อลิซาเบธ โฮล์มส์ สตีฟ จ้อปส์คนต่อไป

อลิซาเบธ โฮล์มส์ สตีฟ จ้อปส์คนต่อไป
อลิซาเบธ โฮล์มส์ และวิญญานของสตีฟ จ้อปส์ ด้วยการเปิดตัวภาพ
ยนตร์สารคดีกำกับโดยอเล็กซ์ กิบนี่ย์ “Inventor : Out For Blood In Silicoln Valley” ความน่าทึ่งด้วยซีอีโอเธรานอก่อนหน้านี้ อลิซาเบธ
โฮล์มส์ และการระเบิดจากภายในของบริษัททดสอบเลือดของเธอที่
ดูเหมือนการแตะจุดยอด ทำไมจะเป็นไม่ได้ล่ะ เป็นเรื่องราวปรากฏที่
จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง : ความทะเยอทะยาน การหลอกลวง นักการเมือง
ที่มีอิทธิพล การเป็นชู้สาว ผู้ทรงอิทธิพลสื่อ ผู้เป่านกหวีด เงืนหลาย
ล้านเหรียญ สุขภาพของบุคคลจำนวนมาก “The Dropout” มินิซีรี่ย์
ดรามาชีวประวัติ ยาว 8 ตอน ที่แสดงการพุ่งขึ้น และการตกลงมาของ
อลิซาเบธโฮล์มส์ และบริษัททดสอบลือด ที่ฉ้อโกงของเธอ เธรานอส
มันได้เเสดงอย่างโดดเด่นการเลียนแบบที่ชัดเจนสตีฟ จ้อปส์ของเธอ ย้อนรอยการเดินทางของเธอ ลาออกแสตนฟอร์ดไปสู่นักฉ้อโกงมหาเศรษฐี
อลิซาเบธ โฮล์มส์ ได้เขียนบันทึกส่วนตัวต่อตัวเธอเกี่ยวกับ “กลาย
เป็นสตีฟ จ้อปส์” เมื่อเธรานอสได้เริ่มต้นพังทลาย ซีเอ็นบีซี รับบันทึกที่
อลิซาเบธ โฮล์มส์เขียนแก่ตัวเธอเองเมิ่อ 2015 โฮล์มส์ เขียนว่า “กลาย
เป็นสตีฟ จ้อปส์”เมื่อสื่อมวลชนได้เริ่มต้นเปรียบเทียบอลิซาเบธ โฮล์มส์
ต่อสตีฟ จ้อปส์ เธอได้เขียนบันทึกต่อตัวเธอที่บรรจุถ้อยคำบอกเล่าสาม
ตัว “Becoming Steve Jobs” จากชีวประวัติของจ้อปส์ชื่อ “Becoming
Steve Jobs : The Evolution of a Reckless Upstart into a Visionary
Leader ” โดยเบรนท์ ชเลนเดอร์ ห้าเดือนภายหลังบันทึกต่อตัวเธอ เธอ
ได้ถูกขนานนามก่อนหน้านี้ “The Next Steve Jobs” ภายในเรื่องจากปก
วารสารอิงค์. บทความได้เริ่มต้นว่า คุณจะต้องพยายามอย่างหนักเลยทีเดียวที่จะมองไม่เห็นสตีฟ จ้อปส์ภายในอลิซาเบธ โฮล์มส์
เหมีอนกับสตีฟ จ้อปส์ อลิซาเบธ โฮล์มส์ ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย
แสตนฟอร์ดตอนอายุ 19 ปี เริ่มต้นเธรานอส เทคโนโลยีของบริษัทของ
เธอได้สัญญาใช้การทดสอบเลือดจำนวนน้อจากการเจาะเลือดปลายนิ้ว เธอครั้งหนึ่งเป็นมหาเศรษฐีสร้างตัวเองหญิงสาวที่สุด ระดมเงินทุนมาก
กว่า 900 ล้านเหรียญจากนักงงทุนที่มีอิทธิพลเช่นรูเพิรต เมอร์ดอช เธอ
ได้ใช้สไตล์ภาพพจน์สาธารณะทั้งหมดของเธอ เลียนแบบ สตีฟ จ้อปส์ เธอได้รัยเอาเสื้อคอต่อสีดำสัญลักษณ์ของจ้อปส์และกางเกงสีดำ สร้างรัศมีของวิสัยทัศน์โลกเทคเรียบง่าย
อลิซาเบธ โฮล์มส์ สรรหาอย่างเข้มแข็งบุคคลของแอปเปิ้ลก่อนหน้านี้
ที่จะตรวจสอบเทคโนโลยีของเธอ และมักจะอ้างอิงเครื่องเอดิสันทดสอบเลือดของเธอ เป็น “ไอพอด” ของการดูแลสุขภาพ แม้แต่เธอได้ขายความทะเยอทะยานธุรกิจของเธอแก่นักลงทุน ด้วยการเปรียบเทียบตัวเธอเอง ต่อจ้อปส์ และอ้างว่าเธอกำลังสร้างแอปเปิ้ลของการดูแลสุขภาพ ถ้อยคำ “หลอกมันจนคุณสามารถทำมันได” มันเป็นสำนวนมายาวนาน ที่อธิบายฉายความเชื่อมั่น จนความสำเร็จได้บรรลุ โฮล์มส์ได้รับเอาปรัชญานี้เป็นกลยุทธ์ธุกิจแกน ระห่ว่างเธอเป็นซีอีโอของเธรานอส
เธอใช้จิตวิญญานนี้ที่จะให้เหตุผลใช้ระยะหลอกไปไกลจนเกินไป แทนการพัฒนาเทคโนโลที่ทำงานได้ เธอแนะนำบุคคลของเธอต่อการเเสดง
ระยะหลอกต่อนักลงทุน ถ้อยคำนี้ได้ถูกฝังรากอยู่กับวัฒนธรรมซิลิคอน
แวลลี่ย์ ขับเคลื่อนกระแสของโลกเทค นักลงทุนมักจะให้รางวัลการเดินวางท่า และวิสัยทัศน์ทึ่ทะเยอทะยานแกสตาร์ทอัพตอนวัยเด็กของพวกเขา ก่อนที่เทคโนโลยีหลักทำงานได้เต็มที่ หลอกมันจนคุณทำมันได้เป็นเวทย์มนตร์กำหนดตัวตนของซิลิคอน แวลลี่ย์ ในขณะที่มันหมายถึงฉายความเชื่อมั่นที่จะสร้างความมั่นคงตัวเอง หรือการเรียนรู้จากงานการปรับของสตาร์ทอัพเทคเกี่ยวกับการโยนผลิตภัณฑ์อนาคตที่ทะเยอทะยานไปสู่นักลงทุน ราวกับมันมีอยู่แลัว
อลิซาเบธ โฮล์มส์เกิดเมื่อ ค.ศ 1984 ภายในวอชิงตันดีซี เป็นผู้ประกอบ
กอบการชาวอเมริกัน และเป็นผู้ฉ้อโกงที่ถูกตัดสินแล้วผิด เธอถูกรู้จักกันดีที่สุดต่อการสร้าสตาร์ทอัพทดสอบเลือด เธรานอส เมื่อ ค.ศ 2003 เธอสร้างบนการยืนยันไม่ถูกต้องของเทคโนโลยีการปฏิรูป จนกระทั่งมันได้พังทลายลงท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวอย่างมากมาย เธอมักจะตกใจข็มฉีดยาจนในที่สุดบันดาลใจเธอต่อมาแสวงหาสร้างวิธีการทดสอบเลือดปริมาณน้อยไม่เจ็บปวด
ตอนเป็นวัยรุ่น เธอได้แสดงแรงขับเคลื่อนการเป็นผู้ประกอบการโดยการเริ่มต้นธุรกิจขาย C ++ คอมไพเลอร์ แก่มหาวิทยาลัยจีน เธอได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดศึกษาวิศวกรรมเคมีเเต่ลาออกตอนอายุ 19 ปี ที่จะก่อตั้งเธรานอส หนุนหลังโดยการยืนยันว่าเธอสามารถดำเนินการทดสอบทางเเพทย์จากเลือดหยดเดียว สร้างเธรานอสไปสู่บริษัท 9 พันล้านเหรียญ เธอได้ถูกเรียกว่า มหาเศรษฐีหญิงสร้างตัวเองสาวที่สุดของโลกโดยวารสารฟอร์บ
อลิซาเบธ โฮล์มส์ มองธุรกิจเป็นผลกระทบทางสังคมที่ขับเคลื่อนโดย
ภารกิจที่ลบล้าง เธอเชื่อบริษัทควรจะให้ความสำคัญ ” การเปลี่ยนแปลงโลก” และทำสิ่งที่ดีเพิ่อความเป็นมนุษย์เหนือกำไรเท่านั้น ใช้จิตวิญญาน
ซิลิคอน เเวลลี่ย์ของ “หลอกมันจนคุณทำมันได้” เธอได้รีบเอาปรัชญาซิลิคอน แวลลี่ย์คลาสสิคของความุ่งหมาย ที่จะค้นพบบางสิ่งบางอย่าง
ที่มนุษยชาติก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ เธอดึงแรงบันดาลใจอย่างมาก
จากสตีฟ จ้อปส์ มุ่งหมายที่จะวางตำแหน่งเธรานอสเป็น ” แอปเปิ้ลของ
การดูแลสุขภาพ” โดยการคว่ำมาตรฐานอุตสาหกรรมสมัยเดิม เธอสนับ
สนุนปรัชญาของทำสิ่งที่ดีด้วยการทำอย่างดี
เธอเชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจแท้จริงจะถูกวัดโดยความสามารถของบริษัทที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์ – โดยเฉพาะประชาธิปไตยการดูแลสุขภาพ – มุมองการดำเนินงานเฉพาะของเธอต่อธุรกิจส่วนใหญ่จะ
โมเดลตามตำนานของสตีฟ จ้อปส์ และค่านิยมก้าวให้เร็วพังบ้างไม่เป็นไรของอุตสหกรรมเทคโฮล์มส์เชื่อว่าความลุ่มหลงรากฐานของบริษัทควรจะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาโลกที่สำคัญ เธอมักจะกล่าวว่าความเชื่อที่ขับเคลื่อน
ของธุรกิจควรจะเป็นผลกระทบของมนุษย์ ไม่ใชเป็นเพียงแค่ความมั่งคั่งหรือชัยชนะ เธอมองอุตสาหกรรมที่ก้าวไปช้าสมัยเดิม เช่น ห้องทดลอง
ตรวจโรคมรดก – ได้สุกงอมแล้วเพื่อการคิดค้นใหม่โดยผู้ประกอบการที่
มีวิสัยทัศน์หนุ่มสาว ไม่ถูกขัดขวางความไม่เชื่อสมัยเดิม
เธอเชื่ออย่างเข้มเเข็งว่าการขายผลิตภัณปฏิรูปไร้ข้บกพร่อง เป็นวิถีทางที่จะสร้างแรงเหวี่ยง การมุ่ง ความสมบูรณ์ของเทคโนโลยีรากฐานเป็นกระบวนการทีสามารถบรรลุได้ ภายหลังการรักษาความเชื่อมั่นของตลาดและการจัดหาเงินทุน เมื่อบุคคลกล่าวว่า ผมต้องการเริ่มต้นธุรกิจ คำถามของฉันอยู่เสมอ ทำไม เพราะว่าภารกิจจะต้องเกิดขึ้น งานของชีวิตของฉันเอง…. …นิยามใหม่กรอบความคิดของการตรวจโรคไปจากนิยามที่บุคคลต้องนำเสนออาการ เพื่อที่จะเข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา
โดยพื้นฐาน คำตอบต่อความท้าทายของเราภายในการดูแลสุขภ่าพขึ้นอยู่กับความผูกพั และการให้อำนาจบุคคล อลิซาเบธ โฮล์มส์ สร้างกรอบ
เธรานอสเป็นภารกิจมนุษยธรรม สร้างการทดสอบเลือดไม่เจ็บปวด ราคา
ถูก และเข้าถึงได้โดยไม่มีเข็มบนเเขนเธอใช้วาทศิลป์นี้ของการให้อำนาจที่จะโน้มน้าวใจ เธรานอสเป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน โฮล์มส์ มักจะยืนยันงานของชีวตของเธอเอง ให้บุคคลทุกคนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ปฏิบัติได้ ณ เวลาที่มันสำคัญ เธอมักจะอ้างความต้องที่จะป้องกันการเสียชีวิตก่อนเวลา ด้วยการให้การค้นพบโรคเร็วกว่านี้
ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพกระทบต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ขององค์การ อลิซาเบธ โฮล์มส์ ได้บรรลุความสำเร็จเป็นซีอีโอของบริษัทสตาร์ทอัพ เธราน และล้มเหลวเพราะว่าธอได้ยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรม จุดเเข็งของโฮล์มส์ อธิบายความสำเร็จของบริษัท เธอเก่งการสร้างการเชื่อมโยง และเครือข่าย เพิ่มความน่าเชือถีอของเธอ สร้างภาพ
พจน์ตราสินค้าส่วนบุคคลที่ดีการส่งเสริมอย่างมีเสน่ห์เทคโนโลยีทดสอบเลือดของเธอ เเรงขับเคลื่อนการหลงตัวเองที่จะตลาดเทคโนโลยีและได้นักลงทุนของเธอ แต่กระนั้นการหลงตัวเองได้กลายเป็นจุดอ่อน เมื่อเเรงขับเคลื่อนของเธอเพื่อผลประโยชนฺ์ส่วนตัวและชัยชนะ ที่นำพาไป่สู่การปฏิบัติขาดจริยธรรม ทำให้เกิดการล่มสลายของบริษัท
การหลงตัวเองจะเป็นทั้งจุดเเข็งและจุดอ่อนของโฮล์มส์ การหลงตัวเอง
ยกระดับแรงจูงใจของผู้นำ ที่จะบรรลุผลประโยชน์ส่วนบุคคล รวมไปถึง
การยกย่องและการชื่นชมต่อการคิดริเริ่มใหม่ โฮล์มส์ เเสวงหาอย่างไม่
ลดละวิสัยทัศน์ของเธอของการพัฒนาเทคโนโลยีทดสอบเลือดของเธอนานกว่าทศวรรษ การเปิดตัวที่บรรลุความสำเร็จของเทคโนโลยทดสอบเลิอดสามารถนำพาไปสู่การยกย่อง การชื่นชมจากชุมชนวิทยาศาสตร์ นักปฏิบัติสุขภาพ รัฐบาล เเละลูกค้า เพื่อการจัดการปัญหาสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ
แต่กระนั้นการหลงตัวเองได้กลายเป็นจุดอ่อนของโฮล์มส์ เมื่อจุดมุ่งเน้น
ของเธอต่อผลประโยชน์ส่วนบุคคลขับเคลื่อนเธอละเลยข้อเเนะนำต่อวิถีทางของการแก้ไขความถูกต้องของเทคโนโลยีทดสอบเลือดทำให้เข้าใจ
ผิดผลลัพธฺ์การทดสอบต่อความสามารถของเทคโนโลยีทดสอยเลือ และผูกพันการฉ้อโกงด้วยความเข้าใจผิดมูลค่าบริษัทของเธอ เพื่อที่จะดึงดูดนักลงทุน เธอได้ขยายมูลค่าของบริษัท ที่จะดึงดูดการลงทุนอย่างมาก เธอได้ข้ามหลายอย่างของพรมแดนจริยธรรมพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรมของเธอได้กระทบอย่างแพ่ร่หลายต่อชุมชน
อลิซาเบธ โฮล์มส์ เป็นผู้ประกอบการและผู้ก่อตั้งของสตาร์ทอัพทดสอบเลือด มุ่งมั่นโมเดลอาชีพ ความเป็นผู้นำ และบุคลิกภาพ ตามผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล สตีฟ จ้อปส์ เธอมองจ้อปส์ เป็นไอดอลแท้จริงของเธอ และมุ่งหมายแสวงหาที่จะสร้างใหม่ความสำเร็จของผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลและสเน่ห์ที่ลึกลับภายในอุตสาหกรรมการดูเเลสุขภาพ เธอได้กลายเป็นมีชื่อเสียงภายในซิลืคอน แวลลี่ย์ด้วยการรับเอาสุนทรีภาพและความประหลาดสัญลักษณ์ของจ้อปส์ เธอใส่เครื่องแบบประจำวันของเสิ้อคอเต่าสีดและสแลคส์ แม้
แต่การปรับน้ำเสียงให้ทุ้มต่ำ เพียงแค่เหมือนจ้อปส์ โฮล์มส์ ถูกมองโดยสื่อและนักลงทุนหลายคนของเธอเป็นสตีฟ จ้อปส์หญิง มาจากวิสัยทัศน์
และความคิดการปฏิรูปของเธอภายในการดูแลสุขภาพและเทคโนโลยี
แต่นี่้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชื่อมโยงที่สื่อ่สร้างบนอำเภอใจ โฮล์มส์ตัวเธอเองหลงใหลกับผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล และพยายามเลียนแบบอย่างแท้จริงคุณลักษณะการปฏิบัติหลายอย่างของเขาภายในชีวิตตัวเธอเอง เธอได้
หลงใหลมายาวนานกับสตีฟ จ้อปส์ การหลงใหลของเธอครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้า ไปจนถึงเทคนิคก่ารบริหารไปถึงรถยนต์ที่เธอขับ เธอมึความลุ่มหลงสตีฟ จ้อปส์ แทรกซึมทุกด้านของขีวิตของเธอจากการเลือกตู้เสื้อผ้า ไปสู่วิถีทางที่เธอบริหารเธรานอส
เธรานอส เป็นบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพ ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 2003 โดย
อลิซาเบธ โฮล์มส์ ชื่อ “Theranos” จะเป็นการผสมผสานของถ้อยคำ
“Therapy” และ “Diagnosis” เธอเลือกชื่อนี้ที่จะสะท้อนภารกิจแกนของบริษัท พัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ที่สามารถตรวจโรคปัญหาสุขภาพใช้ตัวอย่างเลเล็กน้อย และให้การรักษาที่เหมาะสมได้ทันที การสร้างระบบที่ทั้งตรวจโรคปัญหาสุขภาพของผู้ป่วย และจัดการการรักษา ผ่านทางเเผ่นแปะ และตัวอย่างเลือดเล็กน้อย บริษัทแต่เดิมดำเนินงานภายใต้ชื่อ “Real – Time Cures” แต่กระนั้นโฮล์มส์ไต้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น Theranos ภายหลังการตระหนักว่านักลงทุนและประชาชนไม่เชื่อเกินไปต่อความทะเยอทะยานของเธอจากการใช้ถ้อยคำ “Cure”

อลิซาเบธ โฮล๋มส์ สร้างอย่างเชั่ยวชาญบุคลืกภาพทางสาธารณะ ติดอาวุธบารมีฉายอัฉริยะทางวิสัยทัศน์ การเลียนแบบสไตล์สตีฟ จ้อปส์ รักษาการสบสายตาที่ไม่กระพริบ และทำให้เสียงของเธอทุ้มต่ำลง เธอ
ได้สร้าง “ผลกระทบความรู้สึกทึ่ง” สภาวะทางจิตวิทยาตรงที่ผู้ตามระงับ
การแสดงออกทางอารมณ์ และกลายเป็นหลงใหลอย่างสิ้นเชิง เธอใช้
การจ้องมองแสดงอำนาจ ระหว่างการประชุมตัวต่อตัว เธอยืดการสบ
สายตาอย่างเข้มข้นไม่กระพริย สร้าง “สนามบิดเบือนความจริง” ทำให้
นักลงทุนและคณะกรรมการบริษัท รู้สึกเหมือนบุคคลสำคัญที่สุดภาย
ในห้อง ผลกระทบความรู้สึกทึ่งภายในในการประชุมตัวต่อตัวและห้องประชุมคณะกรรมการบริษัท ทำให้เธอยั่งยืน มูลค่า 9 พันล้านเหรียญ
เพื่อเธรานอส ทั้งที่เทคโนโลยีล้มเหลวที่จะใช้งาน
ผลกระทบความรู้สึกทึ่งไหลซึมไปสู่วัฒนธรรมของความกลั เมื่อบุคคล
หรือผู้อำนวยการห้องทดลองรีบรู้ว่าเทคโนโลยีทดสอบเลือดไช้งานไม่
ได้ การข่มขู่ทางบารมีและการคุกคามการดำเนินคดีของโฮล์มส์ ทำให้
พวกเขาสงสัยตัวพวกเขาเองแทนที่จะเป็นเธอ โฮล์มส์ ใช้บารมีและสบสายตาอย่างไม่กระพริบสร้างสนามการบิดบิอนความจริง ผลกระทบนี้ทำให้ผู้ตาม และนักลงทุนรู้สึกว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งที่มีหลักฐานของความล้มเหลวอย่างท่วมท้นบุคลิกภาพได้ชักจูงความจงรักภักดีที่ตาบอดและระงับการคิดวิเคราะห์ของบุคคล
สนามการบิดเบือนความจริงได้ถูกสร้างเมื่อ ค.ศ 1981 โดยวิศวกรซอฟท์แวร์ของแอปเปิ้ล บัด ทริบเบิ้ล อธิบายความสามารถน่าหลงใหลของสตีฟ จ้อปส์ ระหว่างการพัฒนาคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ชักจูงตัวเขาเองและบุคคลอื่น ที่จะเชื่ออะไรก็ตามส่วนใหญ่ผ่านทางการผสมกันของบารมีความองอาจ การกล่าวเกินจริง และความยืนหยัด ทริบเบิ้ล ได้ยืมถ้อยคำจาก “Star Trek” ตรงที่มนุษย์ต่างดาวใช้พลังความคิดสร้างโลกใหม่ของพวกเขาเอง โฮล์มส์ ใช้สนามการบิดเบือนความจริงสไตล์
จ้อปส์ ด้วยการใส่เสื้อคอเต่าสีดำ ปลูกฝังด้วยน้ำเสียงหนักแน่นลึกซึ้ง และป้องกันอย่างรุนแรงบริษัทของเธอจากการตรวจสอบภายนอก
สนามการบิดเบือนความจริงอ้างถึงความสามารถของผู้นำเชิงบารมี ที่จะใช้ความมีเสน่ห์ ความมุ่งมั่น การกล่าวเกินจริง ที่ชักจูงตัวพวกเขาเองและบุคคอื่นเกือบทุกอย่างเป็นไปได้ ผสมผสานข้อเท็จจริงเข้ากันได้กับวิสัยทัศน์ของพวกเขา บารมีและสนามการบิดเบือนความจริงของโฮล์มส์
อ้างถึงความสามารถของเธอทีจะความมีเสน่ห์ ความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
และการเล่าเรื่องชักจูงโน้มน้าวนักลงทุน คณะกรรมการบริษัท และบุคคล
ของเธอว่าเทคโนโลยีทดสอบเลือดของเธอทำงาน ไม่ได้เป็นการปฏิรูปที่
แท้จริง สนามการบิดเบือนความจริงของสตีฟ จ้อปส์ เป็นความสามารถ
ตำนานของเขาที่จะชักจูงตัวเขาเองและบุคคลอื่น – ผ่านทางความมีเสน่ห์
บารมี การกล่าวเกินจริง และความมุ่งมั่น – ดูเหมือนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้บรร
ลุความสำเร็จได้ พลังวิเศษทางจิตวิทายานี้ ได้ทำให้เขาหักข้อจำกัดโดยทั่วไป และบันดาลใจทีมที่จะสร้างนวัตกรรมการค้นพบใหม่


ตามมาการเสียชีวิตของสตีฟ จ้อปส์เมื่อ ค.ศ 2011 อลิซาเบธ โฮล์มส์ และซันนี บัลวานี ซีโอโอ เธรานอ ต้องการลดธงแอปเปิ้ลครี่งเสาไว้อาลัยสตีฟ จ้อปส์ ข้างนอกเธรานอส สำนักงานใหญ่พาโล อัลโต เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถหาซิ้อธงแอปเปิลจริงได้ ดังนั้นบุคคลของเธรานอสได้ไป
ที่ร้านแห่งหนึ่งขอให้ทำธงแอปเปิ้ลไวนิลตามแบบ จุดมุงความหลงใหล
บนธงเเอปเปิ้ล แสดงเธอสร้างเธรานอสบนการสร้างตำนานระดัยภ่าย
นอกอย่างไร แทนที่ะเป็นเทคโนโลยีใช้งานได้จริง เเนวคิดของลัทธิการ
ยูชาตัวบุคคล อธิยายการยกระดับของผู้นำ ไปสู่บุคคลอุดมคติ บูชาดั่งเทพเจ้า ต้องการความจงรักภักดีและความเคารพอย่างไม่มีข้อสงสัย ในบริบทของอลิซาเบธ โฮล์มส์ ถ้อยคำถูกใช้อย่างกว้างขวางที่จะวิจารณ์สื่อสังคมและสภาพเเวดล้อมบริษัท ที่ทำให้เธอเป็นไอคอนแห่งซิลิคอน
แวลลี่ยฺ
ในขณะที่ปรากฏการณ์ย้อนหลังไปสู่สมัยโบราณ ถ้อยคำ “ลัทธิการบูชาตัวบุคคล” ได้เชื่อมโยงใกล้ชิดกับกฏเผด็การเบ็ดเสร็จของโจเซฟ
สตาลินภายในรัสเซีย ภายใต้โจเซฟสตาลิน รัฐใช้สื่อสารมวลชน การ
โฆษณาชวนเชื่ออย่างกว้างขวาง การจำกัดข้อมูล หล่อหลอมภาพพจน์ของผู้นำรู้ทุกอย่าง ไม่ผิดพลาด และวีรบุรุษ เป้าหมายคือต้องการความเชื่อฟังเด็ดขาดไม่มีเงื่อนไขจากประชาชน ลัทธิการบูชาตัวบุคคลเป็นแนวคิดทางสังคมวิทยา และการเมือง อ้างถึงการอุทิศตัวขับเคลื่อนโดย
สื่อและการทำให้เป็นอุดมการณ์ไม่มีข้อสงสัยของผู้นำเชิงบารมีคนเดียวมันบังคับความจงรักภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไข การเปลี่ยนแปลงบุคคลไปสู
สัญลักษณ์ที่หายาก สามารถทำอะไรไม่เคยผิด โฮล์มส์ ติดอาวุธอย่างมีระบบ ภาษาและจิตวิทยาของศาสนา สร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของบริษัทรอบตัวเธอและบริษัทของเธอ
ด้านมืดของควาทเป็นผู้นำเชิงบารมี เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์โดยอลิซาเบธ โฮล์มส์ แสดงความดึงดูดทางบารมีสามารถติดอาวุธไปสู่วัฒนธรรม
เป็นพิษอย่างไร เสน่ห์ของเธอได้สร้างห้องแห่งเสียงสะท้อนอย่างไม่มีข้อสงสัย ตรงที่การคิดคล้อยตามกลุ่มได้เจริญเติบโตวิสัยทัศน์ที่ดึงดูดนี้ทำ
ให้การฉัอโกงอย่ามีระบบอ้อมผ่านพรมแดนจริยธรรม ละเลยการไม่เห็นด้วยของผู้เชี่ยวชาญ และการวางชีวิตผู้ป่วยบนความเสี่ยงภัย โฮล์มส์
ได้ติดอาวุธวิสัยทัศน์ของเธอของการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพที่จะเรียกร้องการทุ่มเทเต็มที่ เมื่อบุคคลลาออกหรือรู้สึกห่วงใยเธอได้รวมตัวบุคคลประกาศว่าเธอกำลังสร้าง “ศาสนา” เทียบเท่าความไม่เขื่อกับความไม่จงรักภักดี
อลิซาเบธ โฮล์ม มักจะใช้คำพูดอ้างอิงจากวินสตัน เชอร์ชิล บันดาลใจ
บุคคลและนักลงทุนของเธอ เธอได้ใช้ “อย่ายอมแพ้” ที่มีชื่อเสียงของเขา
ปลูกฝังภาพพจน์ไม่หยุดยั้งไมยอมทำตาม ในขณะที่ต่อเนื่องการฉ้อโกง
ของบริษัทอย่างมากมาย เธอกล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่า วินสตัน เชอรฺ์ชิล
รู้อย่างแท้จริงเขากำลังพูดเกี่ยวกับอะไรเมื่อเขาพูด “อยายอมแพ้ อย่ายอมแพ้ อย่า อย่า อย่า” เธอใช้คำพูดอ้างอิงนี้สร้างวัฒนธรรมหลอกมัน จนคุณทำมันได้ ณ เธรานอส เปลี่ยนปลงความอดทนยามสงครามไปสู่การไม่ยอมรับอย่างดื้อรั้นยอมรับว่าเทคโนโลยีทดสอบเลือดของเธอไม่เคยใช้ได้อย่างแท้จริง
เธอได้ใช้วาทศิลป์ของวินสตัน เขอร์ชิลของการต่อสู้อย่างอดทนชักจูงบุคคลและนักลงทุนของเธอ เทคโนโลยีการฉ้อโกงของเธรานอสจะเป็นเพียงแค่เรื่องของการผลักดันผ่านความยากลำบาก วินสตัน เชอร์ชิล ได้
ประยุกต์ใช้ความทรหดของเขาต่อยุทธการอังกฤษและการเอาชนะลัทธิฟาสซิสต์ ตรงที่โฮล์มส์ได้ใช้มันที่จะป้องกันการฉ้อโกงบริษัทอย่างมาก
ในที่สุดการวางชีวิตของผู้ป่วยบนความเสี่ยงภัยอลิซาเบธ โฮล์มส์ มักจะใช้คำพูดอ้างอิงการจูงใที่นิยมเเพร่หลาย ที่จะหันเหการวิจารณ์เกี่ยวกับบริษัททดสอบเลือดของเธอ เธรานอส การเปลี่ยนแปลงของคำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงมักจะกล่าวอ้างผิดต่อมหาตมะ คานธี
“ครั้งแรกพวกเขาไม่สนใจคุณ แล้วพวกเขาหัวเราะใส่คุณ แล้วพวกเขาต่อสู้คุณ แล้วคุณชนะ” ในขณะที่ป้องกันเธรานอสภายในการสัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี 2015 ต่อสู้รายงานของวอลสตรีท เจอร์นัล ที่เทคโนโลยีตรวจสอบเลือดของเธอกำลังล้มเหลว โฮล์มส์ ได้กล่าวว่า
“ครั้งเเรกพวกคิดว่าคุณบ้า แล้วพวกเขาต่อสู้คุณ เเล้วคุณเปลี่ยนเเปลงโลก” แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และนักวิจัยได้ชี้ว่ามหาตมะ คานธีไม่
ได้กล่าวถ้อยคำพูดนี้ ถ้อยคำพูดจะกิดขึ้นอย่างแท้จริงจากการปราศัย 1910 ให้โดยผู้นำสหภาพการค้าอเมริกัน นิโคลาสไคลน์ โฮล์มส์ เป็น
ผู้ตามที่กระตือรือร้นของสตีฟ จ้อปส์ มักจะใช้คำพูดอ้างอิงและกิริยาท่าทางบันดาลใจโดยยุคการตลาด “คิดให้แตกต่าง” ของแอปเผิ้ล น่า
จะเป็นตรงที่เธอรับเอาความคิดการจูงใจนี้

วินสตัน เชอร์ซิล ได้ใช้ความสามารถวาทศิลป์ และความแน่วแน่ที่น่ากลัวของเขา แก้ปัญหาที่จะระดมชาวอังกฤษ และทำให้ขวัญกำลังใจของพันธมิตรยั่งยิน ระหว่างวันที่มืดสนิทของสงครามโลกครั้งที่สอง เชอร์ชิลใช้ภาษาเป็นอาวุธทางกลยุทธ์ คำปราศัยของเขาระหว้างวันที่มืดสนิท เช่น “เราจะต่อสู้บนชายหาด” และ”ชั่วโมงที่ดีที่สุดของพวกเขา” สมดุลความเป็นจริงที่โหดร้ายด้วยการบันดาลใจที่น่ากลัว ทำให้ขวัญกำลังใจของชาติยั่งยืน แม้ว่าอังกฤษยินโดดเดี่ยวต่อสู้นาซี เยอรมัน จิตวิญญาน
ที่ไม่ย่อท้อของเขา และไม่ยอมเจรจาต่อรอง ฉายความรู้สึกที่แพร่หลาย
อย่างรวดเร็วของความหวังและการแก้ปัญหาในที่สุด
วินสตัน เชอร์ชิล ได้ไปเยี่ยมชาวอังกฤษภายในพื้นที่เสียหายจากกการ
ถูกทิ้งระเบิดโดยเยอรมัน เขาได้มุ่งหมายที่จะระดมจิตวิญญานของชาว
อังกฤษ และเเสดงความเป็นผู้นำของเขาที่ห่อหุ้มด้วยถ้อยคำที่มีชื่อเสียง ทำต่อไป การพูดเพื่อความอดทน ภายในการเผชิญกับความยากลำบาก
มันจะเป็นส่วนที่สำคัญของกลยุทธ์ของเขาที่จะเพิ่มขวัญการแสดงความสามัคคีกับสาธารณะ เขาเชื่อการดึงความเข้มเเข็งจากการไปเยี่ยมชาวอังกฤษบนแนวหน้าไม่ว่าเป็นพื้นที่เสียหายจากการทิ้งระเบิดหรือพื้นที่อื่น
ฉากน่าเร้าอารมณ์เฉพาะจากภาพยนตร์ “Darkest Hour” ได้พบนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล สูบซิการ์ใช้รถไฟใต้ดินลอนดอนครั้งแรก เขา ได้ถามผู้โดยสารที่ตกใจบนรถไฟใต้ดินต่อการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับพวกเขารู้สึกอย่างไรต่ออังกฤษต่อสู้นาซี เยอรมัน พวกเขาจะยืนยันอย่ายอมแพ้ การกล่าวถึงคำแถลงที่มีชื่อเสียงของเขา เราควรจะป้องกันเกาะของเรา ไม่ว่าต้องเสียอะไรก็ตาม เราจะต่อสู้บนชายหาด เราจะต่อสู้บนลานบิน เราจะต่อสู้ภายในท้องทุ่งและถนน เราจะต่อสู้บนเนินเขา เราจะไม่เคยยอมแพ้
วินสตัน เชอร์ชิล ได้ถูกมองเป็นผู้นำยามสงครามยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเขาเป็นชายที่ถูกยกย่องกับการหยุดการเดินหน้าของนาซีภายในยุโรปอาวุธเข้มแข็งที่สุดของวินสตัน เชอร์ชิลคือ คำพูดของเขา เขาได้ให้การปราศัยที่ยอดเยี่ยม เเม้แต่นาซีประทับใจโดยคารมคมคายของเขาด้วยเกือบจะไม่มีความหวังเหลืออยู่ ประเทศหันไปสู่วินสตัน เชอร์ชิลชายคนหนึ่งที่พูดความจริงมาหลายปี คำปราศัยเเรกของเชอร์ชิลต่อชาวอังกฤษในฐานะนายกรัฐมนตรี แสดงแผนของเขาอย่างขวานผ่าซาก “ผมไม่มีอะไรที่จะนำเสนอ เพียงแค่เลือด งานหนัก น้ำตา และเหงื่อ” เขาได้ตามด้วยคำปราศัยอีกอย่างหนึ่งต่อมาภายหลังไม่นาน “… เราจะต่อสู้บนทะเลและมหาสมุทร เราจะไม่เคยยอมแพ้
วินสตัน เชอร์ชิล ได้ใช้ภาษาปลุกเร้าจิตวิญญานการต่อสู้ที่เขาเชื่อว่ายังคงมีชีวิตอยู่ภายในชาวอังกฤษ และบรรทัดที่สรุปจิตวิญญานของเขานำชาวอังกฤษไปสู่ชัยชนะ : อย่า อย่า อย่ายอมแพ้ จอห์น เคนเนดี ได้ฟังการบันทึกเสียงของเชอร์ชิลระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง มันเป็นชาติและเชื้อชาติอาศัยอยู่ทั่วโลกที่มีหัวใจของสิงโต ต่อมาเขอร์ชิลได้เขียนถึงชาวอังกฤษระหว่างสงคราม ผมมีโชคถูกเรียกร้องให้การคำราม
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







