INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เงาในวิหาร จากโซโลมอนถึงเอปสไตน์: ห่วงโซ่แห่งความลับที่ไม่เคยขาด ตอนที่ 3

65785454561351132324112

เงาในวิหาร จากโซโลมอนถึงเอปสไตน์: ห่วงโซ่แห่งความลับที่ไม่เคยขาด ตอนที่ 3

ศาสตราจารย์ พลโท ดร.สมชาย วิรุฬหผล

ภาคสาม: เอปสไตน์ คอนเนคชั่น

ชายที่รู้มากเกินไป

เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ไม่ใช่คนรวยธรรมดา เขาเป็นนักการเงินที่ไม่มีใครรู้ว่าเงินมาจากไหนกันแน่ เขาบริหารกองทุนที่ลูกค้าต้องมีเงินขั้นต่ำหนึ่งพันล้านดอลลาร์ แต่ไม่มีใครรู้ชื่อลูกค้าเหล่านั้น เขาสนิทชิดเชื้อกับเจ้าชายแอนดรูว์แห่งอังกฤษ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐสองคน นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล และนักธุรกิจที่รวยที่สุดในโลก

Julie K. Brown นักข่าวจาก Miami Herald ผู้เปิดโปงคดีนี้อีกครั้งในปี 2018 บรรยายเครือข่ายของเอปสไตน์ว่าเป็นระบบที่ซับซ้อนและวางแผนมาอย่างดี ไม่ใช่แค่ความผิดของปัจเจกบุคคล แต่คือระบบที่คนทรงอำนาจหลายชั้นร่วมกันปกป้อง

แต่สิ่งที่คดีของเอปสไตน์ไม่เคยตอบได้จนถึงวันนี้คือ อะไรคือ “สินค้า” ที่แท้จริงในเครือข่ายนี้? ข้อมูลที่สะสมได้จากความลับของคนมีอำนาจคือทรัพย์สินที่มีค่ามากกว่าทองคำในทุกยุคสมัย และมันคืออะไร ความรู้ ความเป็นอมตะ

วิหารบนเกาะ: สัญลักษณ์หรือความบังเอิญ?

ถ้าคุณดูภาพถ่ายทางอากาศของ Little St. James เกาะส่วนตัวของเอปสไตน์ในหมู่เกาะเวอร์จิน สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือโครงสร้างลายสีน้ำเงินและขาวที่ตั้งอยู่บนยอดเนินสูงที่สุด ออกแบบให้มองเห็นได้จากทะเล

นักทฤษฎีชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนและทิศทางของโครงสร้างนี้มีความน่าสนใจ แต่สิ่งที่ยืนยันได้จริงคือบรรยากาศโดยรอบ ผู้เยี่ยมเยือนหลายคนที่ให้การต่ออัยการบรรยายว่าบนเกาะมีงานศิลปะและรูปปั้นที่ “ไม่ปกติ” มีห้องใต้ดินที่ไม่มีคำอธิบาย และมีพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า

ในคฤหาสน์บนถนน 71st ในนิวยอร์ก นักข่าวที่เข้าไปสำรวจหลังเอปสไตน์เสียชีวิตบรรยายว่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ในห้องน้ำที่วาดฉากการล้อมกำแพงเมืองในยุคสงครามครูเสด มีรูปถ่ายผู้คนและผู้นำโลกจำนวนมากตามผนัง และมีห้องหนึ่งที่เพดานวาดภาพดวงดาวและสัญลักษณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่าคล้ายกับสัญลักษณ์ในตำราลึกลับซึ่งนอกจากที่คฤหาสน์ในนิวยอร์คแล้วยังพบสิ่งแปลกประหลาดอีกมากมายที่วิหารบนเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์ที่สำคัญคือการปรากฏของรูปปั้นหรือสัญลักษณ์baphometในอาณาจักรของเอปสไตน์ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ณ เกาะแห่งนี้เป็นที่รวมของผู้มีอำนาจหลากหลาย ทั้งเจ้าชาย ประธานาธิบดี นักธุรกิจชั้นนำ นายธนาคารขนาดใหญ่ นักวิทยาศาสตร์โนเบล นักวิชาการชั้นยอดหลากหลายสาขา ฯลฯ

Ghislaine Maxwellคู่ใจ และสายสัมพันธ์ที่ลึกกว่าที่คิด

ชื่อที่นักทฤษฎีสมคบคิดจับตามองมากที่สุดในเครือข่ายเอปสไตน์ไม่ใช่เอปสไตน์เอง แต่คือ Ghislaine Maxwell ลูกสาวของ Robert Maxwell นักธุรกิจสื่อชาวอังกฤษที่เสียชีวิตอย่างลึกลับในปี 1991 โดยพบศพลอยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้เรือยอชต์ของเขา

Robert Maxwell ถูกเปิดเผยภายหลังว่ามีความสัมพันธ์กับหน่วยข่าวกรองหลายประเทศรวมถึง Mossad ของอิสราเอล คำถามที่นักทฤษฎีตั้งคือ Ghislaine สืบทอดบทบาทนั้นต่อหรือเปล่า และเครือข่ายเอปสไตน์เป็นปฏิบัติการข่าวกรองมากกว่าเป็นแค่อาชญากรรมทางเพศหรือไม่?

ถ้าคำตอบคือใช่ นั่นหมายความว่าความลับที่สะสมบนเกาะเล็กๆ กลางทะเลแคริบเบียนนั้นไม่ได้อยู่แค่ในวิดีโอในห้องลับ แต่ถูกส่งต่อไปยังมือของผู้ที่รู้วิธีใช้มัน เหมือนกับที่เทมพลาร์เคยถือสายความรู้ในการควบคุมผู้มีอำนาจจากเยรูซาเลมข้ามมหาสมุทรกาลเวลา

สัญลักษณ์ที่ปรากฏซ้ำ

นักวิเคราะห์สายทฤษฎีสมคบคิดชี้ให้เห็นรูปแบบที่ซ้ำกันในเอกสารและภาพถ่ายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้ ทั้งสัญลักษณ์ที่คล้ายกับของ Freemasonry สัดส่วนสถาปัตยกรรมที่อ้างอิงถึงวิหารโบราณ และธีมของ “การมอง” และ “การเป็นพยาน” ที่ปรากฏซ้ำในงานศิลปะที่ถูกซื้อและจัดแสดงในทรัพย์สินของเอปสไตน์

บางคนมองว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของรสนิยม คนรวยที่ชอบศิลปะแปลกๆ บางคนมองว่าเป็นการส่งสัญญาณโดยตั้งใจ การประกาศความเป็นสมาชิกของเครือข่ายที่ไม่มีชื่อแต่มีสัญลักษณ์ร่วมกัน เหมือนกับที่อัศวินเทมพลาร์เคยแสดงสัญลักษณ์ไม้กางเขนสีแดงบนเสื้อเกราะสีขาวเพื่อบอกว่าพวกเขารู้ว่ากันและกันเป็นใคร

⬡ ⬡ ⬡

บทสรุป: ด้ายสีแดงที่ยังไม่ขาด:พิธีบูชายันต์

เมื่อเรียงทุกชิ้นส่วนตามลำดับเวลา ภาพที่ปรากฏขึ้นน่าสนใจอย่างยิ่ง วิหารโซโลมอนที่สร้างด้วยความรู้จากฟินีเซีย ถูกทำลายแต่ความรู้ถูกซ่อน อัศวินเทมพลาร์ที่ขุดค้นสิ่งที่อาจเป็นสายต่อของความรู้นั้น กลายเป็นองค์กรทรงพลังที่สุดในยุโรปก่อนถูกกวาดล้างแต่ไม่ถูกกวาดล้างจนหมด Freemasons ที่อ้างว่าสืบทอดความรู้นั้น และมีสมาชิกเป็นผู้นำโลกทุกยุคทุกสมัย และเครือข่ายร่วมสมัยที่ดูเหมือนดำเนินตามหลักการเดิม นั่นคือความรู้คือพลัง และพลังต้องการการปกป้อง

สิ่งที่ทฤษฎีสมคบคิดทุกทฤษฎีในบทความนี้มีเหมือนกันคือ มันตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เกิดขึ้นจริง วิหารโซโลมอนมีอยู่จริง อัศวินเทมพลาร์มีอยู่จริง เอปสไตน์มีอยู่จริง และเครือข่ายของคนมีอำนาจที่ปกป้องกันเองมีอยู่จริง สิ่งที่ทฤษฎีเพิ่มเข้ามาคือการเชื่อมจุดเหล่านั้นด้วยเส้นที่บางทีอยู่ในจินตนาการ บางทีอาจไม่ใช่ แต่การเชื่อมโยงของพิธีบูชายันต์ ไปสู่การสังเวยเด็กผู้หญิงในวิหารเอปสไตน์ ตามคำบอกเล่าในไฟล์ ที่มีข้อมูลกว่าสามล้านแผ่น จะมีความเชื่อมโยงหรือไม่กับการสังหารเด็กหญิงที่โรงเรียนมินาป อิหร่าน ในการโจมตีวันแรก ของสหรัฐ-อิสราเอล ทำให้เด็กหญิงเสียชีวิตคราวเดียวถึง167คนโดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล สิ่งท้าท้ายที่ลึกลงไปคือ  baphomet อาซาเซล ลูซิเฟอร์ และ อิบลีส มีโยงใยกันหรือไม่

นักปรัชญากรีกโบราณเชื่อว่าทุกสิ่งที่ถูกลืมจะถูกจดจำในที่สุด ทุกสิ่งที่ถูกซ่อนจะถูกเปิดเผยในที่สุด คำถามเพียงข้อเดียวที่เหลืออยู่คือ เมื่อวันนั้นมาถึง เราจะพร้อมรับสิ่งที่เห็นหรือไม่

⬡ ⬡ ⬡

— จบบทความ —

เนื้อหาบางส่วนเป็นการสมมติเพื่อความต่อเนื่องในแนวทฤษฎีสมคบคิด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *