ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (63)

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (63)
โดย อดุลย์ มานะจิตต์
ต่อ….
738 ลูลี(ราว702-701) วางแผนร้ายร่วมกับ ฮัสซีเคีย และฝ่ายอียิปต์ เพื่อก่อการกบฏต่อเซนนากเริบ(705-682) ในปี701 เซนนากเริบ บังคับให้ลูลีต้องหลบหนีเอาตัวรอดไปยังเกาะไซปรัส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความโล่งอกของเซนนากเริบ ต่อมาพระองค์ได้ทรงจัดตั้งบรรดากษัตริย์ของประเทศราชที่แยกออกไปต่างหาก ณ ไซดอนและเมืองไทร์
701-627 อิตโตบาอัลที่ 2 ผู้ทรงได้รับการแต่งตั้งจากเซนนากเริบ ซึ่งในที่สุดถูกแทนที่ด้วยกับอับดุ มิลคอท ผู้ซึ่งได้ก่อการกบฏต่ออีชาร ฮัดดอน ต่อมาในปี 677 ผู้เป็นนายเหนือหัวฝ่ายอัสซีเรียได้ทำการทำลายล้างไซดอนอย่างราบคาบ และจึงสร้างนครใหม่ให้กับพระองค์เอง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับนครเก่า โดยทรงตั้งชื่อนครว่า คาร์อีชาร ฮัดดอน พระองค์ทรงจับกุม อับดุ มิลคอทซึ่งหลบหนีไปทางทะเลตัดศีรษะ ไซดอนจึงกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของอัสซีเรีย บาอัลกษัตริย์แห่งไทร์ก่อการกบฏเช่นกันในสมัยการครองราชย์ของอีชาร ฮัดดอน แต่ในไม่ช้าก็ต้องยอมจำนน เขตแดนต่างๆที่เป็นแผ่นดินใหญ่ของพระองค์ถูกยึดเอาไปสิ้นและพระองค์ต้องจ่ายบรรณาการอีกด้วย อย่างไรก็ตามพระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งกษัตริย์แห่งไทร์ในรัชสมัยของ อัสสูร บานะปาล
627-539 ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของอัสสูร บานะปาล ชาวโฟนิเชีย ต่างได้รับการอิสรภาพอยู่ในระยะสั้นๆ อย่างไรก็ตามชาวโฟนิเชียก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ อาณานิคมของกรีกจึงจบสิ้นลง ในสิ่งที่เรียกว่าเกือบจะเป็นการผูกขาดของตนเองในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
บรรดาผู้ปกครองของจักรวรรดิ์ชาลเดีย มิได้ปล่อยให้โฟนีเชียเป็นอิสระจากการถูกกดขี่นานเลย เนบูคัดเนซซารมหาราช เข้าครอบงำไทร์ ในช่วงการครองราชย์ของอิตโตบาอัลที่3 เมื่อ587 ในปีเดียวกันกับที่เยรูซาเล็มล่มสลาย ภายหลังจากที่ไทร์ถูกล้อมเมืองอยู่นานสิบสามปี จึงยอมจำนน เมื่อ 573 บาอัลที่2 จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อจากอิตโตบาอัลที่ 3 ดังนั้นไทร์จึงถูกบรรดาผู้เป็นตุลาการการปกครองอยู่เป็นเวลาช่วงสั้นๆ ภายหลังจากนั้นระบบกษัตริย์ จึงถูกสถาปนาขึ้นมาอีก
539–332 โฟนีเชียภายใต้การปกครองของเปอร์เชีย ในช่วงปีที่สิบสี่ของการครองราชย์ของฮิรามที่3 ไซรัสมหาราชขึ้นเถลิงอำนาจ ณ บาบิโลน โฟนีเชียจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองลูกหลวงชั้นที่ห้าของจักรวรรดิ์เปอร์เชีย ถึงกระนั้นบรรดากษัตริย์ที่เป็นประเทศราช ยังคงทำหน้าที่ปกครองอยู่ ณ ไซดอน ไทร์ อัรวาด และบายบลอส บรรดาคำจารึกที่ทำขึ้นเพื่อการสรรเสริญ ทับนิเธ และเอซมูนาเซิร ผู้ทรงเป็นบรรดากษัตริย์ของไซดอนนั้น ดูเหมือนจะทำขึ้นในช่วงสุดท้ายของศตวรรษที่ 5 กองเรือของโฟนีเชียมีส่วนอันสำคัญในการทำสงครามของจักรวรรดิ์เปอร์เชียกับกรีก เมื่อราวๆปี350 เทนเนส นำการก่อกบฏกับฝ่ายเปอร์เชียขึ้นครั้งหนึ่ง ณ ไซดอน แต่พระองค์ถูกจักรพรรดิ์ อัรตาเซิร บดขยี้ ซึ่งต้องเผชิญกับการสูญเสียชีวิตอย่างมากมาย
332 อะเล็กซานเดอร์ เข้าพิชิตโฟนีเชีย ยกเว้นแต่เพียงไทร์ที่เป็นประเทศราชของเปอร์เชีย ที่ไม่ได้ลุกขึ้นต่อต้านอะเล็กซานเดอร์
ทั้งนี้เพราะไทร์เชื่อมั่นในการปกป้องเมืองจากที่มีหน้าผาสูงชัน ริมทะเล อะซีมิลคอส กษัตริย์องค์สุดท้ายของไทร์จึงปฏิเสธไม่ให้อะเล็กซานเดอร์ผ่านเข้ามา ดังนั้นกองทัพมาซิโดเนียจึงเข้าล้อมเมืองไว้ จากมกราคมจนถึงกรกฎาคม เมื่อสิงหาคม 332 อะเล็กซานเดอร์จึงใช้กลศึกด้วยการทิ้งหินถมทะเลจากแผ่นดินใหญ่ จนเชื่อมต่อถึงเกาะ และในที่สุดก็ทำลายแนวป้องกันเมืองได้สำเร็จ การเข้าล้อมเมืองไทร์ทำให้ชาวเมืองไทร์ สามารถจับเชลยฝ่ายมาซิโดเนียไว้ได้ และจัดการสังหารเสียอย่างโหดร้ายทารุณจนเป็นที่เลื่องชื่อ และเมื่ออะเล็กซานเดอร์สามารถเขายึดเมืองไว้ได้ ก็เข้าล้างแค้นเอากับชาวไทร์อย่างร้ายกาจเช่นกัน มีรายงานหนึ่งระบุว่า มีผู้คนจำนวน 8,000 คนถูกฆ่าสังหาร และอีก 30,000 คนถูกขายไปเป็นทาส
อุตสาหกรรมหลักของชาวโฟนีเชียก็คือ การผลิตผ้าย้อมสีม่วง การทอผ้า การทำแก้ว และงานโลหะ ซึ่งเหล็กและทองแดงมีการถลุงกันที่เกาะไซปรัส และมีชาวโฟนีเชียเป็นคนจัดการ โดยใช้กรรมวิธีการผลิตที่มีกำเนิดมาจากอียิปต์ และบาบิโลน
บทที่ 7
ซีเรีย-ปาเลสไตน์ ภายใต้การยึดครองของอะเล็กซานเดอร์มหาราช และจักรวรรดิ์โรมัน
ศตวรรษที่ 4 ก่อน ค.ศ.
332 อะเล็กซานเดอร์มหาราชเข้ายึดครองภูมิภาคนี้จากจักรวรรดิ์เปอร์เชีย 301 โรเลเม่ที่1 โซเตอร์ เข้ายึดครองภูมิภาคนี้จากบรรดาผู้สืบราชวงศ์ของอะเล็กซานเดอร์มหาราช
ศตวรรษที่ 3 ก่อน ค.ศ.
22 มิถุนายน 217 ชาวราฟินเมืองอียิปต์เผ่าอบูเลทส์ ภายใต้การนำของโธเลเม่ที่4 เข้าบดขยี้กองทัพของซีลูซิด ภายใต้การนำของแอนตีโอคัสที่สาม ณ เมืองราเฟีย ใกล้ๆกับกาซา การเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านกำลังทหารของพวกเขานำไปสู่ความต้องการของชาวพื้นเมืองอียิปต์ดังกล่าว เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษของพวกตนมากยิ่งขึ้น และนี้เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความยุ่งยากในทางเผ่าพันธุ์ขึ้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุทำให้ราชวงศ์ซีเลอมี่ต้องประสบกับความอ่อนแอลงในต่อมา
200 อันติโอคัสที่สาม มหาราช จากราชวงศ์ซีลูซิด จึงเข้ายึดครองภูมิภาคนี้จากราชวงศ์ซีเลอมี่
ศตวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ.
198 การศึกที่ พานิอุม นั้นเป็นการสู้รบกันระหว่างกองกำลังของซีลูซิด ซึ่งนำโดยอันติโอคัสที่สาม และกำลังรับภายใต้การนำของสโคปาสแห่งเออโตเลีย กองทัพซีลูซิด เป็นฝ่ายกำชัยชนะซึ่งเป็นการเปิดทางให้อันติโอคัสที่สามเข้ามาเป็นเจ้าของครอบครองภูมิภาคซีเรีย-ปาเลสไตน์และโคลี-ซีเรีย จากกษัตริย์โธเลมีที่5 แห่งอียิปต์อย่างเบ็ดเสร็จ
167-160 การก่อกบฏของแมคคาเบียน นั่นคือ ฝ่ายยิวได้ก่อการกบฏขึ้นกับจักรวรรดิ์ซีลูซิด
160-63 เป็นการปกครองอย่างอิสระเสรีของ ฮัสโมเนียน
ศตวรรษที่ 1 ก่อน ค.ศ.
76 ไฮร์คานุสที่2 ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นพระสงฆ์หรือ นักบวชชั้นสูงแห่งนครเยรูซาเล็ม ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่บิดาของพระองค์คืออะเล็กซานเดอร์ จันนาคัส เสียชีวิต จนถึงปี 66 ก่อน ค.ศ.
67 ไฮร์คานุสที่ 2 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งยูดา เป็นครั้งแรก (จนถึง 66 ก่อน ค.ศ.) เมื่อสาโลเม อะเล็กซานดรา ราชมารดาของพระองค์สิ้นพระชนม์
66 อริสโตบาลุสที่2 ขึ้นเป็นกษัตริย์และเป็นพระชนชั้นสูงของยูดา (จนถึงปี 63 ก่อน ค.ศ.)
63 โรมส่ง ปอมเป มหาราช และกองกำลังของพระองค์มายังยูดา เพื่อเข้ามาแทรกแซงในสงครามกลางเมืองระหว่างกลุ่มศาสนาสองฝ่ายที่กำลังสู้รบกัน เพื่อเข้าควบคุมราชอาณาจักรทั้งหมดไว้ให้เป็นของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว
63 ปอมเปมหาราช เข้าพิชิตกรุงเยรูซาเล็มในช่วง ยุมคิปปุร ภายหลังจากการเข้าล้อมเมืองเยรูซาเล็มไว้อีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นผลให้


