มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น

มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น
แนวคิด “มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น” เป็นปรัชญาความเป็นผู้นำสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นการเจริญเติบโตส่วนบุคคล การกระตระหนักตัวเอง และความเห็นอกเห็นใจก้าวเลยพ้นไปจากคุณลักษณะโดยกำเนิด หรืออำนาจหน้าที่ตามตำแหน่ง แนวคิดนี้เป็นการเจตนาจะฉีกแนวจากทฤษฏีเก่าอย่างเช่น ทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ศตวรรษที่ 19 ที่ยึดว่าผู้นำจะกำเนิดดัวยคุณลักษณะวีรบุรุษภายใน มันได้โต้เเย้งทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ที่ล้าสมัย – ผู้นำจะกำเนิดด้วยคุณลักษณะตามธรรมชาติ – มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้นสอดคล้องกับมุมมองของผู้นำถูกสร้าง การเปลี่ยนแปลงจาก “กำเนิด” ไปสู่ “สร้าง”
แนวคิดนี้ได้เสนอแนะว่าความเป็นผู้นำเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้สร้างผ่านทางประสบการณ์และการพัฒนา
ทฤษฎีผู้นำที่ยิ่งใหญถูกนิยมแพร่หลายโทมัส คาร์ไลน์ นักปรัชญาชาวสก็อตแลนด์ ทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่จะถูกขับเคลื่อนโดยการกระทำของวีรบุรุษ จะกำเนิดมาด้วยความฉลาด ความกล้าหาญ และความสามารถที่เหนือกว่าทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ มุ่งเน้นที่คุณลักษณะตามธรรมชาติ ที่มักจะเป็นชนชั้นสูงของผู้นำ อย่างเช่น นโปเลียน โบนาปาร์ต จูเลียต ซีซาร์ อเล็กซานเดอร์ มหาราช ทฤษฎีนี้ได้เสนอแนะว่าคุณลักษณะเหล่านี้เป็นธรรมชาติและไม่สามารถสอนได้
เจอร์รี โคลอนนา ซีอีโอของรีบูท ไอโอ โค้ชซีอีโอที่มีชื่อเสียงและผู้เขียนหนังสือ “Reboot : Leadereship and the Art of Growing Up”ได้อ้างอิงบ่อยครั้ง แอนน์ แฟรงค์ สนับสนุนปรัชญาของเขา”มนุษย์ที่ดีขึ้นทำให้เป็น
ผู้นำที่ดีขึ้น” เขาได้ใช้การสะท้อนของแอนน์ แฟรงค์ ที่มุ่งเน้นว่าความเป็นผู้นำไม่ได้เกี่ยวกับอำนาจ หรือกลยุทธ์ แต่จะเกี่ยวกับ ” งานภายใน” ของการพัฒนาคุณลักษณะและความเป็นมนุษย์ของตัวเองเขาได้ใช้อย่างมีชื่อเสียงคำพูดอ้างอิง จากสมุดบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ที่แสดงความจำเป็นของการสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากและการเจริญเติบโตส่วนบุคคลของการ
พัฒนาความเป็นผู้นำ
เจอร์รี่ โคลอนนา ยืนยันว่า “มนุษย์ที่ดีขึ้นสร้างผู้นำที่ดีขึ้น” ด้วยการเสนอแนะว่าความท้าทายทางวิชาชีพที่มักจะสะท้อนสัมภาระส่วนบุคคลสัมภาระ
ส่วนบุคคลอ้างถึงแบบแผนทางอารมณ์ที่ยังไม่ถูกแก้ไขบาดแผลความเป็น
เด็ก และเเรงขับเคลื่อนทางจิตวิทยาซ่อนเร้นที่ผูนำได้นำมาอย่างไม่รู้ ไปสู่
ชีวิตทางวิชาชีพของพวกเขา เขายืนยันว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริงต้องการ การเจริญเติบโตขึ้น – กระบวนการของการก้าวข้ามผ่านพ้นปีศาจและรหัสภูติผีความเป็นเด็กในอดีตที่จะนำด้วยความแท้จริงแทนที่จะเป็นการยึดถึอ
ตัวเองป้องกันตัว
“ถุงสีดำใบยาว” เป็นการเปรียบเทียบต่อเงา การรวบรวมของคุณลักษณะ
อารมณ์ และความทรงจำที่เราไม่ยอมรับหรือซ่อนเร้นที่จะให้เหมาะสมหรือ
รู้สึกปลอดภัย มันได้แสดงคุณลักษณะทั้งทางลบ เช่น ความโกรธ และทาง
บวก เช่น ความคิดริเริ่ม ที่เราได้ซ่อนไว้ เพราะว่าเรากลัวมันอาจจะเสี่ยงภัย
ความรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา ถึงสีดำใบยาว เป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราลากข้างหลังเรา ตลอดชีวิตของเรา ถึงแม้ว่าไม่ได้ถูกสนใจ มันได้สร้างการตอบสนองและการตัดสินใจของเราภายในวิถีทางที่ไม่ตระหนักรู้อย่างมีสติ
เจอร์รี โคลอนนายืนยันว่าบาดแผลที่ละเลยภายในถุงสีดำใบยาวนี้ มักจะขับเคลื่อนผู้นำแสดงออกการป้องกันตัวเองหรือความกลัว ไม่ใช่เป็นความแท้จริงเพื่อการนำที่ดี เราจะต้องสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากที่จะรื้อของและ
ผสมผสานส่วนที่ซ่อนเร้นเหล่านี้ภายในความเป็นผู้นำของเรา
ถ้อยคำ “ถุงสีดำใบยาวเราลากข้างหลังเรา” เป็นการเปรียบเทียบ ที่นิยมแพร่หลายเพื่อเเนวคิดเงาของคาร์ล ยุง นักจิตวิทยาชาวสวิส อ้างถึงส่วนที่เก็บกดหรือไม่ยอมรับของบุคลิกภาพของเรา ถุงสีดำใบยาวนี้จะแสดงเงาของเรา คุณลักษณะที่ไม่รู้สึกตัวของบุคลิกภาพของเราที่ไม่ยอมรับเราได้
ใช้ส่วนที่เหลืออยู่ของชีวิตของเราพยายามกอบกู้คุณลักษณะที่ไม่ยอมรับที่มักจะฉายภาพไปที่บุคคลอื่น หรือการแสดงออกภายในวิถีทางที่ไม่เป็นประโยชน์
ถุงสีดำใบยาว เป็นการเปรียบเทียบที่นิยมแพร่หลายเริ่มแรกโดยนักกวี
โรเบิรต บลาย ดึงมาจากแนวคิดเงาของคาร์ล ยุง ภายในการบำบัดของ
คาร์ล ยุง เงาแสดงส่วนที่ไม่รู้สึกตัวของบุคลิกภาพ มักจะเป็นคุณลักษณะหรือความมทรงทำที่เราถือว่าไม่ยอมรับ – ที่เราเก็บกด เจอร์รี โคลอนนา ได้ใช้ ได้ใช้ถุงสีดำใบยาว อธิบายเราได้ใช้ทศวรรษแรกของชีวิตของเรายัดส่วนที่ไม่ต้องการของตัวเราเองเหล่านี้ ลงไปที่ถุงสีดำใบยาว และลาก
มันข้างหลังเรา
เขาได้กระตุ้นให้ผู้นำที่จะเปิดถุงสีดำใบยาวนี้พิจารณาเนื้อหาของมัน และผสมผสานใหม่ส่วนเงาเหล่านี้ นำพามันด้วยความซื่อสัตย์และความแท้จริง คำถามที่สำคัญของกระบวนการสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากของเขาคือ “ผมได้มีส่วนร่วมภายในการสร้างสภาวะที่ผมพูดว่าผมไม่ต้องการได้อย่างไร”
เจอร์รี โคลอนนา ได้ใช้แนวคิดของการทำให้จิตไร้สำนึก เป็นจิตสำนึกกับ
โคชชิ่งความเป็นผู้นำของเขาแนวคิดต้นกำเนิดสร้างโดยคาร์ล ยุง จนกว่าคุณจะทำให้จิตใต้สำนึกกลายเป็นจิตสำนึก จิตใต้สำนึกจะคอยชี้นำชีวิตคุณ และคุณจะเรียกมันว่าโชคชะตา
เจอร์รี โคลอนนา ได้ใช้ความคิดนี้ที่จะกระตุ้นการสืบค้นตัวเองจนถึงราก
ท่ามกล่างผู้นำ ความคิดแกนคือพฤตกรรมจิตไร้สำนึกของผู้นำเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาและความเชื่อที่ไม่พิจารณา สร้างการตัดสินใจ และวัฒนธรรมองค์การของพวกเขาภายในวิถีทางที่พวกเขาไมได้เลือกอย่างมีจิตสำนึก
ขั้นตอนแรกที่จำเป็นต่อผู้นำคือมองตัวพวกเขาเองอย่างชัดเจน รวมไปถึง
ความอคติ ความกลัว และเเรงจูงใจที่ซ่อนเร้น แบบแผนที่ไร้จิตสำนึกสร้่าง
การเกี่ยวพันกัน การสนทนา และการตัดสินใจด้วยการกลายเป็นตระหนัก
ถึงมันผู้นำสามารถจะหยุดเพียงแค่ตอบสนองสถานการณ์ และเริ่มต้นด้วย
ความมุ่งหมายและความแท้จริง ผู้นำที่ล้มเหลวจะพิจารณาโลกภายในของ
พวกเขาอาจจะฉายความวุ่นวายภายในของพวกเขาไปสู่องค์การของพวก
เขา สร้างวัฒนธรรมเป็นพิษและทีมงานที่ไม่ผูกพัน การนำปัญหาเหล่านี้มาสู่เเสงสว่าง ไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้สถานที่ทำงานเป็นการปะชุมบำบัดแต่
เกี่ยวกับการสร้างพื้นที่ที่จะระบุปัญหาเหล่านี้ดังนั้นทีมงานสามารถจะหยุด
การติดอยู่ และก้าวไปข้่างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้นำที่ไร้จิตสำนึกตาบอดต่อแบบแผนของพวกเขาเอง ในขณะที่ผู้นำทีมีจิตสำนึก พยายามเข้าใจพวกเขา บุคคลมักจะอ้างความผิดปรกติที่เกิดขึ้นประจำภายในองค์การของพวกเขาต่อโชคชะตา ด้วยการนำปัญหาที่ซ่อนเร้นมาปรากฎให้เห็น ผู้นำสามารถจะรับรู้อำนาจการตัดสินใจของพวกเขา และตระหนักว่าพวกเขามีทางเลือก ที่จะนำและตอบสนองต่่อสถานการณ์อย่างไร การสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากเกี่ยวพันกับการถามคำถามที่ยากที่จะค้นพบความอคติและความเชื่อที่ซ่อนเร้น
เจอร์รี โคลอนนาช่วยเหลือโคชชิ่ง ผู้นำเข้าใจว่าแบบแผนที่ไม่พิจารณา ประสบการณ์ความเป็นเด็ก และความเชื่อที่ซ่อนเร้น ขับเคลื่อนพฤติกรรมและการตัดสินใจของพวกเขา ภายในวิถีทางที่พวกเขาไม่ได้เลือกอย่างมีจิตสำนึกด้วยการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก บุคคลสามารถค้นพบแรงขับเคลื่อนจิตใร้สำนึกเหล่านี้ และควบคุมอย่างเจตนาชีิวิตและความเป็นผู้นำของพวกเขา การสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก ด้วยการทำให้แรงขับเคลื่อนจิตไร้สำนึกเหล่านี้มาสู่ความตระหนัก ผู้นำสามารถ *ทำลายแบบแผนที่ขัดขวางการเจริญเติบโตทางวิชาวิชีพส่วนบุคคล *หยุดการตอบโต้ และเริ่มต้นตอบสนองต่อสถานกาณ์ด้วยความมุ่งหมายแทนที่จะเป็นไม่ทันคิด
ประวัติศาสตร์ ได้เสนอแนะว่า”มนุษย์ที่ดีขึ้น”- ระบุโดยคุณลักษณะะเช่น การตระหนักตัวเอง ความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นมนุษย์ ความซื่อสัตย์และความยืดหยุุ่น ไม่ใช่เพียงแค่อำนาจหรือตำแหน่ง – มักจะกลายเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและเคารพมากขึ้น ตามที่ได้มองเห็นภายในผู้นำเช่นอับราฮัม
ลินคอล์น เนลสันมานเดลา และมหาตมะ คานธี แนวคิดมนุษย์ที่ดีขึ้นทำให้
เป็นผู้นำที่ดีขึ้น เป็นปรัชญาที่สำคัญภายในวิถีทางความเป็นผู้นำสมัยใหม่ มักจะถูกอธิบายผ่านทางการอภิปรายทางศีลธรรม และจริยธรรม บันดาลใจโดยบุคคลทางประวิติศาสตร์อย่างเช่นแอนน์ แฟรงค์ เรื่องราวของเธอ
จะเป็นพยานหลักฐานต่อความยืดหยุ่น ความหวัง และอำนาจจิตวิญญาน
มนุษย์ ภายในการเผชิญกับความโหดร้ายที่รุนแรง
“บุคคลทุกคนมีข่าวดีข้างในพวกเขา ข่าวดีคือคุณไม่รู้คุณสามารถยิ่งใหญ่แค่ไหน คุณสามารถรักได้มากแค่ไหน คุณสามารถบรรลุอะไร และศักยภาพของคุณคืออะไร” จะเป็นคำพูดอ้างอิงที่มีพลังของแอนน์ แฟรงค์

หมายถึงบุคคลทุกคนมีศักยภาพมากมายที่ไม่ได้ใช้เพื่อความยิ่งใหญ่และ
ความรัก และข่าวดีที่อัศจรรย์คือความสามารถที่แท้จริงของคุณเพื่อการ
บรรลุผลและการเชื่อมโยงอยู่เลยพ้นไปไกลที่คุณได้รับรู้ในขณะนี้ กำลัง
รอที่จะค้นพบ มันเป็นถ้อยคำมีคุณค่าโดยธรรมชาติ ที่กระตุ้นการค้นพบ
ตัวเองและความเชื่อการไร้ข้อจำกัดของการเจริญเติบโตส่วนบุคคล และความสามารถเพื่อความรัก
เจอร์รี โคลอนนา ใช้คำพูดอ้างอิงนี้ยึดเหนี่ยวปรัชญาของเขา มนุษย์ที่
ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น เขาเชื่อว่าผู้นำส่วนใหญ่จะตาบอดต่อความยิ่งใหญ่และศักยภาพ เพื่อความรักของตัวพวกเขาเอง เพราะว่าพวกเขาติดอยู่กับวงจรของความกลัว เขาได้ใช้การสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก ถามว่า
ผมคือใคร ผมมาที่นี่ได้อย่างไร ช่วยเหลือผู้นำปอกเปลือกชั้นของความ
สงสัยตัวเอง และค้นพบใหม่ “ข่าวดี” ที่อยู่ข้างในพวกเขาอยู่เสมอ เขาได้
สอนว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เกี่ยวกับการรับเอาหน้ากาก มันเกี่ยว
กับการใช้แกนตัวตนของคุณ ด้วยการรับรู้ว่าคุณยิ่งใหญ่แค่ไหน – คุณค่า
โดยธรรมชาติของคุณ – คุณสามารถนำด้วย “หลังที่เข้มแข็งและจิตใจที่
เปิดกว้าง” แทนที่จะเป็นจากสถานที่ของการยึดถือตัวเองป้องกัน
ในขณะที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจหลายอย่างปฏิบัตต่อความรักเป็นอ่อนโยน เขายืนยันว่า “ข่าวดี” รวมไปถึงการรับรู้ คุณรักได้มากแค่ไหน เขาได้
ประยุกต์ใช้สิ่งนี้ด้วยการกระตุ้นผู้นำสร้างสภาพแวดล้อใของการเป็นส่วน
หนึ่งเป็นระบบ ตรงที่พวกเขาใช้ความสามารถของพวกเขา เพื่อความเห็นอกเห็นใจ เลี้ยงดูและสนับสนุนบุคคลที่พวกเขานำอยู่ เขาได้ประยุกต์ใช้
คำพูดอ้างอิงนี้หมายความว่าความดีโดยธรรมชาติของคุณเป็นทรัพยากร
ที่แท้จริงต่องานของคุณ เมื่อคุณได้หยุดทำลายตัวคุณ ที่จะให้พอดีกับแม่
พิมพ์ และรับเอาคุณค่าภายในของคุณแทนแล้ว คุณจะกลายเป็นผู้นำที่มี
ประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น
เขายืนยันว่าผู้นำต้องมองข้างในที่จะรื้อถอนภูติผีและปีศาจร้ายของอดีต
ของพวกเขา ด้วยการกลายเป็นผสมผสานกันมากขึ้น มนุษย์ที่ดีขึ้น คุณได้
กลายเป็นตามธรรมชาติผู้นำที่ยืดหยุ่นและเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เขาได้ใช้
คำพูดอ้างอิงของแอนน์ แฟรงค์ ที่จะเตือนใจผู้นำว่าศักยภาพที่แท้จริงของพวกเขาถูกบดบังโดยความกลัวและความเชื่อที่จำกัดของพวกเขาเอง เขาได้ระบุความเป็นผู้นำเป็นศิลปะของการเจริญเติบโตขึ้น นี่เกี่ยวพันกับการก้าวจากสภาวะของการทำอย่างตอบสนอง ไปสู่สภาวะของการมีจิตสำนึก
เขาได้ใช้คำพูดอ้างอิงของแอนน์ แฟรงค์ “ใครก็ตามมีความสุขจะทำให้
บุคคลอื่นมีความสุขด้วย” ที่แสดงผลกระทบเป็นระบบของสภาวะภายในของผู้นำผู้นำที่ทำงานภายในของพวกเขาที่ได้พบความสงบสุขและความ
แท้จริงสร้างระลอกคลื่นของความเป็นอยู่ที่ดีและความปลอดภัยทางจิตใจภายในองค์การของพวกเขา ส่งเสริมสถานที่ทำงานที่มีมนุษยธรรมมากขึ้นต่อบุคคลทุกคน เจอร์รี่ โคลอนนา ได้นิยมแพร่หลายปรัชญามนุษย์ที่ดีขึ้น สร้างผู้นำที่ดีขึ้น หมายความว่าการพัฒนาความเป็นผู้นำ อยู่ ณ แกนของมัน การพัฒนาส่วนบุคคลมันได้เสนอแนะว่าคุณไม่สามารถนำบุคคลอื่นได้ จนกว่าคุณได้ทำงานภายในของความเข้าใจตัวคุณเอง ความกลัวของคุณ และเเรงจูงใจของคุณ เขายืนยันว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ต้องทำงานที่ยุ่งยากที่จะเข้าใจตัวพวกเขาเอง

ความเป็นผู้นำคือ “ศิลปะของการเจริญเติบโตขึ้น” ของเจอร์รี โคลอนนา
อ้างถึงความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงแค่เกี่ยวกักลยุทธ์ แต่มัน
จะเกี่ยวกับการพัฒนาส่วนบุคคลของคุณเองการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก และกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้นการเผชิญกับสัมภาระภายใน ความละอาย และความเปราะบาง ที่จะนำด้วยความเเท้จริง ความเห็นอกเห็นใจ และความยืดหยุ่น การเปลี่ยนแปลงงานไปสู่เส้นทางเพื่อการบรรลุตัวตนเต็มศักยภาพ
เจอร์รี โคลอนนา ได้ระบุว่า “ศิลปะ” ไม่ได้เป็นสื่อทางกายภาพ เเต่เป็น
กระบวนการต่อเนื่องสร้างสรรค์ของการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก “การเจริญเติบโตขึ้น” ไม่ได้เกี่ยวกับอายุ มันเกี่ยวกับการเดินทางตลอดชีวิตของการสืบค้นตัวเองอย่างถึงรากที่กลายเป็นตัวคุณเองอย่าแท้จริง มันไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด งานไม่ได้เป็นเพียงแค่เกี่ยวกับผลลัพธ์ มันเป็นพาหนะเพื่อการบรรลุตัวตนเต็มศักยภาพ แทนที่
จะเป็นเพียงแค่การเรียนรู้ ยุทธวิธี หรือกลยุทธ์
การเจริญเติบโตขึ้นจะเกี่ยวพันกับการนำตัวเองที่แท้จริง มาสู่พลังทางวิชาชีพ มันหมายถึงการถอดหน้ากากหรือลำดับชั้นป้องกันที่คุณได้สร้างตลอดเวลาป้องกันการยึดถือตัวเอง เจอร์รี โคลอนนา ได้ยืนยันว่าคุณไม่สามารถเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยไม่กลายเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นก่อน ความเป็นผู้นำเป็นกระบวนการต่อเนื่องของการเจริญเติบโตเต็มที่ ไม่สามารถแยกผู้นำจากมนุษย์ได้ ดังนั้นคุณจะนำบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพคุณต้องทำงานภายในก่อนของการเจริญเติบโตขึ้น การเจริญเติบโตขึ้นเป็นกระบวนการของการสืบค้นตัวเองอย่างถึงราก ไม่ใชเพียงแค่การไปถึงอายุที่กำหนดไว้

เนตฟลิกซ์ ได้ใช้เรื่องราวของแอนน์ แฟรงค์ โดยเฉพาะสมุดบันทึกของเธอ มุ่งที่ความหวัง ความยืดหยุ่น และ เป็นเครื่องมือการพัฒนาความเป็นผู้นำสอนผู้บริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจของมนุษย์ รากฐานทางศีลธรรม และการนำทางความซับซ้อนเลยพ้นเพียงแค่ข้อมูลการมุ่งเน้นว่ามนุษย์ที่
ดีขึ้นทำให้เป็นผู้นำที่ดีชึ้น ถ้อยคำนี้เป็นปรัชญาเบื้องหลังโครงการพัฒนาผู้บริหารของเนตฟลิกซ์ ณ เอสเพน อินสติติวที่ใช้เรื่องราว และการเขียน
ของแอนน์ แฟรงค์และตำราจริยธรรมอื่นสอนผู้บริหารเกี่ยวกับจริยธรรม การค้นพบตัวเอง ความเป็นมนุษย์ภายในความเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงจุดมุ่งจากกลยุทธ์ธุรกิจไปสู่คุณลักษณะภายในของผู้นำของพวกเขา
ปรัชญา “มนุษย์ที่ดีขึ้น ทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น” จะหมายความว่าความเป็น
ผู้นำที่เข้มแข็งอยู่บนรากฐานคุณลักษณะ ค่านิยม และความเป็มนุษย์ส่วน
บุคคล แทนที่จะเป็นเพียงแค่ทักษะทางเทคนิค หรือตัวชี้วัดธุรกิจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจริยธรรม และการค้นพบตัวเองนอกสถานที่
ผู้บริหารเนตฟลิกซ์ถูกขอให้อ่านและอภิปรายผลงานเช่นสมุดบันทึกของแอนน์ แฟรงค์
เนตฟลิกซ์ ดำเนินงานบนความเชื่อว่าการพัฒนาผู้บริหาที่ดีขึ้น คุณต้อง
พัฒนามนุษที่ดีขึ้นก่อน โครงการพัฒนาผู้บริหารนี้มุ่งหมายที่จะห้ามการ
อภิปรายเกี่ยวกับบริษัท กำไร หรือโอเคอาร์ ที่บังคับให้ผู้นำโต้เถียงราก
ฐานทางจริยธรรมและศีลธรรมแทน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึก
อบรมแบบโซเครติส ผู้บริหารจะอ่านและอภิปราย “The Diary of Anne
Frank”เรื่องราวของเธอถูกใช้สำรวจเเนวคิดความกล้าหาญทางศีลธรรม
ความเป็นมนุษย์ และความซื่อสัตย์ เป้าหมายคือ เพื่อให้ผู้นำค้นพบพวก
เขาคือใคร “โดยไม่มีชื่อตำเเหน่งของพวกเขา”
เนตฟลิกซ์ เชื่อว่าเมื่อผู้นำมีค่านิยมส่วนบุคคลและความชัดเจนแล้วพวกเขาจะตัดสินใจทางธุรกิจมีหลักการและโปร่งใสมากขึ้น เพราะว่ากระทำจากความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงแทนที่จะเป็นแรงกดดันของบริษัทด้วยการศึกษาความยีดหยุ่นและจริยธรรมทางประวัติศาสตร์ผู้นำถูกเตรียมพร้อมที่จะนำทางการแข่งขันที่รุนแรงสมัยใหม่ และการลบล้างอย่างสม่ำเสมอ ด้วยภูมิปัญญาไม่ใช่แค่ข้อมูล การทำตามความรู้สึกของแอนน์ แฟรงค์ที่ ตััวอย่างที่ดีมีประสิทธิภาพมากกว่าคำแนะนำ “เราทุกคนรู้ว่าตัวอย่างที่ดี
มีประสิทธิภาพมากกว่าคำแนะนำและมันไม่นานต่อบุคคลอื่นที่จะทำตาม” นี่หมายความว่าการกระทำพูดดังกว่ากว่าคำพูด บุคคลถูกบันดาลใจโดยอะไรที่คุณทำมากกว่าอะไรที่คุณบอกพวกเขาให้ทำ เนตฟลิกซ์คาดหวัง
ว่าผู้นำที่ดีจะเป็นตัวตนค่านิยม ที่พวกเขาต้องการมองเห็นภายในบุคคลของพวกเขา
เเนวคิด มนุษย์ที่ดีขึ้นทำให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น แสดงโดยแอนน์แฟรงค์ ผ่านทางการมุ่งเน้นของสมุดบันทึกของเธอต่อการเจริญเติบโต ความซี่อสัตย์ ความยืดหยุ่น และความหวังเป็นคุณลักษณะที่สำคัญเพื่อความเป็นผู้นำที่
มีผลกระทบ ที่แสดงว่าบุคคลจะต้องปลูกฝังความดีภายในก่อน อย่างเช่น ความเมตตา ความกล้าหาญ และการสะท้อนตัวเอง บันดาลใจการเปลี่ยน
แปลงทางบวกภายในโลก แม้แต่เมื่อเผชิญกับความทุกข์ทรมานที่รุนแรง เรื่องราวของเธอได้เเสดงว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่เกี่ยวกับอำนาจแต่เกี่ยวกับการใช้เสียง และการกระทำเพื่อสิ่งที่ดี ที่ทำให้เธอเป็นไอคอนของความเป็นผู้นำที่แท้จริง
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







