INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สงครามที่ทุกฝ่ายแพ้ แต่ไม่มีใครยอมรับ (5)

สงครามที่ทุกฝ่ายแพ้ แต่ไม่มีใครยอมรับ (5)

ภาค ๕  ทางออกที่ไม่มีใครอยากเป็นคนเปิด

ทหารประชาธิปไตย

 

บันไดที่ดีที่สุด: กัลฟ์ลงทุนในอิหร่านแทนค่าชดใช้

ค่าชดใช้สงครามคือ “กำแพงที่ทำลายไม่ได้” ของการเจรจา สหรัฐฯ ไม่มีวันยอมรับอย่างเป็นทางการ เพราะนั่นคือการประกาศว่าตัวเองเป็นผู้รุกราน ขณะที่อิหร่านไม่มีวันถอนข้อเรียกร้อง เพราะมันคือเงื่อนไขที่ประชาชนอิหร่านมองเห็นได้ชัดว่าใครได้–ใครเสีย

แนวทางที่เป็นไปได้จริงคือการเปลี่ยนรูปแบบโดยไม่เปลี่ยนเนื้อหา: ให้กลุ่มกัลฟ์เข้าร่วมเป็น “นักลงทุนภูมิภาค” ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน แทนที่จะเรียกว่า “ค่าชดใช้” อิหร่านมีประชากร ๙๐ ล้านคนและทรัพยากรพลังงานมหาศาล คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดที่ยังไม่ถูกแตะในภูมิภาค กลุ่มกัลฟ์เองก็ต้องการตลาดนี้ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าถ้าไม่เข้าไปก่อน จีนจะผูกขาดการฟื้นฟูอิหร่านทั้งหมด

แต่กำแพงสำคัญยังมีอยู่ สหรัฐฯ ยังถือมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ใครก็ตามที่ลงทุนจะถูก secondary sanctions ทันที และในสายตาประชาชนอิหร่าน กลุ่มกัลฟ์คือ “ผู้สมรู้ร่วมคิด” ที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน จึงต้องออกแบบกรอบที่ทั้งสองฝ่ายรับได้โดยไม่เสียหน้า

บทบาทของปูติน: ผู้ชนะที่ไม่ต้องยิงกระสุนเพิ่ม

ในสงครามที่ทุกฝ่ายกำลังแพ้ในแบบของตัวเอง มีคนหนึ่งที่ไม่แพ้เลย ปูตินเล่นเกมสามหน้าพร้อมกันอย่างได้ผล: ให้ข้อมูลข่าวกรองแก่อิหร่านโดยไม่ต้องเข้าร่วมรบโดยตรง วางตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระดับโลกโดยโทรหาผู้นำกัลฟ์ทุกคนและเสนอตัวช่วยยุติวิกฤต และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เงียบๆ จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงซึ่งเติมคลังรัสเซียให้สู้ในยูเครนต่อได้

ที่น่าทึ่งที่สุดคือทรัมป์รู้ว่ารัสเซียช่วยอิหร่านโจมตีทหารสหรัฐฯ แต่กลับบอกว่า “ก็สมเหตุสมผล เพราะเราก็ช่วยยูเครน” และยังผ่อนคลาย oil sanctions ให้รัสเซียในช่วงสงคราม สิ่งนี้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับ leverage ที่ปูตินมีเหนือทรัมป์ และราคาที่ปูตินเรียกในเงามืด ซึ่งไม่ใช่เรื่องอิหร่าน แต่คือยูเครน: ยอมรับเส้นหยุดยิงปัจจุบัน และยอมรับรัสเซียเป็น “มหาอำนาจที่ขาดไม่ได้” ในตะวันออกกลาง

ด้วยเหตุนี้ รัสเซียคือผู้ไกล่เกลี่ยที่มีความน่าเชื่อถือในเตหะรานและริยาดพร้อมกัน และที่สำคัญที่สุด เป็นคนที่ทรัมป์ยอมรับฟังจริงๆ จึงอาจไม่ใช่ Xi Jinping เพียงคนเดียว แต่เป็น Xi และ Putin ที่ทำงานร่วมกันในทิศทางเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

บทสรุป  เมื่อไม่มีใครกล้าวางบันได

ภาพที่ออกมาจากทุกมิติที่วิเคราะห์ในบทความนี้ชี้ไปทิศทางเดียวกัน: ทุกฝ่ายกำลังแพ้ แต่ไม่มีใครกล้ายอมรับก่อน เพราะในโลกที่การประกาศ “หยุดยิง” สามารถทำกำไรได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่นาที และในโลกที่คำว่า “การเจรจา” สามารถหมายความว่าทั้งสันติภาพและสงคราม ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนพูดและเพื่อจุดประสงค์ใด ความเชื่อใจคือสิ่งที่ขาดแคลนที่สุด

ทรัมป์กำลังต่อสู้กับศัตรูที่นิยาม “การแพ้” ต่างกันอย่างสิ้นเชิง อิหร่านยังไม่แพ้ตราบใดที่รัฐบาลยังยืนอยู่ แม้จะสูญเสียทุกสิ่งทางการทหาร ปูตินไม่ต้องชนะ เขาแค่ต้องการให้สหรัฐฯ แพ้ และกัลฟ์กำลังถามตัวเองว่า หลังสงครามนี้จบ พันธมิตรที่แท้จริงของพวกเขาคือใคร

ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เวียดนามถึงอิรัก ว่าผู้นำที่เผชิญกับกับดักนี้มักเลือก “ทวีความรุนแรง” เพื่อหาทางออก และนั่นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในสัปดาห์ข้างหน้า

บันไดที่ดีที่สุดที่มีอยู่ คือให้กลุ่มกัลฟ์เป็นเครื่องมือฟื้นฟูอิหร่านในรูปแบบการลงทุนแทนค่าชดใช้ มีจีนและรัสเซียเป็นผู้ออกแบบกรอบ มีโอมานและกาตาร์เป็นช่องทางสื่อสาร และมีสหรัฐฯ ค่อยๆ ผ่อนคลาย sanctions เป็นสัญลักษณ์ว่า “ทุกฝ่ายได้บางอย่าง” โดยไม่มีใครต้องประกาศว่าตัวเองแพ้อย่างเป็นทางการ

คำถามไม่ใช่ว่าทางออกนี้ดีพอหรือไม่ แต่คือ ยังมีเวลาพอที่จะก้าวไปถึงทางออกนั้นก่อนที่บันไดจะหักหรือเปล่า เพราะมันหมายถึงสงครามที่จะขยายตัวออกไปอย่างไร้ขอบเขตและไร้รูปแบบที่ไม่มีคนชนะ

ที่สำคัญคือความน่าเชื่อถือของสหรัฐถูกทำให้พังทะลายโดยฝีมือทรัมป์ ที่มีประจักษ์พยานคือตลาดไม่ตอบรับการขยายเวลาโจมตีอิหร่านไปอีก10วัน เพราะราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นลดต่ำลง

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *