การประท้วง เรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
การประท้วง เรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย
หลายสำนักข่าว รวมทั้ง รอยเตอร์ รายงานตรงกันว่า ได้เกิดการชุมนุมและเดินขบวนประท้วงขึ้นตามเมืองต่างๆทั่วฝรั่งเศสนับสิบๆเมือง

โดยเฉพาะเมื่อวันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดการประท้วงขึ้น จากหลายๆ ฝ่าย รวมกระทั่ง พนักงานโรงพยายาบาลแห่งรัฐ หรือแม้แต่เด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมดังในกรุงปารีส “ลิเซ มอนเทน”ยังร่วมมือกับ”คุณครู”ประท้วงเลย
ก็ไม่รู้ว่าเป็นการร่วมกันประท้วงเรียกร้องขึ้นค่าแรงประจำปีหรือเปล่า
ใครรู้ช่วยตอบผมหน่อยเถิดครับ
บริการรถขนส่งสาธารณะ ที่เคยมาตามเวลา กลับล่าช้าไม่มาตรงตามกำหนด เนื่องจากบรรดาพนักงานผลัดกันไปประท้วง เรียกร้องขึ้นเงินเดือน ตามที่สหภาพแรงงานจัดขึ้นมา
ทั้งนี้ เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก นับแต่มีการเดินขบวนประท้วงต่อเนื่องในหลายสัปดาห์ที่แล้วๆมา ทำให้อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันติดขัด ไม่ไหลลื่นเหมือนเคย
ส่งผลให้เกิดความขาดแคลนเชื้อเพลิงไปทั่วประเทศ
บางแห่งบางพื้นที่ ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจ เพราะเข้าทุบกระจกหน้าต่างร้านค้าต่างๆ มีผู้ถูกจับกุมในปารีส ฐานทำลายทรัพยสินรวม ๑๑ คน จากผู้เข้าร่วมเดินขบวนในเมืองหลวงราว๗๐,๐๐๐ คน ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของกระทรวงมหาดไทย
รายงานจากสื่อมวลชนระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วมประท้วงทั่วประเทศมีราวๆ ๑๐๗,๐๐๐ คน ตามการเรียกร้องของพรรคฝ่ายค้านและของสหภาพแรงงานต่างๆ
ทีนี้มาตรวจสอบกันว่า อะไรที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการประท้วงอย่างพรักพร้อมกันในคราวนี้
นักวิเคราะห์บอกว่าสาเหตุน่าจะมาจาก
๑) ค่าครองชีพในฝรั่งเศสสูงขึ้นถึง ๖.๒ เปอร์เซ็นต์ นับเป็นอัตราสูงสุดในหลายสิบปีที่ผ่านมา
๒) ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่เศรษฐกิจถดถอย จากการแพร่ระบาดของ”โควิด 19”และจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้ราคาอาหารและราคาเชื้อเพลิงขึ้นสูงพรวดพราด
๓)การประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันอังคาร (๑๘ ตุลาคม) ปรากฏขึ้นหลังจาก สหภาพ”ซีจีที”ฝ่ายซ้าย ไม่ยอมรับการเพิ่มค่าแรงของบริษัทน้ำมันยักษใหญ่“โตตัล เอเนอร์จีย์”นอกจากนั้น ยังมีสหภาพแรงงานอีกสองแห่งเรียกร้องให้ประท้วงต่อ จนเข้าสัปดาห์ที่ ๔
๔) สหภาพ“ซีเอฟดีที”และสหภาพ”ซีเอฟอี-ซีจีซี” ตัวแทนกลุ่มคนงานส่วนใหญ่ของฝรั่งเศส ตกลงกันขอเพิ่มค่าแรงเป็น ๗ เปอร์เซ็นต์ บวกด้วยโบนัส ขณะที่สหภาพ “ซีจีที”ขอเพิ่มอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์
ผลกระทบที่เกิดจากกา”สไตรก์”เป็นอย่างไร
-ปรากฏว่าสถานีบริการน้ำมัน (ก็”ปั๊มน้ำมัน”นั่นแหละ) ราวไม่ถึง ๑ ใน ๔ ของปั๊มทั่วประเทศ ขาดแคลนน้ำมัน คือลดการบริการลงราว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไปโดยปริยาย
-การ”สไตรก์”ประกอบกับการไม่เตรียมการรับมือไว้แต่แรก ทำให้ประสิทธิภาพการกลั่นน้ำมันของฝรั่งเศสลดลงราว ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือราว ๗๔,๐๐๐บาเรลต่อวัน บีบคั้นให้ต้องสั่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ น้ำมัน ในขณะที่การผลิตระดับโลกไร้ความแน่นอน เลยทำให้ราคาสูงขึ้น
-การ”สไตรก์”แผ่ขยายไปยังภาคส่วนพลังงานอื่นๆ เช่น EDF หรือบริษัทสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าข้ามชาติ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานไฟฟ้าปรมาณู ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการจัดหาพลังให้ยุโรป การ”สไตรก์”พลอยทำให้เกิดความล่าช้า ในการจัดหาพลังงานไปด้วย
-ตัวแทนสหภาพ”เอฟเอ็นเอ็มอี-ซีจีที”แถลงยืนยันว่า การผละงานส่งผลกระทบต่อโรงงานไฟฟ้าปรมาณูหลายแห่งอย่างแน่นอน

ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว รัฐบาลของประธานาธิบดี”เอ็มมานูเอล มาครง”จะทำอย่างไร
คำตอบคือ รัฐบาลฝรั่งเศส พยายามใช้อำนาจในการร้องขอ บีบคั้นให้”ผู้ประท้วง”กลับไปเปิดปั๊มขายน้ำมัน แต่กลับทำให้สหภาพไม่พอใจ เลยกลายเป็นคดีความต่อสู้กันในศาลและยังไม่ได้ชี้ขาด
ประธานาธิบดี”มาครง”เองแถลงว่า “จะทำให้ดีที่สุด”หลังจากประชุมหารือ ครม.
พร้อมย้ำว่า จะทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นี่ครับ คือตัวอย่างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีเหตุมีผล ประชาธิปไตยที่ทุกคนสามารถเข้าไปเกี่ยวของได้ โดยไม่มีการสูญเสียชีวิต
ในเมื่อเขายอมรับกันเสียแล้วว่า การผละงาน คือหนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตยที่ทำได้ (จะรุนแรงหรือไม่ก็ตาม) หากมีเหตุผลก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย
ไม่ใช่จับตัวคนประท้วงไปฆ่า ไปเผา ไปนั่งยาง หรือถีบตกเครื่องบินเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นบางประเทศในอดีต ในระบอบเผด็จการ หรือประชาธิไตยเชิงเผด็จการ
ผมเชื่อว่า ในไม่นานจากนี้ การเรียกร้องเพิ่มค่าแรงอย่างเป็นธรรมก็จะบังเกิดขึ้นในฝรั่งเศส
ด้วยการประนีประนอม ณ จุดใด จุดหนึ่ง
ที่จะไม่เกิดความแตกหักจนทำให้เกิดรัฐประหารยึดประเทศ ของฝ่ายทหาร
เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเรา
La democratie !
______
ขอขอบคุณสำนักข่าว”อัลจาซีรา”สำหรับเนื้อหาที่นำมาเขียนคราวนี้ / เสียใจด้วยครับ ที่ผมไม่มีเงินสนับสนุน นอกจากหยิบยก เอามาเขียนฟรีๆ / จะว่า”หน้าด้าน”ก็ยอมครับ







