INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (60)

1751271562779 edit 472228438216681 207x300 1

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (60)

โดย อดุลย์ มานะจิตต์

ต่อ….

อะฮาซิยะฮ์ จึงขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อมา (849-842)

842–748 ราชวงศ์ เจฮู ในปี842 ทหารชื่อเจฮู ได้รับการยุแหย่จาก อีลีชา จึงนำกองกำลังเข้าก่อกบฏต่อกษัตริย์ และชนชั้นสูงที่เป็นขุนนางของพระองค์ซึ่งเป็นพวกกดขี่และพวกกราบไหว้เทวรูป โฮรัม แห่งยูดะฮ์ถูกสังหารในการกวาดล้างอันนองเลือดในปีเดียวกัน ชาลมะนีเซอร์ เข้าโจมตีฮาซาเอลแห่งดามัสกัสและได้รับชัยชนะ(842-806) ฮาซาเอล เองเพิ่งขึ้นครองราชย์ เจฮูต้องจ่ายค่าบรรณาการอย่างเสียไม่ได้ จากการที่อำนาจของฝ่ายอัสซีเรียตกอยู่ในความเสื่อมคลาย ถึงกระนั้นฮาซาเอล เริ่มฟื้นตัวและจึงยกทัพไปเพื่อพิชิตเอาจักรวรรดิ ในยุคสมัยขึ้นครองราชย์ของเจฮู พระองค์เข้าพิชิตทรานส์จอร์ดาน ในสมัยขอโฮฮัซ (814-748) พระองค์ลดศักดิ์ศรีของอิสราเอลลงให้เป็นเพียงเมืองขึ้น เข้าพิชิตฟิลิสเทีย และทำให้ยูดะฮ์ต้องจ่ายบรรณาการอย่างหนัก ในขณะเดียวกัน พระองค์ทรงสร้างรัฐอาราเมี่ยนให้เป็นปึกแผ่น ฮาซาเอลสิ้นพระชนม์ เมื่อราวๆ806 ก่อนที่อัสซีเรียจะกลับไปสูhรับกับดามัสกัสอีกอย่างเบาบาง การกรีธาทัพของอะดาด นิรารีที่สาม เมื่อ 806 เป็นผลให้อารัม อ่อนแอเกินไปที่จะรวบรวมจักรวรรดิของตนให้เป็นหนึ่งเดียว โจฮัซ(798-782)นำอิสราเอลเข้าสู่สงครามกับเบนฮะดาด

ที่สอง(ราวๆ806-750) ในการนี้ พระองค์สามารถพิชิตเอาดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา ภายหลังจากนั้นจึงหันไปเป็นศัตรูกับราชอาณาจักรยูดะฮ์และทำให้อะมาซิยะฮ์(797-769) ต้องพ่ายแพ้ลง เข้ายึดครองเยรูซาเล็ม และลดราชอาณาจักรทางภาคใต้ให้เป็นรัฐเอกราชเพียงในนาม ในระหว่างการครองราชย์ของ เจโรบวมที่สอง(783-748)ผู้ทรงเป็นราชโอรสของ อะมาซิยะฮ์ อิสราเอลเติบโตอย่างร่ำรวยและมีความแข็งแกร่ง ดามัสกัสและฮามัซจึงตกอยู่ภายใต้อธิปไตยของชาวอิสราเอล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่การครองราชย์ในรัชสมัยของโซโลมอน ซักการียา (746)กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ถูกซัลลุมลอบปลงพระชนม์

748–722 วาระสุดท้ายแห่งอิสราเอล ซัลลุม(748)ถูกสังหารเกิดจากความไม่สงบภายในมืออยู่อย่างต่อเนื่องอันเป็นฝีมือของมีนาเฮม(748-738)ในปีสุดท้ายนี้ มีนาเฮมต้องจ่ายบรรณาการให้กับทิกลัธไพล์เซอร์ที่สาม (745-728) พีคาฮีอะฮ์(738-736)ถูกคณะของพวกต่อต้านอัสซีเรีย นำโดยพีคะฮ์(736-732) โดยนำเรซาน กษัตริย์แห่งอารัม(750-732) กับพีคะฮ์ เข้าร่วมเป็นสันนิบาตเพื่อต่อต้านอัสซีเรีย แต่เมื่ออะฮัซ แห่ง ยูดะฮ์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับการวางแผนร้ายนี้ จึงประกาศสงครามกับราชอาณาจักรยูดะฮ์ อะฮัซ จึงร้องขอไปยังอัสซีเรียให้ช่วยเหลือ ติกลัธไพล์เซอร์ จึงยกทัพเข้ามาทางด้านตะวันตก ในปี 734-732 ซึ่งทำให้ทั้งอิสราเอลและดามัสกัสต้องถูกทิ้งร้าง(732) ส่วนใหญ่ของราชอาณาจักรอิสราเอลและอะรัมทั้งหมดกลายเป็นจังหวัดของอัสซีเรีย โฮเซย์(732)จึงได้รับการสถาปนาโดยจักรพรรดิ์อัสซีเรียให้เป็นกษัตริย์ในสะมาเรีย ช่วงราวๆ725 พระองค์ลุกขึ้นก่อกบฏ โดยหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือจาก เตฟนัคเตผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองแห่งอียิปต์ของราชวงศ์ที่ 24 แต่ในไม่ช้าพระองค์ถูก

อัสซีเรียเข้าจับกุม และในปี 722 สะมาเรีย จึงล่มสลายลงภายหลังจากถูกล้อมเป็นเวลาสามปี กษัตริย์ซากอนที่สอง(722-706) แห่งจักรวรรดิ์อัสซีเรียอ้างว่าได้จับกุมชาวอิสราเอลไว้ได้เป็นจำนวนถึง 27,290 คน

บทที่ 4 ราชอาณาจักร ยูดา 922-587 ก่อน ค.ศ.

922-842 รีโฮโบวม (922-915) สิ้นพระชนม์ภายหลังจากการรุกรบของชิชัก สงครามกลางเมืองดำเนินต่อไปเป็นระยะๆตลอดการครองราชย์ของ อบีญะฮ์(915-913)และอซา(913-873) จีโฮชาฟัต เข้าทำสัญญาสันติภาพกับอะฮับแห่งอิสราเอล และเข้าร่วมทำสงครามกับพระองค์ต่อต่อต้านดามัสกัส จีโฮชาฟัต ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิรูปในด้านศาลสถิติยุติธรรมโดยนักบันทึกเหตุการณ์ ต่อมาจีโฮรัม(849-842)ราชโอรสของจีโฮชาฟัต จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อและติดตามมาด้วยกับอะฮาซิยะฮ์(842)พระราชนัดดาของพระองค์ ผู้ซึ่งถูกสังหารลงในคราวที่เจฮูก่อการปฏิวัติ

842-836 อะธาลิอะฮ์ เจ้าจอมมารดาเข้ายึดอำนาจ และพยายามรักษาอำนาจราชบัลลังก์ของพระนางเอาไว้ ด้วยกับการทำลายล้างผู้สืบตระกูลของเดวิด ราชโอรสองค์เล็กของอะฮาซิยะฮ์หนีรอดไปได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมาในปี 836 จีโฮอัชจึงขึ้นครองราชย์ด้วยกับการสนับสนุนของนักบวชระดับสูง และเจ้าจอมมารดา อะธาลิอะฮ์ จึงถูกปลงพระชนม์

836-769 จีโฮอัช(836-797) ขึ้นครองราชย์ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับการขึ้นสู่อำนาจอย่างยิ่งใหญ่ของ ฮาซาเอล พระองค์จึงถูกบังคับให้ต้องจ่ายค่าบรรณาการอย่างหนักให้กับอะรัม อะมาซิยะฮ์ราชโอรสของพระองค์(797-769) มิได้ทำอะไรให้ดีขึ้นกับราชวงศ์ยูดาเลย แต่กลับยังต้องประสบกับความสูญเสียอิสรภาพของตนในสงครามครั้งหนึ่งที่ทำกับโจฮัชแห่งอิสราเอลอีกด้วย

769-734 การขึ้นครองราชย์ของอุซซิอะฮ์ (อะซาริอะฮ์)

ชะตากรรมของยูดาเปลี่ยนแปลงไปในช่วงการครองราชย์ของ อุซซิอะฮ์ กองทัพของพระองค์รุกคืบเข้าไปในฟิลิสเทีย อีดอม และทางเหนือของอาราเบีย ทำให้เส้นทางการเดินทางของกองคาราวานที่สำคัญเข้ามาอยู่ในควบคุมของราชอาณาจักรยูดา ภายหลังจากสิ้นพระชนม์ของ จีโรบวม ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพระองค์ที่ทรงอานุภาพในอิสราเอล อุซซิอะฮ์ จึงกลายเป็นหัวหน้าของกองทัพผสมเพื่อการต่อต้านอัสซีเรียในทางภาคตะวันตก พระองค์ต้องประสบกับความพ่ายแพ้ต่อ ติกลัธไพล์เซอร์ ก่อนจะถึงปี 738 เล็กน้อย แต่พระองค์ไม่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกันกับฮามัซและพันธมิตรทางภาคเหนือของพระองค์โดยสามารถหลบหนีมาได้เพียงบาดเจ็บเล็กน้อย ในช่วยปลายของชีวิตของพระองค์ อุซซิอะฮ์ ป่วยเป็นโรคเรื้อน และจึงต้องมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากราชสำนักของพระองค์ โจธัม ราชโอรสของพระองค์จึงขึ้นครองราชย์ในฐานะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์(749-734) โจธัมทรงมีพระชนมายุอยู่นานถึงหลังจากพระราชบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์เพียงเล็กน้อย(734)

734-715 อะฮัซ สืบราชบัลลังก์เมื่อ 734 ทันเวลาพอดีกับการที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากกองทัพผสมของซีโร-เอฟไรม์มด์โดยมีพีคะฮ์แห่งอิสราเอลและรีซินแห่งอะรัมเป็นแม่ทัพของแต่ละฝ่าย อะฮัซขัดขืนต่อคำแนะนำของศาสดาอิซาอะฮ์ โดยเขาได้ยื่นคำอุทธรณ์ไปยังอัสซีเรีย จึงทำให้อัสซีเรียเข้าทำลายล้างดามัสกัสและอิสราเอล

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *