัว เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของ”โควิด 19″ซ้ำเติมต่อเนื่องมานานสามสี่ปี เลยส่งให้เกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมของบังกลาเทศในทางลบลงไปอีก
ลองมาพิจารณาปัญหาทางการเมือง ซึ่งย่อมจะมีผลต่อการก่อความวุ่นวายครั้งนี้เช่นกัน
การเลือกตั้งครั้งหลังสุดซี่งส่งให้”เช้ก ฮาซีนะห์”ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่สี่ต่อเนื่อง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น
พรรคฝ่ายค้านหลักคือ”บีเอ็นพี”บอยคอตไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่าพรรครัฐบาลคือ”อะวามี ลีก”(ซึ่ง”เช้ก ฮาซีนะห์”สังกัด)เพียง”โชว์เลือกตั้งเพื่อการแสดง”หรือที่เรียกว่า Sham election เท่านั้น
พรรค”บีเอ็นพี”บอกว่า ก่อนมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดสมาชิกพรรค”บีเอ็นพี”ต้องพากันหลบหนี แต่ก็มีผู้ถูกจับกุมราว ๒๕,๐๐๐ คนในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเมื่อ ๒๘ ตค.๖๖
แต่”เช้ก ฮาซีนะห์”กล่าวหาว่าพรรค”บีเอ็นพี”ยั่วยุให้เกิดการประท้วงที่เมืองหลวง”ธากา”ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปคราวนั้นอย่างน้อย ๑๐ ราย
นี้คือทั้งหายทั้งปวงที่ผมพยายามเล่าถึงเหตุผลอย่างย่นย่ออันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบังกลาเทศครับ
ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า การที่ใครจะอยู่ในอำนาจสูงสุดอย่างยาวนานและต่อเนื่องนั้น จะต้องเสี่ยงอย่างรอบด้านกับอะไรบ้าง
แม้ตั้งใจจะบริหารชาติบ้านเมืองให้ดีที่สุดก็ตามที
แล้วถามว่าสำหรับรัฐบาลที่ไม่ตั้งใจบริหารประเทศเล่า ไม่กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หรือ
Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *