เชียงใหม่อีกแล้ว

1ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ จะไม่มีกิจกรรมอะไรที่เป็นทางการมากนัก แต่ผมก็ยังมีชีวิตอยู่ ใครๆเห็นก็เรียกคุณลุง ซึ่งดีกว่าเรียกคุณตา แต่จริงๆ ก็เป็นคุณตาของหลานๆ ๓ คนอยู่แล้ว ตอนนี้ ได้แบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาอยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อภารกิจบางอย่าง ทั้งนี้ ผมก็ชอบเชียงใหม่ที่ถึงรถจะติดบ้าง ก็พอทน น้ำไม่ท่วม แม้ฝนตก และที่สำคัญ ชีวิตที่นี่ง่ายกว่าที่กรุงเทพฯ แต่ยังไงๆก็ต้องกลับกรุงเทพฯ เพราะชีวิตยังผูกพันกับเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ และกิจกรรมบางอย่าง
คิดถึงระยะเวลาที่ผมได้ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมถั่วเหลือง ตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา ซึ่งตอนนั้น เชียงใหม่น่าอยู่มาก มีการปลูกถั่วเหลืองในฤดูแล้งหลังการทำนาในเขตชลประทานอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะที่ อำเภอสันป่าตอง แม่ริม แม่แตง ฯลฯ ตอนนี้นาข้าวที่เหลืองอร่ามด้วยรวงทอง สลับด้วยถั่วเหลือง หาไม่ได้ในพื้นที่รอบๆเมืองเชียงใหม่อีกแล้ว บ้านเมืองเราเปลี่ยนไป ตอนนี้ จะเป็นหมู่บ้านสวยๆ โครงการใหญ่ๆ ร้านอาหารใหญ่ๆ รายล้อมเมือง ถ้าใครได้เข้าไปเยือนโครงการหมู่บ้านเหล่านี้ จะเห็นความเงียบสงบ อากาศดี บรรยากาศของหมู่บ้านสวยๆ ดูน่าอยู่มาก ดึงให้คนกรุงเทพฯ หรือจังหวัดไกลๆมาซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งจะมาอยู่ตอนฤดูหนาว แต่ในโครงการบางแห่ง ก็เห็นบ้านโทรม ไม่มีคนอยู่ และติดป้ายประกาศขายบ้านแล้ว คงจะไม่มีเวลามาอยู่ เนื่องจากติดธุระ การงาน
สำหรับ ในกลางตัวเมืองเชียงใหม่ ก็ได้มีการพัฒนาเช่นเดียวกัน ประกอบด้วยบ้าน โรงแรม อพาร์ตเม้นต์ และตึกใหญ่ๆเป็นสำนักงานให้เช่า หลายๆแห่ง แต่ก็มีสิ่งเดิมๆที่ยังหลงเหลืออยู่ คือถนน ตรอกซอกซอยที่แคบมากๆ รถใหญ่ๆเข้าไม่ได้ หรือจะไปได้ก็เพียงคันเดียว ถนนเหล่านี้ ที่ทำให้เราเกิดจินตนาการกลับไปสู่ความดั้งเดิมของหมู่บ้านคนเมือง ล้านนา ที่อยู่เป็นกลุ่มก้อน บ้านระเบียงกว้างๆ ไม้สักทั้งหลัง ชายคาแกะสลักสวยงาม มุมจั่วยอดหลังคาประดับด้วยกาแลตามความเชื่อ ถนนแคบๆนี้ เพื่อใช้เดินหรือสัตว์พาหนะเท่านั้น คนที่อยู่ในตรอกซอกซอยเล็กๆสมัยนี้ น่าจะเป็นลูกหลานคนเมืองแท้ๆ ที่สืบทอดต่อๆกันมา
ขอกลับมาเรื่องการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งมีสถานที่สวยงามดึงดูดใจ เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ที่นี่ มีวัดอยู่ หลายๆแห่ง รู้สึกว่า จำนวนวัดของเชียงใหม่ ก็ไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆ สิ่งที่เป็นพิเศษ คือการสร้างและตกแต่ง โบสถ์และ ปูชนียสถานในวัดที่สวยงามวิจิตรตระการตามาก ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาชมได้ทุกวัน และวัดหลายๆแห่ง มีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง มีพระธาตุและรอยพระพุทธบาทที่ศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติเรื่องราวที่เนิ่นนานมาแล้ว ที่น่าศึกษา จดจำจนทำให้ สามารถไปชมได้หลายๆครั้ง
คงจะรู้จัก หรือได้ยินเกี่ยวกับ วัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งอยู่บนเนินเขา สวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ได้ดี อยู่ทาง แม่เหียะ ซึ่งผมเคยไปนานมาแล้ว ก่อนจะมีงานพืชสวนโลก และปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมจำนวนมาก ถ้าไปในระยะเวลาวันหยุดยาว หรือเทศกาล จะหนาแน่นเป็นพิเศษ เมื่อเลี้ยวจากถนนคลองชลประทาน ไปสู่ถนน ที่จะขึ้นไปวัดพระธาตุดอยคำ จะมีซุ้มวางขายพวงมาลัยเรียงเป็นแถว เพื่อให้นำขึ้นไปสักการะพระธาตุ ซึ่งเรื่องพวงมาลัย ดอกไม้ธูปเทียนถือเป็นเรื่องปกติ มีไว้บริการสำหรับคนที่ไปวัด หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีทุกแห่งไม่ว่าที่ไหน เรื่องอธิษฐาน ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นสามัญสำนึกที่เกิดขึ้นกับคนเรา กระจายไปทั่วโลก ผมยังคิดเล่นๆเรื่อง ขอให้ถูกลอตเตอรี่แต่ละงวด จะมีการบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้หลายๆแห่งทั่วประเทศ นับเป็นหลายๆหมื่นคน แต่หมายเลขรางวัลที่ถูก โดยเฉพาะรางวัลใหญ่ๆมี จำนวนจำกัด คงไม่สามารถสนองคนที่ บนได้ทุกคน ทั้งนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนา และความเป็นคนดีของแต่ละคนด้วย
ตั้งแต่เริ่มมีอายุมากขึ้น ได้ยินได้ฟังถึงหลักธรรมในศาสนาพุทธของเรา รู้สึกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออภินิหารไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ แต่ สอนให้เชื่อมั่นในตนเอง ว่าแท้ที่จริงแล้ว ทุกสิ่งในโลกก็เป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน เมื่อมีเกิด หรือมีการสร้างขึ้นมา ก็เสื่อมสูญสลายได้ ช้าเร็วต่างกัน ถ้าเป็นคน สิ่งดีหรือไม่ดี ที่เกิดขึ้นในชีวิต มักจะเป็นผลกรรมดีหรือไม่ดีที่เคยทำมาในอดีต ความเป็นคนดีนั้น ควรจะรักษาศีล ทำใจให้เป็นสมาธิ มีแต่เมตตากรุณา มีความสุขกับการให้ หรือการให้ทาน นั่นเอง ซึ่งถ้าให้ทานบ่อยๆ ทำให้ใจสบาย แล้วสุขภาพดีก็ตามมา แต่การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานขอพร ก็ถือว่าเป็นการสร้างความหวังให้กับตนเอง เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ ที่พึงจะหามาได้ เพียงแต่อย่าหลงไปจนทำบุญหมด ไม่เหลืออะไร
กล่าวถึงศาสนาพุทธ เรื่องการให้ทานที่เราปฏิบัติ ซึ่งมีหลายรูปแบบ การทำบุญตักบาตรเป็นประจำ ก็เป็นการให้อย่างหนึ่ง ทำแล้ว ก็สบายใจ ทั้งนี้การไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นการให้ทานอีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยซื้อปัจจัย หรือบริจาคปัจจัยต่างๆให้กับบุคคลรอบข้าง หรือสถานที่นั้นๆ สำหรับหลักการข้อนี้ อยากกล่าวถึงการขับรถในเมืองกรุงบ้าง ผมว่า การให้โอกาส รถจากนอกแถวมาขอแทรกเข้าข้างหน้าเรา เป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง (บางคนไม่ยอม ) ทำแล้วก็สบายใจ แต่ไม่ใช่รถที่วิ่งมาจากข้างหลังมาเบียดแซง เอาข้างหน้าซึ่งมักจะมีคันอื่นๆวิ่งตามกันมาเป็นพรวน เป็นการเอาเปรียบคนอื่น ไม่ทราบว่ากลุ่มคนพวกนี้นับถือศาสนาพุทธหรือเปล่า เพราะการเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว สร้างความลำบากให้คนอื่น น่าจะต้องชดใช้กรรมตามสนอง แต่กรรม ที่พวกเขาได้รับ คือ ได้ไปก่อนคนอื่น ซึ่งใครๆก็ปรารถนาอยู่แล้ว
บ้านเชียงใหม่ที่ผมอาศัยอยู่นั้น อยู่ในชุมชนดั้งเดิม คือเป็นหมู่บ้านธรรมดาๆที่อยู่ชานเมือง(ใกล้ๆวัดบ้านท่อ) สมัยก่อน แถวนี้ว่างมากไม่ค่อยมีคน แต่ตอนนี้ มีตลาด ศูนย์การค้า รถยนต์ จักรยานยนต์ และผู้คนมากขึ้น ที่ในบ้าน อุดมไปด้วย มด แมลงวัน ยุง แมว(ของบ้านตรงข้าม) คางคก และสัตว์นานาชนิด เยอะมาก และแถมยังมีถังขยะอยู่หน้าบ้าน คนเอาขยะมาทิ้ง ก็ไม่เคยเห็นใจ ไม่ยอมปิดปากถุงให้มิดชิด อย่างเก่ง ก็แค่เอาปากถุงมาผูกกัน ทำให้ แมลงวันก็ยังตอมอยู่ ความจริงต้องรัดถุงด้วยยางรัดของ หรือผูกเงื่อนให้แน่น แมลงวันที่ตอมขยะซึ่งเป็นเศษอาหาร สิ่งปฏิกูลแล้ว ก็จะมาตอมอาหารที่วางทิ้งไว้ในบ้านของเรา แล้วเราก็กิน อร่อยดี นอกจากนั้น ขยะ ยังส่งกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาเข้ามาในบ้าน จะไปซื้อยาเคมีมาฉีดฆ่าแมลงวัน หรือแมลงตัวเล็กๆที่ตอมในถัง ก็ไม่กล้าทำ เกรงจะเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง คิดถึงการทิ้งขยะในต่างประเทศ กล่าวถึงเมืองที่สะอาดสะอ้าน เขาช่วยรักษาถุงขยะที่ทิ้งให้สะอาด ปิดปากถุงมิดชิด และ ถังที่ตั้งไว้ก็มีฝาปิด เฮ้อ! คิดมากไป ก็เครียด ต้องปล่อยมันไปแบบนั้น
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ที่เชียงใหม่ ทำให้อยู่ได้อย่างมีความสุข คือ เรื่องที่ ๑ การเดินทางไปซื้อของสะดวกกว่าที่กรุงเทพฯ ถึงรถจะติด ก็อย่าออกไปตอนเลิกงาน ในช่วงเช้าๆ ก่อนเวลาทำงาน รถที่เข้ามาจากชานเมืองค่อนข้างมาก แต่จะหนักมากในช่วงเย็น รถที่กลับบ้านออกไปชานเมืองรอบนอกจะติดเป็นแถวยาวมาก ทั้งนี้ ไฟจราจรก็มีส่วนทำให้รถหยุดเป็นแถวยาว เราก็เว้นเวลาทั้ง ๒ ช่วงนั้น เรื่องที่ ๒ บ๊ะจ่างเจ ที่เขาทำขายที่ศูนย์อาหาร ที่ศูนย์การค้า เมย่า (MAYA) ชั้นล่างสุด อร่อยดี เรื่องที่ ๓ ได้ไปเดินออกกำลังกายที่สนามกีฬา ๗๐๐ ปี หรือที่ห้วยตึงเฒ่า ซึ่งมีคนไปออกกำลังกันเยอะ ที่ห้วยตึงเฒ่า มีคณะ วปรอ. รุ่น ๒๕๕๓ ไปช่วยพัฒนาเป็นสถานที่เดิน และขี่จักรยานให้ดียิ่งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๔ การเดิน ได้มีโอกาสชมวิว ต้นไม้ ป่าเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ เรื่องที่ ๔ อาหารยังราคาถูกอยู่ ถ้าเลือกร้านให้ดี และเข้าใจวิธี เลือกอาหารที่สั่ง และเรื่องสุดท้าย คือ สาวๆเชียงใหม่น่ารัก เมื่อสมัยที่ผมหนุ่มๆ การเดินทางมาเชียงใหม่ยังยากลำบาก สังคมเชียงใหม่ยังเป็นสังคมคนเมืองที่มีคนต่างถิ่นน้อย สาวๆเชียงใหม่อู้คำเมืองกันอ่อนหวาน น่ารัก และปัจจุบัน ก็ยังมีสาวๆน่ารักๆกระจายอยู่ทั่วๆไป แม้จะไม่ค่อยอู้เมืองกันแล้ว แต่ก็ชอบมากๆที่เวลาไปไหน แล้วมีสาวๆมาอู้เมืองกับผม
ที่ศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่เชียงใหม่ ผมเอาเงิน ๑,๐๐๐ บาทไปขอแลกเป็น ฉบับ ๑๐๐ บาท ตรงจุดที่แลกคูปอง ซึ่งเขาไม่มีจะแลกให้ จึงเอาเงินนั้น ซื้อคูปอง ๑๐๐ บาท เขาทอนมา ๙๐๐ บาท พร้อมคูปอง ต่อมา ก็ได้เอาคูปองไปแลกคืน ๑๐๐ บาท ก็ได้คืน ตามประสงค์ สรุปแล้ว คือขอแลกเงินไม่ได้ เพราะเขาต้องเตรียมเงินไว้ทอนเวลามีคนมาซื้อคูปอง แต่ถ้าขอซื้อคูปอง เขาต้องขายให้ และจ่ายเงิน เมื่อแลกคืน ตามหน้าที่ ในที่สุด ก็ได้เงินฉบับ ๑๐๐ บาท ๑๐ ฉบับ ตามประสงค์ ขอบคุณมากๆครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม

