INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป: จากสงครามการค้าสู่การท้าทายพันธมิตรแอตแลนติก

15434465784266432464237

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป: จากสงครามการค้าสู่การท้าทายพันธมิตรแอตแลนติก

 กองบรรณาธิการinewhorizon.net

ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2026

บทนำ

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ แม้ยังเป็นพันธมิตรหลักด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ความขัดแย้งขยายจากเรื่องภาษีไปสู่กรีนแลนด์ NATO ยูเครน พลังงาน และคำถามว่า ยุโรปควรพึ่งสหรัฐฯ มากแค่ไหน

ปัจจุบันความสัมพันธ์ไม่ได้เป็น “สงครามการค้า” เต็มรูปแบบ แต่เป็นทั้งความร่วมมือและการกดดันกัน ขณะเดียวกันยุโรปเริ่มทบทวนบทบาทของสหรัฐฯ มากขึ้น.

ข้อตกลงการค้า 15%: การประนีประนอมที่มีเงื่อนไข

ในปี 2025 สหรัฐฯ และ EU ตกลงกำหนดภาษีสินค้าส่วนใหญ่ที่ 15% ครอบคลุมรถยนต์ ยา เซมิคอนดักเตอร์ และสินค้าอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน EU วางแผนซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 750,000 ล้านดอลลาร์ และลงทุนในสหรัฐฯ อีก 600,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินว่าการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อกำหนดภาษีมีข้อจำกัด ทำให้ระบบภาษีเดิมสั่นคลอน แต่ข้อตกลงยังคงอยู่ โดย EU เพิ่มเงื่อนไขป้องกันหากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเกิน 15%.

กรีนแลนด์: จากการค้าไปสู่ปัญหาอธิปไตย

ในปี 2026 สหรัฐฯ เคยกดดันเดนมาร์กเรื่องกรีนแลนด์ด้วยมาตรการภาษี ก่อนจะระงับไป แต่ต่อมายังมีท่าทีว่าสหรัฐฯ ต้องการบทบาทมากขึ้นในพื้นที่อาร์กติก

สำหรับยุโรป ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่เกี่ยวกับอธิปไตยของสมาชิก NATO และความน่าเชื่อถือของพันธมิตร.

ยุโรปพึ่งสหรัฐฯ น้อยลงหรือไม่?

ยุโรปยังพึ่งสหรัฐฯ ในด้านทหาร ข่าวกรอง และ NATO แต่กำลังเพิ่มบทบาทของตนเอง โดยเฉพาะการสนับสนุนยูเครน เช่น ความช่วยเหลือกว่า 70,000 ล้านยูโรในปี 2026 และเงินกู้ EU ราว 104,000 ล้านดอลลาร์

จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่าการแยกตัว.

แต่ยุโรปยังตัดสหรัฐฯ ไม่ได้

การค้าระหว่างสองฝ่ายในปี 2025 มีมูลค่ากว่า 910,600 ล้านยูโร ทำให้การเผชิญหน้าเต็มรูปแบบมีต้นทุนสูงมาก

EU จึงเลือกแนวทางร่วมมือเมื่อจำเป็น และตอบโต้เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมขยายเวลาระงับมาตรการตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 93,000 ล้านยูโร.

จุดอ่อนของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เองก็เผชิญข้อจำกัด ทั้งด้านกฎหมายภายในและความเสี่ยงจากการผลักดันให้ยุโรปเร่งสร้างความเป็นอิสระมากขึ้น ซึ่งอาจลดอิทธิพลของ Washington ในระยะยาว.

EU จะล่มสลายหรือไม่?

ยังไม่น่าจะเกิดขึ้น แม้มีความเห็นต่างภายใน แต่ EU มักรวมตัวได้ในช่วงวิกฤต แนวโน้มที่เป็นไปได้มากกว่าคือการ “ปรับโครงสร้าง” ให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น ทั้งด้านพลังงาน การค้า และความมั่นคง.

บทสรุป

ความขัดแย้งสหรัฐฯ–EU ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภาษี แต่คือการต่อรองอำนาจระหว่างพันธมิตรหลักของโลกตะวันตก

สหรัฐฯ ต้องการให้ยุโรปรับภาระมากขึ้น ขณะที่ยุโรปต้องการลดการพึ่งพาโดยไม่ตัดขาดความสัมพันธ์

ในระยะสั้นทั้งสองฝ่ายยังต้องพึ่งพากัน แต่ในระยะยาว ยุโรปกำลังเตรียมตัวสำหรับโลกที่ไม่สามารถพึ่งสหรัฐฯ ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป.

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *