INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

รอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจแล้วยังไงต่อ

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
รอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจแล้วยังไงต่อ

เรียนท่านผู้อ่านไว้ก่อนว่า บทความนี้ เขียนขึ้นก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติไว้ใจหรือไม่วางใจนายกรัฐมนตรี”แพทองธาร ชินวัตร”ราวสองสามชั่วโมงครับ

คือเขียนไว้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า

”ฟันธง”เลยละว่า นายก”แพทองธาร”จะรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจ…..ฮา

“ฟันธง”เช่นนี้ตามที่ ได้มีการตั้งข้อสังเกตกันก่อนหน้านี้ว่า การเปิดอภิปรายเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจคราวนี้ คือการรวมหัวกันเล่น”ปาหี่”

“ปาหี่”คือการแสดงกลขายยาตามที่สาธารณะ สมัยผมเด็กๆ ซึ่งผมเคยไปดูบ่อยที่สนามหลวงครับ
มีการเอางูเห่าที่รีดพิษแล้ว มาเลื้อยชูคอให้ดูน่ากลัว มีการแกว่งกระบองโชว์ให้ดูน่าตื่นเต้น อะไรทำนองนั้น

พอถึงจุด”ไคลแมกซ์”ของการแสดงก็มักจะหยุดขายยาก่อน ขายจนได้ตังค์เป็นที่น่าพอใจ หรือไม่มีคนซื้อแล้วนั่นแหละ จึงจะแสดงต่อไปจนจบ

การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้ก็เช่นกัน

แม้จะอภิปรายด้วยการใช้ถ้อยคำตอบโต้บางตอน ด้วยสำบัดสำนวนเสียดสีรุนแรงจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เป็นที่สนุกสนาน สลับกับการประท้วงแล้ว

นั่นคือการเล่นละครการเมืองดีๆ นี่เอง

เป็นการ”เกี้ยเซี้ย”คือสมคบคิดกันล่วงหน้า เพื่อตบตาชาวบ้าน

ว่านี่คือระบอบประชาธิปไตย…..ฮา

นั่นก็เพราะ”บุญคุญ-ความแค้น”และผลประโยชน์ของแกนนำฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังค้ำศีรษะกันอยู่

แม้ผู้นำพรรคประชาชนฝ่ายค้าน”เท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะเอาจริงเอาจัง

แต่แกนนำพรรคนี้คือ”ธนาธร”กลับแอบ”ซูเอี๋ย”แล้วเงียบๆ กับ”ทักษิณ”ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคแกนนำรัฐบาล

ทั้งนี้ ดูได้จากการผู้นำพรรคฝ่ายค้าน”เท้ง”เป็นคนแรกที่กล่าวนำการอภิปราย ด้วยการอภิปรายตามของส.ส.ฝ่ายค้าน แม้จะมีน้ำหนัก แต่ก็ไม่บังเกิดผลอะไร ที่จะปลดนายกแพทองธารได้ ด้วยข้อเท็จจริงชี้ชัดได้ในเชิงประจักษ์

แม้ตามมาด้วยการอภิปรายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ทำท่าเอาจริงเอาจัง แต่ก็ยังกล่าวให้นายกแพทองธารโชคดี

ที่น่าสนใจก็คือการที่ยกประเด็นความทุกข์ยากแสนสาหัสของประชนชน”จนทั้งแผ่นดิน”มาโจมตีว่าไม่พยายามแก้ไข

แต่ก็ไม่มีผลในทางลบ ต่อนายกแพทองธารเช่นกันครับ

คือไม่มีมีน้ำหนัก ถึงขนาดที่จะต้องทำให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเทคะแนนโหวต”ไม่ไว้วางใจ”แพทองธาร”ไปพร้อมๆ กับฝ่ายค้าน

หรือเร้าใจ จนเกิดความรู้สึกรักชาติ หรือกลัวชาติจะย่อยยับเกิดอันตรายจาก”ระบอบทักษิณ”

ไม่มีน้ำหนักมากพอ จนต้องทุ่มเงินเพื่อดึงเสียง ส.ส.ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้

เพราะความอยากร่วมรัฐบาลต่อ นั้นเพียงพออยู่แล้ว

หากนายกแพทองธารยังคงได้รับการไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่ในสภาคราวนี้ตามที่ผม”ฟันธง

ประชาชนคือชาวบ้านอย่างเราๆ ก็ยังคงจะต้องทนทุกข์ยากอยู่กับการบริหารประเทศแบบครึ่งๆ กลางๆ นำโดยนายกรัฐมนตรีคนนี้ต่อไป จนครบวาระและเลือกตั้งใหม่ ในปี ๒๕๗๐ โน่น

ดังนั้น ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ ครอบครัวชาวบ้านอย่างผม คงจะลำบากยากแค้นแสนสาหัส จนกรอบ เจียนจะอดตายไปแล้ว ก็ว่าได้

คือ”จนกรอบ”อย่างเช่นครอบครัวของ”ชูศักดิ์ บุญรวี”ที่ตัวเขาเขียนขอความช่วยเหลือผ่าน”เฟซบุ๊ก”แทบจะทุกวัน

เพราะไม่มีจะกินจะใช้และไร้ที่อยู่อาศัย

ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพราะไม่มีงานทำเลี้ยงชีพ

กลายเป็นอีกหนึ่งครอบครัวชนชั้นกลางที่กลับตกต่ำ ที่ต้องร่อนเร่อยู่ในเมือง

ครับแทบไม่มีใครยื่นมือช่วยพวกเขาสองคนพ่อลูก ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากเลย

รัฐบาลเองนั้น แน่นอนว่าไม่เคยเห็น ความทุกข์ยากของชาวบ้านเช่นครอบครัวของ”ชูศักดิ์ บุญรวี”

บอกตรง ๆว่า ครอบครัวผมเอง ก็กำลังจะเป็นเช่นครอบครัว”ชูศักดิ์ บุญรวี”เช่นกัน

ดีที่ยังมีบ้านอยู่ แต่ก็ทำมาค้าขายฝืดเคือง ไม่คล่องตัว เพราะข้าวของแพงหูดับ คนไม่ค่อยอยากจะซื้ออาหารตามสั่ง ที่บ้านผมเคยทำขาย พอได้เลี้ยงตัวก่อนหน้านี้

ดีที่ยังไม่ต้องออกขอทาน แถมยังมีหนี้สินอีนุงตุงนัง

ที่ยังพอที่จะมีกินทุกวัน ไม่อดตาย ก็เพราะยังคนรอบข้างคอยอุดหนุนจุนเจือ

แต่การอุดหนุนจุนเจือ หรือจะดีกว่าการพึ่งตนเอง

การที่ผม ยังสามารถเขียนทางเฟซบุ๊กได้ทุกวันนี้ ก็เนื่องจากยังมีเบี้ยคนชรา พอได้ซื้อบริการทางเฟซบุ๊ก คอยส่งเสียงแทนคนยากคนจน เท่านั้นเองครับ

ส.ส.พรรคประชาชน ในเขตผม ไม่เคยแวะเยี่ยมเยียนดูแล

จึงใคร่วิงวอนรัฐบาลมาอีกครั้งว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจแล้ว ก็ให้ใส่ใจหาทางช่วยเหลือคนจนประเภทรากหญ้าจริงจังเสียที

อย่าเอาแต่มุ่งจะแจกเงินซื้อเสียง หรือยกหนี้ให้ ตามที่”ทักษิณ”นายกตัวจริงประกาศไว้

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ ก็เพียงจะบอกชาวบ้านทั้งหลายว่า

การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยในบ้านเรานั้น พวกนักการเมืองต้อนพวกเราชาวบ้านชนชั้นรากหญ้าเข้าคอก

จับไว้ไว้เป็นตัวประกันแค่นั้นเอง

เพื่ออ้างต่อโลกว่าเป็นประชาธิปไตย

เพื่อว่าพวกเขา”ชนชั้นสูง”จะได้ผูกขาดบ้านเมือง กันผลประโยชน์ไว้ใช้กันเอง ในหมู่ในพวก เท่านั้นครับ

ใครจะทุกข์ยากอย่างไร ก็ช่างหัวมัน เอาเงินโปรยให้ใช้ เป็นครั้งคราว ก็เชื่อง ควบคุมได้อยู่แล้ว

หาได้รักษาผลประโยชน์โดยรวมของชาติและของชาวบ้านทั่วไป อย่างแท้จริงไม่

พับผ่าสิครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *