การกระโดดข้ามเส้นโค้งตัวเอส

การกระโดดข้ามเส้นโค้งตัวเอส
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีและบริษัทส่วนใหญ่สามรถแสดงด้วยเส้นโค้งตัวเอส ทำนองเดียวกับระยะการเกิด การเจริญเติบโต การเจริญ
เติบโตเต็มที่ของสิ่งมีชีวิต การเปรียบเทียบของเส้นโค้งตัวเอสแสดงการลุกขึ้นและการตกลงของบริษัทและอุตสาหกรรมในแง่ของการเจริญเติบโต บอลคบัคเตอร์เป็นกรณีคลาสสิคของความเศร้าหมองของเส้นโค้งตัวเอส การชนกับจุดสูญเสียเเรงยก และความล้มเหลวที่จะปรับตัวต่อ
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
ข้อยืนยันที่สำคัญของเส้นโค้งตัวเอสในไม่ช้าก็เร็ว ธุรกิจส่วนใหญ่จะถึงช่วงเวลาของการหยุดนิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะบรรลุความสำเร็จภายในอดีตอย่างไร ณ จุดของการหยุดนิ่ง ธุรกิจได้มาถึงจุดพลิกผัน ณ จุดนี้ื มันถูกบังคับให้คิดค้นที่จะเจริญเติบโต และยังคงเเข่งขันได้ ณ จุดพลิกผ้น เส้นโค้งตัวเอสเปลี่ยนแปลงจากโค้งออกไปสู่โค้งเข้า
แอนดรูว์ โกรฟ ผู้ก่อตั้งร่วมอินเทล ได้ทำให้การแสดง จุดผกผัน เป็นถ้อยคำธุรกิจที่นิยมแพร่หลาย โดยคณิตศาสตร์ จุดผกผันเป็นจุดบนเส้นโค้ง ณ แอนดรูว์ โกรฟ ได้ระบุจุดผกผันเป็นจุดเชิงกลยุทธ์ภายในชีวิตของธุรกิจ เมื่อรากฐานของมันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ เขาได้อธิบายจุดพลิกผ้นเชิงกลยุทธ์เป็นเหตุการณ์เปลี่ยนเเปลงวิถีทางที่เราคิดและกระทำ จุดพลิกผันได้ถูกศึกษาภายในแคลคูลัสและเรขาคณิต ภายในธุรกิจแล้ว จุดพลิกผันเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จุดเปลี่ยนนี้สามารถเป็นบวกหรือลบได้
เส้นโค้งตัวเอสไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่ นักคิดการบริหาร ชาร์ล แฮนดี ได้
ประยุกต์ใช้มันครั้งแรกรู้จักกันเป็นการคิดแบบวงจรชีวิต หรือเส้นโค้ง
ซิกมอยด์ ต่อการพัฒนาองค์การและบุคคลเมื่ิอ ค.ศ 1990 ข้อความ
ที่สำคัญของเส้นโค้งที่สองคือ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าภายในหลายด้านของชีวิตรวมทั้งอาชีพของเรา บางครั้งมันจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนเเรง แม้ว่าเมื่ออะไรกำลังเป็นอยู่อย่างดี นี่หมายถึงการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ที่แตกต่างจากเส้นทางเดิม มันเป็นอะไรที่โทมัส คุห์น นักปรัชญาอเมริกัน ใช้ถ้อยคำว่าการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ มันเป็นตรงที่เเนวคิดเส้นโค้งที่สองของชาร์ล แฮนดี มีประโยชน์ การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มต้นในขณะที่
เส้นโค้งแรกยังคงถูกต้องอยู่
โทมัส คุห์น ได้สร้่างถ้อยคำ “กระบวนทัศน์” การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ อ้างถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายในมุมมองโลก แนวคิด และ
การปฏิบัติของบางสิ่งบางอย่างทำงานหรือบรรลุความสำเร็จอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์สามารถเกิดขึ้นภายในสภาพแวดล้อม
ที่หลากหลาย ตั้งแต่การวิจัยวิทยาศาสตร์ไปจนถึงอุตสาหกรรม การ
เปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ภายในอุตสาหกรรมมักจะเกิดขึ้น เมื่อเทคโนโลยีใหม่ได้ถูกแนะนำ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต
หรือการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างสำคัญ
พอล นูเนส และทิม บรีน นักเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้
สร้างแนวคิดของ “การกระโดดเส้นโค้งตัวเอส” อธิบายพฤติกรรมของ
บริษัทที่ยังคงยู่ ณ บนสุดของอุตสาหกรรมของพวกเขา ปีแล้าปีเล่า
พวกเขายืนยันว่าเส้นทางตามธรรมชาติของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ
จำนวนมากเป็น “เส้นโค้งตัวเอส” การเจริญเติบโตที่บรรลุความสำเร็จ
ตามมาด้วยระดับคงที่ เนื่องจากการเจริญเติบโตเต็มที่ภายในตลาด
ตามมาด้วยการค้นพบที่สำคัญของอุตสาหกรรม พวกเขาได้สนับสนุน
และอธิบายวิธีการเพื่อธุรกิจ กระโดดไปสู่เส้นโค้งตัวเอสต่อไป สิ่ง
สำคัญที่สุดคือ การระบุความเข้าใจลึกซึ้งตลาดที่ใหญ่เพียงพอ เพื่อที่
จะหาประโยชน์เเละลงทุนทรัพยากร
พอล นูเนส และทิม บรีน กล่าวว่า เส้นโค้งตัวเอสเป็นแบบแผนโดยทั่วไป
ของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ เริ่มต้นด้วยลูกค้าที่อยากได้จำนวนไม่กี่คน
เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อลูกค้าจำนวนมากแสวงหาการนำเสนอใหม่ และในที่สุดถึงจุดสูงสุด และระดับคงที่ เมื่อตลาดเจริญเติบโตเต็มที่ เเละเมื่อเราพูดถึงบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูง เราหมายถึงบริษัทเหล่านี้บริหารที่จะปีนเส้นโค้งตัวเอสนั้น แล้วกระโดดข้ามไปสู่เส้นโค้งตัวเอสใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
พวกเขาได้พบว่าสิ่งที่สำคัญไม่เพียงแค่การปีนเส้นโค้งตัวเอสในขณะนี้
ของเรา อะไรที่เราทำที่จะไปสู่จุดสูงสุดของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ
อย่างเดียว แต่พวกเขาได้มุ่งเน้นความสำคัญเท่าเทียมกันของการก้าวไป
ที่เราต้องสร้างบนเส้นทางไปสู่ธุรกิจต่อไปของเรา นั่นคือ การกระโดดไป
สู่เส้นโค้งตัวเอสในอนาคตของเรา
เพื่อที่จะปีนเส้นโค้งตัวเอส ธุรกิจต้องมีรากฐานที่ถูกต้องภายในที่ตั้ง ราก
ฐานของประสิทธิภาพที่สูง ความล้มเหลวที่จะสร้างป้อมของความสำเร็จ
เหล่านี้ ผลการปฏิบัติงานของเราจะอยู่บนพื้นฐานที่สั่นคลอน การพัฒนามันอย่างเหมาะสม เราจะมีฐานอย่างมั่นคงที่เราต้องการบรรลุความสำเร็จ
กับธุรกิจใหม่ พวกเขาได้ระบุคุณลักษณะสามอย่างของบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงคือ
1. ความเข้าใจตลาดที่ใหญ่เพียงพอ
บริษัทต้องระบุการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างมาก บนท้องฟ้อง
ส่งสัญญานโอกาสสร้างธุรกิจที่สำคัญ เพื่อบริษัทที่จะระบุและยึดโอกาส ความสามารถที่จะระบุโอกาสตลาดที่ยิ่งใหญ่ภายในแนวโน้มทางโลก และตระเตรียมเเต่เเรกหาประโยชน์จากมัน
2 ความสามารถก่อนการปีน
บริษัทต้องเข้าใจอย่างแน่นอนพวกเขาต้องแตกต่างอย่างไร เพื่อที่จะ
สร้่างคุณค่าที่ตลาดต้องการ ความสามารถที่จะรู้อย่างแน่นอนเมื่อไรที่จะปีน พวกเขาไม่ค่อยจะเป็นรายแรกสู่ตลาด พวกเขาสร้างความ
สามารถที่จำเป็นก่อนการเพิ่มขนาดการดำเนินงานของพวกเขา และวาง
แผนเพื่อความสำเร็จไกลไปต้นน้ำ มักจะมุ่งรายละเอียดเหมือนเช่นกล
ยุทธ์การผลิตและช่องทางตอนต้น และเข้าใจอย่างแน่นอนพวกเขา
ไม่เหมือนใครอย่างไร เพื่อที่จะสร้างคุณค่าที่ตลาดต้องการ
3 ความสามารถที่สำคัญ
บริษัทต้องดึงดูดและรักษา ความสามารถที่สำคัญที่พวกเขาต้องการ
บุคคลด้วยความสามารถและทัศนคต ขับเคลื่อนการสร้างธุรกิจที่บรรลุ
ความสำเร็จ ความสามารถที่จะรักษาบุคคลที่มีความสามารถภายในบริษัท ความสามารถที่จริงจังอ้างถึงบุคคลที่ทั้งความสามารถสูงและความผูกพันสูง ดังถ้อยคำของจิม คอลลินส์ การได้บุคคลที่เหมาะสมบนรถโดยสารตลอดการเดินทาง บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงดึงดูด และรักษาความสามารถที่สำคัญที่พวกเขาต้องการ บริษัทเหล่านี้ปลูกฝังกรอบความคิดของการปรับปรุงอย่างไม่ย่อท้อแก่บุคคลของพวกเขา
พอล นูเนส และทิม บรีีน บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ ได้กระตุ้นเราที่จะคิดค้นใหม่ธุรกิจของเราก่อนที่มันจะสายเกินไป พวกเขาได้สังเกตุ : ไม่ช้าก็เร็วธุรกิจทุกอย่างแม้แต่บรรลุความสำเร็จมากที่สุด หมดโอกาสที่จะเจริญเติบโต ด้วยการเผชิญกับความเป็นจริงที่ยุ่งยากนี้ พวกเขาถูกบังคับให้คิดค้นใหม่ตัวพวกเขาเองเป็นระยะ
การใช้ถ้อยคำเส้นโค้งตัวเอสภายในวงจรธุรกิจย้อนหลังไปอย่างน้อยที่สุดปลาย ค.ศ 1800 เเต่มันได้เป็นสกุลเงินที่เเพร่หลายภายในต้น ค.ศ 1960 เมื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อีเวอร์เรต โรเจอร์ ได้พิมพ์
“Diffusion of Innovtion” อีเวอร์เรต โรเจอร์ ได้แสดงจำนวนรวมสะสมของผู้รับเอาไว้ของนวัตกรรมพัฒนาเป็นเส้นโค้งตัวเอสอย่างไร หนังสือขายดี
ที่สุดเหมือนเช่น “Crossing the Chasm” ขอเจฟฟรีย์ มัวร์ ได้อธิบาย
บริษัทเทคโนโลยีใหม่สามารถหนีรอดระดับล่างของเส้นโค้งตัวเอส
และไปถึงจุดสูงสุดอย่างไร
โดยทั่วไปการแพร่กระจายของนวัตกรรมเดินตามเส้นโค้งตัวเอส นวัต กรรมส่วนใหญ่มีเส้นโค้งตัวเอสเพื่อการรับเอาไว้ตลอดเวลา อีเวอร์เรต
โรเจอร์ ได้ทำการตรวจสอบอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่ ค.ศ 1950 นวัตกรรมได้แพร่กระจายภายในสังคมอย่างไร เขาได้แนะนำแนวคิด
ของเส้นโค้งตัวเอส เส้นโค้งตัวเอสที่แสดงการใช้งานนวัตกรรมวิวัฒนาการภายในประชาชนตลอดเวลาอย่างไร เส้นโค้งตัวเอสที่มีชื่อเสียงของเขาได้แตกเป็นระยเวลาและกลุ่มผู้ใช้ห้ากลุ่ม
การแพร่กระจายของนวัตกรรมได้พยายามอธิบายการรับเอาไว้ของ
เทคโนโลยี ทำไมและอย่างไรมันได้แพร่กระจายท่ามกลางบุคคลด้วยอัตราความรวดเร็วเท่าไร บนพื้นฐานของคุณลักษณะทางประขากร
และจิตวิทยา การแพร่กระจายของนวัตกรรมได้ระบุผูรับเอาไว้แตกต่าง
กันห้ากลุ่ม อัตราการรับเอาไว้ได้ถูกอธิบายโดยเส้นโค้งตัวเอส
อีเวอร์เรต โรเจอร์ได้ระบุว่ากลุ่มผู้ล้ำสมัยเป็น 2.5% กลุ่มผู้นำสมัย 13.5% กลุ่มผู้ทันสมัย 34%. กลุ่มผู้ตามสมัย 34% และกลุ่มผู้ล้าสมัย 16%
ตามเจฟฟรี่ย์ มัวร์ การข้ามเหวที่บรรลุความสำเร็จสามารถบรรลุได้ด้วย
การมุ่งเป้าหมายที่กลุ่มผู้นำสมัยก่อน เป้าหมายอย่างเดียวของบริษัทภาย
ในความพยายามข้ามเหวควรจะเป็นการยึดหัวหาดภายในตลาดกระเเส
หลัก สร้างฐานลูกค้านักปฏิบัติที่สามารถอ้างอิงได้ เรามีเหวระหว่างระยะ
ที่สองและสามตามเจฟฟรี่ มัวร์ เนื่องจากความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง
อะไรที่กลุ่มผู้นำสมัยและกลุ่มผู้ทันสมัยต้องการภายในผลิตภัณฑ์ใหม่ การข้ามเหวจะยากลำบาก แต่จำเป็นเพื่อการรับเอาไว้กระเเสหลัก
บริษัทต้องกระโดดจากเส้นโคงตัวเอสเส้นหนึ่ง ไปสู่เส้นโค้งตัวเอสอีกเส้นหนึ่งที่จะมั่นใจเพื่อความอยู่รอด ถ้าบริษัทไม่สามารถกระโดด ในที่สุดบริษัทจะตาย แต่บริัษัทจำนวนน้อยมากมีความกล้าหาญที่จะทำสิ่งนี้ การ
กะโดดไปดูคล้ายกับเป็นขั้นตอนถอยหลัง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เส้นโค้งตัวเอสลบล้างใหม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือ การแนะนำโมเดลธุรกิจใหม่
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีและบริษัทส่วนใหญ่สามารถแสดงด้วยเส้น
โค้งตัวเอส คล้ายคลึงกับการเกิด การเจริญเติบโต และการเจริญเติบโต
เต็มที่ของสิ่งมีชีวิต การเปรียบเทียบเส้นโค้งตัวเอสแสดงการขึ้นลงของบริษัทใน่แง่ของการเจริญเติบโต บลอคบัสเตอร์เป็นกรณีคลาสสิคของความเศร้าหมองของเส้นโค้งตัวเอส พวกเขาได้ตกต่ำลงจนในที่สุดได้ยื่นขอการล้มละลาย 6 ปีภายหลังบรรลุรายได้ 6 พันล้านเหรียญ เนื่องจากความล้มเหลวที่จะปรับตัวต่อสภาพเเวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
นานหลายปี บอลคบัสเตอร์ดูเหมือนไม่สามารถเอาชนะได้ ณ จุดสูงสุด
ของมัน บริษัืทดำเนินงานร้าน 1,0000 แห่ง เมื่อ ค.ศ 2002 บริษัทมีมูลค่า
ตลาด 5 พันล้านเหรียญ และเมื่อ ค.ศ 1997 เนตฟลิกซ์ ได้เกิดขึ้น เนต
ฟลิกซ์ ได้รับเอาการเปลี่ยนแปลงไว้อย่างไร และบอลคบัสเตอร์ไม่ได้
รับเอาไว้ เนตฟลิกซ์แข่งขันกับบอลคบัสเตอร์ ดูเหมือนกับเดวิด ต่อสู้
โกไลเอธ ไร้ความหวัง แต่ด้วยลำดับของการลบล้าง และการเปลี่ยน
แปลง โต๊ะได้พลิกกลับ
บอลคบัสเตอร์ยึดมั่นต่อโมเดลธุรกิจของการเป็นบริษัทเช่าวีดีโอ เนต
ฟลิกซ์ ได้ลบล้างตัวมันเองอยู่เสมอจากบริการเช่าการสมัครสมาชิกดีวีดี
ไปสู่โมเดลสตรีมมิ่งของภาพยนตร์และโทรทัศน์ เนตฟลิกซ์พยายามอยู่เสมอที่จะอยู่บนนวัตกรรมทันสมัยที่สุด แม้ว่ามันจะหมายถึงการลบล้างธุรกิจเดิมของพวกเขา
การขึ้นลงของบอลคบัสเตอร์สมควรกับการวาดภาพของเส้นโค้งตัวเอส
คลาสสิค ภายหลังจากการเริ่มต้นเริ่มแรกและการวางตำแหน่ง บอลคบัส
เตอร์ ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต ค.ศ 1987 ถึง ค.ศ 1993
ด้วยอัตราการเจริญเติบโตต่อปีสะสม 58% แต่กระนั้นต่อมาการเจริญ
เติบโตได้ช้าลง การตกต่ำที่เจ็บปวดเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 2004 ดังสุภาษิตที่ว่า
“อะไรที่มันขึ้น มันก็ต้องลงมา” บอลคบัสเตอร์เป็นเครื่องเตือนใจที่น่าเศร้า
ของธุรกิจที่ยิ่งใหญ่สามารถผิดพลาด ณ จุดพลิกผันอย่างไร ความสำเร็จ
เป็นดาบสองคม และเมื่อบริษัทได้เจริญเติบโต บริษัทมักจะสูญเสียความยืดหยุ่นที่พวกเขามีตอนเป็นสตาร์ทอัพ

วันนี้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทมีช่วงอายุสั้นลงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้าบริษัทไม่เชื่อภายในการวางแผนทดแทน ความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงหมายความว่าช่วงอายุเส้นตรงของบริษัทลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่มันไม่เป็นประโยชน์ที่จะมองเห็นธุรกิจหรือมีชีวิตอยู่ภายในวิถีทางเส้นตรง เส้นตรงเสนอแนะเริ่มต้นและสิ้นสุด เส้นตรงจนกระทั่งเราตาย เเต่เราไม่ได้สร้างเพื่อสิ่งนั้นและไม่ใช่ธุรกิจ เราต้องมองเห็นวิวัฒนาการภายในวิถีทางที่เป็นประโยชน์ เช่น เส้นโค้งตัวเอส เส้นโค้งตัวเอสเป็นวิถีทางที่มีประโยชน์ที่จะเเสดงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ครั้งหนึ่งบริษัืทไอคอนเหมือนเช่นโนเกีย โกดัก บอลคบัสเตอร์ และซีรอกซ์ ได้หายไปจากตลาด เพราะว่าพวกเขาล้มเหลวที่จะอยู่รอด
ภายในยุคของการลบล้าง ครั้งหนึ่งพวกเขาได้ถูกมองเป็นโมเดลบทบาท
การดำเนินงานทั่วโลก แต่การลบล้างทางเทคโนโลยีได้กวาดพวกเขา
ออกไป บทเรียนอย่างหนึ่งที่เรียนรู้คือ ซีอีโอต้องไม่มองความสำเร็จของ
องค์การเป็นของตาย แต่พวกเขาควรจะตระเตรียมตัวพวกเขาเองหา
ประโยชน์บนการลบล้างอย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าเทคโนโลยีสร้างเส้นโค้งตัวเอสใหม่ มันสามารถลบล้างเทคโนโลยีเดิม
นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงลบล้างภายในอุตสาหกรรม เคลย์ คริสเตนเซน
อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด อธิบายว่าบริษัทเดิมมักจะเชื่อมั่นจน
เกินไปเกี่ยวกับคุณค่าของเทคโนโลยีเดิมของพวกเขา และโน้มเอียงที่จะละเลยศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ ผู้เข้ามาใหม่ที่กำลังใช้เทคโนโลยี
แตกต่างกัน มุ่งหมายส่วนของตลาดแตกต่างกัน อาจจะเข้าไปสู่เส้นโค้ง
ตัวเอสใหม่
เนตฟลิกซ์ เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของบริษัืทที่มีประวัติความสำเร็จของ
การกระโดดข้ามเส้นโค้งตัวเอส ตลอดหลายทศวรรษพวกเขาได้นำทางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความพอใจของลูกค้า และการเเข่งขัน
เเม้ว่าเนตฟลิกซ์เป็นบริษัทที่มุ่งเน้น พวกเขามีความสามารถที่พิสูจน์แล้ว
กระโดดข้ามเส้นโค้งตัวเอสภายในอดีต เนตฟลิกซ์เป็นเรื่องของการนำเสนอที่เฉพาะแก่ลูกค้าของพวกเขา
เมื่อซีอีโอบอลคบัสเตอร์ จิม คีย์ ยึดครอง เขาได้ละเลยการกระโดดข้าม
ไปสู่เส้นโค้งตัวเอสต่อไปเพื่อบอลคบัสเตอร์ เมื่อสอบถามทำไมเขาปฏิเสธทางเลือกที่จะซื้อเนตฟลิกซ์ต่ำกว่าหนึ่งล้านเหรียญ ณ เวลานั้น เขากล่าวว่า “ไม่ว่าเนตฟลิกซ์หรือเรดบอกซ์ไม่ได้อยู่ บนจอเรดาร์ของการแข่งขัน” ไม่นานบอลคบัสเตอร์ได้ล้มละลาย และเราทุกคนต่างรู้เรื่องราวความสำเร็จของเนตฟลิกซ์วันนี้
ตามมุมมองของจิม คีย์ เขากำลังทำงานที่ดี การมุ่งที่อะไรบอลคบัสเตอร์ทำได้ดีวันนี้ และรู้สึกมองที่การกระโดต่อไป – ดูเหมือนกับการถอยหลัง เป็นความวอกแวก ประวัติศาสตร์ได้เเสดงว่าบริษัทควรจะยึดตำแหน่งเป็นของตายไม่มี เส้นโค้งตัวเอสทุกเส้นถูกแทนที่ ณ เวลาหนึ่ง ที่จริงแล้วการรับประกันเพื่อความสำเร็จอย่างเดียวเท่านั้นคือ การคิดค้นใหม่ธุรกิจรักษาความตรงจุดภายในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถ้าเราไม่ทำ บุคคลอื่นจะทำ

นานหลายปีที่บล็อกบัสเตอร์ได้ยึดครองพื้นที่การเช่าวัดีโอ แต่ ณ จุดหนึ่งพวกเขาได้สูญเสียการมองเห็นว่าพวกเขาอยู่ภายในธุรกิจอะไรที่แท้จริง แทนที่จะมุ่งการให้ความบันเทิงและราคาถูกแก่ลูกค้าของพวกเขา – บางสิ่งบางอย่างที่เนตฟลิกซ์ได้ทำ ย้อนหลังไปก่อนที่อินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นส่วนสำคัญเกือบทุกด้านของชีวิตของเรา เรายากที่จะมองเห็นว่าร้านกายภาพของบลอกบัสเตอร์จะหายไป บล็อกบัสเตอร์บรรลุความสำเร็จเริ่มแรก เพราะว่าพวกเขาทำธุรกิจแกนได้ดีกว่าใคร : การส่งความบันเทิงแก่บ้านของลูกค้า
แต่ตามที่เรารู้เมื่อเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไป แทนการลงทุนกับการค้นหาวิถีทางใหม่ที่จะส่งความมุ่งหมายที่แท้จริงของพวกเขา นวัตกรรมของบลอกบัสเตอร์จะหยุดนิ่ง เมื่อครั้งหนึ่งบริษัทที่บรรลุความสำเร็จไ้ด้สูญเสียการสัมผัสกับความมุ่งหมายที่สร้างความยิ่งใหญ่แก่พวกเขา ความหายนะย่อมจะตามมา เมื่อเราได้ขุดคุ้ยเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเนตฟลิกซ์ และบลอกบัสเตอร์ มันจะกลายเป็นความชัดเจนว่าในที่สุด
บลอคบัสเตอร์ได้รับรู้ว่าโมเดลธุรกิจของเนตฟลิกซ์คืออนาคต และพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงที่จะรับมือกับมัน แต่ตอนสุดท้ายมันจะช้าไปและน้อยเกินไป บลอกบัสเตอร์ไม่เคยวิวัฒนาการไปสู่โมเดลธุรกิจที่ทันสมัยเพื่อที่จะแข่งขันกับเนตฟลิกซ์ บลอกบัสเตอร์ได้สูญเสียลูกค้าของพวกเขาจากการละเลยของผู้บริหาร ความกลัวการเปลี่ยนแปลง ความกลัวการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาได้กระจายไปต่อการตัดสินใจทางธุรกิจทุกอย่าง การขัดขวางพวกเขาจากการกระทำเริ่มแรก
เรามีปัจจัยหลายอย่างที่ได้สร้างการตกต่ำของบริษัท รวมทั้งความไม่เข้าใจว่าพวกเขาอยู่ภายในธุรกิจที่แท้จริงอะไร – ความบันเทิงไม่ใช่การค้าปลีก – และไม่คล่องตัวเพียงพอที่จะปรับตัว ในขณะที่เนตฟลิกซได้พัฒนาโมเดลธุรกิจที่ทำให้กระบวนการเช่าวีดีโอเรียบง่าย การสร้างความสนุกสนานมากขึ้นแก่ลูกค้า
บลอคบัสเตอร์คิดเกี่ยวกับทำรายได้ของพวกเขาสูงสุดเท่านั้นเมื่อ ค.ศ 1985 ร้านเช่าวีดีโอแห่งแรกของบล็อกบัสเตอร์ได้เปิดขึ้นมาภายในดัลลัส เท็กซัส ณ เวลาที่ร้านเช่าวืดีโอส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก การเลือกวิดีโอที่จำกัด บลอกบัสเตอร์ได้เปิดด้วย 8,000 เทปบนชั้นวางรายรอบร้าน และกระบวนการชำระเงินด้วยคอมพิวเตอร์ ร้านแห่งแรกได้บรรลุความสำเร็จ และบลอกเตอร์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในที่สุดได้กลายเป็นผู้จัดหาความบันเทิงภาพยนตร์ภายในบ้านใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

พอล นูเนส และทิม บรีน ได้กล่าวถึงกรณีซีนิธ ภายในหนังสือของพวกเขา “Jumping the S-Curve : How to Beat Growth Cycle Get on Top and Stay There”
นานหลายทศวรรษ ซีนิธ ดังชื่อของพวกเขา – อยูบนสุด ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1918 และกลายเป็นบริษัทภายใน ค.ศ 1923 ซีนิธ เรดีโอ คอรปอเรชั่น
บริษัทได้แนะนำวิทยุพกพาเครื่องแรกของโลกภายในค.ศ 1924 สอง
ทศวรรษต่อมา ด้วยการกำเนิดของโทรทัศน์ บริษัทได้เปลี่ยนแปลงจุดมุ่งของพวกเขาได้บรรลุความสำเร็จ พวกเขาได้แนะนำโทรทัศน์ขาวดำเครื่องแรกเมื่อ ค.ศ 1948 และต่อมาได้พัฒนารีโมท คอนโทรลครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1956 และมาตรฐานใหม่เพื่อโทรทัศน์สี หลอดโครมาคัลเลอร์ เมื่อ ค.ศ 1969
เมื่อ ค.ศ 1975 บริษัทได้นำอุตสาหกรรมด้วยส่วนแบ่่งตลาด 24% ของโทรทัศน์สีภายในอเมริกา 5% มากกว่าคู่เเข่งขันใกล้ชิดที่สุ ณ เวลานั้น แต่เมื่อ ค.ศ 1970 กระเเสน้ำได้เริ่มต้นเปลี่ยน ผู้ผลิตญี่ปุ่นได้ยึดครอง
ตลาดโทรทัศน์ของอเมริกา ด้วยส่วนแบ่งตลาด 45% ภายใน ค.ศ 1976
แต่กระนั้นซีนิธยังไม่พ่ายแพ้ เมื่อ ค.ศ 1980 พวกเขาได้ก้าวไปสู่ธุรกิจ
คอมพิวเตอร์ด้วย ซีนิธ ดาต้า ซีสเต็มส์ – ในที่สุดได้ขายแก่บริษัทฝรั่งเศส
ซีนิธ อาร์ซีเอ จีอี และผู้นำอุตสาหกรรมอื่น ณ เวลานั้นได้ขายผลิตภัณฑ์ของพวกเขาไปทั่วโลก แต่มันได้กลายเป็นการคาดผิดอย่างมาก บริษัทได้ตกลงที่จะให้ใบอนุญาติเทคโนโลยีของพวกเขาแก่บริษัทญี่ปุ่น
ซีนิธ ยังคงถูกมองเป็นผู้นำภายในอุตสาหกรรมโทรทัศน์สียูเอส และพวกเขาได้ติดตั้งโทรทัศน์ของพวกเขาด้วยคุณลักษณะนวัตกรรม แต่มันจมอยู่ภายในตลาดตรงที่กำไรอย่างเข้มแข็งเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าการลดราคาแข่งขันอย่างรุนแรง อะไรที่ซีนิธขาดคือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ทรงพลังที่จะสร้างการเจริญเติบโต
มันเป็นเวลาเดียวกันเร็วเกินไปเเละช้าเกินไป นำหน้าอย่างดีด้วยเอชดีทีวี เป็นทางเลือกที่แท้จริงแก่ลูกค้า แต่ช้าเกินไปที่จะช่วยชีวิตธุรกิจโทรทัศน์ของพวกเขา ในที่สุดเรือได้จมลง หุ้นส่วนที่ยาวนาน แอลจี อีเลคโทรนิคส์ ของเกาหลีใต้ได้ซื้อหุ้น 5% เมื่อ ค.ศ 1991 เจริญเติบโตเป็น 55% เมื่อ ค.ศ 1995 เมื่อเเอลจีได้เพิ่มหุ้น 350 ล้านเหรียญที่จะได้การควบคุมบริษัท โดยเฉพาะเพื่อเทคโนโลยีเอชดีทีวีของซีนิธ ในที่สุดเมื่อ ค.ศ 1999 ซีนิธ ได้ยื่นการล้มละลาย และเเอลจีได้ยึดครองส่วนที่เหลืออยู่
ซีนิธ แสดงตัวอย่างทั้งความสำเร็จของธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง และขีดจำกัดที่หลายบริษัทได้ไปถึง พวกเขาได้ปรับขนาดความสูงของความสำเร็จครั้งแรกด้วยธุรกิจวิทยุ แล้วทำอะไรที่บริษัทจำนวนน้อยสามารถทำ พวกเขาได้ทำการกระโดดไปสู่ธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จอย่างที่สอง เมื่อพวกเขาก้าวไปสู่โทรทัศน์ แต่กระนั้นในที่สุดพวกเขาไม่สามารถทำซ้ำความสำเร็จนั้นเป็นครั้งที่สาม ไม่ว่าด้วยคอมพิวเตอร์หรือด้วยเอชดีทีวี
ซีนิธ ได้กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่สองครั้ง – และอาจจะกลายเป็นอีก
ครั้งหนึ่ง เมื่อแอลจีได้ยึดครองซีนิธ บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงไม่ได้เกี่ยวกับการบรรลุความยิ่งใหญ่ มันเกี่ยวกับการทำได้ดีกว่าการเเข่งขันครั้ง
แล้วครั้งเล่า แม้ว่ารากฐานของการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมได้เปลี่ยน
แปลง บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงทำซ้ำความสำเร็จของพวกเขา พวกเขาได้แสดงโลกว่าการเดินทางครั้งแรกไปสู่บนสุดไม่ใช่โดยบังเอิญ
บริษัทเหล่านี้บรรลุความสามารถที่ยากทำให้เกิดชื่อของหนังสือ
เล่มนี้ : พวกเขากระโดดข้ามเส้นโค้งตัวเอส
พอล นูเนส และทิม บรีน ได้กล่าวว่า เพื่อการปีนเส้นโค้งตัวเอสและทำได้ดีกว่าคู่เเข่งขัน บริษัทไม่สามารถสูญเสียเวลาเเละเงินกับโอกาสของตลาด
ที่เล็กและไม่แน่นอน เเต่บริษัทต้องระบุความเข้าใจตลาดที่ใหญ่เพียงพอ หรือบีอีเอ็มไอ นั่นคือการเปลี่ยนปลงของตลาดอย่างเเท้จริงบนขอบฟ้า ส่งสัญญานโอกาสที่จะสร้างธุรกิจที่สำคัญเพื่อบริษัทระบุและยึดโอกาส
ความเข้าใจตลาดที่ใหญ่เพียงพอ การเปิดเผยข้อเท็จจริงรากฐานเกี่ยวกับบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูง มันไม่เพียงพอเพียงแค่ที่จะชนะ บริษัทต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ มันต้องการการรับรู้และการเดินตามบนอะไรที่เราเรียกว่าความเข้าใจตลาดที่ยิ่งใหญ่เพียงพอ การมองทะลุโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เมื่อมันกลายเป็นธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ พวกเขารับรู้แนวโน้ม และวางแผนใช้ประโยชน์จากมัน ดังที่ซีอีโอของเนตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้ง ทำภายในการ
เปลี่ยนแปลงไปสู่สตรีมมิ่งภาพยนตร์ออนไลน์
บริษัทอาจจะคิดใน่แง่ของเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เสี่ยงภัย กล้าหาญ หรือบีแฮก ถ้อยคำที่สร้างโดยจิม คอลลินส์ กูรูการบริหารที่มีชื่อเสียง บีอีเอ็มไอ มักจะต้องการการกำหนดบีแฮก เพื่อที่จะบรรลุโอกาส
หลายปีมาแล้ว โนโว นอร์ดิสค์ มีความเข้าใจอย่างฉลาด บริษัทดูแสุขภาพโลก ได้รับรู้อย่างถูกต้องว่าการ
ได้สร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ ด้วยการรับรู้ว่าการเจริญเติบโตความมั่งคั่งภายในตลาดเกิดใหม่เหมือนเช่นจีนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายใน
อาหาร ในที่สุดทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงภายในโรคเบาหวาน
เมื่อบุคคลกลายเป็นมั่งคั่งมากขึ้น และออกกำลังกายน้อยลง พวกเขา
โน้มเอียงที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น โนโว นอร์ดิสค์ ได้ทำการคาด
คะเนอย่างกล้าหาญ เราจะมีโรคเบาหวาน 300 ล้านคนจากนี้ไป ประวัติ
ของโนโว นอร์ดิสค์ทำให้ผู้บริหารของพวกเขาปรับตัวที่จะมีความเข้าใจเหล่านี้บริษัทถูกก่อตั้งจากการรวมกันของสองธุรกิจที่ยุ่งเกี่ยวกับการรักษาโรคเบาหวาน นับตั้งแต่การก่อตั้งของพวกเขา
แต่กระนั้นเมื่อโนโว นอร์ดิสค์ ได้ตัดสินใจที่จะผลักดันโลกเพื่อการยึด
ครองตลาด พวกเขาเป็นเพียงแค่ผู้เล่นขนาดกลางภายในอุตสาหกรรมยา
แม้แต่ภายในธุรกิจแกนของการรักษาโรคเบาหวานของพวกเขา ภายใน
อเมริกา บริษัทล้าหลังอีไล ลิลลี่ ควบคุม 80% ของธุรกิจอินซูลิน วันนี้ต้อง
ขอบคุณต่อความเข้าใจเศรษฐกิจเกิดใหม่ โนโว เป็นผู้นำโลกด้วย 52%
ของตลาดอินซูลิน
ตลาดเกิดใหม่จะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นในระยะยาวอย่างน่าทึ่งของการบังเกิดของโรคเบาหวาน บริษัทมีความหวังอย่างมากต่อตลาดเกิดใหม่ และเเผนที่ยิ่งใหญ่เพื่อการว่าจ้างบุคคลที่เพียงพอทำให้ความหวังเหล่านี้กลายเป็นความจริง โนโว นอร์ดิสค์ ได้วางแผนที่จะขยายการรักษาโรคเบาหวานภายในตลาดเกิดใหม่ ด้วยการว่าจ้างบุคคลประมาณ 1,000 คน ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้มีทั้งเวียตนาม โคลัมเบีย อียิปจ์ ยูเคน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
การชนะโรคเบาหวานกำหนดว่าเราต้องคิดค้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของสังคม มันกำหนดว่าเราต้องเป็นหุ้นส่วนภายในการออก
แบบใหม่ระบบการดูแลสุขภาพมุ่งที่คุณค่าและผลลัพธ์ และเราได้พิจารณาความสามารถรับภาระได้อย่างต่อเนื่อง และเข้าสู่การดูแลทั่วโลก
เบื้องหลังโนโว นอร์ดิสค์ เรารู้จักกันวันนี้ เกิดขึ้นจากเรื่องราวที่ตื่นเต้น
ย้อนหลังไปนานกว่าร้อยปี มันเริ่มต้นด้วยบริษัทเดนมาร์คขนาดเล็กสอง
บริษัทก่อตั้งภายในโคเปนเฮเกน นอร์ดิสค์ อินซูลินแลบอราโทเรียม และโนโว เทราพิวทิสค์ ได้เริ่มต้นการผลิตยาใหม่ปฏิรูป อินซูลิน เพิ่งจะค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์แคนาดาสองคน
นับตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งนอร์ดิสค์ และโนโว ได้มุ่งที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์
เป็นประโยชน์ต่อบุคคลด้วยโรคเบาหวาน ด้วยการแข่งขันระหว่างกัน
อย่างรุนเเรง ในที่สุดพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะรวมกันเมื่อ ค.ศ 1989 พวกเขาได้สร้างโนโว นอร์ดิสค์ บริษัืทที่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วนับแต่นั้นมา
ด้วยตำแหน่งการนำภายในการดูแลโรคเบาหวาน และโรคอย่างอื่น
โนโว นอร์ดิสค์ เป็นบริษัทยาข้ามชาติ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ เดนมาร์ค
บริษัทได้ยุ่งเกี่ยวภายในการดูแลโรคเบาหวานนานกว่าเก้าสิบห้าปี
โนโว นอร์ดิสค์ ภูมิใจตัวพวกเขาเองต่อการเป็นผู้นำภายในโลกของ
อินซูลิน และโรคเบาหวาน บริษัทได้มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง กฎครึ่งหนึ่ง
ที่เสนอแนะว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคเบาหวานเท่านั้นได้ถูกตรวจโรค
และครึ่งหนึ่งเท่านั้นของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ตรวจโรคได้รับการดูแล
ทางวิชาชีพ
แมรี โครก์ อาจจะไม่เป็นชื่อครัวเรือน แต่มรดกของเธอได้บันดาลใจ
ผู้หญิงภายในวิทยาศาสตร์จนถึงวันนี้ โนโว นอร์ดิสค์ เป็นส่วนหนึ่งของ
มรดกของผู้หญิงที่ฉลาดคนนี้ บริษัทได้ถูกก่อตั้งโดยอาจารย์รางวัลโน
เบิล ณ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ออกัสท์ โครก์ มันเป็นภรรยาของเขา แมรี โครก์ ได้กระตุ้นเขาขอรับสิทธิการผลิตอินซูรินจากแคนาดา
มันเริ่มต้นด้วยการเดินทาง การเดินทางขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้ทาง
วิทยาศาสตร์ ความต้องการเปลี่ยนแปลงโลก ความรู้สึกทางธุรกิจ และ
จิตวิญญานทางสาธารณะ รวมทั้งความผูกพันและอำนาจจิตที่ผิดธรรมดา
เรื่องราวของนอร์ดิสค์ อินซูลินแลบอราโทเรี่ยม เริ่มต้นเมื่อออกัสต์ และ
แมรี โคลก์ เดินทางไปอเมริกา
นอรดิสค์ อินซูลีนแลบอราโทเรียม ถูกก่อตั้งโดยคู่สามีภรรยา ออกัสต์ โครก์ และเเมรี่ โครก์ ออกัสต์ โครก์ ได้ถูกเชิญไปอเมริกาโดยนักวิจัย ณ มหา
วิทยาลัยเยล บรรยายการวิจัยทางการแพทย์ของเขา ภายหลังได้รับ
รางวัลโนเบลทางการเเพทย์เมื่อ ค.ศ 1920
ตลอดการเดินทางอเมริกาของพวกเขา ออกัสต์ และเเมรี โครก์
ได้รับรู้บุคคลหลายคนเป็นโรคเบาหวานถูกรักษาด้วยอินซูลิน อินซูลิน
เป็นฮอร์โมนค้นพบเมื่อ ค.ศ 1921 โดยนักวิจัยแคนาดาสองคน เฟรดเดอ
ริค แบนติ้ง และ ชารลส์ เบสท์ ในฐานะของเเพทย์ แมรี โคก์ ได้สนใจภายในการรักษา ในขณะที่เธอเป็นโรคเบาหวานด้วย เมื่อกลับมาจากการเดินทางภายในอเมริกา ด้วยการให้สิทธิผลิตอินซูลินภายในกลุ่มนอร์ดิค บริษัทได้ว่าจ้างฮาเรลด์ พีเดอร์เซน สร้างเครื่องจักรเพื่อการผลิตอินซูลิน
น้องชายของฮาเรลด์ โธร์วาลด์ พีเดอร์เซน ได้ถูกว่าจ้างโดยนอร์ดิสค์
ด้วย วิเคราะห์กระบวนการเคมีของการผลิตอินซูลิน แต่กระนั้นพี่น้อง
ไม่ได้ทำงาน ณ นอร์ดิสค์ เป็นเวลานาน พวกเขาได้ตัดสินใจผลิตอิน
ซูลินด้วยตัวพวกเขาเอง สองพี่น้องรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถรับมือกับ
การตลาดได้ ดังนั้นพวกเขาได้ติดต่อนายจ้างก่อนหน้่านี้อภิปรายข้อ
ตกลง เเต่ ออกัสต์โครก์ ไม่ยอรับข้อเสนอ และสองพี่น้องได้
ตัดสินใจทำมันโดยลำพัง และนั่นคือ โนโว เทอราพิวทิสค์ แลบอราโท
เรียม ได้ถูกก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1925 อย่างไร
โนโว และนอร์ดิีสค์ ต่างสร้างโรงพยาบาลโรคเบาหวานของพวกเขา
ภายในเดนมาร์คให้การดูแลโรคเบาหวาน และการแนะนำวิถีชีวิต ใน
ขณะที่ได้รับความเข้าใจความต้องการของผู้ป่วยที่ดีขึ้น เมื่อ ค.ศ 1992
โรงพยาบาลสองแห่งนี้ได้รวมกันกลายเป็น สเตโน ไดอบีทิส เซ็นเตอร์
การเริ่มต้นด้วยการกำเนิดวิทยุ ชื่อซีนิธกลายเป็นตำนานมีความหมาย
อย่่างเดียวกับคุณภาพและนวัตกรรมต่อลูกค้าอเมริกัน ผู้บุกเบิกภายใน
เทคโนโลยีนาน 95 ปี – นักคิดค้น พวกเขามีมรดกที่ภูมิใจของความเป็นผู้นำภายในผลิตภัณฑ์ความบันเทิงบ้าน ตราสินค้าที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก และได้ถูกมองเป็นผู้บุกเบิกคนแรกของโลกภายในการผลิตรีโมทคอนโทรล และเอชดีทีวี
การเริ่มต้นของซีนิธถ่อมตัวอย่างมาก นักวิทยุสมัครเล่นสองคน คาร์ล
แฮสเซิล อายุ 22 ปี และราล์ฟ แมทธิว อายุ 21 ปี ได้เรื่มต้นก่้อตั้ง “โรงงาน” การผลิตอุปกรณ์วิทยุบนโต๊ะห้องครัวของราล์ฟ แมทธิว เมื่อ ค.ศ 1918 เครื่องมือของพวกเขาเป็นครีม ไขควง สว่านมือ และหัวแร้งจากโรงงานโต๊ะห้องครัวนี้ ได้เจริญเติบโตธุรกิจกลายเป็นซีนิธ เรดีโอคอรปอเรชั่น
ซีนิธ ก่อตั้งภายในชิคาโก อิลลินอยส์ เป็นขิคาโก เรดีโอ แลปส์ เมื่อ ค.ศ 1918 เป็นผู้ผลิตรายเล็กของอุปกรณ์
วิทยุสมัครเล่น เมื่อต้น ค.ศ 1920 อุตสาหกรรมวิทยุทารก ได้เริ่มต้นที่จะ
เจริญเติบโต พวกเขาได้ขายวิทยุภายใต้ชื่อซี-นิธ คาร์ล แฮสเซิล ได้รับเอารหัสของสถานีวิทยุสมัครเล่นของผู้ก่อตั้งที่เขาจัดการอยู่ เก้าแซดเอ็น เป็นพื้นฐานเพื่อซีนิธ ชื่อของบริษัืท
คาร์ล แฮสเซล และราล์ฟ เเมธิว ได้มุ่งที่การผลิตอุปกรณ์เพื่อนักเล่นวิทยุสมัครเล่นพวกเขาได้ออกแคตตาลอกแรกเมื่อ ค.ศ1919 พวกเขาได้ใช้ชื่อตราสินค้าซี-นิธแก่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ


