เริ่มต้นชีวิตนักวิชาการ

เริ่มต้นชีวิตนักวิชาการ
ถึงเมษายนอีกแล้ว ลิ้มรสข้าวเหนียวมะม่วงหรือยัง หรือมะม่วงน้ำปลาหวาน คิดถึงมะม่วงอกร่องทอง และมะม่วงแรด ที่สมัยก่อน มีอยู่ดาษดื่น นอกจากนั้น ในเดือนนี้ ยังเป็นฤดูเริ่มต้นของผลไม้อื่นๆ เช่น ทุเรียน ลิ้นจี่ ฯลฯ
ที่ผลไม้ออกเดือนนี้ เพราะมันเริ่มออกดอก ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเข้าฤดูแล้ง และฤดูหนาว ปีไหน ที่ฝนหยุดเร็วและ หนาวมากๆหน่อย ผลไม้จะออกดอกออกผลมากๆ อธิบายว่า ความแห้งแล้งในระยะแรก ทำให้ต้นไม้ลดการดูดไนโตรเจนจากดินที่ไปสร้างกิ่งก้านและใบ แต่จะสะสม คาร์บอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของอาหารพืช( คาร์โบไฮเดรต) ที่ทำให้ออกดอก แล้วมีการผสมเกสร จนกระทั่งเป็นผล บริโภคได้ในเดือนเมษายนนี้เอง สำหรับอุณหภูมิต่ำ หรือความหนาวเย็นก็มีผลให้มีการเพิ่มฮอร์โมนในพืช เช่น ฟลอริเจน (florigen) ( oservice.skru.ac.th ) ซึ่งช่วยกระตุ้นการออกดอกเช่นกัน
เมื่อปี ๒๕๑๓ ขณะที่ผมได้รับราชการที่สำนักงานส่งเสริมการเกษตร เขต ๖ ฉะเชิงเทรา(ตอนนี้ไม่มีแล้ว) ท่านอธิบดี( ศาสตราจารย์พิเศษ ทำนอง สิงคาลวนิช) ได้สั่งให้ออกสำรวจมะม่วงที่ อำเภอบางคล้าซึ่งเป็นแหล่งของมะม่วงแรด และอกร่องในสมัยนั้น และได้ทำเอกสารวิชาการขึ้นมาเผยแพร่ ๑ เล่ม โดยมีเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้วยกัน ช่วยสำรวจ และมีรุ่นพี่ คือ พี่เล็ก ชาติเจริญ ได้เป็นอาจารย์คนแรกในชีวิตการทำงานวิชาการที่ช่วยขัดเกลา เพิ่มเติมข้อมูล และพี่เล็กเป็นแบบอย่างทำให้ผมใฝ่ฝันอยากเป็นนักวิชาการที่เก่งบ้าง การสำรวจมะม่วงที่อำเภอบางคล้านี้ เป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตที่ทำงานในปีที่ ๒ สำหรับปีก่อนหน้านี้ ทำงานด้าน ร่างหนังสือ โรเนียว เรียงพิมพ์ และขับรถส่งหนังสือเป็นส่วนใหญ่ เพราะทำงานในด้านกลุ่มเกษตรกร และเป็นลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้น
เริ่มต้นความเป็นมาว่าเหตุใด ที่ตรงนั้นจึงปลูกมะม่วงได้ดี เพราะอำเภอบางคล้าอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนี้เกิดจากแควพระปรง และแควหนุมานมารวมกันเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี แล้วไหลล่องลงมาเรื่อยๆจนกลายเป็นแม่น้ำบางปะกงที่ อำเภอพนมสารคาม แม่น้ำนี้มีน้ำเค็มจากปากแม่น้ำขึ้นถึงอำเภอบางคล้าในฤดูแล้ง ทำให้เป็นน้ำกร่อยเข้าสวนมะม่วง ซึ่งสวนสมัยนั้นทำเป็นร่องสวนมีคูน้ำล้อมรอบแบบสวนผัก ซึ่ง เกลือโซเดียมในน้ำกร่อยที่เข้าไปเลี้ยงสวนในช่วงแล้ง มีส่วนช่วยให้ผลไม้รสชาติดี
ผมได้ออกไปสำรวจ สัมภาษณ์เกษตรกรหลายๆเที่ยว ทั้งไปคนเดียว และไปกับเพื่อนๆ เคยไปบ้านเกษตรกรคนหนึ่งที่เกือบถูกไล่ลงจากบ้านเพราะปากพล่อยไปแนะนำสิ่งที่เป็นเรื่องธรรมดาๆ สำหรับการสำรวจที่นั่น ได้ไปที่ ตำบลสาวชะโงก ริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแหล่งใหญ่ของสวนมะม่วง ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงแรด แต่มีอกร่องทอง อกร่องเขียว พิมเสนมัน ตลอดจนพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆผสมอยู่บ้าง สำหรับข้อดีของมะม่วงแรด คือเป็นพันธุ์เบา ออกสู่ตลาดได้เร็ว จำหน่ายได้ราคาดี และมีรสเปรี้ยว หวาน และมันอยู่ในตัว เหมาะสำหรับมะม่วงน้ำปลาหวาน
ปกติมะม่วงมีอายุยืนยาว อาจจะเป็นร้อยปี และออกดอกมาก แต่จะติดผลเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของดอกที่ออก ซึ่งอย่างน้อย ใน ๑ ต้นก็ออกผล อาจจะถึง ๕๐๐ ผลขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้น เคยถามผู้รู้ เขาว่าดอกมะม่วงมีดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้ สำหรับดอกสมบูรณ์เพศนั้น ตัวผู้มักจะเป็นหมัน แต่ตัวเมีย fertile ฉะนั้น การผสมพันธุ์จะต้องใช้เกสรตัวผู้จากดอกตัวผู้ เป็นการผสมข้ามคนละดอก ซึ่ง แมลงจำพวกผึ้งหรือชันโรง มีส่วนช่วยในการผสมเกสร และควรจะต้องมีดอกตัวผู้เยอะๆ
สำหรับศัตรู คือแมลงวันผลไม้ ที่แทงเข็มทีอยู่ที่ก้นของแมลง ( ovipositor)เข้าไปวางไข่ในผลขณะทียังเล็กมากๆ แล้วเกิดเป็นตัวหนอนภายในผล และแมลงที่สำคัญอีกตัวคือเพลี้ยจักจั่น ดูดกินน้ำเลี้ยงในขณะออกดอก ซึ่งชาวสวนใช้ยาล้างช่อ นั่นคือ เซฟวิน ๘๕ หรือคาร์บาริล ได้ติดต่อให้รุ่นพี่ ที่ทำงานด้านแมลง ชื่อ พี่วสุ จำลองศุภลักษณ์ มาบรรยายอบรมชาวสวน เรื่องการป้องกันกำจัดศัตรูมะม่วง ๑ ครั้ง ในตอนนั้น
สำหรับการขยายพันธุ์มะม่วง ตอนที่สำรวจ มีแต่การเพาะเมล็ด เคยศึกษาจากเอกสารของอาจารย์พืชสวนว่ามะม่วงไม่ค่อยจะกลายพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวสวนมักจะปลูกมะม่วงพันธุ์เดียวกันเป็นแปลงใหญ่ การผสมกับพันธุ์อื่นก็คงไม่ค่อยมี ในเรื่องนี้ ได้ติดต่อขอให้ พี่สมชาย สุคนธสิงห์ ไปบรรยายให้ชาวสวนฟังเรื่องการทาบกิ่ง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสำหรับการขยายพันธุ์มะม่วงโดยไม่อาศัยเพศเป็นครั้งแรก
ชาวสวนสมัยนั้น พวกเขาต่างก็ โลดแล่นอยู่ในห้วงความจำของผม แต่ในขณะนี้ ขาดหายเพราะอยู่ไกล และสภาพการทำสวนตอนนี้ก็ เปลี่ยนแปลงเร็ว ถ้าชาวสวนรุ่นนั้น ยังอยู่ก็หวังว่า เขาคงดำรงอาชีพสวนมะม่วงไว้อย่างมีความสุขปกติต่อไป เขามีเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่ นอกจากตัวชาวสวนแล้ว ผมยังจำร่องสวน ที่ใต้ต้นมะม่วงก็ มีการปลูกอย่างอื่น เหมือนไร่นาสวนผสม ที่จำได้แม่น คือโล่ติ๊น ซึ่งสามารถเอามาทำน้ำยาฉีดพ่นป้องกันแมลงได้
ปัจจุบันนี้ที่ผมได้เกษียณมา ๑๒ ปีแล้ว ได้ยินข่าวว่าที่ฉะเชิงเทรายังเป็นแหล่งปลูกมะม่วงอยู่ แต่ไม่ใช่เฉพาะแรดและอกร่องทอง สมัยนี้มีหลากหลายพันธุ์ โดยเฉพาะน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก และการทำสวนก็เป็นแบบสมัยใหม่ เช่นการใช้กระดาษห่อผลเพื่อป้องกันแมลง การต่อกิ่งจนมะม่วงต้นเดียวอาจจะมีหลายพันธุ์ก็ได้ มีข่าวว่ามีสมาคมชาวสวนมะม่วงที่มีกิจกรรมรุดหน้า เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังภาคภูมิใจอยู่คนเดียวที่เคยไปด้อมๆแถวสวนมะม่วงในยุคแรกๆเมื่อ ประมาณ ๕๐ ปีมาแล้ว นอกจากการสำรวจในสวนแล้ว ผมยังซ้อนจักรยานยนต์ไปกับเพื่อนในถนนฝุ่นสายฉะเชิงเทรา-มีนบุรี เพื่อไปค้นห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มาประกอบการเขียนรายงานฉบับนี้ และเมื่อเขียนเสร็จ ก็ยังเข้าสวน เอารายงานที่สรุปไปอ่านให้ชาวสวนฟังเพราะกลัวสรุปผิด การทำงานในช่วงนั้น ต้องอาศัยจักรยานยนต์ของเพื่อนเป็นหลัก ที่ไปห้องสมุดนั้น จำได้ว่าค้นเอกสารของ ดร. สุรนันต์ สุภัทรพันธุ์ เรื่องเกี่ยวกับการงอกของมะม่วง ที่ไม่ค่อยกลายพันธุ์ แต่เหตุผลจำไม่ได้แล้ว อีกท่านหนึ่ง คือผลงานของ ดร.วิจิตร วังใน ซึ่งเป็นปรมาจารย์ทางด้านพืชสวนเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันนี้ รายงานที่ผมเขียน และที่พี่เล็ก ชาติเจริญ ช่วยขัดเกลาจนได้มาตรฐาน ฉบับนี้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ ก็คงจะล้าสมัย แต่ถ้าเก็บไว้ จะได้เป็นหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ อ้างอิงได้ ทิ้งความทรงจำให้ อยู่ในจิตวิญญาณ แบบไม่ครบถ้วน ลืมไปบ้าง เมื่อเพื่อนร่วมงานที่เคยช่วยทำด้วยกันตอนนั้น มาพบกัน ก็ยังคุยเรื่องนี้กันอยู่ เมื่อถึงเดือนเมษายนคราวใด จะคิดถึงเรื่องนี้เสมอๆ จบแล้วครับ บู๊ คนเคยหนุ่ม ( ๘ เมษายน ๒๕๖๑ )

