INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สหรัฐเสือกที่ไหนฉิบหายที่นั่น

E8430sNVUAAlGFN

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

สหรัฐเสือกที่ไหนฉิบหายที่นั่น

ขึ้นชื่อเรื่อง”หยาบคาย”เช่นนี้ เป็นความตั้งใจ นะครับ

ไม่เช่นนั้น จะไม่สะใจพอ เพราะตั้งใจที่จะประฌามพฤติกรรมของสหรัฐ ซึ่งมักจะชอบเข้าไปยุ่งกิจการภายในของชาติอื่นแล้ว”ทิ้งขว้าง”ไปกลางคัน

จนกลายเป็น”สันดาน”ติดตัวไปแล้ว นับแต่สหรัฐประกาศเอกราช พ้นจากการปกครองของอังกฤษ เมื่อ ๒๔๕ ปีที่ผ่านมา

โลกทั้งใบจึงรู้สึกหดหู่ยิ่ง เมื่อได้เห็นภาพชาวอาฟกันนับพันแตกตื่น แย่งชิงกันหนีอันตราย(จากนักรบ”ตอลีบัน”) ยกโขยงวิ่งไป หมายขึ้นเครื่องบินขนส่งของสหรัฐ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุง”คาบูล”

เครื่องบินบางลำวิ่งไปบน”รันเวย์”แล้วบินขึ้น ทำให้หลายคนที่เกาะไปกับฐานล้อ ต้องร่วงหล่นลงมาตาย

เหตุเกิดขณะที่นักรบ”ตอลีบัน”บุกเข้ายึดเมืองหลวง”คาบูล”เมื่อวันอาทิตย์(๑๕ สค.)ที่ผ่านมา ช่วงที่สหรัฐส่งเครื่องบินไปรับคนอเมริกันเพื่อขนย้ายกลับบ้าน

นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าสมเพชยิ่ง เช่น ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ที่กรุง”ไซ่ง่อน”ครั้งที่ถูกทัพเวียดนามเหนือตีแตก ในปี ๑๙๗๕ (หรือปี ๒๕๑๘)วันที่รถถังเวียดนามเหนือ ปรากฏตัวขึ้นให้เห็นครั้งแรกในเมืองหลวง เป็นสัญญานแห่งชัยชนะ ที่สมบูรณ์แบบของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ

วันนั้น นับเป็นวันที่อลหม่านยิ่ง เมื่อชาวเวียดนามใต้หอบข้าวหอบของ พยายามแย่งชิงกัน เพื่อเข้าไปในพื้นที่สถานทูตสหรัฐ เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้อพยพเจ้าหน้าที่อเมริกัน ไปลงเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ ที่ลอยลำอยู่นอกฝั่ง

เฮลิคอปเตอร์บางลำที่นั่งไม่พอ แต่มีคนเกาะไป ห้อยโหนต่องแต่ง ในที่สุดหมดแรงตกลงทะเล

มีลำหนึ่งบรรทุกน้ำหนักเกิน ตกดิ่งลงทะเล ตายยกลำ

ทั้งสองเหตุการณ์ นับเป็น”ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”แบบเดิม แทบไม่น่าเชื่อ

ยังดีที่ กรณีกัมพูชานั้น สหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่และพันธมิตรได้ทันก่อนที่กรุงพนมเปญ(รัฐบาลลอนนอล-ได้รับการสนับนุนจากสหรัฐในนามของ”เวียดนาไมเซชั่น”)จะแตกให้แก่เขมรแดงในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๘ (ผมตามนักข่าวนานาชาติไปดูสถานการณ์เขมรแดงล้อมที่นั่น ก่อนหน้าการยึดครองราวหนึ่งสัปดาห์) เพราะฉะนั้น เมื่อทหารเขมรแดงยาตราทัพเข้าเมือง จึงไร้การต่อต้านและชาวเมืองก็ต้อนรับขับสู้ ไม่หนีไปไหน โดยไม่รู้ว่า ปฏิบัติการปฏิวัติกวาดล้างของเขมรแดง ด้วยการ”สังหารหมู่”รออยู่ข้างหน้า                        และก็ยังดี ที่กรณีลาว(อยู่ในโครงการ”เวียดนามไมเซชั่น”ด้วย)นั้น สหรัฐไม่ได้ส่งทหารเข้าไป เพียงแต่ทิ้งระเบิดสนับสนุนกองกำลังของนายพล”วังเปา”และ”ทหารรับจ้าง”(ด้วยเงินของ ซีไอเอ)จากไทย

แต่ในที่สุด ก็ต้องเสียที่มั่นสุดท้ายที่”ล่องแจ้ง”ให้แก่กองทัพเวียดนามและกองทัพ “ปะเทดลาว”

พวกชาวม้งของนายพล”วังเปา” ทั้งขบวน ก็อพยพหนีมาอยู่ฝั่งไทยชั่วคราว

ยังดีที่เมืองไทยยังสามารถรอดอยู่ ไม่ถูกเวียดนามเหนือโจมตีล้มตามทฤษฎี”โดมิโน”เหมือนอย่างเวียดนามใต้ กัมพูชาและลาว

นั่น เป็นเพราะไทยเรา(แอบ)ทำบุญไว้ดี มีมิตรไมตรีกับผู้นำจีนคอมมิวนิสต์ มาตั้งแต่สมัยจอมพลผิน ชุณหะวัณ(ครั้งที่เป็นพลโท) ที่ไปผูกไมตรีไว้กับ”โจว เอิน ไหล”สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งพานักรบจีน มาอดอยากที่รัฐฉาน

จอมพลผิน(ตอนนั้น เป็นพลโท-แม่ทัพกองทัพพายัพ) แอบไปสมานฉันท์ ไม่รบกับกองทัพจีน ทั้งๆ ที่อยู่คนละฝ่าย (จีนฝ่ายสัมพันพันธมิตร / ไทยฝ่ายอักษะ-ญี่ปุ่น)

ที่สำคัญช่วยส่งเสบียงอาหารที่เหลือจากสงครามให้กองทัพจีน (แม้จะยืนอยู่คนละฝ่ายในสงครามโลกครั้งที่ ๒)

ครั้นเมื่อเวียดนามเหนือพร้อมจะบุกไทย (หลังชนะเวียดนามใต้ กัมพูชาและลาว) นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ(ลูกจอมพลผิน)ไปพบนายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล ขอให้ช่วยไทย

นั่นคือที่มาของ”สงครามลงโทษเวียดนาม”ซึ่งจีนกระทำต่อเวียดนาม ทำให้เวียดนามต้องถอนทัพ ที่จ้องจะโจมตีไทย หันไปรบกับกองทัพจีนแทน

ไทยเลยรอดพ้นจากการบุกของเวียดนามมาได้

ที่เล่ามาทั้งหมดในกรณี”จอมพลผิน”เรียบเรียงมาจากคำบอกเล่า(ที่ไม่ได้บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์)ของ พล.ท.ดร. อนุชาติ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ หาชมได้จาก YOUTUBE ในหัวข้อเรื่อง ”ไทยพ้นภัยเพราะ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ”

จึงขอขอบคุณไว้  ที่นี้ด้วยครับ

ชาติที่สหรัฐเข้าไปแล้ว ยังไม่พินาศย่อยยับ ก็เห็นจะมีแต่เกาหลีใต้เท่านั้น สหรัฐยังไง ก็ไม่ยอมทอดทิ้ง เพราะถ้าถอนตัวไปเมื่อไร เกาหลีเหนือบุกเมื่อนั้น

ที่นี้ มาดูบทบาทของสหรัฐต่อโลก จะพบว่าชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชาติต่าง ๆ เพราะอะไร ตอบได้ว่าเพราะ

๑ ต้องการมีอำนาจและอิทธพลทางการเมืองและทางวัฒนธรรม เหนือชาติอื่นๆ ผ่านระบอบประชาธิปไตย

กล่าวคือ ที่ไหนไม่มีประชาธิปไตย ก็ต้องการไปสถาปนาระบอบประชาธิปไตยไว้ที่นั่น แล้วพยายามทำลายความเชื่อเดิมๆ ซึ่งอย่าไปเชื่อทั้งหมด เพราะแท้ที่จริงแล้ว “ประชาธิปไตย”ของสหรัฐคือเครื่องมือครอบงำชาติอื่น ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่ในอีกทางหนึ่งนั้น สหรัฐซ่อนความเป็นเผด็จการเอาไว้ โดยใช้”ประธานาธิบดี”เป็นเครื่องมือ อย่างน้อยก็สมัยละสี่ปี ซึ่งก็คงเห็นตัวอย่างแล้วจาก”เผด็จการทรัมพ์”

๒ ต้องการมีอิทธิพลทางเศรฐกิจเหนือชาติอื่นๆ ในการแสวงหาทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะเชื้อเพลิง อันเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งกำลังจะหมดไปทุกวัน

๓ ต้องการมีความเหนือในทางยุทธศาสตร์ มีอิทธิพลทางทหารเหนือกว่าชาติอื่นใด เพื่อกุมความได้เปรียบ หากเกิดสงคราม

ทั้งหมดในสามประการนี้ ทำให้”กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังนโยบาย”(รัฐลึก)ที่แท้จริงของสหรัฐ พยายามวางแผนต่างๆเอาไว้ล่วงหน้า อย่างรอบด้านและรัดกุม ในการผสมผสานทั้งสามหัวข้อดังกล่าว ไว้ด้วยกัน หรือไม่ก็แยกแยะ ทำให้ให้ดูน่าเชื่อถือ น่าทำตาม ทั้งนี้ ในแง่การโฆษณาชวนเชื่อ ที่ทำให้ดูดี

ดังนั้น ต่อไปนี้ สหรัฐจะเข้าไปแทรกแซงที่ไหน อย่างไร กับใคร จึงพึงพินิจพิเคราะห์ อย่างต่อเนื่อง โดยตลอด อย่าเพิกเฉย หรือเพลิดเพลินปล่อยวาง

คืออย่าปล่อยให้ถลำลึก เข้ามามากเกิน ในส่วนของประเทศไทย ไม่ว่า จะในประเด็นไหน หรือทั้งสามประเด็นข้างต้น

มิเช่นนั้น จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดความพินาศย่อยับ อย่างใหญ่หลวงกับประเทศไทยโดยรวมได้

จึงขอประเทศไทย จงระวังตัว ให้จงดีเถิด

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *