ไทยอาจต้องเปิดฉากรบใหญ่เพื่อเผด็จศึก

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ไทยอาจต้องเปิดฉากรบใหญ่เพื่ อเผด็จศึก
สหรัฐด้วยการนำของ”โดนัลด์ ทรัมป์”กำลังพยายามเข้ าครอบงำไทยจาก”ด้านนอก” ในขณะที่”ระบอบทักษิณ”พยายามเข้ าครอบงำ”ด้านใน”ไม่เลิก
โดยการยื่นข้อเสนอเชิงข่มขู่ว่า จะไม่เจรจาลดอัตราภาษีตอบโต้ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไทยกับกัมพูชาไม่หยุดยิงทั นที
พอรู้ว่าเราตกลงหยุดยิงกันได้ แล้ว “ทรัมป์”ก็สรวมรอย”ตีกิน”โดยเขี ยนลงในสื่อสังคม Thruthว่า”ขอแสดงความยินดีที่ที่ หยุดสงครามเสียได้ ช่วยผู้คนให้ผู้คนหลายพันปลอดภั ย”
แถมให้ยาหอมด้วยว่า จะสั่งให้ทีมการค้าอเมริกันเริ่ มการเจรจาเรื่องภาษีตอบโต้ใหม่. ….
พร้อมเขียนแสดงความโอ่ ไว้ด้วยว่า “ภูมิใจที่ได้เป็นประธานาธิบดี แห่งสันติภาพ”………ฮา
ส่อท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง อยากได้รางวัลโนเบลสาขาสันติ ภาพเต็มที่ โดยไม่ละอายฟ้าดิน
แต่ในอีกทางหนึ่งนั้น เมื่อ ๒๙ กค.๖๘ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ปรากฏว่านาย”ฌอน โอนีล”ผู้ได้รับการเสนอชื่อขึ้ นเป็นเอกอัครราชทูตสหรั ฐประจำประเทศไทยคนต่อไป(คนปัจจุ บันคือ”รอเบิร์ต เอฟ.โกเด็ก”)กลับพูดเสียงแปร่ งปร่า เหมือนคน”ไม่รู้สีไม่รู้แปด” อะไรเลยว่า
ถ้าเขาได้รับการรับรองไปเป็ นเอกอัครราชทูตสหรั ฐประจำประเทศไทย เขาจะบอกรัฐบาลไทยว่า การสู้รบกันที่พรมแดนกับกัมพู ชานั้น จะไม่ช่วยคนไทยหรือช่วยความเป็ นพันธมิตรกับรัฐบาลอเมริกันเลย
น้ำเสียงออกขู่ชัดๆ อย่างกับท่านทูตสหรัฐในหนัง The Ugly American ข่มนายกรัฐมนตรีประเทศสารขัณฑ์ กระนั้น
แต่ที่เขาพูดถึงไทยนั้น พูดโดยไม่รู้ในรายละเอียดครับ ว่าใครรุกรานใครก่อน ใครยั่วยุใครก่อน
ถามว่าหากเอาคนอย่างนี้เป็ นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ก็เห็นที่จะต้อง”เจอดี”เสียแล้ วมั่งละ
ฐานพูดอะไรพล่อยๆ โดยไม่รู้ว่า ไทยนั้นพันธมิตรนอกนาโต้อยู่นะ( ตั้งแต่ยุคสมัยของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช)
หรือว่ารู้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยสนใจเพราะ”ทรัมป์” ถอนตัวฝ่ายเดียวไปแล้วจาก”นาโต้ ” แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากยังไม่ผ่านการอนุมัติ ของรัฐสภาสหรัฐ
ท่าทีของ”โอนีล”ส่ออะไร
ส่อว่า สหรัฐไม่สนใจต่อความเป็นพันธมิ ตรกับไทยอีกต่อไปแล้วนั่นเอง
ส่วนจะด้วยเหตุผลอะไรนั้น ”โอนีล”คงเล็งเห็นว่า ไทยเอนเอียงไปทางจีนกระมัง
หรือเข้าใจผิดว่าไทยคือชาติใหญ่ รังกัมพูชาชาติเล็ก
หรือมีใจเป็นอคติต่อไทย เป็นการส่วนตัว ซึ่งนักการทูตไม่ควรจะมี นอกจากจะมีเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของชาติ
อันนำไปสู่การที่รัฐบาลไทยพึ งเร่งตั้งหลักปรึกษาสภาความมั่ นคงแห่งชาติ(ในกรณีที่รั ฐบาลเองไม่มีปัญญา) หาทางรับมือกับท่าทีแปลกแปร่ งของสหรัฐโดยด่วน
หารือว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นกับ เช่นต้องตั้งข้อสงสัยว่า สหรัฐยังจะให้ความสนิ ทสนมไทยเราในฐานะพันธมิตรเก่ าแก่หรือไม่
หรือจะผลักเราไปเป็นพันธมิตรที่ สนิทแนบแน่นกับจีนแทน
เราควรวางท่าทีต่อจีนอย่างไร
ทั้นี้เพื่อลดความเสี่ยงที่ เราจะกลายเป็น Proxy หรือเป็น”ตัวแทน”ของฝ่ายหนึ่งฝ่ ายใดระหว่างสหรัฐกับจีน ในการทำสงครามกับกัมพูชา
แม้จะยังไม่เกิดโดยพลัน ก็ควรจะตีกันไว้
ย้ำว่า ไทยเราจะ ต้องเตรียมรับมือที่จะไม่ตกเป็ น”ตัวแทน”ใคร ไม่ว่าฝ่ายสหรัฐหรือจีน ที่กำลังพยายามชิงความได้เปรี ยบทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรื่องนี้ นักวิชาการไทยว่าอย่างไร ผมจะพาไปสำรวจดูสักคนหนึ่งครับ
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ให้ความเห็นกับ”บางกอก โพสต์”ว่าการที่”ทรัมป์”ใช้ภาษี ขู่ไทยและกัมพูชาให้เจรจาหยุดยิ งโดยพลันนั้น ก็คือการแสดงตัวตนว่าเป็นนักสั นติภาพระดับโลก
พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่จีนเคลื่อนไหวก่อนหน้าที่ เสนอเป็นตัวแทนการเจรจากลับเป็ นการกระตุ้น ให้สหรัฐชิงเคลื่อนไหวก่อน ซึ่งกัมพูชาก็ฉลาดมากที่เชิญจี นแล้วล่วงหน้า ดึงให้จีนก้าวถลำลึกเข้ามาสู่ ความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้ วย
ทางที่ดีไทย ต้องมีความชัดเจนต่อเวทีโลก ว่าไม่ต้องการการไกล่เกลี่ ยจากภายนอกใดๆ แต่สนับสนุนให้ร่วมมือกันเอง แก้ไขปัญหาเอง ซึ่งก็ได้บรรลุไปแล้ วในการเจรจาหยุดยิงโดยมีมาเลเซี ยอำนวยความสะดวก
แม้ดร.ปณิธานไม่ได้เน้นถึ งความเสี่ยงที่ไทยกับกัมพู ชาจะเปิดสงครามตัวแทนในอนาคต
แต่การให้ความเห็นกว้างๆ ดังกล่าว ก็คือคำเตือนที่ชัดเจนแล้ว
น่าสังเกตว่า โอกาสที่จะเกิดการประกันใหม่อย่ างรุนแรงขึ้นมาใหม่นั้น มีความเป็นไปได้สูง เพราะแม้ถึงวันนี้(๓๐ กค.๖๘) กัมพูชาก็ยังยิงก่อกวนไม่หยุด
เหมือนกับว่าทหารกัมพูชาจะไม่ เคารพการตกลงหยุดยิง ทำให้ฝ่ายเราต้องออกแถลงประท้ วงว่าละเมิดการหยุดยิงไปแล้ วสองครั้ง
ทหารกัมพูชา ทำเหมือนว่า จะมีใครหนุนหลัง
นั่นเป็นเพราะอะไร ?
คำตอบหนึ่งเดียวก็คือ เพราะสงครามครั้งนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเด็ดขาด
จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า
ฝ่ายไทยจะเปิดฉากทำสงครามใหญ่อี กครั้ง เพื่อเอาชนะอย่างเด็ดขาดหรือไม่
บางทีจะก็จะรู้กันได้ในไม่ช้านี้ ครับ
Facebook Comments







